เสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนดังขึ้นปะปนกันจนสับสนภาพเด็กชายห้าคนแบกกระเป๋าหนังใบใหญ่ที่ยืนหอบหายใจจนตัวโยนใน่เวลาโพล้เพล้ที่ตะวันจวนเจียนจะลับขอบฟ้าเต็มทีปรากฏขึ้นที่ทางเข้าเมือง
เหล่าเด็กชายของบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าที่พากันเก็บเอาชีวิตหนีรอดกลับมาได้จากแม่เซบัป ที่กำลังโกรธตัวนั้นอย่างหวุดหวิด
ภาพเซบัปั์ขนาดความยาวเกือบสามเมตรและความสูงกว่าสองเมตรนั้นทำเอาเด็กๆ ต่างหน้าถอดสีกันทันทีที่ได้เห็น ความรู้สึกสั่นะเืที่เท้าจากการวิ่งของมันยังคงติดอยู่ในความรู้สึกของพวกเขาเป็อย่างดี
เมื่อเริ่มหายเหนื่อยแล้วเด็กๆ จึงพากันเดินกลับไปยังบ้านเด็กกำพร้าโดยที่ไม่ลืมเอากระเป๋าของแต่ละคนไปแอบไว้ที่บริเวณแปลงผักก่อนที่จะรีบไปอาบน้ำล้างตัวเพื่อไม้ให้ใครเห็นรอยเืที่เปรอะเปื้อนบนร่างกาย
หลังเสร็จสิ้นอาหารค่ำกลุ่มเด็กชายยังไม่ขึ้นไปที่ห้องนอนทันทีแต่กลับพากันออกมาที่แปลงผัก เพื่อจัดการกับชิ้นส่วนของเซบัปที่พากันล่ามาได้โดยการสั่งการของโนบลิน เด็ก ๆ ต่างพากันแยกส่วนของเนื้อ หนัง เืกระดูกและเขี้ยวอันใหญ่ออกก่อนที่จะคัดเลือกส่วนที่จะเก็บไว้และส่วนที่จะนำไปขาย
โนบลินเลือกที่จะเก็บเขี้ยวกระดูก หนังและเนื้อบางส่วนไว้ เนื้อส่วนที่เหลือพวกเขาแอบนำไปขายที่ร้านเนื้อในเมืองที่กำลังจะปิดพอดีถึงจะได้ราคาที่ต่ำกว่าปกติเพราะต้องรีบขายรีบกลับ แต่ก็ยังได้เงินกลับมาเกือบ ๆร้อยห้าสิบเหรียญทอง
หลังจากย่องกลับมาที่บ้านแล้วเด็กๆ จึงพากันขึ้นไปที่ห้องใต้หลังคาเพื่อจะได้พักผ่อนกันเสียทีหลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกันมาทั้งวันแต่ถึงอย่างนั้นโนบลินก็ยังไม่วายบอกให้เพื่อน ๆนั่งสมาธิกันก่อนที่จะเข้านอนเหมือนที่เคยทำกันปกติ
รุ่งเช้าเด็ก ๆต่างพากันตื่นแต่เช้าเพื่อนำเงินหนึ่งร้อยเหรียญทองไปให้กับลอเลนซ์โดยบอกว่าเมื่อวานพบสมุนไพรหายากและได้นำไปขายกับร้านยาจึงเอาเงินมาให้และซื้อเนื้อเซบัปกลับมาให้เด็กๆ คนอื่น ๆ ได้ทานเพื่อให้ได้สารอาหารที่จำเป็อีกด้วยส่วนเงินที่เหลือนั้นทั้งห้าคนเก็บไว้เพราะโนบลินบอกว่าในอนาคตนั้นจำเป็ต้องใช้เงินเพื่อซื้อหาสิ่งของใช้จำเป็หลายอย่าง
"ฉันว่าเราน่าจะสามารถปรุงยาจากเซบัปที่ล่ามาเมื่อวานได้นะ"โนบลินเปิดประเด็นในขณะที่เด็ก ๆ พากันนั่งย่อยอาหารมื้อเช้า
"นายจะปรุงยาจากชิ้นส่วนเซบัปพวกนั้นน่ะเหรอแล้วมีอะไรให้พวกเราช่วยบ้างล่ะ ฉันอยากช่วยนายปรุงยาด้วยนะ"บันอาสาอย่างแข็งขัน หลังจากนั้นเด็กคนอื่น ๆ ก็พากันยกไม้ยกมือขันอาสาบ้าง
"อืม...ฉันคิดว่าด้วยวัตถุดิบตอนนี้ถ้าจะปรุงยาตามสูตรที่ฉันมี คงต้องหาวัตถุดิบจำพวกสมุนไพรเพิ่มอีกสองสามอย่างกับเครื่องมือปรุงยาอีกบางส่วน" โนบลินบอกออกไปพลางครุ่นคิด
"แต่ฉันคิดว่าที่ร้านขายยาของคุณแอนโทนีมีสมุนไพรที่ฉัน้าอยู่ครบเลยนอกจากนั้นร้านขายเครื่องมือในเมืองก็ยังมีเครื่องมือที่ฉัน้าอยู่ถ้าอย่างนั้นเพื่อประหยัดเวลาเราใช้เงินที่เก็บไว้ไปซื้อวัตถุดิบที่ขาดกับชุดเครื่องมือดีกว่าออกไปหาเองดีไหม"โนบลินขอความเห็นจากเพื่อนๆ
"ถ้านายว่าอย่างนั้นฉันก็ไม่มีปัญหาอะไร"เรซตอบและเด็ก ๆ คนอื่น ๆ ก็เห็นด้วยเช่นกัน
"ถ้าอย่างนั้น..."โนบลิน แจกแจงรายการวัตถุดิบและจำนวนที่้ารวมไปถึงเครื่องมือในการปรุงยาให้เพื่อน ๆ ฟังและให้เด็ก ๆทั้งสี่แยกกันไปซื้อของตามรายการ ส่วนเขาจะเตรียมวัตถุดิบจากเซบัปไว้รอเพื่อน ๆกลับมา
หลังจากผ่านไปประมาณสองชั่วโมงเด็กทั้งสี่กลับมาพร้อมกับอุปกรณ์และวัตถุดิบที่้าอย่างครบถ้วนแต่กว่าจะหาได้ครบก็ทำเอาเงินที่เก็บไว้นั้นแทบจะหมดไปเลยทีเดียวแต่โนบลินบอกว่าถ้าสามารถปรุงยาขนานนี้สำเร็จจะสามารถหาเงินคืนมาได้อย่างแน่นอน
เมื่อได้วัตถุดิบและอุปกรณ์ครบแล้วโนบลินจึงชักชวนเพื่อน ๆ ออกไปที่นอกเมือง เพื่อหาที่ลับตาคนในการปรุงยาเนื่องจากการปรุงยาในบ้านด้วยวิธีการของโนบลินนั้นไม่สะดวกเพราะกลัวคนอื่นจะใจึงต้องออกไปทำการปรุงยานอกเมืองซึ่งโนบลินมองถ้ำเล็ก ๆ ในเขตชายป่าไว้ถ้ำหนึ่ง
เมื่อมาถึงถ้ำ เด็กๆ ต่างพากันเข้าไปสำรวจด้านในพบว่าข้างในถ้ำนั้นไม่ลึกมากนอกจากนี้ยังมีช่อง้าช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ค่อนข้างดีอีกทั้งมีร่องรอยของคนเข้ามาใช้ถ้ำนี้อยู่บ้างทำให้ปลอดภัยจากสัตว์ร้ายที่จะมาหลบอยู่ได้
โนบลินจัดแจงวางอุปกรณ์ต่างๆ ลงบนก้อนหินก้อนใหญ่ และเลือกเอาหินใหญ่ก้อนหนึ่งที่มีผิวหน้าค่อนข้างเรียบเป็โต๊ะสำหรับการปรุงยาและจัดวัตถุดิบและอุปกรณ์ต่าง ๆ บนก้อนหินนั้นอย่างเป็ระเบียบ
เมื่อเห็นว่าเรียบร้อยดีแล้วโนบลินเปิดฝาขวดแก้วใสที่ภายในบรรจุเืของเซบัปที่แบ่งมาส่วนหนึ่งออกใช้พู่กันจุ่มเืนั้นและเริ่มลากเส้นบนก้อนหินเรียบนั้น
ผ่านไปพักใหญ่โนบลินจึงหยุดมือและสำรวจเส้นสายที่เพิ่งลากเสร็จนั้นอีกครั้งรูปร่างของมันค่อนข้างแปลกตามีทั้งวงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมและลวดลายบางส่วนใช้อักขระที่เด็กคนอื่น ๆ อ่านไม่ออก ผสมปนเปกันไปจะว่ามั่วก็มั่วจะว่างดงามก็งดงามอย่างมาก แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครดูออกว่ามันคืออะไร
เมื่อเห็นว่าเรียบร้อยดีแล้วโนบลินจึงจุดเทียนไขขึ้นข้างๆ ลวดลายบนโต๊ะนั้น และเริ่มนำวัตถุดิบรวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆไปจัดวางทับบนลวดลายต่าง ๆ จนครบและหันหน้ามาส่งสัญญาณว่าจะเริ่มทำการหลอมยาแล้ว
โนบลินเริ่มต้นด้วยการลากนิ้วผ่านเปลวไฟที่จุดอยู่บนเทียนไขและลากผ่านไปยังลวดลายที่วาดไว้ฉับพลันเปลวไฟของเทียนไขก็กลายเป็เส้นสายยืดยาวตามนิ้วของโนบลินลงไปัักับลวดลายจากเืของเซบัปและติดไฟลุกขึ้นเบา ๆ และค่อย ๆเคลื่อนไปตามเส้นสายนั้นเกิดเป็แสงของเปลวไฟที่ค่อย ๆ ไหลลามไปตามแนวเส้นที่วาดไว้อย่างช้าๆ
หลังจากนั้นโนบลินนำขวดน้ำที่พกมาด้วยขึ้นมาเอียงเทลงบนเส้นสายอีกกลุ่มหนึ่งที่วาดไว้อย่างช้าๆ สายน้ำขนาดเล็กที่ไหลรดลงบนลายเส้นก่อเกิดเป็เส้นสายคล้าย ๆกับงูตัวน้อยเคลื่อนตัวไปตามแนวเส้นส่องแสงระยิบระยับจาง ๆ ออกมา
เมื่อเปลวไฟและสายน้ำนั้นเคลื่อนตัวไปจนครบทั่วลวดลายเส้นทั้งสองกลุ่มแล้วมันก็ค่อย ๆไหลมารวมกันที่ลวดลายอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งวาดไว้ระหว่างกลางและมีอุปกรณ์หลอมยาวางทับอยู่สายน้ำและเปลวไฟค่อย ๆ เคลื่อนผสานกันอย่างช้า ๆ เกิดเป็เสียงดัง "ฉี่"เบา ๆ จากนั้นแสงสว่างเจิดจ้าก็ส่องประกายออกมาจากอุปกรณ์ปรุงยาที่ใส่วัตถุดิบต่างๆ ลงไปจนเต็ม
ภาพที่เห็นนอกจากแสงสว่างสีสันสดใสแล้ววัตถุดิบต่าง ๆ ที่อยู่ในหม้อปรุงยานั้นค่อย ๆ สลายตัวอย่างช้า ๆและหมุนวนไปในทิศตามเข็มนาฬิกาเรื่อย ๆ จนเวลาผ่านไปครู่ใหญ่แสงสว่างนั้นค่อย ๆจางลงจนหายไปในที่สุดพร้อม ๆ กับลวดลายที่วาดไว้บนพื้นแผ่นหินนั้นก็หายไปด้วย
สิ่งที่หลงเหลือในในหม้อปรุงยาคือของเหลวสีแดงใสที่มีจุดแสงสีขาวเล็กๆ สว่างวิบวับอยู่ข้างใน โนบลินเห็นดังนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างยินดีพอหันไปมองหน้าเพื่อนคนอื่น ๆ ก็พอเห็นหน้าของเด็กชายสี่คนที่อ้าปากตาค้างมองของเหลวที่อยู่ในหม้อสลับกับหน้าของโนบลินอย่างเหลือเชื่อ
หลังจากนั้นเขาก็หันไปคว้าเอาถุงทรายขึ้นมาวางบนแผ่นหินและเริ่มลากเส้นลวดลายต่าง ๆอีกครั้งแตกต่างกันที่ครั้งนี้เขาใช้น้ำเปล่าในการลากเส้นเมื่อเสร็จสิ้นแล้วก็ลากเปลวไฟจากเทียนที่จุดไว้เข้าไปใส่ลายเส้นนั้นอีกครั้ง
ต่างกันที่คราวนี้เปลวไฟที่เกิดขึ้นนั้นร้อนแรงกว่าคราวก่อนหน้าหลายเท่าโนบลินนำหม้ออีกใบวางลงและใส่ทรายลงไปจนเต็มจากนั้นแสงสว่างปรากฏขึ้นอีกครั้งก่อนจะดับลงเมื่อเวลาผ่านไปด้านในหม้อปรากฏเป็หลอดแก้วขนาดพอดีมือจำนวนหลายหลอดวางอยู่จนล้นพูนขึ้นมาที่ปากหม้อ
"นะ...นายทำได้ยังไงกันน่ะโนบลิน?"เรซถามขึ้นมาอย่างตกตะลึง
"อืมฉันใช้กระดูกกับเืของเซบัปเป็ส่วนผสมหลักแล้วก็ใช้สมุนไพรอีกสองสามชนิดเป็ตัวประสานตามสูตรยาที่รู้มา"
"มะ..ไม่ใช่เื่นั้น..ฉันหมายถึงไอ้ลวดลายที่นายใช้เืเซบัปวาดกับเปลวไฟแล้วก็น้ำที่ไหลไปตามลวดลายนั่น นายทำได้ยังไงกัน ระ..หรือว่านายใช้เวทมนต์ได้แล้ว.." เรซยังคงถามอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
"เป็ไปได้ยังไงกันก็ไหนนายบอกว่าอายุจะครบสิบขวบพร้อม ๆ กับฉันนี่ หรือว่านายโกหกเรา?" บันถามขึ้นมาอย่างสงสัย
"เปล่า ๆฉันยังอายุไม่ถึงสิบขวบจริง ๆ แต่ว่า ที่ฉันใช้เมื่อกี้นี้มันก็คล้าย ๆพลังเวทมนต์นั่นละนะ เพียงแต่มันไม่ใช่เวทมนต์แค่นั้นเอง"
"นายอย่าพูดคำว่าแค่นั้นกับเื่ที่มันเข้าใจยากแบบนี้สิฟะ"พอลเริ่มเซ็งเมื่อโนบลินไม่ยอมอธิบายอะไรจนพวกเขางงไปหมดแล้ว
"คืออย่างนี้นะที่ฉันใช้เมื่อครู่มันคือวงเวทเป็รูปแบบหนึ่งที่ใช้ควบคุมพลังธรรมชาติให้ทำงานตามที่เรา้ามันต่างจากการใช้เวทมนต์เพราะฉันไม่ได้สร้างมันขึ้นมาทั้งเปลวไฟทั้งน้ำอย่างที่พวกนายก็เห็น ฉันทำได้แค่ทำให้มันทำงานตามที่วงเวทกำหนดไว้ แต่แหล่งของพลังนั้นยังต้องใช้จากด้านนอกอยู่ดีถ้าเป็คนที่เค้าสอนฉันมา เค้าไม่จำเป็ต้องใช้พลังงานจากภายนอกก็ได้เพราะสามารถสร้างเปลวเพลิงกับน้ำได้ด้วยเวทมนต์ของตัวเอง"โนบลินอธิบายเท่าที่พอจะอธิบายได้จนเริ่มมีบางคนที่เข้าใจบ้างแล้ว
"แล้วก็อีกอย่างที่ฉันไม่เคยบอกพวกนาย.."โนบลอนกล่าวเสริมทำให้ทุกคนตั้งใจฟัง
....."ฉันน่ะถึงจะอายุสิบขวบแล้วก็ใช้เวทมนต์ไม่ได้หรอก".....