ดวงตะวันเริ่มคล้อยต่ำลงเสียงเครื่องยนต์ที่ไม่ได้ยินมาเนินนานกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาที่หน้าบ้านหลี่เหมยสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดคนที่มาที่นี่จะเป็ใครไม่ได้นอกจากท่านนายพลเฟิ่งเจี้ยนเฉิน
ตึก ตึก หัวใจของเธอเต้นแรงระรัวร่างเล็กใช้มือทาบลงบนอกพร้อมพูดเตือนสติตนเองก่อนจะก้าวเท้าออกจากห้อง
“ตั้งสติหน่อยสิหลี่เหมยจำไม่ได้หรือไงว่าผู้ชายคนนี้เขาไม่เชื่อคำพูดของเธอเลยสักนิดทั้งระแวงและเชื่อคำพูดของแม่ไม่ยอมตรวจสอบเื่ที่เกิดขึ้นเป็ถึงท่านนายพลเสียเปล่าถ้าเธอใจอ่อนให้กับคนเช่นนี้ชะตาชีวิตของเธออาจจะเป็เหมือนเดิมและสูญเสียลูกที่อยู่ในท้องอีกแน่ ๆ เอาล่ะไปจบเื่นี้กันเถอะ”หลี่เหมยก้าวเท้าออกไปด้วยความแน่วแน่ พร้อมถือกระเป๋าใบน้อยของเธอออกไปด้วย
ฝั่งด้านเฟิ่งเจี้ยนเฉินเขากลับบ้านมาครั้งนี้ด้วยความคิดถึงภรรยาสุดหัวใจเขามอบหัวใจที่มีให้เธอเพียงคนเดียวและจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่จงรักภักดีตอบแทนที่เธอช่วยเหลือเขาเธอจึงเป็เ้าของชีวิตของเขาในมือใหญ่ถือกำไรข้อมือที่เขาซื้อมาเป็ของฝากใบหน้ายิ้มแย้มมาตลอดทางเมื่อนึกภาพที่เธอเห็นกำไรข้อมือนี้จะดีใจแค่ไหน
“ท่านนายพลครับตอนนี้ถึงบ้านของท่านแล้วครับพวกผมจะคอยเฝ้าดูแลความปลอดภัยอยู่ด้านนอกท่านไม่ต้องเป็ห่วงนะครับ”หม่าถงลูกน้อยคนสนิทของเขาเอ่ยขึ้นเมื่อรถดับเครื่องยนต์มีหทารเดินทางมาคุ้มครองเขาที่บ้านมากกว่าสิบคนเพราะกลัวจะถูกศัตรูหรือคนที่ปองร้ายดักลอบทำร้ายอีก
“สลับเปลี่ยนเวรให้เฝ้าเพียงแค่หน้าประตูพอเพราะบ้านของฉันไม่มีประตูหลังบ้านส่วนทหารที่เฝ้าตอนกลางคืนก็ไปพักผ่อนก่อนฉันจะให้ป้าหลินจัดที่นอนให้ที่เรือนแยก”
“ได้ครับท่าน”หม่าถงรับคำสั่งเดินลงมาจากรถเพื่อเปิดประตูให้เ้านายได้เดินลงมาเวลานี้เฟิ่งซินหนานไม่อยู่ไปตลาดด้วยตนเองเพื่อทำอาหารเย็นรอลูกชายเสี่ยวลี่จึงอาสาไปด้วยเพราะเธออยากเจอหน้าเฟิ่งเจี้ยนเฉินมีหรือที่เฟิ่งซินหนานจะไม่เห็นด้วย วันนี้เธอจะใส่ร้ายและให้หนูเสี่ยวลี่เอาอกเอาใจลูกชายของเธอแทนเฟิ่งเจี้ยนเฉินเดินเข้ามาในบ้านด้วยความตื่นเต้นเห็นป้าหลินยืนรอต้อนรับเพียงลำพังคิ้วของเขาเริ่มขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย
“คุณเจี้ยนเฉินกลับมาแล้วหรือคะป้าช่วยยกของขึ้นไปเก็บที่ห้องให้นะคะ”
“ไม่ต้องเดี๋ยวกระเป๋ามันหนักเพราะครั้งนี้ฉันจะกลับมาอยู่ที่บ้านนานกว่าทุกรอบป้าหลินช่วยจัดการเก็บกวาดห้องรับรองเรือนแยกให้ฉันทีว่าแต่นี่ทุกคนไปไหนกันหมดทำไมบ้านถึงเงียบแบบนี้”
“คุณนายออกไปซื้อของมาทำอาหารต้อนรับคุณชายด้วยตัวเองส่วนคุณหลี่เหมยน่าจะอยู่ข้างในห้องค่ะ”
“ฉันอยู่นี่และมีเื่สำคัญจะคุยกับคุณพอดี”หลี่เหมยวางกระเป๋าลงบนเก้าอี้ตอบกลับเฟิ่งเจี้ยนเฉินเมื่อได้ยินเขาถามหาเธอเขาดีใจที่เห็นใบหน้าของภรรยาสุดที่รีบเดินกึ่งวิ่งเข้ามาสวมกอดเธอด้วยความคิดถึง
“หลี่เหมยฉันคิดถึงเธอจังเลยรู้มั้ยในแต่ละคืนกว่าฉันจะผ่านพ้นไปได้ฉันต้องอดทนต่อความคิดถึงที่มีต่อเธอมากแค่ไหน”
“ปล่อยฉันก่อนเถอะเพราะฉันก็คิดถึงคุณทุกวินาทีเช่นเดียวกัน”หลี่เหมยใจเต้นตึกตักหวั่นไหวต่ออ้อมแขนที่อบอุ่นของเขาก่อนที่เธอจะคิดถึงใบหน้าของเขาที่ไม่เชื่อใจผิดหวังแถมยังรังเกียจเธอเมื่อครั้งก่อนเธอรีบผละเขาออกจากร่างกายทันทีโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้เลยว่าตอนนี้เธอไม่ได้คิดถึงเขาด้วยความคิดเช่นเดียวกันกับตนเอง
“จริงสิฉันมีของฝากมาให้ด้วยฉันว่ามันน่าจะเหมาะกับเธอมากเลยนะหลี่เหมย เธอชอบมันมั้ย”
“เราหย่ากันเถอะฉันไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไป”ไม่ทันที่เจี้ยนเฉินจะพูดจบหลี่เหมยพูดแทรกขึ้นมาทำให้ร่างใหญ่ถือกำไรข้อมือชะงัดกลางอากาศใบหน้ายิ้มแย้มกลายเป็ใ
“เธอพูดเื่อะไรคิดจะล้อฉันเล่นใช่มั้ย ไม่เอาน่ารู้มั้ยว่าคำนั้นมันทำให้ฉันรู้สึกไม่ดีเลยหรือว่าเธอน้อยใจที่ไม่ค่อยมีเวลาให้เธอพาเธอมาอยู่มณฑลนี้แล้วทิ้งเธอเอาไว้กับคุณแม่ ”
“ไม่ใช่นี่ไม่ใช่เื่ล้อเล่นฉันพูดความจริงฉัน้าหย่าและออกไปจากที่นี่ตอนนี้ฉันพร้อมแล้ว”
“ไม่เอาสิเลิกพูดเื่นี้สักทีหลี่เหมยเธอ้าอะไรบอกฉันมาสิฉันจะทำให้เธอทุกอย่างอย่างที่เธอ้า ไม่ว่าเธออยากได้อะไรฉันจะหามาให้เธอเองหรือไม่ว่าเธออยากทำอะไรที่ทำให้เธอมีความสุขฉันเต็มใจทำให้เธอทุกอย่าง”
“หย่า !!นั่นคือความสุขของฉัน”
“เธอไม่รักฉันแล้วเหรอซูหลี่เหมยเราสองคนรักกันมากเคยผ่านเวลาทุกข์ยากมาด้วยกัน ทำไมเธอยังยืนยันว่าจะหย่ากับฉัน”เจี้ยนเฉินเห็นท่าทางจริงจังของหลี่เหมยเขารู้ทันทีว่าเธอไม่ได้ล้อเล่นอีกต่อไปแต่เขาคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าทำอะไรให้เธอไม่พอใจจนเธอขอหย่าอย่างนี้
“ฉันเคยรักและรักมากด้วยแต่ต่อจากนี้ฉันขอรักตัวเองจะดีกว่า การที่คุณบอกรักฉันแต่ปิดบังตัวเองว่าเป็ใครพาฉันมาอยู่ที่นี่ทั้งที่คุณแม่ไม่ได้ต้อนรับต่อหน้าแม่ของคุณดีทุกอย่างแต่ลับหลังคุณไม่รู้หรอกว่าฉันพบเจออะไรบ้างเมื่อครู่คุณบอกยอมทำทุกอย่างที่เป็ความสุขของฉัน หย่าให้ฉันซ่ะท่านนายพล”หลี่เหมยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นคลอนคิดว่าตนเองจะไม่รู้สึกอะไรและมีแต่ความแค้นแต่ในใจของเธอกลับวูบไหวไปหมดร่างใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าทำอะไรไม่ถูกทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแทบไม่มีเรี่ยวแรงกอดขาของเธอเอาไว้แน่นเพราะใจของเขามีแต่เธอเพียงคนเดียว
“เธอเป็คนให้ชีวิตใหม่กับฉันตอนนี้ก็เป็คนผลักไสฉันเหรอหลี่เหมยเธอใจร้ายกับฉันเกินไปแล้วฉันเคยบอกแล้วไงว่าฉันต้องปิดบังตัวเองเพื่อความปลอดภัยไม่ได้มีเจตนาโกหกเธอเลยสักนิด”
“พูดมาตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์ยังไงฉันก็ไม่เปลี่ยนใจพรุ่งนี้เช้าเจอกันที่อำเภอ”หลี่เหมยแกะมือของเขาออกจากขาของตนเองก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าเพื่อออกจากบ้านตระกูลเฟิ่งตอนนั้นเองเฟิ่งซินหนานกลับมาเห็นสภาพของลูกชายตัวเองเธอร้องออกมาเสียงหลง
“เจี้ยนเฉินลุกขึ้นเดี๋ยวนี้จะไปยอมก้มให้ผู้หญิงคนนี้ทำไมกันหย่าไปก็ดีเหมือนกัน แค่ผู้หญิงชนบทเพียงคนเดียวไม่มีค่าให้เสียดายสักนิดรีบออกไปจากบ้านของฉันเดี๋ยวนี้เลยนะนังหลี่เหมยกลัวลูกชายของฉันรู้ธาตุแท้ของแกสินะถึงได้ชิงขอหย่าก่อน ร้ายจริง ๆ เจี้ยนเฉินลุกขึ้น”
“ฮึ ฮึฉันต่างหากที่ต้องเป็คนพูด ฉันไม่เคยเสียดายเลยที่จะหย่ากับเฟิ่งเจี้ยนเฉินและต้องเดินออกจากบ้านตระกูลเฟิ่งที่โเี้แบบนี้อยู่ไปก็มีแต่ความตายรออยู่พรุ่งนี้ฉันจะหย่ากับเฟิ่งเจี้ยนเฉินวันถัดไปก็จัดงานแต่งให้เขากับสะใภ้ที่คุณแม่เลือกเอาไว้เลยฉันจะเฝ้ามองความพังพินาศของตระกูลเฟิ่ง”หลี่เหมยเดินออกจากบ้านโดยไม่หันหลังไปมองแม้แต่ตาเดียวส่วนเจี้ยนเฉินใตกอยู่ในห้วงความคิดว่าตนเองทำสิ่งใดผิดและเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่เขาไม่อยู่ที่นี่ก่อนที่เขาจะตั้งสติได้ก็เห็นหญิงสาวที่รักกำลังจะเดินออกไป เขารีบลุกขึ้นจะวิ่งตามไปคว้าตัวของเธอเอาไว้ทว่าตอนนั้นเองซินหหนานทำท่าเหมือนจะเป็ลมเพื่อเรียกร้องความสนใจจากลูกชายไม่ให้ตามไปง้อซูหลี่เหมย
“โอ๊ย!!ทำไมรู้สึกหน้ามืดบ้านหมุนแบบนี้ เจี้ยนเฉินอย่าไปจากแม่เลยนะ”
“คุณป้าเป็อะไรคะพี่เจี้ยนเฉินรีบพาคุณป้าไปที่เก้าอี้ก่อนเถอะค่ะอากาศข้างนอกค่อนข้างร้อนกลับมาเจอเื่ะเืใจแบบนี้เลยทำให้คุณป้าเป็ลมแน่ๆ” เสี่ยวลี่รีบวางของเข้าไปประคองตัวซินหนานพูดยื้อเขาให้สนใจคุณแม่และก็เป็อย่างที่ซินหนาน้าเพราะเธอรู้ว่าลูกชายรักเธอมากแค่ไหน