"ค่ะ" ใบหน้าเล็กๆของสวีซิ่วตึงเครียด เธอยกหินพลางเล่าเรื่องไปด้วย "ฉันกับเขาแต่งงานกันได้แค่ปีเดียว"
หลังจากแต่งงานได้ครึ่งปีพวกเขาก็มีลูกด้วยกัน พอแต่งงานได้หนึ่งปี พวกเขาตั้งใจจะไปทำงานในเมืองแต่ระหว่างทางกลับเกิดประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์
พอกลับมา สวีซิ่วก็ถูกไล่ออกจากบ้าน
แม้แต่เงินชดเชยจากอุบัติเหตุทางรถยนต์หลี่กุ้ยหวาก็ยึดเอาไปทั้งหมด ไม่แบ่งให้สวีซิ่วและลูกสาวของเธอเลยแม้แต่น้อย
ถึงยังไงก็ตามเด็กคนนั้นก็เป็นหลานสาวของหลี่กุ้ยหวา แต่เธอกลับไม่สนใจ
พอได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็กัดฟันกรอด "แล้วตอนนี้เธอเลี้ยงลูกยังไง?"
สวีซิ่วไม่ได้พูดอะไร ก็มีคนมาเรียกเธอพอดีเธอจึงเดินไปทำงานตรงนั้น
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถอนหายใจอย่างจนปัญญา
ทำงานไปได้สักพักก็ได้ยินคนข้างๆ คุยกัน
"ว่าแต่สวีซิ่วทำไมถึงซวยได้ขนาดนี้นะ?"
"จะทำยังไงได้หลี่กุ้ยหวาไม่เคยเห็นเธอเป็นลูกสะใภ้ตัวเองเลยสักนิดถ้าไม่ใช่เพราะลูกชายหล่อนอยากแต่งงานด้วย ก็คงไม่สนใจตั้งแต่แรกแล้ว"
"ที่ไม่เอาหลานสาวก็เพราะเป็นผู้หญิงถ้าเป็นหลานชาย คงอุ้มกลับบ้านไปเลี้ยงเป็นอย่างดีแล้ว"
…
ฟังเรื่องที่พวกเขาพูดกันแบบนี้แล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็รู้สึกขมขื่นในใจ
เธอหันกลับไปมองสวีซิ่วที่ยังทำงานอยู่
ทุกคนทำงานอย่างขยันขันแข็งเอามือปาดเหงื่อที่หน้าผากเป็นระยะ จนกระทั่งถึงเวลาพักกินข้าวเช้า
ที่นี่ไม่มีข้าวให้ ทุกคนต้องเอาข้าวมาเองพวกเขาจะใส่ผักติดมานิดหน่อย แล้วก็หมั่นโถวอีกสองก้อนถึงจะเย็นชืดไปบ้างแต่ก็ยังอร่อย
ทุกคนต่างนั่งจับกลุ่มกันกินข้าว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวล้างมือเสร็จก็เห็นสวีซิ่วนั่งอยู่คนเดียวถือหมั่นโถวชิ้นใหญ่อยู่ในมือ แต่ในกล่องข้าวกลับไม่มีอะไรเลย
เธอดูเนื้อในกล่องข้าวตัวเองแล้วเดินไปนั่งข้างๆ สวีซิ่ว ก่อนจะตักเนื้อใส่ในกล่องข้าวของอีกฝ่าย"กินด้วยกันนะ!"
สวีซิ่วตกใจกับท่าทีของต่งเสี่ยวเสี่ยวรีบลุกขึ้นทันที "ไม่ต้อง ไม่ต้องหรอกฉันกินแค่หมั่นโถวก็พอแล้ว!"
สวีซิ่วตกใจจริงๆ
เธอต้องเลี้ยงดูลูกสาวกับแม่ที่ตาบอดทั้งครอบครัวใช้ชีวิตอย่างยากลำบากปกติแล้วช่วงปีใหม่หรือเทศกาลสำคัญเท่านั้นถึงจะได้ซื้อเนื้อกิน
ลูกสาวของเธอผอมแห้งแรงน้อยจนมีแต่กระดูกอยู่แล้ว
เธอไม่ได้กินเนื้อมานานมากแล้วแทบจะลืมไปแล้วว่ารสชาติของเนื้อเป็นยังไง
"มีอันนี้กินกับหมั่นโถวจะอร่อยขึ้นนะ" ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดจบก็กัดหมั่นโถวไปคำหนึ่งแล้วคีบผักในกล่องข้าวมากินบ้าง
เมื่อกี้นี้ที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวแบ่งเนื้อให้สวีซิ่วหลี่กุ้ยหวาเห็นการกระทำนั้นทั้งหมด ดวงตาของเธอแดงก่ำ กัดฟันกรอดมือสั่นเทาด้วยความโกรธ
เธอดูกล่องข้าวของตัวเองรีบเดินตรงไปข้างหน้า ตั้งใจจะแย่งเนื้อนั้นมา
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกินข้าวเสร็จพอดีก็เห็นหลี่กุ้ยหวาเดินมาทางเธออย่างรวดเร็ว
เธอแสยะยิ้มหลี่กุ้ยหวาเดินเข้ามาจะแย่งกล่องข้าวของสวีซิ่วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ยื่นมือไปคว้าแขนหล่อนไว้ "จะทำอะไร?"
"นี่ถึงกับไม่รู้จักยางอายแล้วเหรอคะ?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวแสดงสีหน้าเย็นชาเธอจับมือของหลี่กุ้ยหวาไว้แน่น
หลี่กุ้ยหวาอยากจะสะบัดมือออกแต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับจับเอาไว้แน่น "คนแก่ใกล้ลงโลงแล้วยังจะมาแย่งเนื้อจากอดีตลูกสะใภ้ตัวเองอีก?"
"ของของหล่อนมันควรจะเป็นของฉันตั้งแต่อยู่แรกแล้ว!"
ความไร้ยางอายของหลี่กุ้ยหวาเลยจุดที่ควรจะเป็นไปแล้ว
แม้แต่คนที่ยืนดูอยู่ก็ยังทนฟังไม่ได้
เรื่องนี้ผ่านมาสามสี่ปีแล้วแต่หลี่กุ้ยหวายังพูดคำพูดแบบนี้ออกมา
ยังมีความละอายใจอยู่บ้างไหม?
สวีซิ่วนั่งยองๆ อยู่ตรงนั้น เธอก้มหน้าลงบนใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา
เธอไม่มีปัญญาพาทั้งแม่ที่ตาบอดและลูกสาวออกไปจากที่นี่หลายปีมานี้จึงถูกหลี่กุ้ยหวารังแกมาตลอด
ไม่เคยมีใครยื่นมือมาช่วยเธอ
"ปล่อยฉันนะ!"
หลี่กุ้ยหวายื่นมือมาผลักต่งเสี่ยวเสี่ยวออก"เธอมายุ่งอะไรด้วย!"
"ได้ยินว่าเธอเป็นเด็กจบใหม่ที่ถูกส่งมาทำงานในชนบทสุดท้ายก็โดนวางยาแล้วไปนอนกับ…" หลี่กุ้ยหวาพูดไม่หยุดต่งเสี่ยวเสี่ยวพอได้ยินคำพูดแบบนี้ ก็ผลักหล่อนออกไปโดยไม่ลังเลเตะเข้าไปที่เข่าของหล่อน
หลี่กุ้ยหวาสู้แรงไม่ได้ล้มลงกับพื้นส่งเสียงดัง เธอรู้สึกว่าปวดตัวไปหมด
ต่งเสี่ยวเสี่ยวก้มมองดูหล่อนที่ล้มลง"ป้าเองก็เป็นผู้ใหญ่แล้วนะคะ ฉันเลยให้ความเคารพทุกอย่างไม่คิดว่าป้าจะไม่รับ ถ้าแบบนั้นฉันก็ไม่ต้องทนแล้วใช่ไหม!"
"ป้าจะมาที่นี่ได้ยังไง ฉันไม่สนแต่ในเมื่อมาอยู่ที่นี่แล้ว ก็ต้องทำงาน!"
"ใช่แล้ว..." ต่งเสี่ยวเสี่ยวจงใจเข้าไปกระซิบข้างหูของหลี่กุ้ยหวา "อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะคะวันนี้ตอนเช้าป้าแอบอยู่ที่ตรงก้อนหินตรงนั้นเป็นชั่วโมง"
พูดจบเธอก็ลุกขึ้นยืน"ถ้าอยากจะไปฟ้องหัวหน้าหน่วย ก็ตามสบายเลยค่ะ"
ถ้าหลี่กุ้ยหวากล้าไปเธอก็จะไปหาหวังฮั่นเหลียงบ้าง
"นางสารเลว…" เธอมองต่งเสี่ยวเสี่ยวที่ดึงมือสวีซิ่วออกไปหลี่กุ้ยหวาโกรธจนทุบพื้นอย่างแรงด้วยมือทั้งสองข้าง
หลายคนแอบเอามือปิดปากหัวเราะบางคนก็คล้อยตามด่าทอเธอไปสักพัก
ต่งเสี่ยวเสี่ยวดึงสวีซิ่วออกไปจากตรงนั้นพอเห็นหล่อนที่พยายามปิดกล่องข้าว เธอก็ถอนหายใจ "ฉันรู้ว่าเธออยากจะเอาไปให้ลูก แต่สภาพอากาศมันร้อน"
"เธอกินก่อนเถอะ ถ้า…"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยังพูดไม่ทันจบสวีซิ่วก็ส่ายหน้า จับมือเธอไว้แน่น น้ำตาไหลพรากๆ "ขอบคุณค่ะ พี่เสี่ยวเสี่ยว"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวปลอบหล่อนอยู่นานสุดท้ายก็ให้หล่อนกินเนื้อก่อน
พักผ่อนไปสักพัก พวกเธอก็ไปทำงานต่อ
ช่วงเที่ยงค่อนข้างยุ่งต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่มีเวลาคุยกับสวีซิ่วเลย
พอใกล้จะถึงเวลาเลิกงานต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังจะไปกินน้ำ ผู้หญิงคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามา"แย่แล้ว สหายต่ง สวีซิ่วตกจากที่สูง!"
พอได้ยินแบบนั้นต่งเสี่ยวเสี่ยวก็รีบเดินตามผู้หญิงคนนั้นไป
เธอไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านแต่เธอถูกชะตากับสวีซิ่ว เธออยากจะช่วยหล่อน
เมื่อเดินไปทางนั้นต่งเสี่ยวเสี่ยวสังเกตเห็นว่าเส้นทางเริ่มไกลออกไปเรื่อย ๆ
สีหน้าของเธอเริ่มแสดงความระมัดระวังแต่ผู้หญิงคนนั้นยังคงเดินต่อไป
"ตรงนี้!"
เธอพูดพลางโบกมือ ต่งเสี่ยวเสี่ยวค่อยๆเดินเข้าไป ตรงนั้นมีแท่นสูงที่ทำจากกองหิน
พอเห็นแบบนี้แล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็รู้แล้วว่าพวกเธอคิดจะทำอะไร
เธอแค่นเสียง "พวกเธอคิดว่าฉันเป็นเด็กหรือไง ถึงเอาเรื่องแบบนี้มาหลอกกัน?"
"ฮึ"
เธอหัวเราะเยาะ แต่พอกำลังจะหันหลังกลับหลี่กุ้ยหวาไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน ก็กระโดดเข้ามาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่นแล้วดึงเธอไปทางนั้น
"นางสารเลววันนี้ฉันจะดูซิว่าเธอยังจะปากดีได้อีกไหม!"
"นางสวีซิ่วนั่นมันตัวซวยใครที่เคยช่วยมันก็โดนฉันเล่นงานหมดแล้ว คิดว่าเธอจะรอดเหรอ?"
หลี่กุ้ยหวาแสดงสีหน้าดุร้ายผู้หญิงคนเมื่อกี้ก็ช่วยดึงต่งเสี่ยวเสี่ยวอีกแรง
ถึงต่งเสี่ยวเสี่ยวจะมีแรงค่อนข้างมากแต่พอถูกผู้หญิงวัยกลางคนสองคนดึงแบบนี้ เธอก็เริ่มทนไม่ไหวสะบัดมือยังไงก็สะบัดไม่หลุด
เธอกำลังจะถูกดึงไปตรงกองหินต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ลังเลอยู่สักพัก ในเมื่อมือขยับไม่ได้ แต่เท้าขยับได้นี่
เธอเตะเข้าไปที่เข่าของหลี่กุ้ยหวาหล่อนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ล้มลงกับพื้น เท้าพลาดไปเหยียบหินก้อนหนึ่งจึงเสียหลักเข้าไปในซอกหิน
ในที่สุดต่งเสี่ยวเสี่ยวก็สะบัดมือออกมาได้ข้างหนึ่งเธอรีบดึงมือออกมา แล้วผลักผู้หญิงคนนั้นออกไป
หลังจากนั้นก็ชี้หน้าด่ากราด"ถ้าเข้ามาอีก ฉันจะร้องให้คนช่วย!"