เมื่อสาวร่างบางวิ่งกลับมาถึงบ้านโดยอาศัยแสงจันทร์ส่องทางแล้วเธอก็ได้พบกับผู้เป็พ่อนั่งรออยู่เก้าอี้ตัวเดิมที่หน้าบ้านพร้อมกับตะเกียงส่องสว่าง1 ดวง
“กลับมาแล้วเหรอลูก”
“ขอโทษนะคะพ่อพอดีเกิดเหตุสุดวิสัยนิดหน่อยเลยกลับช้าค่ะ” เหม่ยจูอธิบายเหตุผลให้กับบิดาแต่ก็ไม่ได้บอกไปถึงาแที่ได้รับ เนื่องด้วยไม่อยากให้ใครต้องมาเป็ห่วงอีกทั้งลู่ตงเฉินก็ไม่ได้สังเกตไปถึงฝ่าเท้าของเธอพอดี
“กลับมาแล้วก็ไปกินข้าวกินปลาเถิด…หยางซุนเตรียมไว้ให้แล้ว”เมื่อนึกถึงข้าวเธอก็ยกยิ้มขึ้นมาทันทีแน่นอนล่ะก็ตอนนี้ท้องของเธอนั้นร้อง จ๊อก ๆ แล้ว
“ก็ดีเหมือนกัน..มีคนทำอาหารไว้ให้รอ” ในตอนนี้เธอกำลังนึกถึงสเต็กเนื้ออร่อย ๆ หรือไม่ก็พิซซ่าหน้าปูอัดสักถาด
….แต่สิ่งที่ได้พบกลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อในชามอาหารมีเพียงข้าวเปล่าพร้อมกับไข่ไก่ต้มสุกวางอยู่ข้าง ๆประมาณเศษหนึ่งส่วนสี่ของลูกเท่านั้นหนำซ้ำดูจากตาเปล่าไข่นี้ก็ยังเป็ไซส์เล็กสุด ๆ อีกร่างบางจึงถอนหายใจออกมาอย่างแรง กลับจากงานเหนื่อย ๆ คิดว่าจะได้กินของที่อร่อย ๆกว่านี้ แต่ก็ช่างเถอะดีกว่าไม่มีกิน
หญิงสาวค่อย ๆ หย่อนก้นนั่งลงเก้าอี้ ฝืนใจกินข้าวกับไข่ต้มที่ในชีวิตนี้ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้กินอย่างฝืดคอพร้อมทั้งก้มหน้าต่ำมองลงในชาม “ก็ยังดีกว่าข้าวต้มเหลวๆ ไร้รสชาติที่แจกในคอมมูน เมื่อตอนกลางวัน..!” ปากกระจับค่อยๆ เบะออกราวกับช้ำอกช้ำใจ
ครั้นเหม่ยจูได้ทำกิจวัตรเสร็จและกำลังจะเตรียมเข้านอนในยามค่ำคืนเธอก็ได้เหลือบมองผ้าพันแผลสีขาวที่ฝ่าเท้า “ยาของผู้ชายคนนั้นได้ผลจริงด้วยแฮะ...”มุมปากเรียวถูกยกขึ้นอย่างไม่รู้ตัวครั้นอาการปวดนั้นได้จางหายไปแล้ว
“เอ…หรือว่าเขาจะเป็หมอกันนะถึงรู้วิธีทำแผลได้ประณีตอย่างนี้”
แต่ทว่าขณะที่เธอกำลังใช้ความคิด หญิงสาวกลับต้องชะงักเพราะสายตาได้เลื่อนไปเห็นฝากระป๋องเงินบนหัวนอนนั้นปิดไม่สนิท จึงรู้สึกเอะใจพลันรีบคว้ามันมาเปิดออกดู
และวินาทีนั้นเองเธอถึงกับแทบช็อค เมื่อกวาดสายตาดูแล้วไม่พบว่าข้างในนั้นมีเงินหลงเหลืออยู่เลยแม้สักเฟินเดียว..!!
“เงิน..!! เงินหายไปไหนหมด..!!” เธอพยายามคว่ำและเขย่ากระป๋องหลายต่อหลายครั้งเพื่อให้แน่ใจ
เมื่อแน่ชัดแล้วว่าเงินหายไปจริง ๆความโกรธเริ่มเข้าครอบงำในจิตใจหญิงสาว เธอกัดฟันกรอด ๆ อย่างขุ่นแค้น
“ใครกันมาขโมยเงินฉันไป..!!” ั์ตาสุดแค้นมองค้อนไปยังประตูห้องที่ถึงแม้จะปิดสนิทเธอรู้ว่าต้องเป็ฝีมือสองแม่ลูกคู่นั้นแน่ ๆ
ด้วยความที่เก็บอารมณ์ไม่อยู่ เธอจึงสาวเท้าไปเปิดประตูและบุกไปยังห้องสองแม่ลูกทันที
หลันฮวากับลี่อินที่นอนอยู่สะดุ้งตื่นอย่างใเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังโครมครามเข้ามา “อะไรกันน่ะเหม่ยจู เข้ามาไม่บอกไม่กล่าว..!!”
“คุณ……..ไม่ใช่สิ แม่..!!” ถึงเหม่ยจูกระดากปากที่จะต้องเรียกคำนี้ เธอก็ต้องฝืนเพื่อไม่ให้ใครจับได้“แม่เอาเงินในกระป๋องบนหัวนอนฉันไปเหรอคะ..?” เธอพยายามกดเสียงต่ำเพื่อข่มอารมณ์โกรธแล้วถามออกไปอย่างตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม
“ปะ..เปล่านะ อย่ากล่าวหาฉันแบบนี้สิ” หลันฮวาผู้เป็แม่เลี้ยงปฏิเสธเสียงแข็ง
“นี่เธอมีสิทธิ์อะไรมาว่าแม่ของฉัน” ลูกสาวของหล่อนก็เข้าข้างกันได้เป็ปี่เป็ขลุ่ยทั้งสองคนสวมกอดกันราวกับกำลังถูกเหม่ยจูรังแก
“…มีอะไรกัน เสียงดังโวยวายไปถึงข้างนอกเชียว”ลู่ตงเฉิน ใช้ไม้เท้าค้ำยันพยุงร่างของตนเข้ามาตามเสียงเอะอะ
“ก็ลูกสาวตัวดีของคุณนะสิคะกล่าวหาว่าฉันขโมยเงินไป..” สองแม่ลูกเริ่มแสร้งบีบน้ำตาพร้อมผลัดกันเช็ดอย่างมันมือ
ทันใดนั้นเองตงเฉินได้หันไปกล่าวกับเหม่ยจู “หลันฮวาไม่ทำอย่างนั้นหรอก เหม่ยจู...”
เมื่อหญิงสาวเองได้ยินเช่นนั้นเธอถึงกับอึ้งและจุกอยู่กลางอกที่ผู้เป็พ่อไปเชื่อแม่เลี้ยงจอมลวงโลกและลูกติดอย่างนั้นเธอคิดว่าพ่อจะปกป้องเธอ แต่ไม่ใช่เลยเหม่ยจูจึงเดินก้มหน้าคอตกกลับเข้าห้องด้วยั์ตาสุดเศร้าบ่งบอกถึงอาการน้อยใจ
กระป๋องเงินที่ว่างเปล่า ยิ่งมองเห็นเธอก็ยิ่งเ็ป เหม่ยจูคิดว่าตราบใดที่เธอยังอยู่ที่นี่จะไม่ยอมปล่อยให้เงินหายไปง่าย ๆ แบบนี้เด็ดขาด
“ระบบคะ.!! คุณระบบอยู่ไหม..!!” เธอร้องเรียกอย่างร้อนใจ
ติ้ง…..~
[มาแล้วครับ มีอะไรให้กระผมรับใช้เอ่ย]
“คุณช่วยเรียกเงินในกระป๋องคืนมาหน่อยค่ะฉันอยากได้เงินคืน”
[คุณได้รับสิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ครับ..!!]
พรึ่บ….
ทันใดนั้นเองเงินที่เคยอยู่ในกระป๋องได้กลับมาอย่างครบถ้วนสร้างความดีใจบวกอารมณ์สะใจแก่เธอเป็อย่างมาก
“ฮ่า…ในที่สุดเงินก็กลับมาแล้วสินะ..!!”ร่างบางหัวเราะจนตัวโยก เหม่ยจูสาแก่ใจอย่างสุด ๆที่ระบบเนรมิตเสกให้ได้ดั่งใจปอง
แต่ทว่าเธอนั้นเกือบจะลืมไปว่าได้ใช้พรข้อแรกหมดไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
[ตอนนี้พรคุณโฮสต์เหม่ยจูเหลือ 3 ข้อแล้วนะครับ]
“อ่า ๆ ฉันเข้าใจแล้ว” ร่างบางพยักพเยิดหน้าแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคิดว่าพรอีก 3 ข้อมันก็ยังเยอะอยู่ดีก็แน่ล่ะใช้ไปแค่ข้อเดียวเองนี่เนอะ