บทที่ 19 ทำไมคุณถึงมานอนในห้องของฉัน
เืในกายลู่เฉิงเหวินแข็งจนปวดไปหมด!
เมื่ออยู่ในนิยายออนไลน์... เขาแทบไม่รู้สักนิดว่าตัวร้ายจะต้องตายอย่างไร
ทว่าบางครั้งรู้สึกว่าสมองของผู้แต่ง ช่างน่าสะอิดสะเอียนเหมือนกับ... กองขี้หมา
และพอหลับ นางเอกก็มาโผล่บนเตียงซะได้?
แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ?
ให้ตายสิ! วันทั้งวันฉันอุตส่าห์พยายามไม่ไปเหยียบเส้นแดงแล้ว แต่พอเผลอหลับพวกนายก็ดันช่วยเพิ่มค่าความเจ็บแค้นให้พุ่งกระฉูดจนเต็มหลอด?
แบบนี้ไม่เรียกว่าเป็การรังแกคนชั่วหรอกเหรอ!
เหงื่อบนหน้าผากลู่เฉิงเหวินผุดขึ้นเป็เม็ด ๆ ตัวของชายหนุ่มแข็งทื่อไปหมด ไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
เขาพลันนึกมโนภาพในสมอง ทันใดนั้นหลงอ้าวเทียนก็พุ่งเข้ามาในบ้าน ซัดหัวสมองของเขาจนเละกระจุยกระจาย จากนั้นก็โอบกอดเหลิ่งชิงชิว และพากันเข้าสู่บทรักแสนหวานแหวว...
ในตอนนี้เหลิ่งชิงชิวช่างสวยซะเหลือเกิน
หญิงสาวหลับสนิท รุ่งเช้า... แสงอาทิตย์ตอนกลางวันสาดส่องเข้ามา กระทบลงบนใบหน้าสวยไร้รอยตำหนิของเธอ แม้กระทั่งขนตาแต่ละเส้นก็ยังสวยจนแทบลืมหายใจ
เธอหลับสนิท ปล่อยตัวตามสบาย ช่างสวย และหอมหวาน...
ทว่าลู่เฉิงเหวินไม่มีเวลามานั่งพินิจพิจารณามองหญิงสาว เขารู้ดีว่าชีวิตของตัวเองแขวนอยู่บนเส้นด้าย
เื่นี้หากจัดการไม่เรียบร้อย ตนอาจจะต้องจบฉากและไปรับข้าวกล่องกลับบ้านได้เลย
ทว่าเวลานี้ เหลิ่งชิงชิวนอนหนุนแขนของเขาหลับสนิท
ลู่เฉิงเหวินครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว ใจเย็นไว้! ฉันแก้ไขได้! แต่ต้องรีบหน่อย!
ชายหนุ่มเอื้อมมืออีกข้างออกมาช้า ๆ ค่อย ๆ ประคองหัวของเหลิ่งชิงชิวขึ้น เพื่อดึงแขนออกมา
เขาเขยิบตัวไปข้างหลังช้า ๆ ไม่รู้เช่นกันว่าเหลิ่งชิงชิวกำลังฝันอะไรอยู่ ถึงได้ขมวดคิ้วแล้วเขยิบตัวเข้ามาข้างหน้า ก่อนจะซุกตัวเข้าไปในอ้อมอกของลู่เฉิงเหวิน ไม่เพียงหนุนแขนขวาของเขาเท่านั้น แต่ยังดึงแขนซ้ายของเขามากอดอีกด้วย
ลู่เฉิงเหวินร้อนใจมาก!
หากหลงอ้าวเทียนมาเห็นเข้า มันจะไม่เป็เื่ใหญ่หรอกเหรอ?
ลู่เฉิงเหวินปล่อยให้เหลิ่งชิงชิวหลับอย่างสงบสักพักหนึ่ง จากนั้นก็เริ่มขยับตัวอย่างช้า ๆ อีกครั้ง
เขาประคองหัวอีกฝ่ายขึ้น ค่อย ๆ ดึงแขนออกมา ก่อนจะคว้าหมอนมาให้หนุนแทน...
พลางคิดในใจ
‘คนดี อย่าเพิ่งตื่นนะ คุณเหนื่อยมากแล้ว หลับให้สบายเถอะ’
‘ในตอนนี้ผมจะหายตัวไป รับรองได้ว่าไม่มีเจตนาจะเอาเปรียบคุณ ผมเองก็งงอยู่เหมือนกัน’
‘ชิงชิวคนดี ใกล้จะได้แล้ว พอคุณตื่นขึ้นมา ภายในบ้านหลังนี้ก็จะมีแต่คุณเพียงคนเดียว’
ในที่สุดลู่เฉิงเหวินก็ทำสำเร็จ
เขาถอนหายใจยาว ๆ แต่ในขณะที่กำลังจะลุกขึ้น กลับเห็นดวงตากลมโตของเหลิ่งชิงชิวกำลังจ้องดูตนเองอยู่
สีหน้าของเธอราบเรียบ ไม่โกรธ ไม่ยินดี ไม่พูดไม่จา และไม่ขยับเขยื้อน พร้อมเอาแต่มองชายหนุ่ม
ลู่เฉิงเหวินกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ “ผม... อธิบายได้!”
เขาไม่ทันระวังจนหล่นลงจากเตียง พลางตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน
ดวงตาของเหลิ่งชิงชิวในเวลานี้กลมโต ไม่มีท่าทีของซีอีโอแม้แต่น้อย มันคล้ายกับลูกแมวตัวน้อยไร้ซึ่งพิษภัย เธอมองดูลู่เฉิงเหวินด้วยความสงสัยและอยากรู้
ลู่เฉิงเหวินยืนรับสารภาพจากใจจริง “ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะ”
“จริง ๆ นะ เมื่อวานคุณดื่มมากไปหน่อยไง! อ้อ คุณดื่มจนพูดจาเลอะเลือน ลูกน้องของคุณอยากจะพาคุณกลับ แต่ผมจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าพวกลูกน้องคุณไว้ใจได้รึเปล่า เพราะแบบนั้นผมเลยพาคุณกลับมาบ้าน คุณเข้าใจใช่ไหม?”
“แต่ผมไม่ได้ทำอะไรเลยจริง ๆ นะ!”
“เดิมทีผมพาคุณไปนอนที่ห้องนอนแขก ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจู่ ๆ คุณถึงมาโผล่ในห้องนอนของผมได้ โอ้ นี่มันห้องพักรับรองแขกนี่นา ฮ่า ๆ! ดีมาก ผมไม่ได้ทำอะไรเลยจริง ๆ!”
“คืองี้... เมื่อวานผมไปโรงงานยา มียาล็อตหนึ่งต้องทำลายทิ้งภายในคืนนั้น ผมเหนื่อยมาก กลับมาบ้าน ทั้ง ๆ ที่กลับเข้าห้องของตัวเอง แต่ไม่รู้ทำไมถึง...”
ลู่เฉิงเหวินอยากจะร้องไห้ “ผมสาบานต่อหน้าโคมไฟก็ได้ ผมไม่ได้ทำอะไรเลยจริง ๆ นะ!”
เหลิ่งชิงชิวลืมตาขึ้นมาก็เห็นอีตาผู้ชายคนนี้กำลังประคองหัวของเธอขึ้นอย่างระมัดระวังและเบามือ จนแทบจะกลั้นหายใจ ก่อนจะจัดวางแขนของเธอให้อยู่ในท่าสบาย และยังช่วยจัดแจงผ้าห่มให้คลุมถึงปลายเท้าอีก...
เธอเป็คนฉลาด เห็นเท่านี้ก็สามารถเข้าใจได้
อีตาผู้ชายคนนี้คิดจะหนี
หญิงสาวมองออกว่าอีตาผู้ชายคนนี้ฉี่แทบราดแล้ว เหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผาก เห็นได้ชัดว่าไม่ได้คิดเตรียมการรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน และคิดจะรีบเผ่นหนีโดยไม่ให้เธอรู้ตัว
อีกทั้งเสื้อผ้าของเธอก็อยู่ครบ เห็นได้ชัดว่า ‘เขาไม่ได้ทำอะไร’
ดังนั้นเหลิ่งชิงชิวไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกโกรธเท่านั้น ในทางตรงข้ามก็ยังรู้สึกอีกว่าอีตาทึ่มคนนี้ดูตลกพิลึก
ด้วยเหตุนี้จึงคอยดูเขาอย่างเงียบ ๆ
สนุกเป็บ้า!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาพบว่าเธอตื่นแล้ว ร่างกายถึงกับสะดุ้งจนไหล่สั่น
อีกทั้งยังพูดอธิบายตะกุกตะกักไม่ยอมหยุด
เหลิ่งชิงชิวเองก็ร้ายไม่น้อยเหมือนกัน
เธอไม่ยอมพูดอะไรสักคำ คอยมองแต่เขาเท่านั้น
หญิงสาวไม่แสดงสีหน้าอาการใด ๆ และไม่ส่งสัญญาณความรู้สึกใด ๆ ออกมา ปล่อยให้เขางุ่นง่านเงอะงะตามอัธยาศัย
เหลิ่งชิงชิวดูจนทนไม่ไหวและแทบจะะเิหัวเราะออกมาแล้ว ถึงได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ไม่เป็ไร”
เธอลุกขึ้นนั่ง ขยับหัวไปมาเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ขึงตึง ท่าทางดูสงบเงียบราวกับไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้น
เื่แบบนี้ผิดไปจากความคาดหมายของลู่เฉิงเหวินมาก
‘เกิดอะไรขึ้น?’
‘เธอควรจะกรีดร้องจนสติแตกไม่ใช่เหรอ? ควรจะไล่ด่าฉันว่าเป็เดรัจฉาน ไอ้ชาติชั่ว เลวทรามต่ำช้าไม่ใช่เหรอ?’
‘ทำไม... เงียบล่ะ? ถ้างั้นฉันไม่ต้องอธิบายอะไรอีกแล้วใช่ไหม?’
‘หรือว่าเธอเก็บอาการ รอให้หนีพ้นจากเงื้อมมืออสูรของฉันไปได้ค่อยให้คนมาเล่นงานฉัน?’
‘ความจริงแล้วเธอเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในตอนนี้รึเปล่าเนี่ย? ์ ผมไม่ได้ทำอะไรเลยจริง ๆ นะ!’
เหลิ่งชิงชิวเอามือป้องปากพลางหาว จากนั้นจึงลงจากเตียง
ลู่เฉิงเหวินรีบยื่นรองเท้าแตะคู่ใหม่ให้ด้วยความรู้ใจ
หญิงสาวสวมรองเท้าแตะ มองดูหน้าตัวเองในกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง ตบเบา ๆ สองสามที ก่อนจะจัดแจงทรงผม ทำตัวเหมือนกับอยู่บ้านของตัวเอง
ลู่เฉิงเหวินยืนอยู่ข้างหลัง กุมมืออย่างเรียบร้อย ก่อนจะกล่าวด้วยความเกร็ง
“นี่คุณ... คุณพูดอะไรหน่อยสิ คุณทำแบบนี้... ผม... กลัวนะ”
เหลิ่งชิงชิวหันหน้ากลับมา “ทำไมคุณถึงมานอนในห้องของฉัน?”