เมื่อได้ยินเสียงร้องเรียกของคนผู้นั้นผู้คนอื่นๆ ก็อดไม่ได้ที่จะสบตากัน
"จริงหรือ? ไม่ได้หลอกกันใช่ไหม?"
"นั่นสิ! ของแข็งๆ แบบนี้ดูแล้วไม่มีเนื้อสักนิด จะอร่อยได้อย่างไร?"
เมื่อได้ยินเสียงกังขาของผู้คนรอบข้างชายผู้นั้นก็โต้กลับอย่างไม่ยอม
"หากไม่เชื่อข้า พวกท่านลองดูก่อนก็ได้!"
เมื่อเห็นท่าทางมั่นใจของเขาผู้คนต่างพากันทำตามอย่างเขา ไม่นานทุกคนก็ถูกรสชาติอันโอชะของปูขนพิชิตต่างแย่งกันกินอย่างกระตือรือร้น
ซูไท่ไท่และซูฉงกวงเห็นดังนั้นก็ตกตะลึงเป็อย่างยิ่งอดไม่ได้ที่จะสบตากัน
"นี่ๆ ไอ้แมลงหนีบคนนี่กินได้จริงๆ หรือ?"
หากก่อนหน้านี้พวกเขายังสงสัยว่าแมลงหนีบคนมีพิษตอนนี้เห็นผู้คนต่างพากันแย่งกิน ก็รู้สึกราวกับว่าตนเองขาดทุนแล้ว
"ไป! รีบไปดูกันว่ายังมีอีกหรือไม่!"
ซูฉงกวงไม่สนใจตอบคำถามของซูไท่ไท่รีบวิ่งไปยังดงอ้อนั้นราวกับผีอดอยาก
"นี่! เดี๋ยวก่อน!"
ซูไท่ไท่มองดูบุตรชายคนโตที่วิ่งไปยังดงอ้อราวกับถูกผีสิงทิ้งนางไว้เื้ั นางจึงไม่สนใจที่จะหาเื่ซูอี้หว่านอีกต่อไปรีบวิ่งตามไปทันที
ในเวลานี้ผู้คนจำนวนมากได้เข้าไปค้นหาในดงอ้อจนทั่วดงอ้อมีเพียงเท่านี้ ปูขนตัวใหญ่ถูกผู้คนกวาดล้างไปจนหมดเมื่อซูฉงกวงไปถึงก็ได้แต่คว้าปูตัวเล็กๆ ออกมา ซึ่งไม่พอแม้แต่จะแคะขี้ฟันด้วยซ้ำ
"น่าตายนัก! ข้าว่านางแพศยาน้อยนั่นจงใจกลั่นแกล้งพวกเรา!"
ซูไท่ไท่ระบายความโกรธด้วยการโยนปูตัวเล็กลงบนพื้นอย่างแรงยังรู้สึกไม่หายแค้น ก็เหยียบมันซ้ำลงไป
มองดูเปลือกปูที่ถูกเหยียบจนแตกนางรู้สึกเสียใจเป็อย่างยิ่ง
นางไม่ได้กินอิ่มท้องมานานเท่าไรแล้ว!
เดิมทีพวกเขาคิดไว้แล้วว่าเมื่อซูอี้หว่านกินแมลงหนีบคนแล้วท้องเสีย ถึงตอนนั้นค่อยฉวยโอกาสลงมืออย่างไรเสียก็ต้องจับพวกมันมาให้ได้
บัดนี้ฝันหวานสลายถูกพวกมันเล่นงาน แม้แต่แมลงหนีบคนก็ถูกผู้คนกวาดไปจนหมด
"ไม่ได้! บัญชีนี้ข้าต้องเอาคืนให้ได้! กวงเอ๋อร์ พวกเราไปกัน!"
"ท่านแม่ ท่านมีแผนแล้วหรือ?"
ซูฉงกวงรู้สึกเสียใจเป็อย่างยิ่งอุตส่าห์ค้นพบอาหารที่กินได้ ตอนนี้กลับถูกผู้คนแย่งชิงไปจนหมด
มองดูปูตัวเล็กที่วางอยู่บนพื้นซึ่งไม่พอแม้แต่จะแทะทั้งเสียใจทั้งโกรธ
"จะต้องกลัวอะไรอีก! นางแพศยาน้อยนั่นจับแมลงหนีบคนไปตั้งหลายถังข้าเป็ผู้าุโ คิดว่านางจะไม่ให้พวกเราเลยหรือ?"
"ท่านแม่ ท่านพูดถูก!พวกเขายังยอมแบ่งปันอาหารให้คนแปลกหน้าที่ไม่เกี่ยวข้องกัน หากจะมิให้พวกเรากินก็เกินไป!"
เมื่อได้ยินคำพูดของซูไท่ไท่ดวงตาของซูฉงกวงก็เป็ประกายขึ้นมา แม้ว่าซูอี้หว่านจะพูดซ้ำๆว่าได้แยกบ้านกันแล้ว แต่สายเืก็มิอาจตัดขาดได้ตราบใดที่ซูอี้หว่านและซูอี้โจวยังคงแซ่ซู ก็ยังคงเป็คนของตระกูลซู!
ซูไท่ไท่ในฐานะผู้าุโของพวกเขาหากพวกนางไปขออาหารจากจางอ้ายหลิน พวกเขาคงไม่กล้าปฏิเสธ
สองแม่ลูกสบตากันต่างเห็นพ้องต้องกันว่าไม่ควรรอช้า
"พวกมันมีคนมาก พวกเรากลับไปเรียกต้าฟู่และต้าไฉมาช่วยกัน!"
ซูไท่ไท่รู้สึกว่าก่อนหน้านี้พวกเขาแม่ลูกมีคนน้อยจึงถูกซูอี้หว่านซ้อมเอาซูไท่ไท่จึงดึงซูฉงกวงกลับไปหาผู้ช่วยโดยตรง
ในขณะเดียวกันซูอี้หว่านกำลังปรึกษาหารือกับครอบครัวว่าจะทำอย่างไรต่อไป
"หว่านหว่าน เ้าดูซิว่าจะจัดการกับปูขนเหล่านี้อย่างไร?"
นอกจากที่ส่งให้ครอบครัวนายพรานและส่วนที่พวกเขากินในคืนนี้ยังเหลือปูขนอีกสามถัง
กระนั้นปูขนก็เป็อาหารที่เสียง่ายไม่ควรเก็บไว้นาน หากตายลงก็จะก่อให้เกิดพิษ ไม่สามารถกินได้อีกต่อไป
เพื่อหลีกเลี่ยงสายตาผู้คนพวกเขาจึงใส่ไว้เพียงไม่กี่ถัง ส่วนปูขนที่เหลือเก็บไว้ในมิติแต่ตอนนี้มองดูปูที่เหลือ ซูอี้โจวก็เริ่มกังวล
เขาชอบกินอาหารทะเลก็จริงแต่ต่อไปนี้จะให้กินแต่ปูขนอย่างเดียวก็คงไม่ไหว
"ถึงพวกเราจะไปถึงเมืองอวิ๋นเฉิงก็ต้องใช้เงินอยู่ดีสู้เอาปูขนเหล่านี้ไปหารายได้ดีหรือไม่?"
"หว่านหว่าน ที่เ้าพูดหมายความว่าอยากจะแปรรูปปูขน?"
เมื่อได้ยินคำพูดของซูอี้หว่านจางอ้ายหลินก็ตาเป็ประกายขึ้นมาทันที ในมิติมีของดีมากมายแต่ทั้งหมดนั้นล้วนแต่สะดุดตาเกินไป ไม่เหมาะที่จะนำออกมาแลกเงิน
หากไม่มีเงินก็ยากที่จะก้าวเดินจางอ้ายหลินคิดถึงเื่นี้มาก่อนหน้านี้แล้ว
เมื่อได้ยินคำพูดของซูอี้หว่านนางก็เข้าใจทันที
"ท่านแม่เดาถูกแล้ว!"
ซูอี้หว่านดีดนิ้วชี้ไปยังถังไม้ที่อยู่ตรงหน้า
"พวกเราทำปูขนเหล่านี้ให้เป็น้ำจิ้มไข่ปู [1] พวกท่านคิดเห็นอย่างไร?"
"แต่จะใช้อะไรใส่?"
ซูอี้โจวขมวดคิ้วอยู่ข้างๆการทำน้ำจิ้มไข่ปูเป็ความคิดที่ดีแต่พวกเขาไม่สามารถนำขวดโหลออกมาจากมิติเพื่อใส่น้ำจิ้มไข่ปูได้
"ใช้กระบอกไม้ไผ่เป็อย่างไร?"
ในเวลานี้เองเสียงทุ้มนุ่มลึกก็ดังเข้ามาในหูของพวกเขา เห็นชายที่เงียบมาตลอดจู่ๆก็เอ่ยปากขัดจังหวะการสนทนาของพวกเขา
"สหาย ท่านมีวิธีงั้นหรือ?"
เมื่อได้ยินคำพูดของชายผู้นั้นซูอี้โจวก็รู้สึกว่าความคิดของเขาดี เพราะผู้คนที่หลบหนีภัยพิบัติมีจำนวนมากหน่อไม้บนูเาถูกขุดไปจนหมดแล้ว แต่ไม้ไผ่กินไม่ได้จึงไม่มีผู้ใดแตะต้อง
ปล้องไม้ไผ่ตรงกลางจะมีช่องว่างตามธรรมชาติแค่เปิดปากแล้วนำไปบรรจุสิ่งของ จากนั้นก็ปิดปากก็จะกลายเป็เื่ง่าย
"ปูขนนึ่งกระบอกไม้ไผ่ก็เป็วิธีการกินอย่างหนึ่งการนำกลิ่นหอมอันเป็เอกลักษณ์ของไม้ไผ่มาผสมผสานกันรสชาติจะมีความพิเศษกว่าปูนึ่งทั่วไปเพียงแต่ไม่รู้ว่าการใช้กระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำจิ้มไข่ปูจะมีลักษณะเป็เช่นไร"
เมื่อได้ยินข้อเสนอแนะของชายผู้นั้นซูอี้หว่านก็รู้สึกว่าดี แต่ก็อดไม่ได้ที่จะลังเล
กลิ่นหอมเฉพาะตัวของไม้ไผ่จะทำลายกลิ่นหอมเฉพาะตัวของน้ำจิ้มไข่ปูหรือไม่
"จะคิดมากไปทำไม พวกเราลองทำดูก่อนก็รู้แล้วไม่ใช่หรือ?"
ซูอี้โจวกลับรู้สึกว่าน้องสาวกังวลมากเกินไปตอนนี้พวกเขาก็มีวัตถุดิบมากมายให้ลองผิดลองถูก
"ดี ถ้าเช่นนั้นพวกท่านไปตัดกระบอกไม้ไผ่กลับมา ข้าจะลองทำดู!"
ซูอี้หว่านเห็นด้วยกับความคิดของพี่ชายการไม่ลองทำอะไรเลยก็ไม่มีทางรู้ผลลัพธ์ นางมิใช่คนประเภทที่ลังเลเมื่อตัดสินใจแล้วก็รีบลงมือทันที
"รับทราบ!"
ซูอี้โจวยิ้มตอบรับเอื้อมมือไปตบบ่าชายผู้นั้น
"พวกเราไปตัดไม้ไผ่กัน?"
ชายผู้นั้นมิได้กล่าวอันใดมากรีบลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก
เขาดูจะเป็คนไม่ชอบพร่ำพรรณนาแต่เลือกที่จะแสดงออกด้วยการกระทำ
ซูอี้โจวมองเขาแล้วส่ายหน้าพลางยิ้มขำแล้วก็รีบก้าวตามไปอย่างไม่รอช้า
เมื่อทั้งสองคนจากไปสองแม่ลูกซูอี้หว่านก็สบตากัน รู้ดีว่าจะต้องทำอะไรต่อไป
"ท่านแม่ พวกเราช่วยกันยกเตาอบดินเข้ามาข้างในเถอะ"
ก่อนหน้านี้ซูอี้หว่านจงใจทำปูขนนึ่งในลานบ้านกินต่อหน้าผู้คน ก็เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าปูขนไม่มีพิษ สามารถกินได้อย่างสบายใจ
นี่มิใช่ว่าซูอี้หว่านยินดีที่จะแบ่งปันอาหารให้ทุกคนโดยไม่หวังผลตอบแทนแต่เป็นาง้าให้มีผู้คนช่วยนางประชาสัมพันธ์อาหารชนิดนี้ขจัดความเข้าใจผิดของผู้คนที่มีต่อปูขน
เพื่อที่จะขายน้ำจิ้มไข่ปูให้ได้เร็วยิ่งขึ้น
แต่พอนึกถึงชายผู้นั้นซูอี้หว่านก็อดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดนางไม่รู้ว่าการรับเขาไว้นั้นจะเป็โชคดีหรือร้ายกันแน่?
เชิงอรรถ
[1]蟹黄酱คือซอสที่ทำจากมันปู (ไข่ปู) และเนื้อปูผัดกับน้ำมันหมูและปรุงรสด้วยเครื่องปรุงต่างๆ มักนำมาทานกับข้าวสวยหรือใช้เป็ส่วนผสมในอาหารอื่นๆ เพิ่มรสชาติและความหอมของปู