บทที่ 2
{เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์}
"ได้รับเงินจากบัญไม่แจ้งชื่อ 30,000 บาท ยอดเงินในบัญชีหมายเลข xx-xxx-xxx-xx คงเหลือ 34,564.85 บาท"
{เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น}
"ฮัลโหล…" ศรรับโทรศัพท์
"นั่นเป็ค่าเหนื่อยของนาย มีงานใหม่เข้ามาแล้ว นักฆ่าจะออกปฏิบัติงานคืนนี้ ที่ห้องแลป………อยู่ที่บางละมุง" ชายปริศนาเริ่มสั่งงาน
"แล้วลูกฉันล่ะ" ศรเองไม่้าห่างลูกสาวของเขามากนัก
"พาไปที่ชลบุรีด้วย ฉันเตรียมพี่เลี้ยงเด็กไว้ให้แล้ว" ชายปริศนากล่าว
"ตกลงตามนั้น แล้วฉันจะเรียกนายว่ายังไง" ศรตอบตกลง พร้อมถามคำถาม
"ซีโร่ เรียกฉันว่า ซีโร่" ชายปริศนาแนะนำตัว
"นามแฝงสินะ แล้วฉันควรรู้มั้ย ว่าฉันทำงานให้ใคร หรือกำลังเป็ศัตรูกับใคร" ศรยังคงตั้งคำถามต่อไป
"นายไม่รู้น่าจะเป็การดีกว่า นายไปเตรียมเก็บของเถอะ" ซีโร่ตอบ
ศรจอดรถหน้าโรงแรมสุดหรูแห่งหนึ่งในชลบุรี ดูท่าทางเนยท่าจะตื่นเต้นมากกับการที่เธอคิดว่าพ่อของเธอพามาเที่ยวทะเลครั้งนี้
"พ่อจะไม่ไปเล่นน้ำทะเลกับหนูจริงๆหรอคะ" น้องเนยทำเสียงออดอ้อนพ่อของเธอ
"ใช่จ้ะ พ่อต้องไปทำงานนะ" ศรตอบ
พลันสาวน้อยตัวเล็กคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาหาพ่อลูกทำหน้าตาตื่นก่อนจะทักทายด้วยเสียงกระหืดกระหอบ
"เอ่อ…สวัสดีค่ะ…คือ…คุณศร…ใช่มั้ยคะ แฮ่กๆ แฮ่กๆ"
"ครับ มีอะไรรึเปล่า" ศรถาม
"มะ…ไม่มีค่ะ แป๊บนึงนะคะ" สาวน้อยพักหายใจก่อนจะตั้งสติแล้วยืดตัวขึ้น แล้วจึงยกมือสวัสดีพร้อมโน้มตัวเล็กน้อย
"ดิฉัน เนาวรัตน์ สุขดี เรียกง่ายๆว่าเก้า มาเป็พี่เลี้ยงน้องเนยตามที่…อุ๊บส์!!" เก้าพูดไม่ทันจบ ศรก็เอื้อมมือมาปิดปากเอาไว้ พร้อมส่งสายตาและส่ายหัว เป็สัญญาณไม่ให้เธอพูดมากไปกว่านี้
น้องเนยหันมองการกระทำของพ่อด้วยความสงสัย ศรเองก็หันลงมามองหน้าลูกสาวแล้วค่อยๆปลดมือลง
"อาเก้าเขาจะมาอยู่เป็เพื่อนลูกระหว่างที่พ่อไปทำงานน่ะลูก เดี๋ยวอาเก้าจะพาหนูไปเล่นน้ำทะเลด้วย ส่วนหนูตอนนี้ไปอาบน้ำเตรียมตัวลงน้ำทะเลดีกว่านะจ๊ะ" ศรบอกลูกพร้อมส่งยิ้มหวานให้ลูกสาวของเขา
"ลูกสาวผมเข้าใจว่าผมเป็ยาม ผมอยากให้เขาเข้าใจแบบนั้นต่อไป หวังว่าคุณจะเข้าใจนะ" ศรพูดกับเก้าในระหว่างที่ลูกสาวเขากำลังอาบน้ำ
"ค่ะ" เก้าตอบรับด้วยสีหน้ารู้สึกผิดนิดๆ เพราะเธอเกือบพลาดทำความแตก
"พ่อไม่ไปกับหนูแน่หรอคะ" น้องเนยยังคงออดอ้อนพ่อของเธอต่อไป
"พ่อต้องไปทำงานนะ ถ้าน้องเนยไม่ดื้อ เดี๋ยวกลับไปพ่อจะซื้อตุ๊กตาให้นะจ๊ะ" ศรตอบและเอามือลูบหัวน้องเนย
"ผมฝากน้องเนยด้วยนะ" ศรหันมาพูดกับเก้า
"ค่ะ" เก้าตอบ
ศรเดินออกมาจากทั้งคู่เพื่อมาขึ้นรถ แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะโบกมือบ๊ายบายให้กับลูกสาวของเขา
"ฮัลโหล…ฉันมาถึงหน้าตึกแล้ว ช่วยยืนยันด้วยว่า A ทำงานเรียบร้อย" ศรขอคำยืนยันผ่านทางโทรศัพท์
(A ในที่นี้หมายถึงคนที่ทำหน้าที่สังหารเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็ใครก็ตาม หากคนๆนั้นจะถูกกล่าวถึงจะใช้โค้ดว่าA เสมอ)
"ฮ่าๆๆๆ คิดถึงบรรยากาศเก่าๆใช่มั้ยล่ะศร ยืนยัน A ปฏิบัติงานเรียบร้อย งานวางอยู่ในห้องแลป ชั้นใต้ดิน อีก5 นาทีจะเป็่เปลี่ยนเวรยาม นายจะต้องกวาดพื้นให้เสร็จภายในครึ่งชั่วโมง" ซีโร่ตอบ
"ที่ว่าคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ก็ปฏิเสธยากละนะ หึๆ" ศรตอบซีโร่พลางนึกถึงวันเก่าๆ
ศรเคยทำงานเป็คนเก็บกวาด หรือ สวีปเปอร์ หน้าที่ของศรคือการจัดการกับศพที่นักฆ่าสังหารเรียบร้อย เขาต้องทำยังไงกับศพก็ได้เพื่อไม่ให้เหลือหลักฐานสาวไปถึงองค์กร ศรเองแทบจะไม่เคยทำงานพลาดเลย จนคนในวงการตั้งฉายาเขาว่า Anubis หรือเทพผู้นำทางคนตาย และยังยกย่องให้ศรเป็มือ 1 ในเอเชียในเื่ของการเก็บกวาด
กระทั่งวันหนึ่ง 5 ปีที่แล้ว A ทำงานพลาด เขาสังหารเป้าหมายไม่ครบทุกคน ในระหว่างที่ศรกำลังปฏิบัติการอยู่เป้าหมายฟื้นขึ้นมาเจอกับศรที่กำลังจะการนำศพไปเผา เธอคิดว่าศรนั้นคือคนฆ่าทุกคน เธอคว้าปืนที่วางอยู่ข้างศพสามีของเธอขึ้นมาเล็งมาที่ศรและเหนี่ยวไก
ปังง!!!
ะุแหวกอากาศพุ่งกระทบร่างไร้ิญญาที่ศรแบกอยู่ โชคดีเหลือเกินที่เธอไม่ใช่มือปืน ฝีมือการยิงปืนของเธอจึงพรากิญญาใครไม่ได้ง่ายๆ ศรรีบทิ้งร่างไร้ิญญาบนบ่าแล้วรีบเข้าไปแย่งปืนออกมา
กลับมาที่ปัจจุบัน
{เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้น}
"ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนเวรยามแล้ว เริ่มกวาดพื้นได้…Zero" ศรเปิดอ่านข้อความจากซีโร่
ศรเปิดประตูเข้าไปในห้องแลป เขาสวมถุงมือและเดินดูรอบๆ แลปนี้น่าจะเป็แลปสำหรับวิจัยอะไรสักอย่างเกี่ยวกับสัตว์ โต๊ะทำงานที่ตั้งชิดอยู่กับตู้ปลาขนาดั์ ด้านหน้ามีศพของนักวิทยาศาสตร์ชายคนหนึ่งนอนเสียชีวิตอยู่
"เขาเป็ใคร" ศรส่งข้อความกลับไปที่ซีโร่ สวีปเปอร์ทุกคนมีสิทธิ์ได้รู้ว่างานของเขาเป็ใคร พฤติกรรมเป็อย่างไร เพื่อผลลัพธ์ของการทำงานที่จะทำให้ดูแเีที่สุด
"ดร.วู นักวิทยาศาสตร์ชาวเกาหลี ที่พยายามตัดต่อพันธุกรรมบางอย่างของปลาปิรันญ่ากับมนุษย์ เขามักจะทำทุกอย่างด้วยตัวเองเสมอ เราฆ่าเขาด้วยสารเคมีของเขาเอง" ซีโร่ตอบ
ระหว่างนั้น ศรยังคงสำรวจห้องแลปต่อไป ในห้องมีเอกสารเกี่ยวกับสารเคมีหลายชนิดที่ส่งผลข้างเคียงต่อหนูและมนุษย์นอกจากนี้เขายังพบตัวอย่างสารเคมีเ่าั้บนโต๊ะทำงานของ ดร.วูด้วย
"ต้องเอาศพไปข้างนอก ในนี้จัดการยากเกินไป" ศรคิดในใจ
ครืดด…ครืดด
โทรศัพท์ของศรสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเขา
"ฮัลโหล…นายไม่ควรโทรมาตอนนี้นะซีโร่" ศรตำหนิซีโร่
"แย่แล้ว ไอ้ยามเวรต่อไปมันมาก่อนเวลา ตอนนี้มันกำลังเดินลงไป" ซีโร่โทรมาเตือนศรอย่างเร่งด่วน
"ห้ะ…ถ้ามันเปลี่ยนเวร มันต้องอ่านบันทึกประจำวันของยามก่อนหน้า และต้องเข้ามาตรวจพื้นที่ ถึงตอนนั้นเราซวยแน่" ศรตอบซีโร่
"ไม่ซวย ถ้ามันไม่ตรวจพื้นที่" ซีโร่ตอบเหมือนได้ไอเดียอะไรบางอย่าง
"หมายความว่าไง" ศรถามกลับ
"ตอนนี้มันอยู่หน้าประตูตู้ปลา" ซีโร่รายงานศร
ตอนนี้หัวใจศรเต้นตึกตัก ด้วยความหวาดระแวง ถึงศรจะเป็สวีปเปอร์มือ 1 แต่เขาไม่ใช่นักฆ่า ไม่มีทักษะการต่อสู้ แค่ยามทั่วไป เขาอาจจะซวยได้
"เขาอยู่ห้องแลปแล้ว" ซีโร่รายงานต่อไป
เสียงการรายงานของซีโร่ทำเอาหัวใจศรตกไปอยู่ตาตุ่ม เมื่อรู้ว่าตอนนี้เขากับยามห่างกันเพียงประตูกั้น
"เขาหยุดแล้ว เขานั่งอ่านหนังสือพิมพ์พร้อมกับเตรียมกาแฟ เขาไม่แตะรายงานบันทึกประจำวันเลย ฉันบอกนายแล้ว ไม่ซวย" ซีโร่รายงานด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
ศรถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่เขาไม่ได้ยกเขาออกจากอก เพียงเอาลูกใหม่มาวางแทน เพราะถ้ามียามนั่งอยู่แบบนี้ เขาจัดการกับศพไม่ได้แน่ๆ เหลือเวลาอีก 20 นาทีในการจัดการกับศพ ดร.วู ก่อนที่ยามที่นั่งสบายใจอยู่หน้าห้องจะรับเวรต่อ ศรหันไปเจอชุกราวของแลป เขาจึงได้ไอเดียที่จะจัดการศพ
"วันนี้ฉันต้องวัดดวงกับทุกอย่างเลยรึยังไงกันนะ…" ศรบ่นกับตัวเองพร้อมกับคว้าชุดกราวมาใส่
"สวัสดีครับคุณ…เอ่อ…ธวัชชัย" ศรเดินออกมาพร้อมกับทักทายยามที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ ศรชำเลืองมองป้ายชื่อยามที่ติดอยู่บนอกข้างซ้ายของเขา
"มันคิดจะทำอะไรวะ" ซีโร่ที่แฮ็กระบบกล้องวงจรปิดแอบดูศรอยู่ตลอดเวลา
"คุณเป็ใคร?" ยามถามศร และดูท่าทางจะแปลกใจไม่ใช่น้อย
"ผู้ช่วย ดร.วู ครับ" ศรตอบแบบวัดใจ ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่า ดร.วู ที่ชอบทำอะไรด้วยตัวเองนั้นย่อมไม่เคยมีผู้ช่วย
ยามมองหน้าศรด้วยความสงสัย เขาค่อยวางหนังสือพิมพ์ไว้ที่ตัก ส่วนมือซ้ายค่อยๆเอื้อมไปบนโต๊ะที่มีรายงานบันทึกประจำวันวางอยู่ ตอนนั้นศรใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว
"ดร.วู เขาให้ผมออกมาขอกาแฟครับ" ศรพูดขึ้นด้วยเสียงที่ไม่ปกตินัก
ยามคนนั้นชะงักมือพร้อมกับชี้นิ้วไปที่โต๊ะ
"นั่นไง กาแฟ" ยามบอกพร้อมชี้มือไปที่กา
"ครับ ขอบคุณครับ" ศรก้มตัวขอบคุณพร้อมหันไปที่กาต้มกาแฟ พร้อมค่อยๆรินกาแฟใส่แก้วกระดาษ หางตาเขาก็หันไปเจอเข้ากับท่อแป๊บเหล็กขนาดเหมาะมืออันนึง ศรค่อยๆวางกาต้มกาแฟไว้ที่เดิม หลังจากนั้นเขาก็หันหลังเดินเข้ามาในห้องเช่นเดิม ศรเปิดเอกสารดูผลของสารเคมีที่ส่งผลต่อหนูทดลอง
"Dreaminate Toxin ส่งผลต่อระบบประสาทให้มีอาการเหม่อลอยและสมองจะถูกหยุดไม่ให้จดจำ่เวลาที่ยาออกฤทธิ์ หากใช้ปริมาณมากเกินไปจะส่งผลให้ความจำ่ก่อนหน้าถูกทำลายไปด้วย"
ศรคว้าขวดยาดังกล่าวมาก่อนจะหยดมันลงไปในกาแฟ แล้วเดินออกไปนอกห้อง พอดี่เวลาเดียวกันกันยามที่ลุกมาทำท่าจะชงกาแฟ
"อ๊ะๆๆๆ ไม่ต้องชงใหม่หรอกครับพี่ อันนี้ ดร.วู บอกว่าเขาไม่กินแล้ว พี่เอาอันนี้ไปกินก็ได้ครับ ผมปรุงด้วยสูตรพิเศษ พี่จะต้องติดใจแน่นอน" ศรยิ้มกรุ้มกริ่มพลางยื่นกาแฟให้ยาม
"ขอบใจมากน้อง อื้มมม…อร่อยจริงด้วยแฮะ" ยามกล่าวพร้อมจิบกาแฟที่รับมา
ศรเดินกลับเข้ามาในห้อง ระหว่างรอเวลาให้ยาออกฤทธิ์ศรลองเอายา 3 ขวดที่เหลือมาลองป้อนหนูทดลอง
ขวดแรก "Scolomophie" หนูทดลองที่กินเข้าไปหงายท้องตึงอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนมันจะตายในทันที
ขวดต่อมา "Methamphetamine" ขวดนี้ศรเห็นก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือสารประกอบของยาเสพติดชนิดนึง ไม่กี่วินาทีหลังจากที่หนูกินสารนี้เข้าไป มันะโโลดเต้นอย่างบ้างคลั่ง แถมยังไล่กัดหนูตัวอื่นในตู้อีก
ขวดสุดท้าย "Propofolate" ศรลองให้หนูกินสารนี้ ผลออกมาคือ มันเชื่องช้าลง ช้าจนถูกหนูตัวที่สองกัดไปทั้งตัวมันไม่หนี ไม่หลบ ไม่แม้แต่จะป้องกันตัวเองเลยจนกระทั่งมันตายเพราะถูกกัด
ฟุบ…ศรหันไปทางประตู เพราะเหมือนจะได้ยินเสียงเหมือนกับกระดาษหล่นในอีกห้องนึง ศรค่อยๆแง้มประตูออกไปดู ยามคนนั้นหลับไปแล้ว หนังสือพิมพ์ในมือจึงหล่นลงหื้น ศรเริ่มหอบศพออกมาพร้อมกับคว้าเอาท่อแป๊บเหล็กที่วางอยู่ในห้อง รปภ.มาด้วย ศรวางศพ ดร.วู ไว้หน้าประตูตู้ปลา เขาใช้ท่อแป๊บงัดวาล์วน้ำเพื่อให้น้ำในตู้ปลาปิรันญ่าถูกถ่ายไปไว้อีกที่พร้อมกับระบบกรองน้ำชั้นยอด ที่จะไม่หลงเหลือหลักฐานไว้ในน้ำ เมื่อน้ำหมดตู้แล้ว เขาจึงเปิดประตูและนำศพ ดร.วู ไปไว้ในตู้ปลานั้นก่อนที่จะปิดประตูไว้ ศรเริ่มใช้ท่อแป๊บงัดวาล์วกลับมาทางเดิมเพื่อถ่ายน้ำและให้ปลาปิรันญ่ามาว่ายอยู่ในตู้ แต่ถึงอย่างนั้นปลาปิรันญ่ากลับไม่เข้ากัดกินศพดร.วู เพราะโดยสัญชาตญาณของมัน มันจะจู่โจมเมื่อมีสิ่งเร้าเท่านั้น แต่นั่นก็ไม่ได้ผิดไปจากสิ่งที่ศรคิดไว้ เขากลับไปที่ห้องแลป เพื่อเอาสาร Methamphetamine มา เขากรอกสารเคมีลงไปในตู้เกือบครึ่งขวด หากดูจากหนูทดลองแล้ว ถ้าสารนี้ออกฤทธิ์เมื่อไร เสื้อผ้าของ ดร.วู เองก็อาจจะไม่เหลือไว้ให้เห็น
ศรเดินย้อนมาที่ห้องแลป เขาจับหนูใส่กรงขนาดเล็ก ก่อนจะนำไปปล่อยที่แผงวงจรควบคุมประตูเปิดปิดตู้ หนูที่ถูกฉีดสารกระตุ้นเข้าไป ไล่ทำลายระบบสายไฟอย่างบ้างคลั่ง ในขณะเดียวกัน ปลาปิรันญ่าจำนวนกว่า 10 ตัว ก็เริ่มเข้ากัดกินซากของ ดร.วู แล้ว สิ่งที่เหลือจากนี้ ศรก็แค่นำทุกอย่างไปไว้ที่เดิม ท่อแป๊บเหล็กในห้อง รปภ. Pippete ที่ใช้ป้อนยาหนู ขวดสารเคมี หรือแม้แต่แก้กาแฟ เขาเองก็ไม่ลืมที่จะนำมาด้วย เพราะขืนวางไว้ มีหวังถูกจับได้แน่ๆ ศรใส่ชุดกราวเดินออกทางประตูหน้าของตึกโดยไม่ถูกสงสัย เขาขึ้นรถและแวะปั๊มน้ำมันเพื่อทิ้งชุดกราวก่อนจะขับรถกลับโรงแรมด้วยความโล่งใจ
บนรถระหว่างทางจากโรงแรมกลับบ้าน
"พ่อจ๋า อาเก้าใจดีมากๆเลย ตามใจทุกอย่างเลย" น้องเนยที่ตัวดำจากแดดเผาคุยจ้อด้วยความตื่นเต้น
"งั้นหรอจ๊ะ หนูชอบอาเก้าหรอจ๊ะ" ศรตอบลูกสาวขณะที่สมาธิอยู่กับการขับรถ
"ใช่ค่ะ หนูชอบอาเก้ามากๆเลย พ่อล่ะ ชอบอาเก้ามั้ย" น้องเนยถามพ่อด้วยความเดียงสาของเด็ก
"อ่า…เอ่อ…จ้ะๆ ถ้าลูกชอบ พ่อก็ชอบจ้ะ" ศรตอบด้วยน้ำเสียงกระอักกระอ่วนด้วยกลัวว่าลูกสาวจะเข้าใจความหมายคำว่าชอบของเขาผิด
__________________________________________________________________________________________
"เป็ไงบ้างซีโร่" เสียงผู้หญิงเอ่ยถามชายที่มีนามแฝงว่าซีโร่
"ครับ หัวหน้า สมแล้วที่เขาได้ชื่อว่า อนูบิส งานของเขาเฉียบขาดมากครับ" ซีโร่ตอบ
"โอนเงินให้เขา แล้วมอบหมายงานต่อไปได้เลย" ผู้หญิงคนนั้นกล่าวพร้อมเดินออกจากห้องที่อยู่ชั้นบนสุดของโรงแรม
"ครับ ไม่มีปัญหาครับ" ซีโร่กล่าว……