วิชาของสายเสริมพลังจะมีอยู่สองประเภทหลักอย่างแรกคือเสริมพลังชั่วคราวโดยอาศัยพลังแห่งเต๋าเป็เชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนเคล็ดวิชาให้สำแดงอานุภาพอีกประเภทหนึ่งเป็การใช้พลังเต๋าอย่างเพื่อเสริมพลังให้กับร่างกายหรือสิ่งของอย่างถาวร และคัมภีร์ฝ่าเท้าวานรก็จัดอยู่ในประเภทหลัง
จุดเด่นของวานรคือความรวดเร็ววิชานี้จึงเป็การเสริมพลังกล้ามเนื้อให้มีความยืดหยุ่นและเพิ่มความเร็วเท่ากับวานรหนึ่งตัวนั่นหมายความว่าเมื่อฝึกสำเร็จเขาจะมีพลังความเร็วปกติตามระดับพลังบวกกับความเร็วของวานรในระดับพลังเดียวกัน
กล่าวคือถ้าความเร็วพื้นฐานเป็ 3แล้วความเร็วของวานรเป็ 5 วิชานี้จะเสริมความเร็วพื้นฐานทำให้กลายเป็แปด หน่วยเมื่อระดับพลังเพิ่มขึ้น ความเร็วก็จะเพิ่มจากความเร็วพื้นฐานที่ผ่านการเสริมพลังแล้วด้วยการทับทวี
หยางฉินเทียนตัดสินใจที่จะเลือกวิชานี้ไปฝึกจึงหยิบแผ่นหยกไปแตะที่แท่งศิลาแล้วใช้พลังเต๋าคัดลอกข้อมูลเข้าไปข้างในเขาเดินสำรวจวิชาเสริมพลังถาวร ไม่นานนักเขาก็เจออีกคัมภีร์ที่้าอีกเล่มหนึ่งซึ่งชื่อว่า“อาชาลมกรด”
หลังจากเดินดูแล้วไม่เจอคัมภีร์อื่นที่ต้องตาโดนใจเขาจึงเดินขึ้นไปยังชั้นสอง หลังจากเดินสำรวจจนทั่วชั้นนี้มีคัมภีร์หมูป่าเกรี้ยวกราดกับคัมภีร์กอลิล่าเขย่าภูผาที่น่าใจวิชาแรกคล้ายกับวิชาฝ่าเท้าวานรแต่วิชานี้เพิ่มฐานของพละกำลังส่วนวิชากอลิล่าเขย่าภูผาจะเป็การเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่แขนทั้งสองข้างทั้งรุกและรับนั่นหมายความว่าเขาจะโจมตีด้วยแขนได้รุนแรงขึ้นและรับผลกระทบน้อยลงเมื่อเอาแขนป้องกัน
“สองวิชานี้ใช้ได้...”
เขาใช้แผ่นหยกบันทึกข้อมูลแล้วเดินขึ้นชั้นสามจำนวนคัมภีร์แต่ละชั้นน้อยลงเรื่อย ๆ นั่นเป็เพราะราคาของวิชาพวกนี้สูงขึ้นไปตามระดับแม้ว่าจะเป็การซื้อข้อมูลที่คัดลอกมา แต่เพราะมันเป็สิ่งที่หายากจึงมีราคา
ทุกปีจะมีกองคาราวานนำสินค้ามาขายที่หมู่บ้านตระ-กูลหยางการซื้อขายแลกเปลี่ยนจะเกิดขึ้นใน่นั้น โดยส่วน กลางจะขายแมลงแห่งเต๋าที่เพาะพันธุ์ไว้บางส่วนเพื่อแลกกับคัมภีร์ใหม่ๆ ส่วนผู้ที่มีทรัพย์ก็สามารถเลือกซื้อสิ่งของตามความประสงค์ของตนเองได้เช่นกัน
หยางฉินเทียนเดินขึ้นไปยังชั้นที่สาม ชั้นนี้ใช้เวลาค่อนข้างเร็วเพราะมีแท่งศิลาไม่ถึงยี่สิบแท่งเขาเลือกคัมภีร์วิถีะกับคัมภีร์หทัยหยกวิชาแรกสามารถเพิ่มการฟื้นฟูร่างกายให้รวดเร็วกว่าเดิมหลายเท่าส่วนอีกวิชาหนึ่งเป็การเพิ่มความแข็งแกร่งของอวัยวะภายใน
“ที่เหลือก็แค่ชั้นบนสุด”
หลังจากเดินขึ้นบันไดไปสองสามก้าวก็สังเกตเห็นม่านพลังตรงประตูเป็สีแดงเขาเข้าใจว่าน่าจะเป็รูปแบบการเตือนว่าอาจจะเป็การไม่เหมาะสมคล้ายกับวิถีพลังที่เป็ฝ่ายลบคาดว่ามันอาจจะเป็คัมภีร์ที่หนักเกินไปกว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับปฐมธาตุจะรองรับได้
“แค่เข้าไปดูคงไม่มีปัญหาอะไรถึงยังจะฝึกไม่ได้ก็ขอชมหน่อยว่ามันมีอะไรบ้าง อ้าว! ประตูไม่เปิด”เขาเดินไปถึงประตูทางเข้าแต่ประตูยังคงเป็สีแดงแม้เขาจะเอามือไปััมันก็ยังคงสภาพเดิม “สงสัยจะเป็เขตหวงห้าม”
ในเมื่อเขาไม่สามารถเข้าไปข้างในได้จึงย้อนกลับลงมาชั้นที่สามแล้วเดินเข้าประตูไปยังฝั่งวิถีพลังสายควบคุมคัมภีร์สายควบคุมค่อนข้างหลากหลาย รูปแบบการควบคุมมีทั้งจำกัดการเคลื่อนไหว หรือควบคุมคู่ต้อสู้ควบคุมสัตว์อสูร ควบคุมวัตถุ ควบคุมแรงโน้มถ่วงหรือแม้กระทั่งควบคุมการไหลเวียนของพลังฟ้าดินในเขตพื้นที่จำกัดแต่น่าเสียดายที่ในหอคัมภีร์แห่งนี้มีไม่ครบทุกรูปแบบ
หยางฉินเทียนเดินวนดูทั้งสามชั้นเพื่อหาวิชาที่น่าจะเป็ประโยชน์สิ่งที่เลือกเลือกมาได้คือคัมภีร์สยบฟ้าดินซึ่งเป็วิชาระดับสอง และคัมภีร์ฝึกสัตว์อสูรซึ่งเป็วิชาระดับสาม
วิชาแรกเป็การหยุดการไหลเวียนของพลังเต๋าในจุดที่พลังััใน่ระยะเวลาหนึ่งในเมื่อการโจมตีของเขาต้องอาศัยการปะทะ หากโจมตีเข้าไปที่แก่นพลังบริเวณกลางหน้าอกทักษะเต๋าของคู่ต่อสู้จะใช้การไม่ได้ชั่วคราวซึ่งน่าจะเป็ประโยชน์ในหลายรูปแบบส่วนอีกวิชาหนึ่งเขาเอามาอ่านเล่นเผื่อมีโอกาสได้เลี้ยงสัตว์อสูรในอนาคต
ตอนนี้พื้นที่ในแผ่นหยกใช้งานไปแล้วแปดส่วนเหลืออีกสองส่วนสำหรับบันทึกอีกสองวิชาซึ่งก็เหลือแต่กระบวนท่าในการโจมตีเขาเดินผ่านประตูเข้าไปยังฝั่งของสายปะทะเห็นคนจำนวนมาก ชายผอมบางคนหนึ่งเห็นเขาเดินมาก็ปรี่เข้ามาหา
“คารวะขอรับลูกพี่ลูกพี่กำลังหาคัมภีร์สายปะทะอยู่ใช่มั้ยครับ มาครับผมจะพาไปดูวิชายอดนิยมที่ผู้คนชอบฝึกกัน ถ้าเื่ข้อมูลถามข้าได้สำหรับท่านข้าจะไม่คิดตังเลยแม้แต่แดงเดียว!”
หยางฉินเทียนมองั้แ่หัวจรดเท้า
“เ้าเป็ใคร”
“ข้าน่ะเหรอข้าก็คือหนุ่มรูปงามนามว่าหยางจินเป่าผู้เฉลี่ยวฉลาดปราดเปรื่องเลื่องลือระบือไกลยากที่ใครจะไม่รู้จักข้าไม่ว่าจะเป็...”
“พอแล้ว ทำไมเรียกข้าว่าลูกพี่ข้าไม่เคยรู้จักเ้า”
“ที่ข้าเรียกท่านเป็ลูกพี่ก็เพราะว่าข้าเป็ลูกน้องท่านไง มา ๆ ลูกพี่อย่าเขินอายข้าจะพาท่านไปบันทึกวิชาที่ใครต่อใครผู้นิยมของฟรีในหมู่บ้านตระกูลหยางชอบฝึกกัน”หยางจินเป่าทึกทักเป็ลูกน้อง อย่างไม่ละอาย หยางฉินเทียนเห็นว่าไม่ใช่เื่เลวร้ายอะไรจึงไม่ถือสาและเดินตามหยางจินเป่าไป