ตอนที่ 1 นายกเทศมนตรีกู้ชิง (1)
กู้ชิงช่ำชองในตรรกศาสตร์และปรัชญาศาสตร์ ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์หรือบุคคลที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตนเอง เขาก็จะวิเคราะห์และคาดการณ์[1] ใช้ความมุมานะอุตสาหะในการเลี่ยงกลลวง หรือไม่ก็เลือกแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบน้อยที่สุด ลดความเสี่ยงของวิกฤตให้อยู่ในจุดที่ต่ำที่สุด นี่เป็ความชอบอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เขาผู้ไม่มีเส้นสาย สามารถก้าวหน้าในอาชีพราชการอย่างราบรื่นและอยู่รอดปลอดภัยจนถึงทุกวันนี้
สามเดือนก่อน เมื่อได้รับคำสั่งโยกย้ายจากรัฐบาลกลาง เขาก็เดินทางไปประจำการเป็นายกเทศมนตรีที่มหานครภาคกลางอย่างนครเจียง ซึ่งมีประชากรหลักสิบล้านคน ด้วยเหตุนี้ เขาจึงรวบรวมข้อมูล เพื่อคาดการณ์เื่การปกครองและสภาพเศรษฐกิจของนครแห่งนี้
รวมไปถึงเื่อดีตนายกเทศมนตรีกานปิน ที่เพิ่งดำรงตำแหน่งได้ปีครึ่ง กลับจบชีวิตลงเพราะแบกรับความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์สะพานฮั่นสุ่ยถล่ม ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียรวมหกสิบสามชีวิตไว้ไม่ได้
ผลการคาดการณ์ในครั้งนี้กลับไม่เป็ไปตามที่คาดหวัง
80% ของสามกิจการใหญ่ที่ยินดีจ่ายภาษีมากกว่าร้อยพันล้านหยวนให้แก่มหานครที่มีมวลรวมเศรษฐกิจ[2]ระดับท็อปสิบเป็ประจำทุกปีนั้น ล้วนอยู่ในของสี่ตระกูลเ้าสัวั์ใหญ่อย่างตระกูลหยวน ตระกูลเซิน ตระกูลเซวียและตระกูลเซี่ย ซึ่งหมายความว่าแกนนำอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจอันเฟื่องฟู ล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของสี่ตระกูลใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นโยบายจากตระกูลใด ต่างส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเจริญรุ่งเรืองของอุตสาหกรรมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
เ้าสัวที่ยินดีจ่ายภาษีเป็เงินมหาศาล ลับหลังย่อมมีความสัมพันธ์อันล้ำลึกกับการปกครองท้องถิ่นที่ถูกเศรษฐกิจครอบงำทางอ้อม ผู้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีคนใหม่อย่างตนย่อมเลี่ยงการสมาคมกับพวกเขาไม่ได้ เพราะเหตุนี้ เขาจึงลงมือวิเคราะห์เชิงตรรกศาสตร์กับสี่ตระกูลใหญ่ พร้อมทั้งคาดการณ์ใหม่อีกรอบ ทว่าหลังผ่านการวิเคราะห์และคาดการณ์ไปหลายสิบรอบ ไม่ว่าเขาจะรับข้อเสนอจากเ้าสัวตระกูลใด ก็จบไม่สวยสักทาง ดังนั้นจึงสรุปว่าจะวางตัวเป็กลาง
ระหว่างสามเดือนที่ปฏิบัติหน้าที่ในนครเจียง การ์ดเชิญที่เขาได้รับจากสี่เ้าสัวใหญ่ล้วนแต่ถูกฉีกโยนทิ้งลงถังขยะไปเสียหมด
เขาทำหน้าที่กำกับการทำงานของเทศบาลนครภายในสำนักงานเทศบาลนคร นอกเหนือจากการออกสื่อในการปฏิบัติหน้าที่แล้ว เขาจะไม่เผยตัวเด็ดขาด ขนาดรองนายกเทศมนตรีทั้งเจ็ดเสนอเื่การรับประทานอาหารร่วมกัน ยังไม่เคยเข้าร่วมเลย ถึงขั้นปฏิเสธการรับส่งจากเลขานุการด้วยซ้ำไป ดังนั้นในตารางการทำงานประจำวันแต่ละรายการของสามเดือนที่ผ่านมา จึงมีแต่เทศบาลนครและบ้านพักข้าราชการ สถานที่แรกคือที่ทำงาน สถานที่ต่อมาก็คือที่พักอาศัย
สำหรับชีวิตจำเจที่ขาดรสชาติอย่างนี้ ถ้าเกิดไม่ได้ดำรงตำแหน่งระดับสูงอย่างนายกเทศมนตรี คงกลายเป็อากาศธาตุไปแล้ว
พฤติกรรมของเขาทำเอารองนายกเทศมนตรีบางรายไม่เข้าใจกันเลยทีเดียว
นายกเทศมนตรีจะดำรงวาระห้าปี จากนั้นจะจัดให้มีการเลือกตั้งคณะผู้นำเทศบาลนครขึ้นใหม่หนึ่งครั้ง ภายในระยะเวลาห้าปี นายกเทศมนตรีแต่ละคนต่างก็ทุ่มเททุกวิถีทางในการทำ ‘แผนงานใหญ่โต’ เพื่อสะดวกต่อการสร้างผลงานราชการในการเลื่อนตำแหน่ง
ทว่ากู้ชิงไม่ได้ทำแผนงานแต่อย่างใด เมื่อไม่นับระยะเวลาหนึ่งปีครึ่งที่อดีตนายกเทศมนตรีดำรงตำแหน่ง เขาก็เหลือเวลาแค่สามปีครึ่งเท่านั้น ถ้าหากไม่สร้างผลงานราชการภายในวาระ ก็จะก้าวหน้าในอาชีพราชการได้อย่างยากลำบาก
หลังจากผ่านการลอบสังเกตการณ์มาสามเดือน สมาชิกภายในเทศบาลนครต่างอ่านนายกเทศมนตรีรายใหม่ผู้นี้ไม่ออกเลย
พวกเขาอ่านไม่ออก แต่สี่เ้าสัวใหญ่ที่โดนฉีกการ์ดเชิญทิ้งนั้นกลับเข้าใจอย่างปรุโปร่ง ว่านายกเทศมนตรีรายใหม่ผู้นี้้าคงความเป็กลางไว้จนกว่าจะสิ้นสุดวาระ
แค่ปฏิเสธการรับส่งโดยเลขานุการเพียงเื่เดียวก็ประเมินออกแล้วว่าเขาไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น
พวกเขาแปลกใจเหลือเกิน ต่างคิดว่าอีกฝ่ายคงระวังภัยที่มองไม่เห็น ถึงได้ป้องกันตัวไปตามจิตใต้สำนึก
สี่เ้าสัวใหญ่ไม่ได้รู้เลยว่า ระหว่างที่พวกเขากำลังประเมินกู้ชิง กู้ชิงเองก็กำลังสรุปความคิดของพวกเขาเช่นกัน เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จะได้รับมืออย่างไม่ลนลาน
ระยะเวลาที่เขาคะเนไว้สำหรับท่าทีปฏิเสธเช่นนี้คือครึ่งปี ขอแค่ผ่านไปครึ่งปี สี่เ้าสัวใหญ่ก็จะสังเกตเห็นว่าเขาเป็คน ‘ขี้ขลาดตาขาว’ จนหมดความสนใจ ไม่อยากยื่นข้อเสนออีก
แต่ก็ยังมีคนที่รู้จักโฉมหน้าที่แท้จริงของเขาอยู่วันยังค่ำ...เซินฝานจีแห่งตระกูลเซิน ผู้เป็เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยของเขา ซึ่งเคยเป็เพื่อนสนิทกันมาก่อน
ทั่วทั้งนครเจียง ไม่มีใครรู้จักนิสัยของเขาดีไปกว่าเธอ
สมัยมหาวิทยาลัย เขาไม่รู้เลยว่าเธอเป็คุณหนูใหญ่จากตระกูลเ้าสัว
หลังทำงานวันศุกร์ถึงหนึ่งทุ่ม แล้วเดินออกจากสำนักงานเทศบาลนคร ข้างนอกก็ฝนตกราวฟ้ารั่ว ท้องฟ้ามืดมิด เสียงน้ำหยดที่เทลงมาอย่างหนักกระทบกับพื้นดิน ฟังดูน่าใจหาย
กู้ชิงถือกระเป๋าเอกสารพลางวิ่งตากฝนเข้าไปในรถยนต์ ขณะกำลังจะขับเข้าไปในถนนเลียบแม่น้ำ รถยนต์สีขาวคันหนึ่งก็ขับเข้ามาขวาง บีบบังคับให้รถยนต์สีดำที่เพิ่งจะออกตัวต้องเหยียบเบรก
หญิงสาวร่างเพรียวผมยาว ผู้แต่งหน้าอย่างประณีตในชุดราตรีสีแดงเืนกเดินมาถึงหน้าประตูรถ โดยมีผู้ชายสูทดำคอยกางร่มให้
หญิงสาวเงื้อมือเคาะกระจกรถครั้งสองครั้ง
เขาที่อยู่ในรถมองเพื่อนเก่าผ่านกระจกโดยไม่พูดจา ทั้งยังไม่เปิดประตูรถ
รถคันดำและรถคันขาวคุมเชิงกันมาสิบนาที กู้ชิงพิจารณาในใจว่าการพบกันครั้งนี้จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
สุดท้ายเขาก็ยอมถอยก้าวหนึ่ง หญิงสาวคว้ามือจับประตูรถ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปนั่งเบาะข้างคนขับ ผู้ชายในชุดสูทดำข้างนอกต่างเฝ้ากันอย่างเงียบเชียบ
เชิงอรรถ
^ การคาดการณ์ข้างต้นคือการให้เหตุผลแบบนิรนัย ซึ่งเป็นวิธีการให้เหตุทางตรรกศาสตร์ด้วยการรวบรวมข้อมูลเป็นจำนวนมาก สืบค้นและค้นหาความเกี่ยวข้องและแพตเทิร์นในแง่นัยของเหตุการณ์หรือชุดความรู้พื้นฐาน และอ้างอิงจากข้อมูลดังกล่าวในการวิเคราะห์และคาดคะเนเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น^ มวลรวมเศรษฐกิจ ตัวแปรในการประเมินธุรกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดภายในประเทศหรือท้องที่นั้นๆ