เสียงประกาศก้องสะท้อนไปทั่วลานประลองเนิ่นนานปลุกความฮึกเหิมในหัวใจทุกคนให้ลุกโชน
ขณะที่เสียงนั้นยังคงดังก้องต้วนจื่อก็ก้าวเท้าขึ้นสู่เวทีประลองหมายเลขห้า
คู่ต่อสู้ของเขาคือ โอวหยางเฟิงจื่อผู้มีพลังขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับหก นับเป็ผู้มีฝีมือต้นๆในหมู่รุ่นเยาว์ของตระกูลโอวหยาง
ชายผู้นี้ก้าวเดินอย่างมั่นคงดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้า จ้องมองต้วนจื่อด้วยความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้
แม้ว่าระดับพลังจะต่างกันหนึ่งขั้นแต่ในด้านพละกำลัง โอวหยางเฟิงจื่อมั่นใจว่าตนจะไม่พ่ายแพ้
ด้วยเหตุที่ต้วนจื่อก้าวะโจากศูนย์สู่ขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเจ็ดอย่างรวดเร็วย่อมต้องมีรากฐานที่ไม่มั่นคง ประสบการณ์การต่อสู้ยังน้อย ต่อให้มีพลังเหนือกว่าเขาก็ไม่อาจใช้มันได้อย่างเต็มที่
นี่คือเหตุผลสำคัญที่ผู้คนมากมายซึ่งเร่งพลังด้วยโอสถหรือเคล็ดวิชาลับมักจะพ่ายแพ้ต่อคู่ต่อสู้ที่อ่อนด้อยกว่าแต่เจนจัดกว่า!
แน่นอนว่าโอวหยางเฟิงจื่อก็มิได้ประมาทหรือดูแคลนต้วนจื่อ
การที่อีกฝ่ายคว้าชัยในรอบยกกระถางย่อมแสดงให้เห็นว่ามีดีอยู่บ้างหากประมาทเลินเล่อก็อาจจะพ่ายแพ้ได้
ราวกับคิดอะไรบางอย่างออกดวงตาของโอวหยางเฟิงจื่อก็เป็ประกาย เขาเดินไปยังกลางเวที ยื่นมือให้ต้วนจื่อ
"สวัสดี ข้าชื่อโอวหยางเฟิงจื่อในการประลองครั้งนี้ ขอท่านโปรดชี้แนะ"
"อืม" ต้วนจื่อตอบรับสั้นๆจับมือที่โอวหยางเฟิงจื่อยื่นมา
ทันใดนั้นพลังขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังที่แข็งกร้าวก็พุ่งออกมาจากมือของโอวหยางเฟิงจื่อพุ่งตรงเข้าสู่ร่างของเขา
เจตนารุกรานปรากฏชัด!
"หืม?" ต้วนจื่อขมวดคิ้วรู้สึกถึงความผิดปกติ
ชิงลงมือก่อนหรือ?
ช่างเป็คนที่เ้าเล่ห์ยิ่งนัก!
แต่น่าเสียดาย เ้าเล่นผิดคนแล้ว!
ในห้วงความคิดต้วนจื่อก็รวบรวมพลังขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังโต้กลับออกไป
พลังขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังอันร้ายกาจของโอวหยางเฟิงจื่อยังไม่ทันแสดงอานุภาพก็ถูกทำลายจนสิ้นด้วยพลังที่ต้วนจื่อส่งออกไป
ยิ่งไปกว่านั้นพลังที่เหลือยังคงพุ่งไปด้วยแรงที่มิอาจต้านทานได้ ผ่านมือของต้วนจื่อพุ่งตรงเข้าสู่ร่างของโอวหยางเฟิงจื่อ
"อะไรกัน?!" สีหน้าของโอวหยางเฟิงจื่อที่เคยเปื้อนรอยยิ้มจางๆ แปรเปลี่ยนไปในทันทีราวกับััได้ถึงบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว เขาจึงรีบชักมือกลับ
ทว่าก็สายเกินไปพลังขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเจ็ดของต้วนจื่อทะลักเข้ามาทำให้ร่างของเขาสั่นสะท้าน ในลำคอก็รู้สึกถึงรสขมๆ
หากมิได้ควบคุมร่างกายของตนอย่างสุดกำลังแล้วกลืนเืที่จุกอยู่ที่คอลงไปละก็เขาคงต้องพ่นโลหิตออกมาให้ขายหน้าผู้คนเป็แน่
เห็นได้ชัดว่าการโจมตีแบบสายฟ้าแลบของต้วนจื่อทำให้เขาได้ลิ้มรสความเ็ป
"สมแล้วที่เป็ผู้ชนะเลิศในการยกกระถางรอบที่สองมิใช่ธรรมดาเลย" โอวหยางเฟิงจื่อจ้องมองต้วนจื่อดวงตาฉายแววระมัดระวัง
"แต่ข้าก็ไม่ใช่คนที่ยอมใครง่ายๆการโจมตีเมื่อครู่เป็เพียงการหยั่งเชิง"
กล่าวจบพลังขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังที่แข็งแกร่งก็ปะทุออกจากร่างของเขาก่อให้เกิดกระแสลมแรงพัดพาให้ปั่นป่วน
ภาพตรงหน้าทำให้ผู้ชมต่างตกตะลึง
พลังขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังที่เข้มข้นถึงเพียงนี้เทียบได้กับระดับเจ็ดแล้วดูเหมือนว่าโอวหยางเฟิงจื่อจะทุ่มเททุกสิ่งไปกับเื่พลังจริงๆ!
"มาถึงก็เจอโอวหยางเฟิงจื่อนับว่าดวงซวยจริงๆ" โอวหยางลาเฟิงส่งเสียงในลำคอพลางส่ายหน้า
เมื่อพิจารณาจากคนหนุ่มสาวในตระกูลโอวหยางแล้วในเื่ความแข็งแกร่งของพลัง หากโอวหยางเฟิงจื่อกล้าพูดว่าตนเป็ที่สองก็คงไม่มีใครกล้าพูดว่าเป็ที่หนึ่ง
การประลองด้วยพลังล้วนๆโอวหยางเฟิงจื่อเหนือกว่าต้วนจื่อทั้งในด้านวิทยายุทธ์และประสบการณ์จึงมีโอกาสชนะสูงมาก
"ไม่เลวนี่ไร้เหตุผลถึงเพียงนี้ยังสามารถทนทานการโต้กลับจากพลังระดับเก้าของข้าได้ที่แท้ก็เชี่ยวชาญการใช้พลัง" ต้วนจื่อพยักหน้าเล็กน้อยก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
ผู้ติดตามที่นั่งอยู่ในที่นั่งด้านในเห็นดังนั้นก็หน้าซีด
"เ้าหมอนี่...คงไม่คิดจะปะทะกับโอวหยางเฟิงจื่อตรงๆ หรอกนะ?"
ต้วนจื่อแม้จะอยู่ในขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเจ็ดแต่ในด้านพลังปราณกลับด้อยกว่าโอวหยางเฟิงจื่อ แม้แต่จะเทียบกันได้ก็ยังยาก
การปะทะกันตรงๆ ย่อมมีแต่จะพ่ายแพ้
มีเพียงเยี่ยนชุยเสวี่ยที่ยกมุมปากขึ้นดวงตาเป็ประกายราวกับมองออกถึงแผนการบางอย่าง
"ตึก ตึก ตึก..."
ภายใต้สายตาของผู้คนต้วนจื่อก็เข้าประชิดตัวโอวหยางเฟิงจื่อ
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงไม่ลงมือเขาจึงออกหมัดชกออกไป
"ชิ หาเื่ใส่ตัวแท้ๆ?"
โอวหยางเฟิงจื่อเห็นว่าต้วนจื่อกล้าโจมตีแบบประจันหน้าก็แค่นเสียงในลำคอ เขาเหวี่ยงมือออกไปพลังนักรบขั้นเนื้อหนังพลุ่งพล่านราวกับอสรพิษกำลังจะเขมือบต้วนจื่อ
"ตูม!"
กำปั้นและฝ่ามือปะทะกันแรงสะท้อนกระจายออกไปโดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ตรงนั้น ทำให้เวทีประลองสั่นะเื
ต้วนจื่อยืนหยัดอยู่กับที่อย่างมั่นคงดุจขุนเขา
ส่วนโอวหยางเฟิงจื่อกลับต้องถอยร่นไปหลายก้าวเท้าลากไปบนพื้นเวทีจนเกิดเป็รอยแยกสองสายหากมิได้พยายามประคองร่างอย่างสุดกำลังละก็ เขาคงร่วงจากเวทีไปแล้ว
เขากุมมือที่ชาหนึบทั้งที่ใบหน้าแดงก่ำ
ในฐานะผู้ที่ฝึกฝนพลังปราณมาโดยตลอดเขาเชี่ยวชาญการแปรเปลี่ยนพลังถึงสามรูปแบบและสามารถท้าทายผู้ที่มีพลังขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเจ็ดที่เก่งกว่าเขา
ถึงกระนั้นการปะทะเมื่อครู่กลับทำให้เขาต้องถอยไปหลายก้าว ช่างน่าอัปยศยิ่งนัก
"ก่อนหน้านี้ข้ายังไม่เอาจริงคราวนี้เอาจริงแล้ว!" โอวหยางเฟิงจื่อปลอบใจตัวเองพลางสูดหายใจเข้าลึกๆพลังในตันเถียนหมุนวน พลังปราณรอบกายแปรเปลี่ยนเป็คมมีดสามเล่ม
"แปรพลังปราณเป็คมมีด ฟัน!"
เมื่อโอวหยางเฟิงจื่อเปล่งเสียงดังคมมีดทั้งสามก็พุ่งเข้าใส่ต้วนจื่อ
คมมีดเ่าั้รวดเร็วดุจสายลมพัดใบมีดตัดผ่านร่างของต้วนจื่อ
ในสายตาของคนภายนอกเขาราวกับไม่มีเวลาแม้แต่จะตอบโต้
ใครจะรู้ว่าคมมีดกลับตัดผ่านร่างของต้วนจื่อไปอย่างไร้ร่องรอย
เป็ภาพติดตา!
มิใช่ร่างจริงของต้วนจื่อ!
"เคล็ดวิชาภาพมายา?" โอวหยางเฟิงจื่ออุทานด้วยความตื่นตระหนก รีบสอดส่ายสายตามองหาต้วนจื่อ
ไร้เงาคน?
เป็ไปไม่ได้ในเมื่อยังไม่ได้เข้าสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์ความเร็วของมันเป็ไปไม่ได้ที่จะหนีพ้นสายตาของข้า!
ทันใดนั้นเอง เขาก็รู้สึกว่าเงาบนพื้นค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น
"หรือว่า..."
โอวหยางเฟิงจื่อพลันตระหนักเมื่อรีบเงยหน้าขึ้นก็พบว่ามีร่างหนึ่งเตะลงมาจาก้าสู่ศีรษะของเขา
หลบหลีกคงไม่ทัน จึงทำได้เพียงตั้งรับ
โอวหยางเฟิงจื่อรีบยกแขนขึ้นป้องศีรษะมั่นใจว่าขาที่ลงมานั้นจะต้องสร้างความเ็ปให้เขาอย่างแน่นอน
ผิดคาด ต้วนจื่อกลับเปลี่ยนท่าทางกลางอากาศเขาบิดตัว พลิกข้อเท้าตวัดเข้าที่อกของโอวหยางเฟิงจื่อแทน
"อึก!"
พลังที่แข็งแกร่งถาโถมเข้าใส่ทำให้โอวหยางเฟิงจื่อส่งเสียงคราง ร่างกายโงนเงนไปมาคล้ายคนเมาก่อนจะหมุนตัวคว้างอยู่กับที่ แล้วเซถลาลงไปกองกับพื้น
เขาสะบัดศีรษะไล่ความมึนงงหางตาก็เหลือบไปเห็นภาพที่ผู้ชมต่างจ้องมองมาด้วยสายตาเย้ยหยัน
ในชั่วขณะนั้น ความอัปยศก็ถาโถมเข้ามา
"บัดซบ... บัดซบ!"
โอวหยางเฟิงจื่อคำรามก่อนจะพุ่งตัวไปข้างหน้ายังมีพลังปราณดุจคมมีดปกคลุมร่างอยู่ หวังจะฉีกร่างของต้วนจื่อให้เป็ชิ้น ๆ
พลังอันรุนแรงเช่นนั้น หากถูกฟาดฟันคงต้องเือาบเป็แน่
ต้วนจื่อก็รู้ถึงข้อนั้น จึงมิได้ปะทะโดยตรงอาศัยแรงลมเหวี่ยงร่างกายหลบคมมีดที่พุ่งมา
จากนั้น เขาอาศัยแรงเหวี่ยงตัวดีดตัวขึ้นพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของโอวหยางเฟิงจื่อ
"ข้าเตือนเ้าแล้วนะ!"
เมื่อเห็นดังนั้นโอวหยางเฟิงจื่อก็ราวกับคนบ้าที่คลุ้มคลั่งสุดขีด
ถึงแม้จะโกรธ แต่เขาก็ยังคงมีสติสัมปชัญญะรู้ว่าต้วนจื่อมีความเร็วสูง จึงใช้คมมีดจำกัดพื้นที่ของอีกฝ่าย
ใครจะรู้ว่าแผนการเ่าั้ได้ถูกต้วนจื่ออ่านออกหมดแล้ว
ก่อนที่เขาจะเข้าไปติดกับต้วนจื่อก็หยุดเท้า ใช้พลังปราณทำลายคมมีดแล้วเหวี่ยงขาใส่ใบหน้าของโอวหยางเฟิงจื่อ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าฟันซี่หน้าซี่หนึ่งได้ถูกเตะจนหลุดออกมา
"ต้วน...จื่อ!!!"
โอวหยางเฟิงจื่อดวงตาแดงก่ำเขาคำรามก่อนจะกระทืบเท้าบนพื้นพุ่งตัวขึ้น ระดมพลังทั้งหมดเหวี่ยงฝ่ามือลงมา
"ฝ่ามือกายคลั่ง!"
ฝ่ามือนี้ทรงพลังอย่างยิ่ง รวดเร็วดุจสายฟ้าพลังที่แผ่ออกมาก็มหาศาลเหลือคณา
"ใช้แม้กระทั่งเคล็ดวิชาขั้นสุดยอดแล้วดูท่าตั้งใจจะกำจัดต้วนจื่อจริง ๆ" โอวหยางลาเฟิงขมวดคิ้วพึมพำ
เขาไม่เห็นด้วยที่โอวหยางเฟิงจื่อโมโหง่ายด้วยอารมณ์ร้อนวู่วามเช่นนี้ ย่อมเปิดช่องโหว่ให้ถูกโจมตีได้ง่าย
ส่วนต้วนจื่อกลับส่ายหน้าเล็กน้อยตวัดปลายเท้าพุ่งเข้าใส่โอวหยางเฟิงจื่อ
"เ้าบ้านี่กำลังทำอะไร? คิดจะปะทะกับฝ่ามือนั่นจริงๆ หรือ? มั่นใจในตัวเองเกินไปแล้ว!"
"เ้าโง่เอ๊ย ฝ่ามือนั่นทรงพลังสุดๆหากปะทะกันตรงๆ คงต้องถูกซัดกระเด็น!"
"เหิมเกริม!เพิ่งตอบโต้ได้ครั้งเดียวก็เหิมเกริมเกินไปแล้ว!"
แทบจะไม่มีใครมองว่าต้วนจื่อจะรอดพ้นจากการโจมตีนี้ส่วนใหญ่คิดว่าเขาคงพุ่งเข้าหากองเพลิงเสียมากกว่า
มีเพียงผู้ที่เข้าใจในสถานการณ์เช่นเยี่ยนชุยเสวี่ยที่มองออกถึงแผนการของต้วนจื่อ
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าต้วนจื่อจะปะทะกับฝ่ามืออันทรงพลังนั้นเขากลับหลบหลีกไปด้านข้างด้วยความว่องไวดุจอสรพิษทำให้ฝ่ามือฟาดผ่านอากาศไปอย่างไร้ประโยชน์
ความเร็วเช่นนั้นทำให้ทุกคนต้องตะลึงงัน
เพราะมันเหนือกว่าความเร็วและขีดจำกัดการตอบสนองของผู้ที่มีพลังขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเจ็ดไปแล้ว!
ภายใต้สายตาที่ยังคงตะลึงงันต้วนจื่อก็เงื้อมือขึ้นฟาดศอกเข้าที่ใบหน้าของโอวหยางเฟิงจื่อ
"กึก!"
เสียงกระดูกขากรรไกรหักดังก้องโอวหยางเฟิงจื่อทรุดตัวลงกับพื้น ใบหน้าอาบเืจนดูไม่ได้
"ขออภัย ข้าลงมือแรงไปหน่อย"ต้วนจื่อเดินไปหาโอวหยางเฟิงจื่อ ยิ้มอย่างสำนึกผิดตั้งใจจะพยุงอีกฝ่ายขึ้น
แต่โดยมิได้ตั้งใจ เขากลับเหยียบลงไปบน‘ลูกท้อ’ ของโอวหยางเฟิงจื่อ
"อุ๊ย... ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ..."
"เ้า..." ความเ็ปแผ่ซ่านผสานกับความโกรธ ทำให้โอวหยางเฟิงจื่อกระอักเืออกมา
ความมืดมิดถาโถมเข้าใส่บดบังดวงตาทั้งสองของเขา แล้วสิ้นสติไปในที่สุด
เวทีประลองหมายเลขห้า ต้วนจื่อเป็ผู้ชนะ!