สายฝนยามค่ำคืนเหนือนครหลวงตี้ตูยังคงตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง เม็ดฝนหนาทึบปะทะเข้ากับแสงสีทองอร่ามที่พุ่งทะยานออกจากใจกลางคุก์เก้าชั้น เกิดเป็ม่านหมอกไอน้ำหนาทึบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ร่างของหลินเฟิงที่แบกหลินเทียนห่าวไว้บนหลังลอยเด่นอยู่กลางเวหา ชายเสื้อคลุมสีดำสะบัดพลิ้วตามแรงลมพายุ กระบี่เพลิงมรรคาในมือขวายังคงหลั่งไหลพลังงานสองสี—แดงเพลิงและฟ้าคราม—หยดลงสู่เบื้องล่างดั่งโลหิตทิพย์
เบื้องล่างของเขา ซากปรักหักพังของคุก์ส่วนบนแหลกละเอียดกลายเป็หุบเหวหินลึก ทว่าความพินาศนั้นกลับไม่ได้ทำให้กองทัพหลวงล่าถอย ตรงกันข้าม เสียงกลองศึกที่ทำจากหนังอสูรกายโบราณกลับดังกระหึ่มขึ้นจากสี่ทิศแปดทาง *ตึม! ตึม! ตึม!* เสียงกลองสั่นะเืเลื่อนลั่นจนทำให้แผ่นดินรอบนครหลวงสั่นไหว เส้นชีพจรปราณของเมืองหลวงเริ่มตื่นตัว
"หลินเฟิง! เ้าเด็กเดรัจฉาน! บังอาจทำลายคุก์ สังหารผู้าุโตระกูลมู่หรง วันนี้ต่อให้เ้ามีปีก์ ก็อย่าหวังว่าจะบินหนีไปจากนครตี้ตูได้!"
เสียงตวาดกร้าวทรงพลังดังก้องมาจากมุมมืด ม่านหมอกไอน้ำพลันถูกแหวกออก เผยให้เห็นร่างของบุรุษชราแปดคนในชุดคลุมสีเทาขลิบทอง พวกมันลอยตัวอยู่กลางอากาศล้อมรอบร่างของหลินเฟิงเอาไว้ทุกทิศทาง ทั่วร่างของพวกมันแผ่กลิ่นอายพลังระดับนภาขั้นสูงสุด! พวกมันคือ **"แปดผู้าุโพิทักษ์เมืองหลวง"** ยอดฝีมือสันโดษที่กินเบี้ยหวัดของราชสำนักต้าเซี่ยมานานนับร้อยปี และเป็ผู้ควบคุมค่ายกลปกป้องเมืองหลวงที่แท้จริง
หลินเฟิงกวาดสายตามองคนทั้งแปดผ่านหน้ากากเหล็ก แววตาสีทองของเขายังคงนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบ่อน้ำลึก "แปดระดับนภาขั้นสูงสุด... พวกเ้าราชสำนักสายรอง ช่างให้เกียรติข้านัก"
"หลินเฟิง อย่าลำพองใจไป! เ้าคิดว่าการที่เ้าเอาชนะมู่หรงชางได้ แปลว่าเ้าจะไร้เทียมทานงั้นรึ? มู่หรงชางมันก็แค่คนโง่ที่พึ่งพาแต่พลังสายเื ทว่าพวกเราแปดคน... ศึกษาศาสตร์แห่งค่ายกลคัมภีร์จักรพรรดิมานานนับศตวรรษ!" ผู้าุโใหญ่แห่งหอพิทักษ์เมืองหลวงคำรามลั่น มันสะบัดมือขวาชูแผ่นศิลาหยกโบราณแปดเหลี่ยมขึ้นเหนือศีรษะ
"แปดทวารกลืนนภา: ประสานมุทราเปิดประตูขังเทพ!"
*วิ้งงงงงงง!*
สิ้นคำคำราม ผู้าุโทั้งแปดประสานมือทำมุทราอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็ภาพลวงตา พลังปราณิญญาสีน้ำเงินเข้มหนาแน่นพุ่งออกจากร่างของพวกมัน เชื่อมต่อกันกลางเวหากลายเป็เส้นแสงอักขระยันต์โบราณขนาดมหึมา ทันใดนั้น ท้องฟ้ารอบตัวหลินเฟิงในรัศมีหนึ่งลี้พลันมืดดับลงอย่างสมบูรณ์ กลายเป็ห้วงมิติสีดำสนิทที่ตัดขาดจากโลกภายนอก
ในห้วงมิติค่ายกลนี้ มีประตูศิลาโบราณขนาดสิบวาแปดบานปรากฏขึ้นล้อมรอบตัวสองพ่อลูก บนบานประตูแต่ละบานสลักอักษรโบราณคำว่า *'เปิด, พัก, เจริญ, าเ็, ลึกลับ, ดับสูญ, ติดกับ, ตาย'* นี่คือ **"ค่ายกลแปดทวารกลืนนภา"** ค่ายกลระดับปฐีขั้นสูงสุดที่สืบทอดมาจากยุคโบราณ มันไม่ได้ใช้เพียงพลังยุทธ์ในการกดขี่ ทว่าใช้กฎเกณฑ์แห่งมิติและเวลาในการบดขยี้ศัตรู
*‘เ้าหนู... ค่ายกลนี้ร้ายกาจกว่าค่ายกลสะกดเก้าชั้นด้านล่างนั่นนับสิบเท่า’* เสียงของิญญามรรคาภพดังก้องในใจของหลินเฟิง แฝงแวววิเคราะห์ *‘มันเชื่อมต่อกับพลังิญญาของคนแปดคน และใช้พลังสะท้อนกลับ หากเ้าโจมตีประตูบานใดบานหนึ่งด้วยพลังดิบ พลังนั้นจะถูกสะท้อนกลับมาหาตัวเ้าเพิ่มเป็สองเท่า ทางเดียวที่จะทำลายมันคือต้องหา "ทวารเป็" (ประตูเปิด) ให้พบ ทว่าพวกมันกำลังใช้มนต์พรางตาเปลี่ยนสลับตำแหน่งประตูตลอดเวลา’*
"หลินเฟิง... จงกลายเป็ผงธุลีอยู่ในค่ายกลนี้ซะเถอะ! ทวารดับสูญ: พิรุณศัสตรากลืนิญญา!"
เสียงของผู้าุโใหญ่ดังก้องมาจากทุกทิศทาง ทันใดนั้น ประตูคำว่า 'ดับสูญ' และ 'ตาย' พลันเปิดออก ท้องฟ้าจำลองในค่ายกลแปรเปลี่ยนเป็สีแดงฉาน สายฝนธรรมชาติถูกเปลี่ยนเป็ห่าฝนกระบี่แสงสีน้ำเงินนับแสนเล่ม พุ่งทะยานเข้าฉีกกระชากร่างของหลินเฟิงและบิดาจากเบื้องบนดั่งพายุทอร์นาโด
"เฟิงเอ๋อร์... ปล่อยพ่อลงเถิด ค่ายกลนี้พ่อเคยเห็นในตำราหลวง มันจะสูบกลืนพลังกายของผู้ที่เคลื่อนไหว... เ้าแบกพ่อไว้จะหลบหลีกไม่ได้!" หลินเทียนห่าวเอ่ยเสียงแหบ คิ้วขมวดแน่นด้วยความกังวลยามเห็นกระบี่แสงนับแสนเล่มพุ่งลงมา
"ท่านพ่อ วางใจเถิดขอรับ ต่อให้มีนับล้านเล่ม ก็ไม่อาจระคายผิวของพวกเรา" หลินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ
เด็กหนุ่มหลับตาลงเื้ัหน้ากากเหล็ก ทะเลิญญาร้อยส่วนในร่างหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง พลังิญญาอันหนาแน่นแผ่ซ่านขึ้นสู่ดวงตา ทันทีที่เขาลืมตาขึ้น ดวงตาสีทองพลันปรากฏวงแหวนอักขระมรรคาภพหมุนวนขนาดเล็ก **"เนตรมรรคาไร้ลักษณ์!"**
ในสายตาของหลินเฟิงยามนี้ โลกที่มืดมิดของค่ายกลพลันแปรเปลี่ยนไป กระบี่แสงนับแสนเล่มที่พุ่งลงมาลดความเร็วลงจนแทบหยุดนิ่ง และสิ่งที่สำคัญที่สุด... ประตูศิลาทั้งแปดบานที่เคยเคลื่อนสลับตำแหน่งจนดูสับสน บัดนี้ปรากฏเส้นด้ายพลังงานสีแดงที่เชื่อมต่อระหว่างตัวประตูและผู้าุโทั้งแปดอย่างชัดเจน เนตรมรรคาภพสามารถมองทะลุกลลวงและค้นหาจุดอ่อนของค่ายกลระดับปฐีได้อย่างง่ายดาย!
"ประตูที่ห้า... ทวารลึกลับ ยามนี้แฝงไปด้วยพลังชีวิต มันคือทวารเป็จำลอง!" หลินเฟิงยิ้มเย็น
เขาไม่หลบหลีกห่าฝนกระบี่ ทว่าสะบัดมือซ้ายขึ้นฟ้านำพากระแสพลังงานสีทองควบแน่นกลายเป็โล่แสงรูปกระดองเต่าัโบราณ **"วิชายุทธ์พิทักษ์: โล่เต่าัพลิกฟ้า!"**
*เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!*
เสียงกระบี่แสงนับหมื่นนับแสนเล่มเข้าปะทะกับโล่แสงสีทองเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงะเิทำลายล้างรอบข้างทำให้ห้วงมิติค่ายกลสั่นะเื ทว่าโล่เต่าัของหลินเฟิงที่หนุนหลังด้วยพลังิญญาร้อยส่วนกลับนิ่งสนิทดั่งปราการเหล็กกล้า ไม่ปรากฏแม้แต่รอยร้าวขีดข่วน
"อะไรกัน?! ต้านทานพิรุณศัสตรากลืนิญญาได้ด้วยมือเดียว?!" ผู้าุโทั้งแปดที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามิติเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง พลังป้องกันระดับนี้มันเหนือกว่าผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้ไปไกลโขแล้ว!
"พวกเ้ากักขังข้า... เช่นนั้นก็จงลิ้มรสพลังสะท้อนของค่ายกลตัวเองหน่อยเป็ไร!" หลินเฟิงะโลั่น ร่างของเขาพุ่งทะยานดั่งเหยี่ยวถลาลม ตรงดิ่งไปยังประตูศิลาบานที่ห้า (ทวารลึกลับ) ที่ยามนี้กำลังเคลื่อนย้ายอยู่มุมบนขวา กระบี่เพลิงมรรคาในมือขวาถูกง้างไปด้านหลัง พลังงานเหมันต์วิหคน้ำแข็ง์ถูกรีดเค้นจนถึงขีดสุด ใบกระบี่แปรเปลี่ยนเป็สีขาวบริสุทธิ์แผ่ไอเย็นเยือกแข็งสัจธรรม
"เพลงกระบี่มรรคาภพ ขั้นที่สอง: ศูนย์สมบูรณ์แช่แข็งิญญา!"
*ฟู่มมมมมมมม!*
หลินเฟิงฟาดกระบี่ออกไปเป็เส้นตรง คลื่นพลังงานความเย็นติดลบนับพันองศาพุ่งทะยานออกจากปลายกระบี่ มันไม่ได้ะเิเสียงดัง ทว่าเมื่อคลื่นไอเย็นััถูกประตูศิลาบานที่ห้า ประตูหินโบราณรวมถึงเส้นสายค่ายกลมิติโดยรอบพลันถูกแช่แข็งกลายเป็ผลึกน้ำแข็งสีฟ้าใสในพริบตา ความเย็นแล่นพล่านไปตามเส้นด้ายพลังงานตรงเข้าสู่ร่างของผู้าุโพิทักษ์เมืองหลวงคนที่ห้าทันที!
"อ๊ากกกกกก! พลังเย็นนี่มันอะไรกัน?! ทะเลปราณของข้า... กำลังถูกแช่แข็ง!" ผู้าุโคนที่ห้าร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว ร่างกายของมันเริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมจากปลายนิ้วลามขึ้นสู่หน้าอก ก่อนที่มันจะทันได้ตัดขาดพลังงาน ร่างของมันก็กลายเป็ประติมากรรมน้ำแข็งมนุษย์ลอยคว้างกลางอากาศ!
*เพล้ง!*
ร่างแช่แข็งะเิแตกกระจายเป็เศษน้ำแข็งชิ้นเล็กชิ้นน้อย ดับสูญไปหนึ่งคน! เมื่อคนหนึ่งตาย ค่ายกลประสานแปดทวารที่้าความสมดุลพลันเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ เสียงกระจกแตก *เพล้ง* ดังก้อง ห้วงมิติสีดำสนิทพังทลายลงทันที เผยให้เห็นทัศนียภาพของสายฝนเหนือนครหลวงตี้ตูอีกครั้ง!
### มุมมองจากฝั่งศัตรู: ความโกลาหลในกองทัพหลวง
เบื้องล่าง บนถนนสายหลักที่มุ่งสู่พระราชวัง ทหารหน่วยองครักษ์เกราะทองคำและหน่วยธนูล่าิญญานับหมื่นนายต่างยืนตกตะลึงจนอาวุธในมือแทบหลุดร่วง พวกมันเห็นแปดผู้าุโพิทักษ์เมืองหลวง ยอดฝีมือระดับตำนานที่พวกมันเคารพนับถือ เพิ่งเปิดใช้งานค่ายกลที่แข็งแกร่งที่สุดทว่ากลับถูกเด็กหนุ่มชุดดำทำลายลงภายในเวลาไม่ถึงสามอึดใจ อีกทั้งผู้าุโคนหนึ่งยังถูกฆ่าตายอย่างอนาถ!
"แม่ทัพใหญ่... พวกเราจะทำอย่างไรดีครับ? ธนูล่าิญญาระดับปฐีของพวกเรา ไม่อาจล็อคเป้าหมายความเร็วของมันได้เลย!" นายทหารกองหน้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าซีดเผือดดั่งคนตาย
**"มู่หรงไห่"** แม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพหลวงตระกูลมู่หรงสายรอง ยอดฝีมือระดับนภาขั้นสูงสุดอีกคน ยืนกำหมัดแน่นจนข้อหมัดเป็สีขาว บนหลังม้าศึกอสูร ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดลึกล้ำ มันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าตระกูลหลินที่ล่มสลายไปแล้ว จะสามารถให้กำเนิดสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวเช่นนี้ได้
"สั่งการให้หน่วยพลธนูเปลี่ยนหัวศรเป็ 'ศระเิเพลิงทลายปราณ' ยิงสกัดกดดันมันไว้บนฟ้าอย่าให้มันเข้าใกล้เขตพระราชวังหลวง!" มู่หรงไห่ตวาดสั่งการเสียงดัง ทว่าในใจของมันกลับสั่นสะท้าน มันรู้ดีว่าหากแปดผู้าุโพิทักษ์เมืองหลวงที่เหลืออีกเจ็ดคนพ่ายแพ้... กองทัพนับหมื่นของมันก็เป็ได้เพียงแค่กลุ่มมดปลวกที่รอให้หลินเฟิงมาเหยียบย่ำเท่านั้น!
กลางเวหา ผู้าุโใหญ่แห่งหอพิทักษ์เมืองหลวงและพวกอีกหกคนที่เหลือยามนี้ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว "ไอ้สารเลว! เ้ากล้าสังหารน้องห้า! พวกเรา... จงสละชีพเพื่อราชสำนัก! ใช้วิชาลับผสานิญญา!"
เจ็ดผู้าุโที่เหลือรู้ดีว่าหากสู้กันตามปกติ พวกมันไม่มีทางตามความเร็วและพลังทำลายล้างของหลินเฟิงทัน พวกมันจึงตัดสินใจตบเข้าที่หน้าอกของตัวเองรุนแรง เืสดพ่นพรวดออกมาคำโต เืเ่าั้ถูกเผาผลาญกลายเป็เปล่ไฟิญญาสีโลหิต ร่างกายของพวกมันเริ่มขยายใหญ่ขึ้น แผ่รังสีพลังงานบ้าคลั่งที่แลกมาด้วยอายุขัย ยามนี้พลังของพวกมันเจ็ดคนรวมกัน บีบอัดจนชั้นบรรยากาศรอบตัวหลินเฟิงบิดเบี้ยว ราวกับมีขุนเขาล่องหนเจ็ดลูกกดทับลงมา
"วิชาลับเผาผลาญโลหิตงั้นรึ? ช่างไร้สาระ" หลินเฟิงแค่นเสียงอย่างดูแคลน
เขาขยับมือขวา ปล่อยกระบี่เพลิงมรรคาให้ลอยนิ่งอยู่เบื้องหน้า จากนั้นประสานมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน รอยสักัทองที่แผ่นหลังทอแสงทะลุเนื้อผ้าคลุมออกมากลายเป็เงารูปัจักรพรรดิห้าเล็บขนาดั์สามร้อยเมตรลอยเด่นอยู่เหนือหัวของเขา เสียงัคำราม *โฮก!* ดังก้องสะท้านเลื่อนลั่นจนทหารเบื้องล่างหูอื้อเืไหลออกจากรูหู
"กายาัจักรพรรดิมรรคา ขั้นที่สี่: ัคลั่งกลืนปฐี!"
หลินเฟิงสะบัดมือขวาพุ่งตรงไปข้างหน้า กระบี่เพลิงมรรคาหมุนคว้างกลายเป็วงล้อเพลิงสีทองขนาดมหึมา พุ่งทะยานเข้าหาเจ็ดผู้าุโด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียง ในเวลาเดียวกัน เงารูปัจักรพรรดิสีทองก็พุ่งทะยานตามใบกระบี่ไป อ้าปากกว้างกลืนกินพลังงานสีโลหิตของวิชาลับฝั่งศัตรูเข้าไปทั้งหมดดั่งวาฬกลืนน้ำ
"อัยยา! พลังสายเืของมัน... ข่มขู่สายเืวิหคน้ำแข็งของพวกเราจนไม่อาจขยับได้!" ผู้าุโใหญ่ร้องอุทานด้วยความสิ้นหวัง ยามเมื่อเงารูปัทองพุ่งเข้ามาใกล้ ความกดดันทางสายเืระดับจักรพรรดิทำให้เส้นชีพจรในร่างของพวกมันแข็งทื่อราวกับถ่านหิน
*ตูมมมมมมมมมม!*
การะเิครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้นกลางท้องฟ้านครหลวงตี้ตู แสงสีทองแดงะเิกระจายออกไปดั่งดอกไม้ไฟขนาดั์กลืนกินร่างของผู้าุโทั้งเจ็ดคนเข้าไปในพริบตา แรงะเิพัดพาม่านหมอกและสายฝนในรัศมีสามลี้ให้หายไปจนสิ้น เผยให้เห็นท้องฟ้าโปร่งโล่งชั่วคราว ร่างของเจ็ดผู้าุโพิทักษ์เมืองหลวงระดับนภาขั้นสูงสุด... ถูกบดขยี้กลายเป็ผงธุลีสลายไปในอากาศพร้อมกับแสงะเิ ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวิญญาให้ไปเกิดใหม่!
แปดผู้าุโพิทักษ์เมืองหลวง... ดับสูญสิ้นซากภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป!
หลินเฟิงหงายฝ่ามือขวา กระบี่เพลิงมรรคาบินหมุนวนกลับมาเข้าสู่ฝักกระบี่ที่ข้างเอวอย่างแม่นยำ แววตาสีทองของเขายังคงนิ่งสงบ ไม่มีแม้แต่รอยเหงื่อบนใบหน้า เขาขยับประคองร่างของหลินเทียนห่าวบนหลังให้กระชับขึ้น ก่อนจะเริ่มก้าวเท้าเดินกลางอากาศมุ่งหน้าสู่ประตูพระราชวังหลวงตี้ตูช้า ๆ ทุกย่างก้าวของเขาทำให้เกิดดอกบัวเพลิงสีทองผุดขึ้นมารองรับใต้ฝ่าเท้า ดั่งจักรพรรดิโบราณกำลังเสด็จประพาส
หลินเทียนห่าวมองดูแผ่นหลังอันกว้างใหญ่ของลูกชาย ยามนี้ในใจของเขาไม่มีความกังวลอีกต่อไป มีเพียงความภาคภูมิใจอันล้นพ้น "เฟิงเอ๋อร์... บัดนี้ทางตระกูลมู่หรงสายรองคงจะรู้แล้วว่า พวกมันได้ปลุกปีศาจที่น่ากลัวที่สุดขึ้นมา"
"พวกมันไม่ได้ปลุกปีศาจหรอกครับท่านพ่อ..." หลินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบทว่าทรงพลัง แววตามองตรงไปยังตำหนักหยกเย็นที่อยู่ลึกเข้าไปในวังหลวง "พวกมันเพียงแค่กำลังชดใช้กรรมที่พวกมันก่อไว้ด้วยโลหิตของตระกูลพวกมันเองทั้งหมด!"
เบื้องล่าง กองทัพหลวงนับหมื่นนายรวมถึงแม่ทัพใหญ่มู่หรงไห่ ต่างพากันก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว ยามเมื่อหลินเฟิงเดินผ่านน่านฟ้าเหนือหัวพวกมัน แรงกดดันิญญาที่แผ่ออกมาทำให้ม้าศึกอสูรนับพันตัวพากันหมอบกราบลงกับพื้น ขวัญกำลังใจของกองทัพหลวงบัดนี้แตกสลายลงอย่างสมบูรณ์ ไม่มีใครกล้าชักธนูหรือยกหอกขึ้นมาชี้หน้าเด็กหนุ่มหน้ากากเหล็กผู้นี้อีกต่อไป
เส้นทางสู่การชำระแค้นครั้งใหญ่ในวังหลวงบัดนี้เปิดกว้างแล้ว และไม่มีอำนาจใดในราชอาณาจักรต้าเซี่ยจะสามารถหยุ
ดยั้งพญาัคลั่งผู้นี้ได้อีกต่อไป!