ตอนเช้า ณ โรงหมอ ผู้คนทั้งมนุษย์และปีศาจต่างพากันมามุงดูรอบๆ หน้าโรงหมอเต็มไปด้วยทหารปีศาจ โลงศพสี่โรงที่บรรจุศพของทหารปีศาจที่ถูกสังหารกำลังถูกยกออกไป ที่นั้นมีนายกองปีศาจรูปร่างสูงใหญ่สวมเกราะเต็มยศยืนสั่งงานต่างๆ ไม่นานก็มีทหารปีศาจวิ่งออกมาจากในโรงหมอ
“รายงาน ท่านนายกองฉิน ภายในโรงหมอไม่พบอะไรผิดปกติเลยครับ”
นายกองฉินหันมามอง ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย เขาไม่พูดกับเดินเข้าไปในโรงหมอ ห้องแรกที่เจอคือห้องรับคนป่วย มันเป็ห้องโถงใหญ่ เขาหันไปมองทางซ้ายพบคนอีกสามคนที่นั่งพูดคุยอยู่ ในใจเขาอยากจะเข้าไปสอบสวนพวกนั้นแต่พวกนั้นเป็หมอตามกฎแล้วต่อให้เขาถามอะไรไปพวกนั้นก็ไม่ตอบ เขาจึงเดินไปทั่วทั้งโถง มันไม่มีอะไรเลยทั้งร่องรอยของการต่อสู้หรือแม้แต่ร่องรอยที่ เจียงหยาง ดึงเอาดาบออกมาจากเสาก็ไม่มี เขาเริ่มออกเดินไปอีกครั้งเขาห้องนั้นห้องนี้ก็ไม่พบอะไรผิดปกติ ทุกอย่างมันเหมือนกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้นเลย เขาเดินกลับมายังห้องโถงรับผู้ป่วย เขาหันไปมองคนทั้งสามคนอีกครั้ง คนทั้งสามก็มองเขาเช่นเดียวกัน พวกเขายิ้มออกมาก่อนจะชูถ้วยชาขึ้น นายกองฉินส่ายหัวคิดในใจ
‘พวกหมอมันก็เป็แบบนี้ทุกตัว ใครมันเป็คนคิดกฎพวกนั้นกัน’
นายกองฉินเดินออกมาจากข้างนอก โรงศพได้ถูกย้ายไปแล้ว ก่อนจะมีทหารปีศาจคนหนึ่งเดินเข้ามา
“เอายังไงต่อดีท่าน ให้ข้าจับพวกหมอสามคนนั้นเลยไหม”
นายกองฉินหันมองทหารปีศาจตนนั้นก่อนจะส่ายหน้า
“ไม่ต้องเราทำอะไรพวกเขาไม่ได้ ตอนนี้มีคนสองคนหายตัวไปถูกต้องไหม” นายกองฉินถาม
“ใช่ครับท่าน มีสองคน คนแรกคือหมอเทวดาอวี่เซวี่ยน คนที่สองคือหมอ์ เจียงหยาง”
เมื่อนายกองฉินได้ยินเช่นนั้นเขาพยักหน้าก่อนจะพูดขึ้น
“ถ่ายทอดคำสั่งไป บอกกับกองทหารของพวกเราทั้งหมด ให้ตามล่าทั้งสอง ขอแบบจับเป็หากพวกนั้นขัดขืนก็จับตาย และติดใบประกาศล่าค่าหัวทั้งสองซะ อย่าลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ หินพลังภพ ไปซะ รีบไป”
ปีศาจทหารตนนั้นทำความเคารพก่อนจะทะยานขึ้นฟ้าไป
….
เวลาเที่ยงวัน ชายคนหนึ่งในชุดเกราะสีดำ เขาสวมหมวกสานปีกกว้างใบใหญ่ ตัวหมวกที่สานขึ้นจากตอกไม้สีเหลืองทอง ทว่าขอบปีกหมวกกลับถูกตีหุ้มด้วยแผ่นเหล็กกล้าแยกเป็แฉกหนาแน่น ข้างหมวกด้านซ้ายมีขนนกสีขาวติดอยู่ และสะพายกระเป๋าเดินทางกำลังควบม้าไปตามทาง เขาหยิบเอายาลูกกรออกมาก่อนยัดเข้าปากไปหนึ่งเม็ด ก่อนจะล้วงเข้าไปในกระเป๋าที่ห้อยอยู่ข้างตัวม้าหยิบเอาแผนที่ออกมาดู มองดูไม่นานก็เก็บเข้ากระเป๋าที่เดิม เขาคิด
‘ตอนนี้เป็เวลาเที่ยงวัน อวี่เซวี่ยนก็คงห่างจากที่หมายแค่สองลี้’
พอคิดได้แบบนี้นั้นเขาก็หมดห่วงก่อนจะควบม้าเร็วขึ้น ตรงไปยันโรงน้ำชาที่อยู่ใจกลางป่า สถานทีที่เป็ที่พักสำหรับนักเดินทาง ผ่านไปไม่นานเขาก็มาถึง เจียงหยางมองไปรอบๆ ของโรงน้ำชาก่อนจะลงจากม้าและจูงไปไว้ที่จุดที่ให้ม้าได้กินหญ้ากินน้ำ เขาลูบคอมันสองสามทีก่อนจะเดินเข้าไปในโรงน้ำชา ในนั้นมีชายคนหนึ่งยืนอยู่หลังโต๊ะไม้ยาวด้านหลังของชายคนนั้นเต็มไปด้วยไหเหล้าและจอกน้ำชาเต็มชั้นวาง เจียงหยางเดินเข้าไป พอถึงที่โต๊ะเขาก็พูดขึ้น
“เถ้าแก่ ขอน้ำเปล่าหน่อยสิ ขอสองถุงนะข้าต้องเดินทางไกล” เถ้าแก่ได้ยินก็หันหน้าจากหนังสือที่ตัวเองอ่านเขามอง เจียงหยางั้แ่ส่วนบนยันส่วนล่าง ก่อนจะพูด “เ้าจะเดินทางไกล หรือจะไปรบกับใคร ใส่เต็มยศขนาดนี้ ข้าว่าเ้าน่าจะไปฆ่าคนมากกว่า”
เจียงหยางขำออกมา เขาวางเหรียญเงินลงห้าเหรียญ เถ้าแก่จึงลุกขึ้นเดินไปหลังร้าน ไม่นานนักเขาก็เดินออกมาพร้อมกับถุงน้ำ เจียงหยางดึงถุงมาในระหว่างที่เขากำลังเก็บถุงน้ำทั้งสามหูของเขาก็กระตุก เขาหันหลังมองที่ประตูทางเข้า เห็นเป็คนสามคนเดินเข้ามาทั้งสามคนมีอาวุธสวมชุดของนักล่าค่าหัว ในกลุ่มสามคนมีปีศาจสาวหนึ่งคนหน้าตาสวยงามผมยาวถึงหลังสูงสมส่วนบนหัวมีเขา ส่วนอีกสองคนเป็ปีศาจชายรูปร่างกำยำบนหัวมีเขาปีศาจเช่นกัน ชายคนหนึ่งซึ่งดูจะเป็หัวหน้าพูดขึ้น
“ท่านหมอ์เจียงหยาง ข้าขอแนะนำให้ท่านมากับพวกเรา เราไม่อยากทำอันตรายกับท่าน แค่ท่านมากับเราดีๆ ทุกอย่างจะจบ”
เจียงหยางนิ่งเขาจมลงสู่ความคิด ‘แค่ถึงเที่ยงวันกับสามารถ่ายทอดคำสั่งให้พวกล่าค่าหัวได้
ข้าดูถูกพวกเขาเกินไป’
เจียงหยางยิ้มให้พวกเขาทั้งสาม ท่าท่างของเขาดูสบายๆ และเป็มิตรเขาพูด
“เห็นแบบนั้นจะไม่ได้ ข้ามีเส้นทางของข้า ข้าว่าเราอย่ายุ่งเกี่ยวกันเลย ต่างคนต่างไปไม่ดีกว่าหรือ”
เจียงหยางยิ้ม ชายหัวหน้าของกลุ่มส่ายหัว
“คงจะไม่ได้หรอกท่าน สิ่งที่ท่านจะทำพวกข้าทราบแล้ว ไม่สิ คนทั้งภพปีศาจทราบแล้วว่าท่านจะเดินทางไปส่งหินนั้นที่เกาะดอกท้อ” ชายหัวหน้าพูด
“ทำไมพวกเ้ารู้ ข้าไม่เคยบอกใคร”
เจียงหยางตาโตในหัวของเขาคิดว่าบ้าไปแล้วเขาไม่เคยประกาศเจตนาของเขาทำไมคนเหล่านี้ถึงได้รู้
“ท่านหมอ์ ทุกๆ สิ่ง ทุกๆ อย่างมันตรงทุกอย่างราวกับมีคนเขียนเป็บทละคร หลังจากที่จอมมารเข้าต่อสู้กับคนที่บุกปราสาท มีคนหนึ่งที่หนีรอดมาได้ มันพุ่งตรงไปโรงหมอของท่าน ไม่นานปีศาจทหารที่ถูกส่งมาตรวจดูก็ถูกสังหาร ศพของคนที่บุกปราสาทที่มาหาท่านก็หายไป หินพลังภพก็หายไป แล้วจะเป็อะไรได้นอกจากท่านก็เป็พวกเดียวกับมัน”
เจียงหยางใตาโตเขาคิดไปถึงคำทำนาย มันบอกว่าเขานั้นจะได้รับหินพลังภพจากชายที่บุกปราสาทจอมปีศาจและเขาจะถูกตามล่าจากเหตุที่พวกปีศาจพบศพและร่องรอยในโรงหมอ เขาจึงทำลายหลักฐานทุกอย่างก่อนออกมา แต่เขาก็ลืมจัดการกับศพของทหารปีศาจ เจียงหยางเอามือก่ายหน้าผาก มือที่ว่างล้วงเข้าไปในกระเป๋าหยิบเอายาลูกกรยัดเข้าปากไปหนึ่งเม็ด
‘บ้าที่สุด!!! นี้ข้าอุตส่าห์พยายามไม่ให้มันไม่ตรงกับคำทำนายแต่ก็หนีไม่พ้น โชคชะตาเล่นตลกกับข้าแล้ว’
ความคิดในหัวเขาะเิออกมา เขาจำได้ว่าคำทำนายของเขานั้น เขาจะถูกตามล่าโดยจากศพของชายสวมเกราะ และร่องรอยต่างๆ ในโรงหมอเขาเลยทำลายศพและใช้เวทมนตร์ย้อนทุกอย่างในโรงหมอให้กลับเป็แบบเดิม แต่เขาก็นึกขึ้นได้ในคำทำนายไม่มีทหารปีศาจมาดักโจมตีเขาและเขาก็ลืมที่จะทำลายศพทหารปีศาจ ทำให้สิ่งที่เขาทำมันไร้ค่าสุดท้ายเขาก็ถูกตามล่าเหมือนเดิมตามคำทำนาย หัวหน้ากลุ่มล่าค่าหัวเห็นแบบนั้นก็งงก่อนจะพูดขึ้น
“ท่านจะเอาแบบไหนระหว่าง ไปกับพวกเราดีๆ หรือ ตาย” พูดจบทั้งสามก็ชักอาวุธออกมา เจียงหยางมองไปที่พวกเขา หน้าตาของเขาดูน่าสงสาร
“เราไม่สู้กันได้ไหม ปล่อยข้าไปเถอะ” เจียงหยางพูด
“ท่านบ้าไปแล้วหรอ!!!! ท่านไม่รู้หรือไงว่าหินก้อนนั้นมันทำอะไรได้ เกาะดอกท้อได้ไปสี่ก้อนแล้ว ถ้าพวกมันได้ก้อนนี้ไป มันไม่ได้จะมีพลังแค่ทำลายภพ มันจะรุนแรงถึงขั้นทำลายโลกของเรา ภพทั้งสามภพจะหายไปไม่เหลือ แล้วท่านยังจะยื่นความตายให้กับท่านเอง ให้กับคนทั้งโลกหรอ”
ชายหัวหน้านักล่าะโขึ้น เจียงหยางนิ่งเงียบ ทั้งสามคนไม่รออีกต่อไปพวกเขาสืบเท้าเข้าใกล้ ในตอนนั้นเองหูของเจียงหยางกระตุก เขาชักมีดสั้นออกมาหมุนตัวปาดมีดอย่างรวดเร็วไปด้านหลังของเขา มีดนั้นตรงเข้าคอของเถ้าแก่ร้านน้ำชา ในมือของเถ้าแก่นั้นถือมีดสั้น มืออีกข้างถือเชือก เถ้าแก่คนนี้เป็ตัวปลอม เจียงหยางรู้ั้แ่เดินเข้าร้านมาแล้ว เขาหันกลับมาตรงหน้านักล่าค่าหัวทั้งสาม ตอนนี้พวกเขายืนเป็แถวฟันปลา ไม่รอช้าเจียงหยางพุ่งเข้าไปด้วยความรวดเร็วราวกับลม ปาดมีดเข้าคอของคนหน้าซึ่งเป็หัวหน้าของคนล่าค่าหัว ปาดเสร็จเขาหมุนตัวไปทางขวาพุ่งตรงคนที่สอง นักล่าค่าหัวคนที่สองเห็นภาพตรงหน้ากำลังจะเอาดาบขึ้นป้องกันแต่ก็ไม่ทัน มีดของเจียงหยางพุ่งปาดคอของเขาไป เจียงหยางไม่หยุดพุ่งตัวไปหาคนสุดท้ายคือปีศาจสาวที่ใสุดขีด เจียงหยางไม่ลังเล ใช้มีดปากคอนางเช่นกัน เขาพุ่งตัวผ่านไป ควงมีดก่อนเก็บเข้าซองเก็บที่เอว ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกินเวลาแค่สองลมหายใจ ทั้งสามคนที่ยืนอยู่ล้มลงนอนกับพื้นแน่นิ่งไปเืที่คอเริ่มไหลออก เจียงหยางมองร่างทั้งสามก่อนจะส่ายหัวเขาล้วงมือเข้าไปเอายาลูกกรก่อนจะยัดเขาปากไป เจียงหยางเดินออกมุ่งตรงไปที่ด้านหลังของร้าน เขาพบเข้ากับเถ้าแก่ตัวจริงที่ถูกมัดอยู่ ปากของเขาถูดปิดด้วยผ้าเมื่อเถ้าแก่เห็นเจียงหยางเขาก็ดิ้นด้วยความรุนแรง ปากพยายามเปล่งเสียงออกมา เจียงหยางยิ้มก่อนจะเดินไปดึงผ้าปิดปากออก เมื่อผ้าถูกดึงออกเถ้าแก่ก็เปิดปากทันที
“ไอ้บ้าเจียงหยาง ให้ตายสิ หาเื่อะไรมาให้ข้าอีก หัดใช้ขีวิตสงบๆ ไม่ได้หรือไง”
เจียงหยางหัวเราะออกมาก่อนจะช่วยแก้มัดให้ เมื่อเชือกถูกปลดออก เถ้าแก่ก็ออกวิ่งไปที่หน้าร้านทันที เมื่อเขาเห็นเขาก็ได้แต่ถอดหายใจออกมาพร้อมกับหันไปหาเจียงหยางที่เดินตามมา
“เป็แบบนี้ตลอดเลย หัดใช้ชีวิตสงบๆ ไม่ได้หรือยังไง” เถ้าแก่พูด
“ข้าขอโทษด้วย มันเป็เหตุสุดวิสัยจริงๆ” เจียงหยางพูดแต่เถ้าแก่โบกมือเป็สัญญาณไม่รับคำขอโทษ เถ้าแก่เริ่มร่ายมือเป็วงแหวนเวทมนตร์ ทำให้ร่างที่ไร้วิญญานและคราบเืลอยออกไปด้านนอกของร้าน เจียงหยางที่รู้สึกผิดกำลังจะขอโทษอีกครั้ง แต่เถ้าแก่ก็ส่ายหน้าก่อนจะพูด
“นั่งก่อน ดื่มชาไปด้วยคุยกันไปด้วยจะดีกว่า”
เจียงหยางพยักหน้า เถ้าแก่เดินไปรับเอาชุดน้ำชาที่อยู่บนชั้นก่อนจะเดินกลับมา เขาวางใว้บนโต๊ะและนั่งลงตรงข้ามกับเจียงหยาง เจียงหยางรินชาก่อนจะยกดื่มจนหมดจากนั้นก็เปิดปากพูด
“ข้าขอโทษจริงๆ ที่ทำให้เ้าต้องลำบาก”
“ไม่ต้องใส่ใจหรอก เมื่อวานที่นี้ก็มีคนฆ่ากันไป เื่แค่นี้เล็กน้อย”
เถ้าแก่พูดก่อนจะยกชาดื่มและรินชาให้เจียงหยาง เจียงหยางถอนหายใจก่อนจะพูด
“ทำไมเ้าเลือกที่จะคงอายุตัวเองแก่ขนาดนี้ ความสามารถของเ้าและขั้นพลังของเ้าสามารถคงอายุตอนยังเป็วัยหนุ่มได้”
เถ้าแก่ส่ายหัวยกชาขึ้นดื่มก่อนจะถอนหายใจ “ข้าไม่เหมือนแต่ก่อนแล้วที่จะบุกลุยฆ่าฟัน….ข้าพอแล้ว ข้าก็เลยเลือกที่จะใช้อายุแก่ๆ แบบนี้คนจะได้ไม่สนใจช้า ว่าแต่เ้าเถอะได้ข่าวเป็หมอ์ทำไมถึงได้มีคนตามล่า ไม่ใช่ไปล่อเ้าหญิงปีศาจเข้าให้หรือ”
เจียงหยางได้ยินแบบนั้นน้ำชาที่เพิ่งอึกเข้าปากยังไม่ทันกลืนลงคอ พ่นพรวดออกมาเป็ฝอยละเอียด ก่อนที่เขาทุบโต๊ะแรง
“เ้าจะบ้าหรือไง ข้าจะไปล่อเ้าหญิงปีศาจที่ไหน เห็นข้าเป็คนยังไง ข้าเป็หมอใช้ชีวิตสงบโว๊ยไอ้บ้า”
เถ้าแก่หัวเราะออกมาด้วยเสียงดังมือของเขาทุบโต๊ะสองที่ก่อนจะแหกปากเสียงดัง
“ก็เ้ามันบ้าผู้หญิงไง ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในอดีตข้าไม่ลืมนะว่าเ้าไปทำอะไรไว้บ้าง” เถ้าแก่หัวเราะออกมาไม่หยุด เจียงหยางเห็นแบบนั้นจึงบอกความจริงไป
“ข้าจะนำหินพลังภพไปส่งที่เกาะดอกท้อ”
เจียงหยางพูดจบ เถ้าแก่ที่น้ำชาเพิ่งอึกเข้าปากยังไม่ทันกลืนลงคอ พ่นพรวดออกมาเป็ฝอยละเอียด มือเขาสั่นชี้มาที่เจียงหยาง
“จะ จะ เ้า!!! เ้าเองหรอ”
เจียงหยางพยักหน้า เถ้าแก่ตอนนี้หน้าซีดมือสั่นไม่หยุด เขาหายใจเข้าลึกเพื่อปรับการหายใจให้คงที่ เมื่อร่างกายกลับมาเป็ปกติน้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนไปกลายเป็จริงจังมากขึ้น
“เ้ามั่นใจใช่ไหมว่าจะไปที่นั้นจริงๆ” เถ้าแก่ถาม
“ใช่ข้าจะไป เ้าจะหยุดข้าหรอ”
เจียงหยางตอบ หน้าตาของเขาจริงจัง เมื่อเถ้าแก่เห็นแบบนั้นเขาก็ได้แต่ถอนหายใจ เขารู้ดีว่าชายตรงหน้าเขาแข็งแกร่งแค่ไหน ต่อให้เขาเรียกพลังทั้งหมดกลับมาก็ไม่อาจเอาชนะได้ เขาจึงลุกขึ้นพร้อมพูด
“มาเถอะข้าจะไปส่งเ้าที่ทางออก”
เจียงหยางลุกขึ้นเดินตามไป เมื่อถึงทางออก เจียงหยางก็ผิวปากเรียกม้าขาวของตน เมื่อมันได้ยินเสียงก็เดินออกจากการกินหญ้าเดินมาหาเขา เถ้าแก่เห็นแบบนั้นจึงเดินไปตบไหล่ของเจียงหยางก่อนจะพูด
“เจียงหยาง ข้าไม่รู้หรอกนะความคิดของเ้า้าจะทำอะไร แต่ข้าเชื่อใจเ้าว่าเ้าจะไม่ทำลายโลกของพวกเรา ข้าเข้าใจแล้วจากการที่เราเคยลุยมาด้วยกัน ข้าเชื่อว่าในใจเ้าคิดจะทำอะไรหรือไม่ข้าก็คิดผิดแต่ขอให้ข้าคิดถูก ณ ตอนนี้หรือในอดีตข้าก็สู้เ้าไม่ได้ สิ่งที่ข้าขอคือ ขอให้เ้าอย่าทำเื่โง่ๆ”
เจียงหยางไม่ตอบเขายิ้มออกมาก่อนจะขึ้นม้าและควบออกไปก่อนที่เขาจะหันมาะโ
“คนแก่แบบเ้าจะมาเข้าใจอะไรข้า ไปตายแล้วเกิดใหม่ไป”
เถ้าแก่หัวเราะออกมาอย่างดังก่อนจะส่ายหัว ในหัวเขาคิด
‘ข้านี้นะคนแก่ ถ้าข้าเป็คนแก่เ้าก็เป็วัตถุโบราณแล้วเจียงหยาง’
.
.
.
.