“พี่ใหญ่เซี่ย! ท่านได้เหล้าดีเช่นนี้มาจากที่ใด” จูอู๋เซินถาม เขาชอบรสชาติที่เข้มข้นของเหล้าสีอำพันเป็อย่างมาก
“ข้าไม่เคยดื่มเหล้าที่มีฤทธิ์แรงและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวเช่นนี้มาก่อน” กัวฮุ่ยหลิงมองไปที่เหล้าขวดสีเขียวทรงหยดน้ำไม่วางตา เขาชอบกลิ่นหอมหวานของมันเป็พิเศษ
“พวกเ้ายังอยากดื่มอีกไหม” เซี่ยลี่หยางเห็นทั้งสองคนพยักหน้ารับ แต่เขากลับส่ายหน้าแล้วชี้ไปที่เหล้าแต่ละขวด “เหล้าสองขวดนี้ข้าจะไม่วางขายทั่วไป แต่จะใช้วิธีประมูล เดือนหนึ่งจะเอาออกมาประมูลแค่อย่างละห้าขวด ราคาเริ่มต้นอยู่ที่หนึ่งร้อยตำลึง”
“หนึ่งร้อยตำลึงคือราคาเริ่มต้น แพงมาก” กัวฮุ่ยหลิงพูด
“ใช่! แพงมาก เ้าคิดจะปล้นหรืออย่างไร แม้แต่เหล้านารีแดงยังมีราคาแค่ขวดละยี่สิบตำลึงเท่านั้นเอง” จูอู๋เซินะโ
“เหล้านารีแดงมีขายอยู่ทุกที่ แต่เหล้าของข้ายังไม่มีขายที่ไหน และข้ามั่นใจว่าในแคว้นนี้ก็ไม่มีใครมีเหล้าชั้นดีขายเหมือนข้า”
สองคุณชายต้องยอมรับอีกครั้ง พวกเขาไม่เคยดื่มเหล้าที่มีรสชาติเข้มข้นและมีกลิ่นหอมที่เป็เอกลักษณ์เช่นนี้มาก่อนจริงๆ
“หากเหล้าสองชนิดนี้มีไว้ประมูล แล้วเหล้าขวดสีเขียวสี่ขวดนี้เล่า เ้าจะตั้งราคาไว้ที่เท่าไหร่” กัวฮุ่ยหลิงถาม
“อ้อ...สี่ขวดนี้หรือ” เซี่ยลี่หยางชี้ไปที่ขวดโซจูทั้งสี่รส “ก็แค่เหล้าหวานธรรมดา ราคาไม่แพง แค่ขวดละห้าตำลึง”
“ห้าตำลึง!” กัวฮุ่ยหลิงล้วงเงินออกมาจากแขนเสื้อ “นี่คือเงินยี่สิบตำลึง ข้าขอซื้อเหล้าทั้งสี่รสชาตินี้กลับบ้านได้หรือไม่”
“ข้าก็จะซื้อเหมือนกัน” จูอู๋เซินรีบบอก
“ข้าให้พวกเ้าไปเปล่าๆ ก็ได้ แต่พวกเ้าไม่อยากดื่มอำพันเรืองรองกับมรกตมั่งมีให้มากกว่านี้หรือ หากพวกเ้ายินดีเอาเงินมาให้ข้าสักคนละหนึ่งพันตำลึง ข้าจะให้อำพันเรืองรองกับมรกตมั่งมีแก่พวกเ้าอย่างละสองขวด พวกเ้าคิดให้ดีๆ หากข้าเปิดประมูลเหล้าสองชนิดนี้จริง หนึ่งพันตำลึงที่เ้ามีคงจะซื้อเหล้าสองชนิดนี้กลับไปไม่ได้” เซี่ยลี่หยางบอก
จูอู๋เซินกับกัวฮุ่ยหลิงเป็นักดื่มสุราตัวยงเช่นกัน พวกเขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเหล้าทั้งสองชนิดนี้เป็เหล้าดี แต่เงินหนึ่งพันตำลึงก็นับว่าเป็เงินจำนวนมาก แต่ถ้าคิดอีกที หากเซี่ยลี่หยางเปิดประมูลเหล้าทั้งสองชนิดนี้ขึ้นมาจริง เงินอันน้อยนิดที่อยู่ในมือของพวกเขาคงมาแย่งประมูลไม่ได้แน่
กัวฮุ่ยหลิงกัดฟันหยิบตั๋วแลกเงินออกมาจากแขนเสื้อ เมื่อนึกถึงเหล้าดีทั้งสี่ขวดและเหล้าหวานอีกสี่ขวดที่จะได้มาเปล่าๆ “ได้! หนึ่งพันตำลึงก็หนึ่งพันตำลึง”
จูอู๋เซินก็คิดเช่นเดียวกัน แต่เขากลับหยิบตั๋วแลกเงินจำนวนสองพันตำลึงออกมา “เงินจำนวนนี้ข้าต้องได้อำพันเรืองรองสี่ขวด มรกตมั่งมีสี่ขวด และเหล้าหวานแปดขวดใช่หรือไม่”
“ไม่มีปัญหา ข้าแถมเหล้าหวานให้เ้าเป็สิบสองขวดก็ยังได้” เซี่ยลี่หยางตอบ
กัวฮุ่ยหลิงได้ยินก็นึกเสียดายที่เขามีเงินอยู่ในมือแค่หนึ่งพันตำลึง “พี่ใหญ่เซี่ย แล้วข้าจะได้เหล้าทั้งหมดกลับไปวันนี้เลยหรือไม่”
“ตอนนี้เหล้าทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่ร้าน แต่พวกเ้ากลับไปเปลี่ยนชุดก่อนแล้วค่อยกลับมารับสินค้าก็แล้วกัน ข้าจะไปเอามาให้”
“เซี่ยลี่หยาง เ้าไม่ได้คิดที่จะโกงเงินพวกข้าใช่หรือไม่” จูอู๋เซินถามอย่างไม่ไว้ใจ
“งั้นก็เอาตั๋วแลกเงินของพวกเ้าคืนไป การซื้อขายครั้งนี้ยกเลิก” เซี่ยลี่หยางพูดยิ้ม “แล้วเมื่อกี้เ้าเรียกข้าว่าอย่างไรนะคุณชายจู”
จูอู๋เซินสะดุ้งขึ้นเล็กน้อย “พี่ใหญ่เซี่ย อย่าถือสาข้าเลย ข้าแค่พลั้งปากไปเท่านั้น เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ข้ากับฮุ่ยหลิงจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน อีกครึ่งชั่วยาม (1 ชั่วโมง) เราสองคนจะกลับมารับสินค้า”
จูอู๋เซินกับกัวฮุ่ยหลิงรีบเดินออกจากร้านไปอย่างร้อนรน เวลานี้เซี่ยลี่หยางไม่ใช่คนที่พวกเขาจะรังแกได้อีกแล้ว
ฝูเกามองดูคุณชายใหญ่ของตนเจรจาการค้าอยู่อย่างรู้สึกทึ่ง แค่พูดไม่กี่คำ คุณชายของเขาก็ปิดการขายและได้เงินมาถึงสามพันตำลึง ตัวเขาที่ช่วยงานนายท่านสามมาตลอดชีวิตยังไม่สามารถหาเงินสามพันตำลึงได้ในเวลาแค่หนึ่งเค่อ (15 นาที) เวลานี้ฝูเกาแทบจะคุกเข่าทำความเคารพคุณชายใหญ่แล้ว
เซี่ยลี่หยางหันไปมองฝูเกาก่อนจะผลักตั๋วแลกเงินสามพันตำลึงให้เขา “เงินจำนวนนี้คงพอให้ท่านไปสั่งทำขวดแก้วและขวดกระเบื้องเคลือบได้แล้วกระมัง”
“ได้...ได้ขอรับ” ฝูเการีบรับตั๋วแลกเงินมา
“รอบแรกนี้สั่งทำขวดแก้วใสและขวดกระเบื้องเคลือบลายใบไผ่สำหรับอำพันเรืองรองและมรกตมั่งมีแค่อย่างละสามสิบใบก็พอ ส่วนขวดกระเบื้องเคลือบสำหรับบรรจุเ้าหวานรสดั้งเดิม รสพีช รสองุ่นเขียว และรสบลูเบอร์รี ให้ท่านทำเป็ขวดสีขาวขุ่น สีชมพูอ่อน สีเขียวอ่อน และสีฟ้าม่วงอ่อนตามลำดับ ให้ทำมาอย่างละห้าร้อยใบ หากเงินยังเหลือก็ให้ท่านสั่งทำโต๊ะกับเก้าอี้มาเพิ่ม และทำเคาน์เตอร์บาร์ใหม่ด้วย”
“เคาน์เตอร์บาร์? คืออะไรหรือขอรับ” ฝูเกาถาม
“อะแฮ่ม...ไม่มีอะไร ข้าแค่พูดผิดไป” เซี่ยลี่หยางลืมตัวพูดคำทับศัพท์ไปเสียแล้ว เขารีบหยิบกระดาษที่เขาวาดแบบส่งให้ฝูเกา “ข้าหมายถึงตู้แสดงสินค้า ท่านบอกให้ช่างทำตามแบบที่ข้าวาดให้ก็พอ ทำแบบนี้เราถึงจะดึงลูกค้าให้เข้ามาในร้านได้มากขึ้น”
ฝูเกาไม่สงสัยสิ่งใดอีก เพราะคำว่าสามารถดึงให้ลูกค้าเข้ามาในร้านได้นั้นเป็คำที่เขาอยากได้ยินในรอบหลายปี “เช่นนั้นข้าจะออกไปจัดการเดี๋ยวนี้”
“ท่านไปเถอะ” เซี่ยลี่หยางยิ้ม “อ้อ...ลุงฝู ข้าให้เวลาเจ็ดวัน ท่านทำได้หรือไม่”
“ได้แน่นอนขอรับ” ฝูเกากำตั๋วแลกเงินไว้แน่น ขอแค่มีเงิน มีหรือที่งานจะไม่สำเร็จ
“คุณชายให้ท่านพ่อไปทำธุระสำคัญหมดแล้ว แล้วข้าเล่าขอรับ ข้ายังไม่มีงานที่ต้องทำเลย” ฝูเจ๋อกั๋วถาม “หรือว่าท่านจะให้ข้าเริ่มทำความสะอาดร้านดี”
“เ้าไปปิดประตูร้านและเขียนป้ายติดไว้ด้วยว่าอีกเจ็ดวันเราจะเปิดประมูลอำพันเรืองรองกับมรกตมั่งมี ราคาเริ่มต้นที่หนึ่งร้อยตำลึง แล้วเ้าก็ตามข้ากับเหวินซูกลับไปเอาของที่บ้าน”
“ได้ขอรับคุณชาย” ฝูเจ๋อกั๋วรีบทำตามคำสั่งทันที
เซี่ยลี่หยางจัดข้าวของเครื่องใช้ อาหารและที่นอนอย่างดีให้กับฝูเกาและฝูเจ๋อกั๋ว ทั้งยังได้เตรียมเหล้าตามจำนวนที่จูอู๋เซินและกัวฮุ่ยหลิงสั่งซื้อไว้ แต่เพราะของที่ต้องขนไปมีปริมาณมาก เซี่ยลี่หยางจึงให้ฝูเจ๋อกั๋วไปว่าจ้างวัวเทียมเกวียนเพื่อให้มาช่วยขนสินค้า แต่เพราะเซี่ยลี่หยางไม่มีเงินอยู่ในมือ เขาจึงนำแป้งกับข้าวสารอย่างละถุงมามอบให้เป็ค่าจ้าง
เ้าของเกวียนรับจ้างถึงกับตาโต ไม่ใช่ว่าคุณชายใหญ่เซี่ยผลาญสมบัติของครอบครัวไปหมดแล้วหรือ แล้วทำไมค่าจ้างที่เขาได้รับสำหรับขนของแค่เที่ยวเดียวถึงเป็แป้งกับข้าวสารได้เล่า หากนับเป็เงินนี่มันก็หลายตำลึงอยู่ไม่ใช่หรือ
“เอ่อ...คุณชายขอรับ ข้าคิดว่าค่าจ้างนี้มันมากเกินไป”
“ไม่มากๆ นี่แค่นิดหน่อยเท่านั้น” เซี่ยลี่หยางโบกมือปฏิเสธ
“ท่านลุงรับไปเถิดขอรับ ข้ากับพี่ใหญ่ต้องขอโทษท่านด้วยซ้ำที่ไม่ได้ให้เงินค่าจ้างกับท่าน แต่กลับเอาสิ่งของมาจ่ายเป็ค่าจ้างแทน” เซี่ยเหวินซูบอกอย่างสุภาพ
“ท่านรับของไปเถิดลุงหม่า ตอนนี้เ้านายของข้าไม่มีเงินอยู่ในมือแล้วจริงๆ” ฝูเจ๋อกั๋วบอก
“เ้านายของเ้าผลาญสมบัติจนไม่มีเงินเหลือจริงอย่างที่คนเขาพูดกันใช่ไหมเจ๋อกั๋ว” ลุงหม่ากระซิบถามฝูเจ๋อกั๋ว
“ใช่ที่ไหนกันเล่า คุณชายใหญ่ของข้ากำลังจะปรับปรุงโรงสุรา อีกเจ็ดวันข้างหน้าก็จะกลับมาเปิดทำการเหมือนเดิมแล้ว หากท่านรู้สึกเกรงใจ ท่านก็ช่วยป่าวประกาศออกไปเยอะๆ ว่าอีกเจ็ดวัน โรงสุราหยางซูซิ่งของเราจะมีการเปิดประมูลเหล้าชนิดใหม่”
“ประมูลเหล้า? ไม่ใช่ว่าโรงสุราของเ้ากำลังจะเจ๊งหรือ”
“เมื่อก่อนน่ะใช่ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว” ฝูเจ๋อกั๋วมองหน้าเ้านายแล้วยิ้มอย่างภูมิใจ “เ้านายของข้าทำการค้าเก่งกาจ แค่พูดไม่กี่คำก็ขายสินค้าได้เงินมาตั้งสามพันตำลึง”
ลุงหม่ามองถุงข้าวสองถุงที่อยู่ในมือ ก่อนที่จะมองไปที่เซี่ยลี่หยาง ชายหนุ่มตรงหน้าไม่เหลือคราบคุณชายขี้เมาให้เขาเห็นอีกแล้ว นายท่านสามเซี่ยเป็คนดีและใจบุญ ิญญาบน์คงมาดลใจให้ลูกชายกลับตัวเป็คนใหม่แล้วสินะ
“ได้! ข้าจะช่วยป่าวประกาศให้ว่าอีกเจ็ดวัน โรงสุราหยางซูซิ่งจะเปิดทำการและจะมีเหล้าดีออกมาขาย” ลุงหม่ารับปาก
“เผื่อว่าท่านจะไม่เชื่อ ท่านเอาเหล้าขวดนี้กลับไปดื่มได้ขอรับ” เซี่ยลี่หยางมอบโซจูรสดั้งเดิมให้ลุงหม่าไปหนึ่งขวด
ลุงหม่าก็ไม่ปฏิเสธ กว่าที่เขาจะมีโอกาสได้ดื่มเหล้าสักจอกไม่ใช่เื่ง่าย เขารีบเปิดขวดเหล้าแล้วยกขึ้นจิบทันที “คุณชายใหญ่! ข้ารับรองว่าอีกเจ็ดวัน ชาวเมืองเสียนโจวต้องทราบข่าวว่าโรงสุราของท่านจะมีเหล้าดีออกมาขายอย่างแน่นอนขอรับ”
“เช่นนั้นข้าต้องขอขอบคุณท่านลุงล่วงหน้าแล้วขอรับ”