5 : สีเป็เหตุ(ของจริง!!)
การแข่งสตรีทบาสระหว่างทีมเ้าถิ่นกับพวกเนียร์ใน่หลังนั้นเห็นผลได้ง่ายมากขึ้น เพราะยิ่งอีกฝ่ายเล่นด้วยความโมโหมากเท่าไหร่ พวกเธอก็ยิ่งมองทางออกมากเท่านั้น จึงทำให้ทำคะแนนไปได้อย่างสบายๆ จนเกมหลังๆ ถึงค่อยลดความรุนแรงลง ไม่ให้อีกฝ่ายเจ็บตัวไปมากกว่านี้ หลังจากที่โดนทั้งเตะทั้งต่อยทั้งกระแทก เตะกล่องหัวใจ....ซึ่งอันหลังสุดนี้ค่อนข้างโดนบ่อย จนเนียร์ยังกลัวอีกฝ่ายจะสูญพันธุ์เลย
แต่คนที่ทำจริงๆกลับไม่เห็นใจคนเป็ลูกผู้ชายเหมือนกันสักนิด เตะได้เตะดี จนอีกฝ่ายจุกจนห้าเขียวจนไม่รู้จะให้จุกอย่างไรดีแล้ว
“ 10 - 6 พวกฉันชนะ” ทินว่าหลังจากะโจากจุดโทษไปดังค์มือเดียวที่แป้น เรียกเสียงกรี๊ดจากบรรดากองเชียร์
หลังๆ มานี้ได้ทั้งจากพวกผู้หญิงและสาวประเภทสอง ที่ดูจะร่วมใจเป็แฟนคลับทินอย่างออกนอกหน้า ส่งเสียงลั่น แม้แต่พวกผู้ชายยังอึ้งเมื่อได้เห็นท่า Airwalk ของจริงเป็ขวัญตาก็วันนี้เอง
ส่วนคนที่อยู่ทีมเดียวกันก็มีเสียงเฮให้ไม่แพ้กัน เมื่อเนียร์แสดงให้เห็นแล้วว่า ผู้หญิงก็สามารถเล่นสตรีทบาสได้ และยังเล่นได้ดีมากอีกด้วย
คนที่นอนราบกับพื้นพยายามจะลุกขึ้นมาอย่างไม่ให้เื่จบลงแค่นี้
“นะ..หน็อย พวก..แก” พูดได้เพียงแค่นั้นก็ฟุบลงไปอีก และไม่มีวี่แววว่าจะลุกขึ้นมาอีกซ้ำสอง
เนียร์กับทินหันมามองหน้ากันชั่วครู่หนึ่ง ก่อนเด็กสาวเป็ฝ่ายถาม
“นี่พวกเราเผลอเล่นระดับต้องจับส่งโรงพยาบาลเลยเหรอ”
หลังจากพวกเนียร์ออกมาจากสนามบาสและส่งตัวคนเจ็บไปโรงพยาบาลเรียบร้อย ก็มีคนอีกหลายคนเข้ามาเล่นกันต่อ เพียงแต่ไม่ได้โหด เถื่อนแบบพวกเจร็อค หรือเติมความดิบเป็ โหด เถื่อน ดิบแบบพวกเนียร์ แต่ก็สนุกได้ไม่แพ้กัน
คนที่จู่ๆก็ไปหาเื่ถึงที่เดินผิวปากตามหลังเด็กสาวมาอย่างไม่รู้สึกผิด จนเธอเริ่มสงสารคนพวกนั้นขึ้นมาตงิดๆ
ยังดีว่าไม่ต้องอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับทิน ไม่อย่างนั้นสภาพของเธอตอนนี้คงไม่ต่างจากพวกเจร็อค ไม่สิ...อาจจะหนักกว่าด้วยซ้ำ เมื่อนึกถึงตอนที่เธอเริ่มหันมาเล่นบาสใหม่ๆ
ตอนที่กำลังเริ่มหัดเล่นบาสเพื่อเพิ่มความสูง โดยมีพี่ชายที่เล่นอยู่ก่อนเป็คนสอนจนพอจะเริ่มเล่นเป็บ้างแล้ว ไม่นานคนสอนก็แนะนำให้มาแข่งสตรีทบาสกัน โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้เลยสักนิดว่าเป็อย่างไร พอบอกว่าไม่มีกฎ ไอ้คนเพิ่งหัดเล่นก็นึกว่าหมายถึง ถึงทำออกก็ไม่เป็ไร จะจับลูกวิ่งก็ได้ไม่มีใครว่า จนกระทั่ง...
หมัดของคนตัวโตกว่าเสยเข้าใบหน้าอย่างจัง ทำให้คนเพิ่งหัดเล่นเข้าใจสตรีทบาสอย่างถ่องแท้
เนียร์นึกถึงภาพในวันวานแล้ว เกิดอาการเสียวสันหลังวูบขึ้นมาทันที เมื่อตอนนั้นอีกฝ่ายไม่มีการออมมือให้เลยสักนิด เอาจนเืตกยางออกเข้าโรงพยาบาลอยู่สองสามวัน...
นั่นทำให้รู้ได้ว่า ความเห็นใจว่าอีกฝ่ายมันเป็น้อง เป็ผู้หญิง ไม่เคยมีอยู่ในความคิดมัน
แน่นอน พอถูกจับหามเข้าโรงพยาบาลเสร็จ ก็ถูกกุลสั่งห้ามไม่ให้เล่นอีก แต่เนียร์ที่ยังเจ็บใจอยู่ก็ยังแอบไปแข่งกันสองคนโดยไม่ให้กุลรู้ สุดท้ายยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เล่นทีเดียวได้ทั้งบาสได้ทั้งต่อสู้
พอมาถึงในซอยบ้านเธอแล้ว มีผู้หญิงคนหนึ่งสวมเสื้อสายเดี่ยวสีแดง กระโปรงสีดำสั้นเหนือเข่ารัดรูปเดินสวนทางมา แถมยังส่งสายตาหวานหยดให้กับทินทิ้งท้ายแบบดูก็รู้ว่าสนใจเขาอยู่
ไม่แปลกหากสาวๆ จะสนใจทินั้แ่แรกเห็น ทินอาจไม่ใช่คนที่แต่งตัวตามแฟชั่น แต่ก็มีสไตล์เป็ของตัวเอง เห็นได้จากสีผมที่ไปทำสีทองแซมกับผมสีดำไม่เหมือนใครที่ควรจะแปลก แต่เข้ากับทินอย่างประหลาดรูปร่างหน้าตาก็...ถึงเนียร์จะเจ็บใจที่ต้องพูด แต่ก็ยอมรับว่ามันหน้าตาดีจริง ดีขนาดไหนน่ะเหรอ ก็ดีขนาดที่คนทั้งโรงเรียนโหวตให้เป็หนุ่มป๊อปอันดับหนึ่งของโรงเรียนนั่นละ
แต่ถึงจะมีผู้หญิงมาชอบเยอะ ก็ไม่เห็นมันจะถูกใจใครซะที
“เฮ้ เนียร์ คิดว่าผู้หญิงคนเมื่อกี้สวยมั้ย” ทินถามน้องสาวที่หยุดยืนอยู่ข้างหน้า เป็การถามเหมือนแค่ทำตัวเป็เพลย์บอยมากกว่าจะสนใจจริงๆแต่เนียร์เหมือนจะไม่ได้ยิน เขาเรียกอีกครั้งแต่ไร้การขานรับ จึงเข้าไปสะกิด ทำให้เนียร์รู้สึกตัวในที่สุด
“ทิน...ผู้หญิงคนนั้น...” เธอพยายามจะพูด
“สวยมั้ยล่ะ” เขาถามต่อ
“ไม่ ไม่ใช่ สี...สี...”
“สี? โอ๊ย!” ยังไม่ทันได้รับคำตอบก็ต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บที่ต้นแขนซึ่งเนียร์กำลังจับไว้แน่น และกำลังแน่นยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
“เนียร์?” ทินเรียก แต่เ้าของชื่อกลับไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น นอกจากจะบีบแขนเขาจนแทบให้ขาดออกจากกัน
โฮ่ง!
เสียงเห่าของสุนัขจรจัดดังขึ้นไม่ไกลจากตรงนี้
เนียร์กัดฟันแน่นก่อนฝืนดึงตัวทินออกไปให้ไกลจากสายตาจนกลายเป็แรงเหวี่ยงไป ทำให้เด็กหนุ่มกระแทกกับกำแพงอย่างแรงพร้อมกับประหลาดใจกับการเปลี่ยนไปของน้องสาว
เนียร์เปลี่ยนเป้าหมายไปหาสุนัขจรจัดแทน ที่เริ่มร้องหงิงๆ อย่างรู้สึกกลัว ทั้งหูและหางตกลู่อย่างเห็นได้ชัด ราวกับรับรู้ได้ว่าคนตรงหน้านั้นไม่ใช่สิ่งที่มันจะเอาเื่ได้
เนียร์คว้าหมับเข้าที่คอของมันแล้วยกขึ้นสูง ขาทั้งสี่ขยับไปมาหวังได้รับการปลดปล่อย แต่เธอยังบีบแน่นขึ้นเรื่อยๆ..กระทั่งมันสำรอกเืออกมา ทั้งร่างแน่นิ่งไม่ตอบสนองอะไรอีก
มันตายแล้ว แต่เธอกลับยังไม่ยอมปล่อย
เนียร์ยกมืออีกข้างขึ้นมาจับที่หัวของสุนัข แล้วค่อยๆ ฉีกออกมาราวกับนั่นคือกระดาษ เืกระเซ็นมาเปื้อนเสื้อและตามใบหน้า แต่เ้าตัวไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย
ทินที่ตั้งสติได้แล้วเดินไปตรงหน้าเนียร์ และต้องพบว่าใบหน้านั้นกำลังแสยะยิ้มด้วยความพอใจ
“...เนียร์” เขาลองเรียกดูอีกครั้ง
ได้ผล! เขาเห็นว่าร่างนั้นสะดุ้งขึ้นพร้อกับปล่อยตัวและหัวสุนัขทันที
เนียร์ที่ได้สติแล้วก้มลงมองดูมือตัวเองที่ชุ่มไปด้วยเื ความหวาดกลัวตื่นตะลึงฉายชัดในดวงตา
“ทะ..ทิน นี่...”
“ฝีมือเธอเองนั่นแหละ กลับบ้านก่อนเถอะแล้วค่อยว่ากันทีหลัง” ทินดึงตัวน้องสาวขึ้นมาแล้วพากลับบ้านที่อยู่อีกไม่ไกล
เมื่อทั้งสองคนกลับมาถึงบ้านแล้ว ทันทีที่กุลออกมาเปิดประตูรับ ก็แทบจะกรีดร้องออกมา
“เนียร์!? เป็อะไรไปน่ะ” กุลรีบเข้าไปพยุงตัวเนียร์แทนทิน ที่ปล่อยเธอทันทีเมื่อเข้ามาในบ้าน กลิ่นเืยังคาวคลุ้งบอกให้รู้ว่าเพิ่งเปื้อนมาใหม่ๆ
“เนียร์...ไปอาบน้ำซะแล้วค่อยลงมาคุยกัน” ทินสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ไม่ได้สนใจผู้เป็แม่เลยแม้แต่น้อย ส่วนเนียร์ที่ตอนนี้คิดอะไรไม่ออกแล้ว ยอมขึ้นไปอาบน้ำตามคำสั่งอย่างไม่มีคำโต้แย้ง
“ทิน มันเกิดเื่อะไรขึ้น ทำไมถึง...”
“นั่นไม่ใช่เืเนียร์มันหรอก วางใจได้” ทินพูดให้แม่ใจเย็นลง ก่อนจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง
หลังได้รับฟังเื่ราวทั้งหมดแล้ว กุลก็นึกขอบคุณในความโชคดีของซอยนี้ ที่ค่อนข้างเปลี่ยวไม่มีผู้คนเดินพลุกพล่าน ทำให้ไม่มีใครเห็นสิ่งที่ลูกสาวของเธอเป็คนทำ
ขณะนั้นเองที่เนียร์ลงมาพอดี
“เนียร์ ทำไมเธอต้องฆ่าหมาตัวนั้นด้วย” ทินยิงคำถามใส่โดยไม่รอ
เนียร์เข้ามาหยุดตรงหลังเก้าอี้แต่ไม่นั่ง กล่าวเสียงเย็น
“งั้นพี่ก็คิดว่าโชคดีไว้เถอะ ถ้าหมาตัวนั้นไม่มา ฉันฆ่าพี่ไปนานแล้ว”
สายตาเป็คำถามจากทั้งสองคนหลังได้ฟังคำตอบ ทำให้เนียร์ถอนหายใจสั้นๆเพราะนี่เป็เื่ที่เธอเองก็ไม่อยากพูดนักหากมันจำเป็ และเริ่มอธิบายโดยการถามทิน
“พี่จำผู้หญิงคนที่เดินผ่านเราไปได้มั้ย เธอใส่เสื้อกับกระโปรงสีอะไร” เนียร์ถามขณะนั่งลงตรงเก้าอี้
“เสื้อ...สายเดี่ยวสีแดงกับ...กระโปรงสั้นรัดรูปสีดำ”
“ใช่ สีดำ-แดง”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ” กุลถามอย่างไม่เข้าใจ แค่สีนี่ไม่น่าจะทำให้ฆ่าใครได้เลยนะ
เมื่อครู่นี้ที่ทินสั่งให้เนียร์ไปอาบน้ำ เธอต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะสงบสติของตัวเองได้ และเมื่อสติของเธอกลับมาเป็อย่างเดิมแล้ว ก็คิดทบทวนเหตุการณ์นั้นว่ามันเป็เพราะอะไร และสิ่งนี้คือสิ่งที่เนียร์ได้รู้มา
“มันเหมือนกับว่า ถ้าหนูเห็นอะไรก็ตามที่เป็สีดำ-แดงสลับกัน หนูจะมีความรู้สึกอยากฆ่าน่ะค่ะ”
“แล้ว...ถ้ามันเป็สีดำหรือสีแดงเฉยๆ ล่ะ”
“งั้นพี่คงตายไปนานแล้วล่ะ” เธอชี้ไปที่กางเกงขายาวสีดำของทิน
ทินนิ่งไปเพื่อใช้ความคิด เรียบเรียงข้อมูลที่รับรู้มาแล้วค่อยๆ ปะติดปะต่อเื่ราวขึ้นมา
“ถ้าให้ฉันเดานะ...มันต้องเกี่ยวกับไอ้สัตว์ประหลาดตัวนั้นแน่ๆเลย”
เนียร์กับกุลพยักหน้าเห็นด้วย
เพราะใช่ว่าตลอดชีวิตนี้จะไม่เคยเห็นสีดำ-แดงมาก่อน เห็นมาเยอะแล้วแต่มันไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ กลับมีอะไรแปลกๆ หลายอย่างเกิดขึ้นกับเธอ
แล้วนี่...จะยังมีอะไรเกิดขึ้นอีกไหมนะ เนียร์ได้แต่นึกกลัวอยู่ลึกๆ
ปิ๊ป! ปิ๊ป! ปิ๊ป!
เสียงกดโทรศัพท์ดังขึ้นจากนอกรั้วบ้าน มีผู้ชายสวมชุดสีดำดูลึกลับพร้อมแว่นสีดำปกปิดดวงตา กำลังต่อโทรศัพท์ไปที่ไหนสักแห่ง
เมื่ออีกฝ่ายรับสาย เขาก็รีบพูดตรงประเด็นทันที
“พลังตื่นขึ้นมาอีกหนึ่งแล้วครับ”
เขากดสายวางแล้วเดินไปสมทบกับคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่กำลังเก็บศพสุนัขไปพร้อมลบรอยเืให้จางหายอย่างเงียบเชียบและว่องไว
หลังจากทำธุระเสร็จแล้วก็รีบขึ้นรถตู้ติดฟิล์มดำไม่เห็นคนที่นั่งอยู่ข้างใน เมื่อรถแล่นไป ตรงที่นี้ก็เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อนทั้งนั้น ในเมื่อหลักฐานถูกทำลายจนหมดไปแล้ว จะมีที่รู้ก็แค่คนกลุ่มนี้และผู้กระทำเท่านั้น