บทที่ 1 ทะลุมิติมาเป็ลูกสาวของคนฆ่าหมู
'เพียะ!'
"โอ๊ย!"
"ฮือ ๆ ๆ ...แม่ อย่าตีหนูเลยนะ!"
เสียงโครมครามดังมาจากข้างนอกประหนึ่งว่ากำลังมีา ประตูไม้นั่นก็กันเสียงอะไรไม่ได้เลยสวีเถาเถาที่ยังอยากจะนอนต่อก็เลยต้องลุกขึ้นมาทั้งที่ผมยังยุ่งเหยิง
พอเปิดประตูออกมา เสียงด่าทอแหลมเล็กของจ้าวซิ่วหลานกับเสียงร้องไห้ของสวีลี่ลี่ก็ดังเข้ามาทันที
สวีเถาเถายืนตัวตรง “ต้องรุนแรงกันขนาดนี้เลยเหรอแม่?”
“ฉันจะตีมันให้ตายเลย ยัยลูกไม่รักดี! ถ้าไม่ใช่เพราะป้าจางเฉียวคนปากโป้งนั่น ฉันก็คงไม่รู้ว่าฉันเลี้ยงลูกสาวที่ไร้ประโยชน์แถมยังไม่รู้จักอายไว้ในบ้านทั้งคน! บ้านเราก็จนแทบจะกินแกลบแทนข้าวกันอยู่แล้ว แกยังมีหน้าแอบเอาเงินไปซื้อหมูตุ๋นน้ำแดงให้ผู้ชายกินอีก!”
"แล้วทำไมถึงไม่เลือกให้มันดี ๆ ! ไปชอบลูกชายของป้าจางเฉียวคนนั้นทำไม เขาเป็พวกมีความทะเยอทะยาน มักใหญ่ใฝ่สูงอยากได้แต่งานประจำ แกนี่มันเอาของดีไปให้ผิดคนจริง ๆ รู้ไหมที่แกซื้อหมูตุ๋นน้ำแดงตั้งสองเหลี่ยง*[1] ไปให้มัน มันเอาไปประเคนให้เ้าหน้าที่ผู้หญิงที่สหภาพแรงงานโน่น! ฉันขายขี้หน้าเพราะแกจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว!"
จ้าวซิ่วหลานถือไม้นวดแป้งวิ่งไล่ตีสวีลี่ลี่ ใบหน้าที่ไม่ได้อ่อนโยนอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งดูน่ากลัวกว่าเดิมเหมือนตั้งใจจะจับสวีลี่ลี่มาตีให้หนำใจ
สวีเถาเถาฟังคร่าว ๆ ก็เข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่แปลกใจที่พี่สาวคนโตของเธอจะมี 'อาการ' แบบนี้กำเริบขึ้นมาอีกแล้ว
นับั้แ่สวีเถาเถาข้ามมิติมา ซึ่งยังไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ด้วยซ้ำ บ้านหลังนี้ก็เกิดศึกใหญ่ขึ้นมาแล้วถึงสามครั้ง แต่ละครั้งล้วนเกี่ยวข้องกับพี่สาวของเธอ และทุกครั้งก็เป็เพราะเื่ผู้ชาย
สวีลี่ลี่วิ่งไปพลางร้องไห้พลาง "ฮือ ๆ ๆ ๆ ..."
สวีกั๋วหัวและสวีกั๋วเฉียง ทั้งสองพี่น้องกำลังนั่งกินข้าวเช้า ต่างคนต่างหยิบหมั่นโถวเข้าปากตัวเองไป พร้อมกับดูสวีลี่ลี่โดนแม่ตีจนร้องไห้โวยวาย ด้วยความสนุกสนาน
สวีกั๋วเฉียงกัดหมั่นโถวไปคำหนึ่ง แล้วตักโจ๊กผักกินไปคำหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะพูดจาประชดประชัน
"ฉันว่านะน้องสาว ว่าที่น้องเขยคนใหม่ที่เธอหามาครั้งนี้ดูไม่เอาไหนเลย มีหมูตุ๋นน้ำแดงก็ไม่เรียกพี่รองมากินด้วย ลูกสาวพอแต่งออกไปก็เหมือนน้ำที่สาดออกไปสินะ เสียแรงที่พี่รองทั้งรักและเอ็นดูเธอมาตลอด!"
พอสวีกั๋วหัวได้ยินคำว่าหมูตุ๋นน้ำแดง ก็ตักโจ๊กผักกินเร็วขึ้น ไม่คิดแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา แต่ก็ยังคงพยายามพูดสนับสนุน "น้องรองพูดถูก ถึงเธอจะไม่อยากแบ่งให้พวกเรา แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่แบ่งให้น้องสาวเธอกินบ้าง วันนี้ที่เธอโดนแม่ตีมันก็สมควรแล้วละ!"
สวีเถาเถาที่พยายามห้ามแม่จนเกือบจะโดนลูกหลงไปด้วยได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกอดไม่ได้ที่จะชื่นชมความสามารถในการยุยงของพี่ชายทั้งสองคน
"ข้าวที่กินอยู่ก็คงอุดปากพวกพี่ทั้งสองคนไม่อยู่จริง ๆ !"
พ่อของตระกูลสวีหรือสวีต้ากวง วันนี้เขาอยู่บ้าน เพราะเป็วันที่เขาต้องออกไปรับหมูที่ฟาร์ม เขาเป็ผู้ชายคนหนึ่งที่รักลูก ๆ มาก แม้จะให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว แต่ก็รักลูกสาวทั้งสองคนไม่ต่างกัน
เมื่อเห็นลูกชายทั้งสองไม่ช่วยกันห้าม แถมยังพูดจายุยงอีก เขาจึงด่าทั้งสองคนไปอย่างหงุดหงิด
เมื่อเห็นลูกสาวคนโตถูกไม้คลึงแป้งตีจนร้องไห้ด้วยความเ็ป เขาจึงรีบเข้าไปปกป้องสวีลี่ลี่ มือใหญ่ ๆ ของเขาคว้าไม้คลึงแป้งของภรรยาไว้ แล้วพูดไกล่เกลี่ยพร้อมกับรอยยิ้ม
"ซิ่วหลาน อย่าเพิ่งตีลูกแต่เช้าเลย รีบกินข้าวกินปลาก่อนเถอะนะ เดี๋ยวต้องรีบไปทำงานแล้ว ส่วนลี่ลี่เดี๋ยวฉันจะสั่งสอนเธอเอง คุณก็อย่าโมโหไปเลยมันจะส่งผลต่อสุขภาพเอานะ"
สวีต้ากวงตั้งใจจะปลอบภรรยา แต่กลับไม่คิดว่านั่นจะเป็การราดน้ำมันลงบนกองไฟ ทำให้จ้าวซิ่วหลานที่วิ่งไล่สวีลี่ลี่มาหอบแฮ่ก ๆ จากนั้นก็จ้องมองสวีลี่ลี่ที่หลบอยู่หลังของพ่อด้วยสายตาดุดัน พอได้ยินที่สามีพูดแบบนั้น เธอก็หันปลายไม้นวดแป้งมาที่สวีต้ากวงทันที
"ยัยเด็กคนนี้เป็แบบนี้ก็เพราะคุณตามใจจนเสียคน! ดูสิ ทำไมทำตัวไม่มียางอายแบบนั้น! วัน ๆ เอาแต่วิ่งไล่ตามผู้ชาย! อย่าว่าแต่ป้าจางเฉียวเลย แม้แต่ฉันก็ไม่อยากมีลูกสะใภ้ที่ไร้ยางอายแบบนี้หรอก!"
จ้าวซิ่วหลานนึกถึงตอนที่ออกไปซื้อของตอนเช้านี้แล้วบังเอิญเจอกับจางเฉียว แม่ของหวังลี่ เธอก็รู้สึกปวดใจ โดยเฉพาะเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดอย่างภาคภูมิใจว่าลูกสาวของเธอพยายามเอาอกเอาใจหวังลี่ของพวกเขาอย่างไร และยังตั้งใจเจาะจงด้วยว่ายังไงก็ไม่เอาสวีลี่ลี่มาเป็ลูกสะใภ้เด็ดขาด! ตอนนั้นจ้าวซิ่วหลานรู้สึกอยากจะฉีกปากป้าจางเฉียวให้ขาดไปเลยจริง ๆ
พอเอาเข้าจริงเธอก็ทะเลาะกับป้าจางเฉียวคนนั้นอย่างรุนแรงจริง ๆ แต่พอกลับมาบ้านเห็นลูกสาวคนโตยิ้มหน้าบานเหมือนคนโง่ ก็รู้สึกโมโหจนต้องตีลูกสาวที่ไม่รู้จักคิดคนนี้อีกสักครั้ง
สวีลี่ลี่น้ำตาคลอและก้มหน้าลง ตอนนี้เธอรู้สึกเสียใจมากที่โดนแม่ว่าแบบนี้
เธอหน้าตาไม่ดี เป็คนหน้าผากกว้าง จมูกใหญ่เหมือนหัวกระเทียม ตาเล็ก ผิวก็ไม่ขาวเหมือนแม่ ทั้ง ๆ ที่อายุก็ปาไปจะยี่สิบเอ็ดแล้ว แต่ก็ยังไร้วี่แววที่จะมีคนมาสู่ขอ
"ครั้งนี้เป็เื่จริงนะแม่ หวังลี่บอกว่าจะคบกับหนู เขาเป็คนพูดเอง!"
สวีลี่ลี่กำหมัดแน่นและพูดด้วยน้ำเสียงดื้อรั้น
แต่… เธอไม่น่าพูดเลย เพราะนั่นมันจะยิ่งทำให้จ้าวซิ่วหลานโมโหมากขึ้น
"เขาพูดเหรอ? เขาพูดกับใคร! แล้วทำไมแม่ของเขายังทำตัวแบบนั้นอีก! เขาแค่หลอกให้แกซื้อหมูตุ๋นน้ำแดงให้กิน แกโง่หรือไง! เขาชอบเ้าหน้าที่หลิวพนักงานสหภาพแรงงานคนนั้นโน่น คอยเอาอกเอาใจเธอทุกวัน คนในหมู่บ้านเขารู้กันหมดแล้ว มีแต่แกเธอคนเดียวนั่นแหละที่โง่จนถูกเขาหลอก!"
พอจ้าวซุนหลานพูดจบ ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ
'ปัง!'
สวีเถาเถามองดูพี่ชายคนโตและพี่ชายคนรองที่เมื่อครู่ยังนั่งดูการแสดงอยู่ดี ๆ ก็เปลี่ยนสีหน้าในทันที พร้อมกับคว้าเก้าอี้แล้วพุ่งออกไปข้างนอกอย่างโกรธเกรี้ยว
สวีกั๋วเฉียงวิ่งออกไปพลางด่าไปพลาง "หวังลี่ไอ้สารเลว! กล้าดียังไงมารังแกลูกสาวบ้านนี้ ฉันจะตีแกให้ตายไปเลย!!"
สวีต้ากวงก็โกรธจนหน้าดำหน้าแดง เขาพูดกับสวีลี่ลี่ว่า "ไอ้หวังลี่มันเลวมากจริง ๆ ลูกไม่ต้องกลัวนะ พวกพี่ชายทั้งสองคนจะจัดการมันให้ลูกเอง มันหนีไม่พ้นแน่!"
สวีลี่ลี่หน้าซีดเผือด เมื่อเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธของสวีต้ากวง อยากจะขอร้องแต่ก็ไม่กล้าพูดออกไป
สวีเถาเถาที่ฟังอยู่ด้วยรู้สึกอึ้งไปเลย ‘นี่มันเื่ของหมูตุ๋นน้ำแดงสองเหลี่ยง*[1] จริง ๆ เหรอเนี่ย?’
ในห้อง
สวีเถาเถากำลังทายาให้สวีลี่ลี่ คราวนี้จ้าวซิ่วหลานลงมือหนักจริง ๆ หลังของสวีลี่ลี่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ
แม้ว่าสวีลี่ลี่จะตัวใหญ่ ดูแข็งแรง แต่ก็เป็เพียงสาวน้อยคนหนึ่ง การที่โดนตีขนาดนี้ สวีเถาเถาก็อดไม่ได้ที่จะสงสารพี่สาวของเธอ
"ถ้าพี่เจ็บก็ร้องออกมาได้นะ ฉันจะได้เบามือลงหน่อย"
สวีลี่ลี่น้ำตาไหลอาบแก้มเงียบ ๆ แต่ก็ไม่ได้พูดออกไปว่าเจ็บ เธอเพียงพูดพึมพำออกมา ไม่รู้ว่าพูดกับตัวเองหรือพูดกับสวีเถาเถา
"เขาจะโกหกฉันจริงเหรอ แต่เขาก็ยังจับมือฉันด้วยนะ เขาเรียกฉันว่าลี่ลี่ ั้แ่เกิดมานอกจากคนในครอบครัวก็มีแค่เขาที่อ่อนโยนกับฉันมากขนาดนี้ ฉันยังอยากมีลูกกับเขาอยู่เลย ฮือ ๆ ๆ ..."
‘… ตีไปก็เสียแรงเปล่าจริง ๆ ’ สวีเถาเถาคิด
"พี่ก็คิดในแง่ดีหน่อยสิ ในโลกนี้ถึงแม้ว่ากบสามขาจะยังหายาก แต่ผู้ชายสองขายังหาได้อีกเยอะมากนะ"
สวีลี่ลี่หันหน้ามามองน้องสาว ด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย "สำหรับผู้หญิงคนอื่นอาจจะหาได้ไม่ยากหรอก แต่สำหรับพวกเราสองคน… มัน ยาก มาก !"
สามคำสุดท้ายเธอเน้นทีละคำอย่างหนักแน่น
สวีเถาเถา "..."
คราวนี้สวีเถาเถารู้สึกจุกอยู่ในอกราวกับถูกธนูนับพันดอกแทงทะลุหัวใจ ครั้งนี้สวีเถาเถาเธอถูกพี่สาวพูดทำร้ายจิตใจจนแพ้ไปอย่างราบคาบ
ทุกคนในบ้านต่างก็ออกไปทำงาน แต่วันนี้สวีลี่ลี่โดนตี แม่เลยอนุญาตให้เธอลาพักอยู่บ้าน แต่ว่าเธอก็ยังแอบออกไปข้างนอก และบอกว่าจะไม่กลับมากินข้าวเที่ยง
สวีเถาเถาไม่สามารถห้ามพี่สาวได้ เพราะตอนนี้เธอกำลังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ จึงไม่มีอารมณ์จะไปสนใจสวีลี่ลี่เท่าไหร่
วันนี้เป็วันสุดท้ายที่สวีเถาเถาจะได้ี้เี เดี๋ยวพรุ่งนี้เธอก็ต้องกลับไปทำงานแล้ว
ครอบครัวตระกูลสวีทั้งหกคน ทำงานอยู่ที่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ทั้งหมด แต่มีแค่พ่อสวีเท่านั้นที่เป็พนักงานประจำ ส่วนคนอื่น ๆ ก็เป็แค่พนักงานจ้างชั่วคราว
พ่อสวีเป็หัวหน้าช่างชำแหละสัตว์ในแผนกแปรรูปเนื้อสัตว์ของโรงงาน มีฝีมือที่ดีมาก มีคนเคยเล่าว่าหมูที่เขาชำแหละจะมีรสชาติอร่อยกว่าหมูที่คนอื่นทำ แต่เื่นี้ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า
แต่สวีต้ากวงมีเงินเดือนเกือบห้าสิบหยวน ในยุค 1970 นี้ถือว่าเป็คนที่มีเงินเดือนสูงมากทีเดียว แต่ก็ไม่ได้มากนักหากเทียบกับการที่เขาต้องใช้เลี้ยงดูลูกทั้งสี่คนให้ได้
แต่่หลัง ๆ มานี้ พวกลูก ๆ ก็โตกันหมดแล้ว เงินในบ้านถูกใช้ไปกับใช้จ่ายสำหรับเื่นั้นเื่นี้ เพราะหวังว่าวันหนึ่งคงจะได้งาน ทำให้ชีวิตความเป็อยู่ของบ้านตระกูลสวีค่อนข้างลำบาก
เ้าของร่างเดิมเป็ลูกคนเล็กสุดของบ้านตระกูลสวี เนื่องจากจ้าวซิ่วหลานเคยล้มตอนใกล้คลอด ทำให้คลอดก่อนกำหนด เธอจึงมีร่างกายที่อ่อนแอกว่าเด็กทั่วไป พ่อแม่จึงรักและเอ็นดูเป็พิเศษ พี่ชายพี่สาวก็รักและห่วงใยน้องสาวคนเล็กมากเช่นกัน
เนื่องจากคนในครอบครัวทำงานในโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ ทุกเดือนจึงมีโอกาสได้กินเนื้ออยู่บ้าง เมื่อเทียบกับครอบครัวอื่น ๆ แล้ว ก็ถือว่าชีวิตของสวีเถาเถาที่เป็เ้าของร่างเดิมนี้ดีใช้ได้เลย
ชาติที่แล้ว สวีเถาเถาเป็ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง อีกทั้งยังเป็คนที่ได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้า จากความพยายามของตัวเอง เธอก็ทำงานจนสามารถซื้อบ้านและรถได้ ทุกอย่างกำลังจะเข้าที่เข้าทาง เธอก็เตรียมจะเริ่มวางแผนหาแฟนสักคน แต่ใครจะไปรู้ว่าการทำงานล่วงเวลาครั้งหนึ่ง ทำให้เธอเสียชีวิตกะทันหันจากการอดหลับอดนอน
ในเมื่อสถานการณ์มาถึงขนาดนี้แล้ว… ตายก็ตาย ถึงยังไงเธอก็อยู่คนเดียวอยู่แล้ว ทำใจยอมรับชะตากรรมนั้นไปก็แล้วกัน แต่ทว่าเธอกลับได้ทะลุมิติมา… แต่ทะลุมิติมาก็ยังไม่เท่าไหร่ ยังพอทำใจได้ แต่นี่อะไรกัน! ทำไมต้องทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้เนี่ย!
พ่อของเ้าของร่างเดิมหาตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราวที่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ให้เธอ เพราะลูกสาวคนนี้ขี้กลัว พ่อรักและเป็ห่วงลูกสาวคนนี้มากจึงไม่อยากให้ไปทำงานที่อื่น เลยให้เธอทำงานล้างเขียงในแผนกชำแหละนี้ เพราะเป็ที่เดียวกันกับที่ทำงานของเขา
พ่อหวังดีและพยายามคิดอย่างรอบคอบ แต่เขาไม่รู้เลยว่าลูกสาวตัวน้อยของเขากลัวเื โชคร้ายที่วันแรกของการทำงาน เธอเห็นถังเืหมูที่พึ่งได้มาสด ๆ ร้อน ๆ ก็ใจนช็อกตาย
ตอนที่สวีเถาเถาเพิ่งทะลุมิติมา เธอก็เกือบตายอีกรอบด้วยความใเหมือนกัน เพราะความรู้สึกที่ทั้งตัวจมอยู่ในเืหมูที่มีกลิ่นคาวมากขนาดนั้น ชาตินี้เธอไม่อยากจะขอเจอเหตุการณ์แบบนั้นอีกเป็ครั้งที่สองเลย!
ในเมื่อมาแล้วก็ต้องอยู่ให้ได้ สวีเถาเถาชาติที่แล้วตายเพราะทำงานหนักจนตาย ชาตินี้เธอจะขอใช้ชีวิตสบาย ๆ บ้างก็แล้วกัน
แต่ปัญหาตอนนี้ก็คือ… สวีลี่ลี่พูดถูก ลูกสาวบ้านอื่นอาจจะไม่ต้องกังวลเื่การแต่งงาน แต่พวกเธอสองพี่น้องต้องมีปัญหาแน่
เพราะไม่มีเหตุผลอื่น แค่ยีนของบ้านตระกูลสวีนี่ก็ไม่เหมือนใครแล้ว ทั้งครอบครัวไม่มีใครหน้าตาดีเลย จะไม่ขอพูดว่าหน้าตาธรรมดาละกัน
แต่ถ้าจะให้พูดตามความเป็จริงเลยก็คือ ทุกคนในบ้านค่อนข้างจะขี้เหร่!
[1] เหลี่ยง เป็หน่วยวัดน้ำหนักของจีน หนึ่งเหลี่ยง เท่ากับ 50 กรัม