ในขณะที่หลิงมู่เอ๋อร์รีบสาวเท้าก้าวใหญ่กลับไปนั้นเสียงร้องอันน่าหวาดกลัวพลันดังขึ้นมาจากบนูเา เสียงนั้นยิ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เข้ามาในหูของหลิงมู่เอ๋อร์
“แย่แล้วพี่เฉิงจื่อถูกสัตว์ป่าโจมตีแล้ว” มีคนผู้หนึ่งวิ่งลงมาจากบนูเาพูดกับชาวบ้านคนอื่นๆ “ทุกคนรีบไปดูเขาเร็วเข้าเขาเืออกเยอะมาก ตอนนี้นอนอยู่บนพื้นหิมะ ข้าไม่กล้าแตะต้องเขาเกรงว่าจะทำให้าเ็สาหัสหนักกว่าเดิม เช่นนี้จะทำอย่างไรดี?”
สีหน้าของชาวบ้านแปรเปลี่ยนไปคนผู้หนึ่งในจำนวนนั้นกล่าว “สัตว์ดุร้ายที่พวกเ้าเจอนั้นคือสัตว์ชนิดใด?”
“เป็เสือดาวตัวหนึ่งพวกข้าเห็นเสือดาวตัวนั้นก็คิดจะวิ่งหนี แต่พี่เฉิงจื่อพูดว่าหิวมาหลายวันแล้วถ้ายังไม่ได้กินอะไรอีกก็คงไม่มีชีวิตรอดแล้ว ไม่สู้เสี่ยงอันตรายสักยกหนึ่ง”
“แต่คิดไม่ถึงว่าสัตว์ป่าจะน่ากลัวเช่นนี้พวกข้าบุรุษสิบกว่าคนล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันพี่สามยังถูกเสือดาวตัวนั้นคาบไปแล้ว พี่เฉิงจื่อถูกกัดแขนขาดไปหนึ่งข้างตอนนี้ยังไม่ได้สติ”
“พวกเ้าช่างเหลวไหลจริงๆสัตว์ป่าในูเาเป็สัตว์ดุร้ายที่ขึ้นชื่อของที่นี่ ปกติพวกข้าไม่กล้าไปยุ่งกับพวกมันยิ่งไม่ต้องพูดถึงอากาศของฤดูหนาวที่เลวร้ายเช่นนี้พวกสัตว์ป่ายิ่งบ้าคลั่งมากกว่าปีก่อนๆ ” ผู้าุโท่านหนึ่งส่ายหัวแล้วกล่าว“แค่ครู่เดียวก็าเ็หนึ่งตายหนึ่ง ดูสิว่าพวกเ้าจะกล้าบุ่มบ่ามอีกหรือไม่”
“ท่านปู่สามพูดไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว”บุรุษที่วิ่งลงจากูเาเพื่อบอกข่าวกล่าวพร้อมตัวสั่น “พวกข้าไม่สามารถละเลยพี่เฉิงจื่อได้!ตอนนี้เขายังไม่ตาย!”
“พวกเราทุกคนไปช่วยหามเขาลงมากันเถิด!สัตว์ป่าตัวนั้นคาบเ้าสามไปแล้ว น่าจะไม่ได้กลับมาภายในเวลาอั้นสั้นหรอก ” พวกชาวบ้านได้ยินแล้วก็พูดคุยหารือกัน
ถึงแม้ว่าคนในหมู่บ้านนี้ต่างก็มีความคิดเป็ของตนเองแต่ก็ไม่ได้มีจิตใจโหดร้ายที่เห็นคนยังไม่ตายก็ไม่ช่วยเหลือในเมื่อเฉิงจื่อนั้นยังไม่ตาย แน่นอนว่าต้องหามลงมารักษาตัวส่วนพี่สามที่ถูกเสือดาวคาบหนีไปนั้น พวกเขาไม่ความคิดที่จะตามหาต่อแล้วในสถานการณ์เช่นนี้ ถ้าหากเขายังไม่ตาย เช่นนั้นถึงจะเรียกว่าแปลกประหลาดนัก
หลิงมู่เอ๋อร์เบียดอยู่ในกลุ่มคนเห็นคนเ่าั้หามเฉิงจื่อลงมา
บุรุษร่างกำยำไปทั้งหมดสี่คนชื่อเสียงในหมู่บ้านของทั้งสี่คนนั้นไม่เลว ล้วนมีนิสัยใจคอที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น
ในตอนที่พวกเขาใช้แคร่หามเฉิงจื่อที่แขนหนึ่งข้างขาดเืท่วมตัวนั้นพวกชาวบ้านที่ล้อมดูแต่ละคนก็แสดงสีหน้าออกมาอย่างอดไม่ได้
“เฉิงจื่อ…”หญิงสาวคนหนึ่งวิ่งออกมาจากหมู่บ้าน หญิงสาวนางนั้นอุ้มเด็กอายุครบเดือนไว้หญิงสาววิ่งซวนเซเข้ามา คว่ำหน้าบนตัวเฉิงจื่อที่อยู่บนแคร่เรียกด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทา “เฉิงจื่อ เ้าตื่นเถิด…เ้าลุกขึ้นมามองข้าสิ! เ้าห้ามตายหากเ้าตายแล้วทิ้งให้พวกเราเป็หญิงหม้ายกับลูกที่กำพร้าบิดา เช่นนั้นก็มิกับว่าถูกคนรังแกให้ตายหรอกหรือ?”
“ภรรยาเฉิงจื่อเ้าอย่าร้องเสียงดังเลย เดิมทีเฉิงจื่อไม่เป็อันใดทว่าถูกเ้าร้องเรียกเสียงดังอย่างนี้สองที เช่นนั้นอายุก็สั้นลงไปครึ่งหนึ่งแล้ว” ชายชราผู้หนึ่งขมวดคิ้วพร้อมกล่าว “ถนนในหมู่บ้านถูกตัดขาดแล้ว พวกข้าจนปัญญาที่จะไปเชิญหมอมาให้ ตอนนี้ได้แต่ดูว่าชะตากรรมเขาจะเป็อย่างไร ถ้าผ่านความตายนี้ไปได้หลังจากนี้พวกเ้าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ถ้าหาก..."
“หลี่เจิ้งล่ะ?” มีคนพูดขึ้น “เกิดเื่ใหญ่เช่นนี้ทำไมถึงยังไม่ไปเชิญหลี่เจิ้งอีก?”
“ไม่ต้องเรียกแล้วข้ามาแล้ว” หลี่เจิ้งเดินเข้ามาอย่างช้าๆ เอื่อยเฉื่อยเขามองเฉิงจื่อที่นอนอยู่บนพื้น ขมวดคิ้วแล้วพูด “พวกเ้าไม่อยากมีชีวิตแล้วจริงๆ หรือ เพื่ออาหารเพียงเล็กน้อยกล้าที่จะต่อสู้กับสัตว์ป่าในูเา ยามนี้ถูกทำร้ายเข้าแล้วสินะ?สมน้ำหน้านัก! ก็สมควรให้พวกเ้าจำเป็บทเรียนเอาไว้”
“หลี่เจิ้งพวกข้าหิวกันมาหลายวันแล้ว ถ้าไม่ยอมเปิดถนนสักทีแม้แต่เปลือกต้นไม้ก็คงไม่มีกินแล้ว อาหารเพียงนิดเดียวจากปากของท่านสำหรับพวกเรามันคือชีวิตทั้งชีวิต!” บุรุษผู้หนึ่งพูดทั้งน้ำตา “พวกเราสามารถตายได้ แต่เด็กที่บ้านไม่มีความผิด ตอนที่พวกเขาร้องไห้หิวโหยทุกคนแทบอยากจะเฉือนเนื้อตนเองป้อนให้ ดังนั้นเห็นเสือดาวตัวใหญ่ขนาดนั้นก็เลี่ยงที่จะมีความฮึกเหิมขึ้นมาไม่ได้”
“เช่นนั้นตอนนี้สบายแล้วหรือ?” หลี่เจิ้งหัวเราะเยาะ “แทนที่จะไปหาสัตว์ป่าในูเาไม่สู้เฉือนเนื้อตนเองป้อนลูกไม่ดีกว่าหรือ ไม่ว่าอย่างไรเฉือนเนื้อไปสองชิ้นก็ไม่ถึงตายหรอก”
หลิงมู่เอ๋อร์มองหลี่เจิ้งอย่างโกรธเคือง
คนแบบนี้เป็หลี่เจิ้งของที่นี่ได้อย่างไร?สมัยโบราณนับเป็ที่ที่ไม่มีสิทธิมนุษยชนจริงๆอำนาจคือทุกสิ่งในที่นี้ อยากจะมีตำแหน่งที่มีเกียรติจำเป็ต้องมีอำนาจทว่าหลี่เจิ้งเล็กๆ นี้ในที่นี้แม้แต่อันธพาลเ้าถิ่นยังไม่คู่ควรที่จะเรียกด้วยซ้ำนึกไม่ถึงเลยว่าจะมองชีวิตของชาวบ้านไม่มีค่าแม้แต่น้อยช่างหลงระเริงอย่างถึงที่สุด
คนผู้นี้...จะต้องจัดการ
ในดวงตาของหลิงมู่เอ๋อร์ทอประกายด้วยความเ็าถึงขีดสุดนางสังเกตไปที่หลี่เจิ้งผู้นั้นอย่างละเอียด จินตนาการว่าควรเอายาพิษอะไรให้เขาดีเขาควรขอบคุณนางที่ตอนนี้ยากจนจนเกินไป ซื้อสมุนไพรเ่าั้ไม่ได้อีกทั้งตอนนี้ยังอยู่ในหน้าหนาว สมุนไพรหลายชนิดก็ยังไม่งอกเงยขึ้นมา เพราะฉะนั้นเขาถึงสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานขนาดนี้
พวกชาวบ้านต่างก็โกรธในคำพูดของหลี่เจิ้งแต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาหลี่เจิ้งแต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคยใส่ใจพวกเขาอยู่แล้วและพวกเขาก็ไม่ได้หวังที่จะได้คำปลอบใจจากเขาเพียงหวังว่าเขาไม่ซ้ำเติมก็ดีเท่าไรแล้ว
หลิงมู่เอ๋อร์ดูสีหน้าของเฉิงจื่อที่แย่ลงเรื่อยๆนางหายไปจากด้านข้างของกลุ่มคนอย่างเงียบเชียบ
นางปีนขึ้นไปบนูเาอีกรอบหาสมุนไพรที่ตำแหน่งที่เคยเจอเมื่อก่อน จากนั้นก็รีบลงจากูเา ตอนนางกลับมาคนอื่นๆ ยังคงอยู่ในท่าเดิมไม่ไหวติงไม่มีผู้ใดคิดว่าเฉิงจื่ออยู่บนพื้นหิมะเช่นนี้จะทำให้อาการาเ็เพิ่มมากขึ้นควรที่จะหามเขากลับบ้านก่อนค่อยว่ากันอีกที
หลิงมู่เอ๋อร์ส่ายหัวเบียดเข้าไปในกลุ่มคน คุกเข่าลงมาดูที่ที่เฉิงจื่อได้รับาเ็
“พวกท่านยังไม่หามเขากลับไปอีกหรือ?” หลิงมู่เอ๋อร์มองที่าแของเฉิงจื่อ พบว่าาแนั้นเืไหลออกมาไม่หยุดถ้าเป็เช่นนี้ต่อไป เกรงว่าเขาจะเสียเืเยอะเกินไปจนตายได้
“แม่นางมู่เ้าเป็สตรียังไม่ออกเรือน จะมองบุรุษเช่นนี้ได้อย่างไร?เ้าไม่อายบ้างหรือ”ชายชราผู้นั้นที่อยู่ด้านข้างร้องลั่น
“ตอนนี้พี่เฉิงจื่อาเ็จนมีสภาพเช่นนี้ท่านยังมีอารมณ์พูดเื่เหล่านี้อีก หรือว่าในสายตาพวกท่านชีวิตคนไม่สำคัญเท่าชื่อเสียงหรือเ้าคะ?” หลิงมู่เอ๋อร์ยิ้มเยาะ “อีกอย่าง ตรงนี้มีผู้คนมากมายพี่เฉิงจื่อก็อยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย ทุกคนควรให้ความสำคัญกับเขาไม่ใช่หรือ?เหตุใดถึงยังหาเื่ข้าที่เป็แค่เด็กสาวเพียงคนหนึ่ง?”
“ท่านปู่สามช่างเถอะ ตอนนี้สนใจเฉิงจื่อก่อนเถิด!” บุรุษวัยกลางคนด้านข้างพูดโน้มน้าว“ตอนนี้เฉิงจื่อยังไม่ตาย น่าจะยังพอช่วยได้อยู่”
หลิงมู่เอ๋อร์คร้านจะสนใจพวกเขาพวกเขาพูดเื่ไร้สาระอยู่ตั้งนาน สุดท้ายก็ไม่มีแม้แต่ความคิดเห็นเดียวที่ใช้ได้ถ้าเป็อย่างนี้ต่อไป ชีวิตของเฉิงจื่อผู้นั้นก็คงสิ้นไปแล้ว
เืที่แดงฉานไหลออกมาจากแขนที่ถูกตัดตรงนั้นภรรยาของเฉิงจื่อมือหนึ่งอุ้มลูกไปด้วยอีกมือปิดาแที่ได้รับาเ็ของเขาไว้ภรรยาร่างอรชรผู้นั้นร้องไห้ดั่งดอกสาลี่ต้องหยาดฝน [1] บุรุษข้างๆ มองแล้วต่างก็รู้สึกเ็ปใจแทบอยากจะเข้าไปปลอบนาง
หญิงสาวที่ออกเรือนแล้วหลายคนที่อยู่ด้านข้างต่างทอดถอนหายใจอย่างไรก็ตามในสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาก็ไม่ได้มีความคิดเห็นอันใดนอกจากความเห็นใจแล้วก็ไม่สามารถให้อะไรกับคู่สามีภรรยาคู่นั้นได้
หลิงมู่เอ๋อร์เคี้ยวสมุนไพรที่นำกลับมาแล้วนำสมุนไพรมาทาที่บริเวณาแ
ภรรยาของเฉิงจื่อมองหลิงมู่เอ๋อร์อย่างประหลาดใจนางขมวดคิ้ว อยากถามว่านี่คือสมุนไพรอะไร ใช้ได้ผลหรือไม่แต่เมื่อเห็นว่าาแไม่มีเืไหลแล้ว คำพูดสงสัยเ่าั้ก็พูดไม่ออกอีกต่อไปนางมองไปที่หลิงมู่เอ๋อร์ด้วยความซาบซึ้งใจแล้วกล่าว “ขอบคุณแม่นางมู่ คิดไม่ถึงว่าเ้าจะรู้วิชาแพทย์ด้วย”
“เป็โรคมานานจนพอจะมีความรู้วิชาแพทย์อยู่บ้าง” หลิงมู่เอ๋อร์กล่าวนิ่งๆ “ถ้าหากท่านเป็ข้าก็สามารถเรียนรู้แบบผิวเผินได้อยู่บ้างเล็กน้อยเช่นกัน”
หลิงมู่เอ๋อร์เพียงแค่หาข้ออ้างไปเรื่อยแต่ว่าความหมายที่พวกชาวบ้านได้ยินกลับแตกต่างกัน ในความเห็นของพวกเขาสาเหตุที่หลิงมู่เอ๋อร์มีความรู้วิชาแพทย์อยู่บ้างก็เพราะว่าที่บ้านมีพี่ชายขาเป๋และน้องชายที่โง่เขลา ด้วยเหตุนี้แววตาที่พวกเขามองหลิงมู่เอ๋อร์นั้นจึงเต็มไปด้วยความเห็นใจ
“แม่นางมู่ไม่เลวเลย! นึกไม่ถึงว่าเืจะหยุดไหลจากาแของเฉิงจื่อแล้วเมื่อครู่ไหลจนกลายเป็เช่นนั้น เป็ห่วงว่าเขาจะเืไหลหมดตัวจนตายแล้วจริงๆ ”บุรุษที่ลงจากูเาเพื่อแจ้งข่าวกล่าวด้วยความประหลาดใจ “แขนที่ขาดนี้จะทำอย่างไร?ถ้าหากต่อกลับไปได้ก็คงจะดีมาก”
หลิงมู่เอ๋อร์มองแขนที่ขาดบนพื้นและมองไปที่เฉิงจื่อด้วยความเห็นใจ นางคิดในใจถ้าหากตอนนี้นางยังมีกล่องรักษาพยาบาลก็จะสามารถต่อแขนที่ขาดให้เขาได้อย่างแน่นอนแต่น่าเสียดายที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่นี่ล้าหลังจนเกินไปไม่มีสิ่งของที่นาง้า เป็เพราะยังไม่เจริญเต็มที่ดังนั้นทั้งที่สามารถต่อแขนกลับไปได้ แต่กลับไม่สามารถทำการผ่าตัดได้
หลิงมู่เอ๋อร์ลูบที่นิ้วมือลวดลายบนนั้นมีสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่านางยังไม่สามารถก้าวเข้าไปในมิติได้นี่เป็เพราะอะไรกันนะ?นางแน่ใจได้ว่ามิติของนางได้ทะลุมิติตามนางมาด้วยเช่นนั้นตอนนี้ยังไม่มีวิธีเปิดใช้งาน เป็เพราะว่ายังไม่ถึงจังหวะที่เหมาะสมหรือ?หรือเพราะจะต้องพลิกผันสถานการณ์เพื่อเปิดใช้งานและนางยังหาจุดพลิกผันนั้นไม่เจอ?
“ทุกคนหามเฉิงจื่อกลับไปเถิด!ต่อไปอย่าให้ขึ้นูเาอีกพรุ่งนี้ทุกคนต้องไปทำความสะอาดถนนด้วย รีบทำความสะอาดถนนให้เรียบร้อยทุกคนก็จะได้รีบออกจากเมืองเพื่อหาหนทางรอด" หลี่เจิ้งกล่าวนิ่งๆ “ส่วนเ้าสามเขาได้ตายไปแล้ว พวกเราก็ทำอันใดไม่ได้ บ้านของเ้าสามก็เหลือแค่หญิงหม้ายชราเพียงคนเดียวต่อจากนี้ทุกคนก็ช่วยกันดูแลนางด้วย อย่าปล่อยให้นางแก่เฒ่าโดยไร้ที่พึ่ง”
ได้ยินคำพูดที่ภายนอกดูสง่าผ่าเผยแต่ความจริงนั้นไม่ใช่แล้วหลิงมู่เอ๋อร์พลันยิ้มเยาะอยู่ในใจ
ถ้าอยากให้ดูแลหญิงหม้ายชราผู้นั้นเช่นนั้นตนเองก็ทำเป็แบบอย่างเสียสิทั้งที่ในหมู่บ้านครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในคือครอบครัวหลี่เจิ้งนอกนั้นทุกคนล้วนไม่มีอะไรกิน หิวจนหน้าอกติดกับหลังทว่าคนในครอบครัวของพวกเขายังคงอ้วนพี เห็นได้ชัดว่าไม่ขาดแคลนอาหารเพราะฉะนั้นเขาถึงได้พูด ‘แค่อาหารเพียงเล็กน้อย’ ออกมาได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
“ภรรยาเฉิงจื่อ เืของเฉิงจื่อหยุดไหลแล้ว ส่วนหลังจากนี้จะเป็เช่นไรนั่นก็ต้องดูฟ้าลิขิตแล้วล่ะ”หลี่เจิ้งมองที่ภรรยาเฉิงจื่อด้วยดวงตาคู่นั้นที่มีแววชั่วร้าย
ภรรยาของเฉิงจื่อกับเฉิงจื่อเพิ่งแต่งงานกันได้เพียงหนึ่งปีเด็กคนนั้นเกิดได้เพียงหนึ่งเดือน ภรรยาของเฉิงจื่อมีหน้าตาที่งดงามยิ่งตอนนี้อยู่ใน่ให้นมบุตร ดังนั้นรูปร่างจึงอวบอัดเร่าร้อนเป็พิเศษ
บุรุษที่บ้ากามเ่าั้ในหมู่บ้านมักจะทำท่าทางอยากได้จนน้ำลายหกทุกครั้งเมื่อเห็นนางแน่นอนว่านั่นเป็เพียงแค่บุรุษบางส่วนเท่านั้น คนชนบทนั้นเรียบง่ายซื่อตรงบุรุษส่วนใหญ่ไม่มีความคิดที่ไม่ควรต่อภรรยาของผู้อื่น
ทว่าหลี่เจิ้งบ้ากามตัณหาผู้นั้นปรารถนาในตัวภรรยาเฉิงจื่อมานานแล้วเขาแทบอยากจะให้เฉิงจื่อตายไปใจจะขาดเช่นนี้ภรรยาของเฉิงจื่อก็จะกลายเป็เป็หญิงหม้าย นั่นไม่ใช่ว่านางจะกลายเป็ลูกไล่ในเงื้อมมือของเขาหรอกหรือ?
เมื่อครู่ภรรยาของเฉิงจื่อคว่ำหน้าร้องไห้อยู่บนร่างเฉิงจื่อกล่าวว่าถ้าเขาไม่อยู่แล้วหลังจากนี้จะต้องถูกผู้อื่นเหยียดหยามเป็แน่แสดงให้เห็นว่านางเป็คนที่ฉลาดรู้ั้แ่แรกว่าถ้าสูญเสียสามีไปนางจะต้องกลายเป็เป้าหมายของบุรุษเ่าั้และต้องถูกรังแกเป็แน่ตอนนี้เฉิงจื่อยังอยู่ พวกเขายังไม่กล้ากำเริบเสิบสาน เฉิงจื่อไม่อยู่แล้วจุดจบของนางจะเป็อย่างไรก็รู้ๆ กันอยู่
“ขอบคุณหลี่เจิ้งบุญคุณครั้งนี้ข้าจะจดจำไว้” ภรรยาของเฉิงจื่อพูดกับหลี่เจิ้งจบ มองไปที่บุรุษคนอื่นๆพร้อมกล่าว “รบกวนพวกพี่ชายทั้งหลายช่วยหามเฉิงจื่อกลับไปด้วยเถิด”
หลิงมู่เอ๋อร์เห็นว่าเฉิงจื่อเืหยุดไหลตรงนี้ก็ไม่มีเื่ของนางแล้วถ้าไม่ใช่เพราะเฉิงจื่อกับภรรยาเฉิงจื่อยังนับว่าถูกชะตานางก็ไม่สนว่าคนพวกนี้จะเป็หรือตาย ไม่ใช่เพราะนางโหดร้ายแต่เป็เพราะคนในหมู่บ้านถ้าไม่ใช่เคยรังแกครอบครัวพวกนางก็ชอบพูดจาให้ร้ายบ้านของพวกนาง ถ้าไม่ใช่เป็เพราะว่าลูกๆอย่างพวกเขายัง้าให้หยางซื่อดูแล หยางซื่อก็คงฆ่าตัวตายไปนานแล้ว
คนสมัยใหม่รู้ดีว่าบางครั้งการกดดันจากคำพูดของประชาชนนั้นโหดร้ายถึงเพียงใดสามารถบังคับให้คนมีชีวิตอยู่หรือตายได้ หยางซื่อเคยอยากจะฆ่าตัวตายมาก่อน
ด้วยเหตุผลเช่นนี้นางเลยไม่มีความรู้สึกว่าเป็ส่วนหนึ่งของหมู่บ้านนี้ เมื่อนางหาเงินได้มากก็จะพาหยางซื่อและคนในครอบไปให้ห่างไกลจากที่นี่ และจะไม่กลับมาอีก
เชิงอรรถ
[1] ดอกสาลี่ต้องหยาดฝน หมายถึงเมื่อร้องไห้ก็ยังดูงดงาม