ที่สนามบินในตัวกรุงเทพฯ นานามายืนรอรับคนๆ หนึ่งั้แ่ 8 โมงเช้า ที่เธอรอมากว่า 5 ปี เขาเป็คนที่นานานับถือเหมือนคนในครอบครัว แม้จะไม่ได้เป็สายเืเดียวกันก็ตามแต่เธอก็นับถือเขาเหมือนกับพี่ชายแท้ๆ
“โอ๊ะ นานา รอนานมั้ย” เสียงเรียกที่คุ้นเคยให้นานาต้องหันไปมองก่อนจะพบกับพี่ชายที่เธอกำลังรออยู่
“พี่โจ สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ ไม่ได้เจอกันนานอ้วนขึ้นรึเปล่าเนี่ย” พี่โจเอื้อมมือมาบีบแก้มเบาๆ ราวกับหมั่นเขี้ยวกัน
“โถ่~หนูก็ไม่ได้อ้วนขนาดนั้นมั้ยคะ”
“ฮ่าๆๆ โทษๆ ก็เรามันน่าเอ็นดูนี่นา” มือหนาของเขาเอื้อมมาโยกศรีษะของเธอเล่น “ป่ะ กลับบ้านกันพี่หิวจะแย่แล้วเนี่ย”
“งั้นไปกันค่ะ เดี๋ยวหนูช่วยถือของนะคะ”
ในขณะเดียวกันด้านหลังเสาที่ห่างจากตรงที่นานาอยู่ไปไม่ไกลมีคนสามคนที่กำลังซุ่มมองดูเธออยู่
“แล้วทำไมกูต้องมาหลบๆ ซ่อนๆ ด้วยเนี่ย” แบล็คผู้ที่ถือว่าเป็แบ็คใหญ่ของแก๊งเอ่ยด้วยใบหน้าที่ดูจะหงุดหงิดสุดๆ
“เอ้า ถ้าไม่ทำแบบนี้แล้วจะให้ทำไง จะไปโผล่ให้น้องเห็นแบบโจ่งแจ้งน่ะหรอ มึงบ้าป่ะเนี่ย กูแค่อยากมาเพื่อให้หายสงสัยไม่ใช่มาโผล่หน้าให้น้องเห็นนะเว้ย” โฟลท ตัวต้นคิดของเื่นี้เอ่ยขึ้น ย้อนกลับไปเมื่อตอนเช้า เนื่องจากนานาสาวน้อยของเขาเกิดทำตัวพิรุธไม่ยอมบอกว่าเธอนัดกับใครไว้ แล้วด้วยความสงสัยอย่างสุดขีดทำให้เขาตัดสินใจตามมาเพื่อให้คลายสงสัย
“เสร็จแล้ว ไปเถอะ” ริทเอ่ยด้วยใบหน้าที่พร้อมจะหลับ เขาก็เป็อีกคนที่ไม่ได้เต็มใจมาด้วยซ้ำ แต่ดันโดนโฟลทลากมาน่ะสิ เลยจำใจต้องมา
“ยังไปไหนไม่ได้”
“เหี้ยไรอีก มึงก็ได้เห็นแล้วนี่ ว่ายัยเด็กนั่นมารับใคร”
“เออ เื่นั้นกูรู้ แต่มันก็คาใจอยู่”
“คาใจห่าอะไรอีก มึงอย่าบอกนะว่าจะตามสองคนนั้นไปอ่ะ” โฟลทเอื้อมไปแตะบ่าของเพื่อยแบล็คด้วยสีหน้าอย่างจริงจัง “ใช่เลยเพื่อน”
“fuck!”
“ไอ้แบล็ค กูรู้นะว่ามึงก็อยากตามด้วยน่ะ ไม่ต้องมาทำเป็เก๊กเลย” ราวกับแทงใจดำ ใช่ เขาก็อยากจะตามดูยัยเด็กน้อยนั่นด้วย แต่ถ้าตอบตกลงไปง่ายๆ เดี๋ยวไอ้พวกเพื่อนมันจะล้อเอาสิ เสียชื่อจอมโหดหมด
“จิ๊!!”
“ไม่ต้องมาทำเป็จิ๊ปากเลย ไปๆ เดี๋ยวจะตามน้องไม่ทันเอา” ไม่รอให้เพื่อนได้ตอบอะไรโฟลทก็จัดการลากเพื่อนออกมาทันที
“ต้องไปด้วยหรอ” ริทที่ยังมึนๆ งงๆ เอ่ยถาม
“เฮ้อ แล้วทำไมกูต้องไปกับแม่งด้วยเนี่ย หัวจะปวด”
ตัดมาที่อีกฝั่งนานากับพี่โจที่อยู่บนรถ ทั้งคู่นั่งแกร๊บโดยที่ไม่รู้ว่ามีรถอีกคันกำลังตามพวกเขาอยู่
“พี่โจอยากกินอะไรเป็พิเศษรึป่าวคะ” นานาหันไปถามพี่โจ “นานากินอะไรพี่ก็กินอันนั้นแหละ”
“อีกแล้วหรอคะ”
“ทำไมล่ะ ประหยัดดีออก”
พี่โจยังยังเหมือนเดิมเลย สมัยก่อนเวลาเธอจะกินอะไรพี่โจก็มักจะกินตามด้วยเสมอ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก ออกจะชอบด้วยซ้ำ
จากสนามบินมาไม่นานก็ถึงบ้านของพี่โจ บ้านที่คุ้นเคยบ้านที่พี่เขาเคยอยู่กับครอบครัว แต่ตอนนี้ครอบครัวของเขากระจัดกระจายต่างคนต่างอยู่แล้ว
พ่อแม่หย่ากัน คุณยายเสีย น้องสาวก็ทะเลาะกันแรงจนตัดพี่ตัดน้องเหลือแค่พี่โจคนเดียว ก็ไม่แปลกที่ 5 ปีที่ผ่านมาพอพี่โจได้งานที่อเมริกาเขาก็ไม่กลับมาเลย
ก็บ้านที่เคยเป็ครอบครัวตอนนี้มันมีแค่ความทรงจำที่เลวร้ายเหลืออยู่เท่านั้นไงล่ะ
“ทำไมมันไม่รกเลยเนี่ย เรามาทำความสะอาดให้พี่หรอ”
“ค่ะ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าพี่โจจะกลับมามั้ยแต่หนูก็ไม่อยากให้บ้านหลังนี้เหลือแต่ความทรงจำจริงๆ นี่คะ”
พี่โยหันมายกยิ้มพร้อมกับโยกหัวฉันเบาๆ “คงลำบากน่าดูเลยนะ ขอบคุณนะนานา”
นานายกยิ้มดีใจให้พี่โจ “แค่นี้เองค่ะ หนูเต็มใจทำให้อยู่แล้ว”
แต่ที่ดีใจกว่าคำชมนั่นคือการที่พี่ชายของเธอกลับมาบ้านนี่แหละ มันไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้แล้ว
“โอ๊ะ จะว่ายังไม่ได้ซื้อวัตถุดิบมาทำกับข้าวเลยค่ะ เมื่อกี๊ก็ลืมบอกให้แกร็บแวะตลาดด้วย”
“ตอนที่ผ่านมาพี่เห็นมีโลตัสด้วยนี่ เราไปซื้อของที่นั่นก็ได้”
“เอางั้นก็ได้ค่ะ”
หลังจากตกลงกันเสร็จนานากับพี่โจก็พากันเดินออกจากบ้านเพื่อจะไปซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารมื้อกลางวัน แต่จังหวะนั้นเองสายตาของนานาก็ดันเหลือบไปเห็นรถยนต์คันสีดำคันหนึ่งที่คุ้นตาจอดอยู่เยื้องจากบ้านของเธอไป
รถใครกันนะ
“นานา ไปกันได้แล้ว”
“ค่ะ” โดนพี่โจเรียกเสียก่อนเลยยังไม่ทันจะเข้าไปถาม ช่างเถอะ คงไม่ได้เกี่ยวกับเธอหรอกมั้ง
ตัดภาพไปที่รถยนต์คันสีดำ มีสามหนุ่มนั่งสังเกตการณ์อยู่ภายในรถ
“แล้วทำไมกูต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย” แบล็คถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาไม่เข้าใจว่าไอ้เพื่อนโฟลททำไมต้องพยายามตามติดเฝ้าดูยัยเด็กนั่นด้วย
“แหมไอ้แบล็ค กูรู้นะว่ามึงก็อยากรู้อ่ะ ไม่งั้นมึงคงไม่ยอมมากับพวกกูหรอก เชอะ!”
“กูี้เีฟังมึงบ่นไงถึงยอมมาด้วยเนี่ย น่ารำคาญชิบหาย” ถึงแม้ในใจจริงๆ เขาก็อยากมาดูหน้าไอ้คนที่เธอบอกว่ารอก็เถอะ
“ไปๆ ขับตามไป อย่าให้สองคนนั้นจับได้”
“จิ๊! สั่งเป็พ่อกูเลยนะไอ้สัส” แบล็คจิ๊ปากก่อนจะขับรถตามไป
“มึงก็เลิกนอนได้แล้ว!” โฟลทหันไปตีเพื่อนริทที่นอนเอกเขนกอยู่หลังเบาะ
“อืม~” ถึงจะตีเท่าไหร่หรือขว้างหมอนใส่อีกคนก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นสักทีจนต้องยอมปล่อยริทให้นอนต่อ “ไอ้เวรนี่-!”
“shit! ขับเหี้ยไรวะ! พ่อมึงสอนให้ขับปาดชาวบ้านแบบนี้เรอะ!!” เสียงห้าวของแบล็คที่พ่นออกมามันดังจนคันคู่กรณีถึงกับหันมามองพร้อมกับยกมือขอโทษ
“แม่ง ก่อนจะได้ตามน้องกูว่าจะโดนตีนก่อนซะแล้วล่ะ” ก็สมฉายาเ้าพ่อจอมโหดไง ดุ เถื่อน ปากหมาครบสูตรเ้าพ่อจอมโหด
ขับมาจนถึงโลตัสทั้งสามหนุ่มก็พากันลงจากรถเดินตามนานาและผู้ชายคนนั้นเข้าห้าง ไม่พอพวกเขายังใส่ชุดพรางตัวเพื่อป้องกันไม่ให้นานารู้ตัวด้วย
โฟลทใส่แว่นตากับหมวกวินเทจสีดำ แบล็คใส่แว่นตากับเสื้อคลุมยีนส์แขนขาว และริทใส่หมวกแก๊ปกับแมส
ทันทีที่พวกเขาก้าวเข้ามาในห้าง สายตาของริทก็ต้องหยุดชะงักทันที ด้วยที่เป็ห้างซุปเปอร์ขนาดใหญ่ทำให้มีร้านอาหารหลากหลายๆ มากมายละลานตาและแต่ละร้านอาหารก็น่ากินด้วย
ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็ของชอบของริทเลย เลือกไม่ถูกว่าจะเข้าร้านไหนดี
“ไอ้ริท มึงหยุดเดินทำเหี้ยทำไม มานี่!” ยังไม่ทันที่ริทจะเดินเข้าร้านอาหารเขาก็ถูกเพื่อนโฟลทรั้งคอเสื้อเอาไว้พร้อมกับลากให้เดินตาม
“หิว”
“หิวห่าอะไร เมื่อกี้ก็กินข้าวในรถไปแล้ว”
“ขนม”
“พอ แดกทั้งวี่ทั้งวันเก็บตังซะมั่ง แล้วก็มาบ่นตอนสิ้นเดือนว่าตังหมดไอ้ห่า”
“แง”
“แงพ่องมึงอ่ะ”
ระหว่างที่กำลังวุ่นวายลากริทออกจากโซนอาหารก็พบว่านานากับผู้ชายคนนั้นก็หายไปแล้ว
“เพราะมึงเลยเนี่ย มัวแต่จะซื้อขนมอยู่นั่นแหละคลาดกับน้องเลย”
ริทเบะปาก เพราะั้แ่เข้าโลตัสมาเื่ของนานากับผู้ชายคนนั้นถูกลบหายไปแล้วแทนที่ด้วยอาหารที่น่ากินแทน
ก็มันหอมนี่ เป็ใครก็ต้องซื้อมั้ย
เดินกันจนมาถึงโซนอาหารสดและผักผลไม้ โฟลทยืนหลบมุมอยู่หลังตู้แช่นมและขนมแช่แข็ง คอยสอดส่งพฤติกรรมของนานาและผู้ชายคนนั้นอย่างห่างๆ โดยมีแบล็คยืนทำกอดอกทำหน้าโหดอยู่ข้างๆ
“ทำไมต้องส่งยิ้มให้กันขนาดนั้นด้วยวะ” มือแกร่งบีบตู้แช่เพื่อระบายความโมโห “เวรเอ้ย!”
นานากับผู้ชายคนนั้นเลือกของกันอยู่พักหนึ่งก่อนพวกเขาจะพากันเดินไปยังโซนอื่น โฟลทที่เห็นก็จะเดินตามก่อนจะหันไปเรียกเพื่อนแต่ก็ต้องชะงักเพราะริทดันหายซะงั้น
“อ่าว ไอ้ริทไปไหนอ่ะ” แบล็คเงยหน้าจากมือถือก่อนบุ้ยหน้าไปยังล็อคอาหาร “ไปหาของแดกล่ะ”
“ไอ้เวรนี่” โฟลทถึงกับจบหน้าผากฉาดเมื่อเห็นเพื่อนตัวดีกำลังกอดกล่องอาหารเต็มไม้เต็มมือก่อนเขาจะรีบเดินไปหาแล้วฟาดมือลงหัวริทจนหมวกที่ใส่พรางตัวเกือบหลุด
“ทำห่าไรของมึงเนี่ย เดี๋ยวสาวน้อยก็มาเห็นมึงหรอก”
“หิว”
“หิวห่าอะไรอีก มึงกะจะแดกให้ท้องแตกเลยรึไงห๊ะ” ริทเบะปากครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้
แล้วจังหวะนั้นเองที่โฟลทจะหันไปเรียกแบล็คที่ยังยืนอยู่ที่เดิมแต่ดันหันไปสบตากับนานาที่หันมาทางนี้พอดีทำให้โฟลทต้องรีบหันกลับโดยไม่ลืมคว้าคอเพื่อนริทไปด้วย
“มีอะไรรึเปล่านานา” พี่โจเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าน้องสาวของตัวเองมองหาอะไรอยู่
“เปล่าค่ะ สงสัยคงตาฝาดไปเอง”
“ตาฝาดหรอ คือยังไง”
“เหมือนจะเห็นคนรู้จักน่ะค่ะ แต่คงตาฝาดไปเองล่ะค่ะ ช่างมันเถอะ เราไปจ่ายตังดีกว่าค่ะ”
นานากับพี่โจพากันเดินไปจ่ายตังค์ พอเห็นว่าทั้งสองเดินออกไปโฟลทก็ถอนหายใจโล่งอก
“เกือบแล้ว”
หลังจากนานากับพี่โจซื้อวัตถุดิบสำหรับทำอาหารเสร็จพวกเขาก็ตรงกลับบ้านทันที ส่วนสามหนุ่มก็ยังคงตามกลับมาด้วย
ภายในบ้านนานนาและพี่โจช่วยกันเตรียมของเพื่อทำอาหาร “พี่โจไปจัดของก่อนก็ได้นะคะ เดี๋ยวหนูทำกับข้าวให้เอง”
“เดี๋ยวจัดทีหลังก็ได้ พี่อยากช่วยเราทำกับข้าวอยู่ อุตส่าห์กลับบ้านมาทั้งทีจะปล่อยให้เรามาทำเองคนเดียวได้ไงเล่า ถ้าเราเผลอกับกับข้าวหกเดี๋ยวบ้านพี่ก็เลอะพอดี”
“โถ่ พี่โจอ่ะ”
“ฮ่าๆๆๆๆ”
ทำอาหารเสร็จทั้งคู่ก็มานั่งกินข้าวกันที่โต๊ะอาหารหน้าเคาน์เตอร์ครัว บนโต๊ะอาหารนานากับพี่โจก็พูดคุยกันเื่สัพเพเหระไปพลาง ทั้งเื่งานของพี่โจ เื่เมืองที่พี่โจไปอาศัย เื่เรียนของนานาหรือแม้กระทั่งเื่รักของเธอด้วย
“ว่าไง มีคนมาจีบบ้างรึเปล่า แต่พี่คิดว่ามีนะ น้องสาวพี่สวยขนาดนี้” นานายิ้มแห้ง
“ไม่รู้สิคะ หนูก็ไม่รู้เหมือนว่าเรียกว่าจีบได้มั้ย” จะเรียกว่าจีบได้มั้ยนะ ก็แต่ละครั้งที่เจอกับพวกรุ่นพี่พวกนั้นแต่ละครั้งก็แค่พูดคุยนิดหน่อยแล้วก็จบด้วยการมีอะไรกัน
หลังจากทานอาหารเสร็จพี่โจก็ขอตัวแยกไปจัดของที่ห้องตัวเอง ส่วนนานาก็จัดการจานอาหารล้างให้สะอาดแล้วเก็บให้เรียบร้อย
พอทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จก็หันมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนฝาผนัง เหมือนว่าตอนนี้จะบ่าย 3 แล้ว เวลาป่านนี้แล้วหรอเนี่ย
นอนพักซะหน่อยดีกว่า
เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วโมงจนตอนนี้ก็ปาไปทุ่มกว่าแล้ว โฟลททอดมองออกไปนอกหน้าต่างรถ จะว่าไปแถวบ้านไอ้ผู้ชายคนนั้นพอตกเย็นทำไมมันถึงได้เปลี่ยวขนาดนี้ล่ะเนี่ย
มืดก็มืด ไฟถนนก็ติดๆ ดับๆ เป็่ๆ รถก็ไม่ค่อยผ่านไปมาอีก เหมือนอยู่ต่างจังหวัดเลยแฮะ
“จะกลับได้ยัง” แบล็คละสายตาจากซีรีส์ในจอที่ติดกับรถหันมามองเพื่อนชาย “ยัง”
“พอแล้วไอ้สัส! จะเฝ้าเหี้ยอะไรนักหนาห๊ะ คิดว่าตัวเองเป็นักสืบรึไง! แหกตาดูเพื่อนมึงด้วย หลับไปหลายตื่นแล้วนั่นน่ะ” แบล็คพูดพลางบุ้ยหน้าไปหาเพื่อนริทที่ตื่นจากนอนงีบเมื่อครู่
“ก็กูห่วงน้อง”
ก็แค่ห่วงแล้วก็ไม่ไว้ใจไอ้หมอนั่น ไม่รู้หรอกว่าน้องรู้จักมันมานานหรือสนิทกันแค่ไหนยังไงก็ไว้ใจไม่ได้อยู่ดี
เสียงเปิดประตูรถด้านหลังทำให้แบล็คกับโฟลทหันไปมอง เป็เพื่อนเขาที่จู่ๆ ก็เดินลงรถไปหน้าตาเฉย
“ไอ้ริทไปไหนน่ะ”
ริทเดินตรงไปที่หน้าบ้านของผู้ชายคนนั้นก่อนจะเดินไปเกาะรั้วแล้วชะโงกมองเข้าไปในรั้ว
“มันทำเหี้ยอะไรของมันวะ” แบล็คกับโฟลทเลยต้องจำใจลงตามเพื่อนไป “มึงทำเหี้ยอะไรเนี่ยไอ้ริท”
“เห็น” ริทพูดขณะที่ยังชะเง้อมองเข้าไปในบ้าน
“เห็นอะไร-!”
ตุ๊บ!
“มันจะตายมั้ยวะพี่”
“ช่างแม่ง เอาแค่อีเด็กนั่นไว้พอ”
ยังไม่ทันจะพูดคุยกันจบก็มีเสียงพูดคุยปริศนาออกมาจากภายในบ้าน สามหนุ่มไม่รีรอพากันปีนรั้วะโเข้าบ้านทันที ทั้งสามคนตรงขึ้นชั้นบนทันทีที่เปิดประตูห้องฝั่งขวาก็พบเข้ากับชายสองคนที่คาดว่าน่าจะเป็โจร แบล็คพุ่งเข้าถีบชายคนหนึ่งจนล้มลงไปกองกับพื้นส่วนอีกคนโฟลทก็จัดการโจรอีกคนภายในไม่กี่นาที
“ไอ้ริทไปดูผู้ชายคนนั้นดิ แล้วโทรแจ้งตำรวจกับรถพยาบาลด้วย” ริทรีบวิ่งไปอีกห้องทันที
โฟลทรีบตรงไปหานานาที่เหมือนจะสลบอยู่บนที่นอนพร้อมกับเช็คร่างกายของเธอทุกส่วน มีแผลฟกช้ำเล็กน้อย เสื้อผ้าก็ยังอยู่ครบดี
“มึง เขาอาการแย่” ริทโผล่หน้าจากประตูก่อนไอ้แบล็คจะละจากตรงนี้เดินไปดู “มึงดูยัยเด็กนี่ไปเดี๋ยวกูไปดูเอง”
“เออ”
เสียงหวอของตำรวจกับรถพยาบาลหยุดอยู่หน้าบ้านก่อนไม่นานพวกตำรวจและหมอก็เข้ามา นานาถูกพาขึ้นรถพยาบาลไปเพื่อนำส่งโรงพยาบาลโดยมีโฟลทตามไปด้วย ส่วนอีกสองคนก็อยู่ให้ปากคำกับตำรวจและเคลียร์เื่ให้
พอมาถึงโรงพยาบาลนานากับผู้ชายคนนั้นก็ถูกพาเข้าไปด้านในห้องฉุกเฉิน โฟลทนั่งมองประตูสีขาวขุ่นด้วยสายตาว่างเปล่า เขารู้สึกเป็ห่วงน้องเอามากๆ เป็ห่วงจนขนาดที่ว่าพอรู้ว่ามีโจรเข้าบ้านเขาก็ไม่รีรอที่จะเข้าไปช่วย แล้วยิ่งรู้ว่าน้องจะโดนคนพวกนั้นทำร้ายเขาก็ยิ่งโมโหจนอยากจะซัดมันให้ตายคามือให้รู้ดำรู้แดงไปเลย แต่ก็ไม่อยากติดคุกเลยซัดแค่หมัดสองหมัดพอ
นั่งเหม่ออยู่หน้าห้อง
เสียงแจ้งเตือนจากมือถือให้เขาต้องหยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็แจ้งเตือนของกลุ่มแชทพวกเขา
badboys (5)
thin : ได้ข่าวว่าบ้านน้องโดนโจรปล้นหรอ
black : ไวเนาะ
black : ไอ้ริทบอกไง
thin : เออ
Yo : แล้วน้องปลอดภัยมั้ย
black : ปลอดภัย แต่ไม่รู้ว่าโดนทำอะไรมั้ยส่งไปรพ.แล้ว
Rit : น้องเป็ไงมั่ง
black : @Flottt ถามมัน มันอยู่กับยัยเด็กนั่น
Flottt : รอหมอตรวจอยู่ ยังไม่รู้
thin : ส่งโลเคชั่นมาหน่อยเดี๋ยวเสร็จธุระแล้วเดี๋ยวไปหา
Flottt : ส่งโลเคชั่น
“ขอโทษนะคะ เป็ญาติคุณณรินทร์กับคุณบดินทร์หรือเปล่าคะ” ณรินทร์คือชื่อจริงของนานา เขาจำได้เพราะเคยเห็นชื่อเธอแว็บๆ ในบัตรประชาชนเมื่อวานหลังจากมีอะไรกันแล้ว ส่วนบดินทร์ก็คงเป็ผู้ชายคนนั้นแหละมั้ง
“ครับ”
“ขอเชิญข้างในหน่อยคะ คุณหมอจะคุยด้วย” เดินตามพยาบาลเข้าไปในห้องฉุกเฉินพลางเหลือบมองสาวน้อยที่กำลังนอนหลับบอยู่บนเตียงโดยมีผู้ชายคนนั้นนอนหลับอยู่ที่เตียงข้างๆ
“สวัสดีครับ คุณเป็ญาติของคุณณรินทร์และคุณบดินทร์ใช่ไหมครับ”
“ครับ”
“งั้นเชิญนั่งเลยครับ” คุณหมอวางเอกสารพร้อมกับเปิดภาพเอ็กซเรย์ประกอบ
“ขออนุญาตแจ้งอาการของทั้งสองท่านนะครับ เริ่มจากคุณณรินทร์ก่อน ร่างกายมีร่องรอยฟกช้ำที่แขน ใต้ชายโครงและบริเวณใบหน้าด้านซ้ายหนึ่งจุด ลักษณะแผลสอดคล้องกับการถูกตบอย่างแรงจนหมดสติไปชั่วขณะ แต่จากการตรวจสแกนสมองแล้วไม่พบอาการกระทบกระเทือน ไม่มีเืออกภายใน และที่สำคัญ ไม่มีร่องรอยของการล่วงละเมิดทางเพศใดๆ ครับ ร่างกายปลอดภัยโดยรวม”
โฟลทถอนหายใจเฮือกใหญ่ความกังวลในใจค่อยๆ คลายลง อย่างน้อยนานาก็ปลอดภัยล่ะนะ
“ส่วนคุณบดินทร์ มีแผลเปิดที่หนังศีรษะจากของแข็งฟาดลงมา แต่อาการไม่ถึงขั้นกระโหลกร้าว เราจำเป็ต้องเฝ้าระวังเื่เืคั่งใต้เยื่อหุ้มสมองใน่ยี่สิบสี่ชั่วโมงแรกครับ นอกจากนี้เขายังมีรอยฟกช้ำบริเวณชายโครงด้านซ้ายและหน้าท้อง ซึ่งคาดว่าเกิดจากการถูกกระแทกหรือกระทืบประมาณสองถึงสามครั้ง เราให้ยาแก้ปวดและทำการสังเกตการทำงานของอวัยวะภายในเพิ่มเติม แต่เบื้องต้นยังไม่มีอาการที่น่ากังวลครับ”
“สรุปพวกเขาปลอดภัยใช่มั้ยครับบ” เพราะจากที่ฟังที่คุณหมออธิบายดูเหมือนอาการของผู้ชายคนนั้นจะหนักกว่า
“ทั้งสองคนปลอดภัยดีครับ ตอนนี้อยู่ในห้องพักฟื้น มีเ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด หากมีอะไรเปลี่ยนแปลง เราจะแจ้งทันที”
“ขอบคุณครับ”
เหมือนยกูเาออกจากอกหลังจากได้ยินคำตอบจากคุณหมอ อย่างน้อยก็ทั้งสองคนก็พ้นขีดอันตรายแล้ว
หลังจากคุยกับคุณหมอเสร็จเขาก็ออกมารอที่หน้าห้องฉุกเฉินแต่ก็พบกับบเพื่อนทั้ง 4 ที่มารออยู่ก่อนแล้ว
“หมอว่าไงมั่ง” ธินเอ่ยถามทันทีที่โฟลทออกมาจากห้อง “ปลอดภัยทั้งคู่ แต่ไอ้พี่ผู้ชายนั้นอาการหนักอยู่ ถึงจะพ้นขีดอันตรายแล้วแต่ทั้งคู่ก็ต้องอยู่พักฟื้นก่อน”
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเป็ห่วงน้องอยู่ดี
“ว่าแต่ทำไมพวกมึงถึงรู้ได้ว่าโจรเข้าบ้านน้อง” โยถามขึ้นขณะที่พวกเขาเดินออกมานั่งรอพยาบาลแถวด้านหน้า
“จะไม่รู้ได้ไงก็ไอ้โฟลทมันลากพวกกูตามน้องมันอ่ะดิ”
“อ่าว ไม่ใช่ว่าแค่ดูหน้าพี่คนนั้นแล้วกลับกันหรอ” พี่?
“เออดิ มันคะยั้นคะยอให้พวกกูตามต่อจนมาบ้านเขาเนี่ย”
“แต่ก็ถือว่าเป็ข้อดีที่พวกมึงเข้าไปช่วยทันน่ะนะ”
“แต่ไอ้ริทมึงก็ควรบอกพวกกูให้เร็วกว่านี้ แม่งเดินลงจากรถไปชะเง้อหน้าบ้านเขาทื่อๆ ไม่บอกห่าอะไรกันเลย พวกกูก็งงว่ามึงเป็เหี้ยอะไร”
“ลืม”
“มันใช่เื่ที่ต้องลืมมั้ย” ยืนฟังบทสนทนาของเพื่อนที่กำลังคุยกันโฟลทก็หันไปถามแบล็คเื่ของผู้ชายคนนั้น
“ไอ้แบล็ค หลังจากที่ตามน้องไปที่สนามบินมึงได้บอกอะไรพวกมันมั้ย”
แบล็คเลิกคิ้วเล็กน้อย ”ก็บอก”
“ว่าอะไร”
“ไอ้ผู้ชายที่มึงตามมาดูหน้าเป็ลูกพี่ลูกน้องยัยเด็กนั่น” คำตอบของแบล็คทำเอาโฟลทที่ได้ยินถึงกับทำหน้าเหวอ
“ลูกพี่ลูกน้องหรอ”
“เออ ญาติสนิทอ่ะ เข้าใจมั้ย” คำตอบที่ตอกย้ำทำโฟลทถึงกับหมดแรงนั่งลงกับเก้าอี้ “งั้นแสดงว่าที่ตามหึงน้องคือกูหึงพี่ชายน้องหรอ”
“เออ”
“มึงรู้ั้แ่เมื่อไหร่”
“ก่อนถึงสนามบิน”
“แล้วทำไมมึงไม่บอกกู ปล่อยให้กูตามน้องต่อทำไมเนี่ย” แบล็คยกยิ้มอย่างผู้ชนะ “ก็กูอยากเห็นหน้าแบบนี้ของมึงไง สนุกดีออก”
โฟลทยกขาเตะเพื่อนไปทีนึงอย่างหมั่นไส้
“เอาน่า แต่อย่างน้อยการที่มึงเลือกตามสโตกเกอร์น้องวันนี้ก็ถือว่าเป็ข้อดีอย่างนึงนะ เห็นมั้ยพวกเขารอดเพราะพวกมึงอยู่ที่นั่นเลยจัดการพวกโจรทันไง” คุณพ่ออย่างธินเอ่ยพร้อมกับตบไหล่เพื่อนด้วยความภาคภูมิใจ
ก็จริงอย่างที่ธินพูด ถ้าวันนี้พวกเขาไม่ตามดูน้องจนถึงดึกก็คงไปช่วยสองคนนั้นไม่ทัน แล้วถ้าเกิดพวกเขาไม่อยู่ที่นั่นคิดภาพไม่ออกเลยว่าน้องกับพี่ชายคนนั้นจะโดนกระทำอะไรบ้าง
“ขอโทษนะคะ ตอนนี้พาคนไข้ไปที่ห้องพักฟื้นเรียบร้อยแล้วค่ะ คุณณรินทร์อยู่ห้องเบอร์สี่สองหนึ่ง ส่วนคุณบดินทร์อยู่ห้องสี่สองสองนะคะ” พยาบาลคนหนึ่งเดินมาแจ้งพวกเราทำให้ต้องกันหันไปมอง
“ขอบคุณมากนะครับ แล้วเราสามารถเข้าไปเยี่ยมคนไข้ได้เลยมั้ยครับ”
“ตอนนี้หมดเวลาเยี่ยมแล้วค่ะ จะเยี่ยมได้อีกทีวันพรุ่งนี้ค่ะ ถ้าหากจะเฝ้าคนไข้ก็ได้ั้แ่พรุ่งนี้นะคะ คนเฝ้าได้แค่คนเดียวเท่านั้นค่ะ”
“ขอบคุณมากๆ เลยครับ”
“ไอ้โฟลท เลิกเหม่อแล้วกลับได้แล้วไป” มือแกร่งของแบล็คฟาดเข้าที่กลางกระบาลของเพื่อนชาย “เออ”
“ไปๆ กลับไปพักได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที”
พากันเดินออกจากโรงพยาบาลเพื่อที่จะตรงกลับบ้าน โฟลทหันเหลือบมองตึกผู้ป่วยนอกพลางถอนหายใจซ้ำๆ ด้วยความรู้สึกผิดไม่หาย
ถ้าเขารู้เร็วกว่านี้ก็คงดี