“คุณแน่จะไม่ไปหาหมอจริง ๆ เหรอ” มีนาถามคนที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงเก่า ๆ ขนาดสามฟุตครึ่งเสียงอ้อมแอ้ม เพราะไม่มีทางเลือกที่ดีไปกว่านี้ มีนาจึงจำเป็ต้องพาอาเธอร์มาหลบที่ห้องเช่าขนาดเล็กของตัวเองก่อน
“พวกมันได้ตามไปเก็บฉันที่โรงพยาบาลพอดีน่ะสิ”
“แต่แผลคุณมันลึกมากเลยนะ เืคุณก็ไหลไม่ยอมหยุดด้วย” ดวงตากลมโตมองไปยังแผลที่ถูกะุเฉี่ยวเป็จนรอยแผลลึกยาวเกือบสามเิเได้ แถมตรงไหล่ก็ดูเหมือนจะโดนยิงเข้าจัง ๆ อีกต่างหาก
“เดี๋ยวคนของฉันก็ตามมาช่วยเองนั่นแหละ ในห้องนายมีอุปกรณ์ทำแผลไหม”
“มะ...มี เดี๋ยวผมเอามาให้นะ”
“อืม” อาเธอร์มองตามร่างบางที่เดินวุ่นไปทั่วห้องเพื่อเตรียมอุปกรณ์ทำแผลให้เขาอย่างกระตือรือร้น
มีนาทำแผลให้คนตรงหน้าอย่างกล้า ๆ เกร็ง ๆ เพราะแผลของอาเธอร์ค่อนข้างลึก และดูเหมือนว่าตรงไหล่จะมีะุฝังในอยู่ด้วย
“คุณไปมีเื่กับใครมาเหรอ” เพราะทนสายตาที่มองเขานิ่ง ๆ ไม่ไหว มีนาเลยตัดสินใจชวนอีกฝ่ายหนึ่งคุยเพื่อทำลายบรรยากาศอันกดดันนี้
“แค่พวกชอบลอบกัดข้างหลังสักคนนั่นแหละ”
“อือ”
บรรยากาศกลับมาเงียบสงบอีกครั้งเมื่อทั้งสองไม่มีใครพูดอะไรต่อ อาเธอร์ปล่อยให้มีนาทำแผลเงียบ ๆ ดวงตาคมดั่งพญาเหยี่ยวกวาดมองไปรอบ ๆ ราวกับจะสำรวจสิ่งรอบตัวอย่างละเอียดอีกครั้งหลังจากที่แน่ใจแล้วว่า มีนาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับศัตรูของเขา
ห้องพักที่แสนอึดอัดมีของว่าอยู่ในห้องแค่ไม่กี่ชิ้น ผนังที่ดูเก่าจนเห็นร่องรอยการหลุดของสีที่ทาเอาไว้บางจุด ทำเอาคิ้วหนาเริ่มขมวดเป็ปมเพราะความไม่พอใจกับสภาพความเป็อยู่แบบนี้สักเท่าไหร่
อาเธอร์เป็นักธุรกิจที่ร่ำรวยที่สุด แน่นอนว่าธุรกิจของเขามีมากมายจนสาธยายออกมาไม่หมด พื้นฐานของครอบครัวเขาเป็คนที่มีฐานะอยู่แล้วโดยกำเนิด แต่เพราะเคยโดนศัตรูของพ่อทำร้ายตอนครอบครัวตกอับอยู่่หนึ่ง
อาเธอร์เกลียดการเป็อยู่แบบนี้เป็อย่างมากเพราะมันทำให้เขานึกถึงเื่ราวที่ครอบครัวของตัวเองถูกตามฆ่าล้างทั้งตระกลูเมื่อตอนเขายังแบเบาะ เขาถูกพ่อบ้านอุ้มหนีตายออกมาจากการลอบฆ่าครั้งนั้นอย่างทุลักทุเล
ในตอนเด็กอาเธอร์ต้องย้ายถิ่นฐานไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้ใครตามหาเขาเจอ จนเมื่อเขาอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์พ่อบ้านคนนั้นจึงเล่าเื่ราวทั้งหมดให้เขาฟัง หลังจากนั้นเขาจึงทำทุกอย่างเพื่อแก้แค้นคนที่ฆ่าล้างตระกูลตัวเอง พร้อมทั้งทวงทรัพย์สินทุกอย่างของครอบครัวกลับคืนมาภายในระยะเวลาเกือบสิบปี
“นายอยู่ที่นี่มานานแค่ไหน”
“หื้อ? หมายถึงห้องนี้เหรอครับ” มีนาเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างฉงน เมื่ออาเธอร์ได้ยินคำถามกำกวนนี้
“อืม”
“ั้แ่ที่ผมย้ายออกจากบ้านเด็กกำพร้ามาผมก็เช่าอยู่ที่ห้องนี้ตลอดเลย...น่าจะปีกว่าได้แล้วมั้งครับ” มีนาคิดคำนวณครู่หนึ่งก่อนจะก้มทำแผลให้ร่างสูงต่อ
“นายเป็เด็กกำพร้า?”
“ครับ”
“เคยคิดอยากตามหาพ่อแม่ของตัวเองบ้างไหม” ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรอาเธอร์ถึงอยากถามเื่นี้กับอีกฝ่าย มันอาจเป็เพราะว่าเขาเคยหนีตายโดยที่ไม่มีพ่อแม่มาั้แ่เล็ก ๆ เหมือนคนตรงหน้านี้ก็เป็ไปได้
“ไม่ครับ”
“ทำไม” เสียงทุ้มยังคงถามต่อ
“ในเมื่อเขาตัดสินใจทิ้งผมให้อยู่ในที่แบบนั้นแล้ว นั่นแปลว่าเขาตั้งใจที่จะไม่้าพบเจอกับผมอีกไม่ใช่เหรอครับ แล้วทำไมผมต้องตามหาคนที่ไม่้าตัวเองให้ต้องเสียใจด้วยล่ะครับ”
มีนาไม่เคยคิดโกรธหรือแค้นเคืองผู้ให้กำเนิดเลยสักนิด เขาคิดว่าทุกคนเกิดมาย่อมมีกรรมเป็ของตัวเอง ดังนั้นการยอมรับในสิ่งที่เขาเองก็ลิขิตมันไม่ได้ย่อมเป็ผลดีกับตัวเองมากกว่า
“นาย...”
“ทำไมเหรอครับ” หน้าหวานเอียงคอมองคนที่พูดค้างเอาไว้ด้วยความสงสัย ก่อนเสียงทุ้มจะพูดต่อจนจบประโยค
“แปลกดี”
“ใคร ๆ ก็บอกกับผมแบบนั้นเหมือนกัน” มีนายิ้มรับคำนั้นแต่โดยดีพร้อมเหลือบมองร่างโปร่งใสที่ลอยไปมาที่อยู่ไม่ไกลจากททั้งสองคนนั่งอยู่
‘คนเห็นผีได้ไม่ได้เป็คนประหลาดสักหน่อย พี่มีนาเลิกคิดมากเื่นี้ได้แล้ว’
มีนาได้แต่กระตุกยิ้มมุมปากแล้วส่ายหัวเบา ๆ ส่งกลับไปให้ปุ๊กปิ๊ก เพราะมีคนอื่นอยู่ด้วย มีนาเลยไม่สามารถที่จะพูดคุยกับอีกฝ่ายอย่างที่เคยทำประจำได้
“ฉันไม่ได้สื่อความหมายไปในทางที่ไม่ดี เผื่อนายไม่เข้าใจ”
“ผมเข้าใจครับ อะ เสร็จแล้ว”
“ขอบใจ” อาเธอร์มองแผลที่ถูกพันเอาไว้อย่างเรียบร้อยราวกับมืออาชีพ ก่อนที่มือขาวจะยื่นยาเม็ดสีขาวสะอาดขนาดพอดีมาให้ตรงหน้าสองเม็ด
“ยาแก้ปวดครับ ผมว่าคุณควรจะกินมันเอาไว้ด้วยเผื่อมันอาจจะปวดมากกว่าเดิม”
“อืม”
“แล้วคนของคุณจะตามมาหาที่นี่ได้ยังไง” เมื่ออีกฝ่ายกลืนยาลงคอไปแล้ว มีนาจึงถามขึ้นอีกครั้งเมื่อนึกถึงความเป็ไปได้ของข้อนี้
“ในตัวฉันมีเครื่องติดตามตำแหน่งน่ะ อีกไม่นานพวกนั้นคงตามฉันเจอ”
“งั้นผมว่าคุณนอนพักก่อนก็ได้ครับ ผมขอลงไปเอาถุงขยะไปทิ้งก่อน” มีนาบอกกับอีกฝ่าย เมื่อเขานึกขึ้นได้ว่าวันนี้ยังไม่ได้เอาถุงขยะลงไปทิ้ง
“นายคงไม่คิดที่จะหักหลังฉันใช่ไหม”
“ผมจะไปหักหลังอะไรคุณล่ะครับ ผมกับคุณเจอกันครั้งแรกก็ตอนคุณมากินข้าวกับแฟนนะที่ร้านนะ” มีนามองหน้าอีกฝ่ายอย่างเอือม ๆ เขาไม่คิดเลยว่าอาเธอร์จะระแวงไปหมดแบบนี้
“ไม่ใช่แฟนสักหน่อย แค่คู่ค้าที่มีผลประโยคร่วมกันต่างหาก”
“เอ่อ...”
“ฉันกับเขาไม่ใช่แฟนกัน” อาเธอร์จ้องตาอีกฝ่ายไม่กะพริบเมื่อพูดย้ำประโยคนี้
“ครับ งั้นเดี๋ยวผมมานะ”
“อือ ระวังตัวด้วย ฉันไม่รู้ว่าพวกมันจะเห็นตอนที่นายเป็คนช่วยฉันมาที่นี่ไหม ยังไงก็อย่าประมาทก็แล้วกัน”
“ครับ”