เสียงคำรามจากรอยแยกบนท้องฟ้ายังคงดังก้องไปทั่วกรุงเทพอย่างต่อเนื่อง จนแม้แต่พื้นดินยังสั่นะเืเป็ระยะ ผู้คนภายในเมืองเริ่มต้นของธีร์หลายคนถึงกับทรุดนั่งลงด้วยสีหน้าหวาดกลัว เพราะแค่ได้ยินเสียงนั้น ร่างกายก็เหมือนถูกแรงกดดันบางอย่างกดทับจนหายใจลำบากราวกับสัญชาตญาณกำลังร้องเตือนว่า สิ่งที่กำลังจะปรากฏออกมา… อันตรายกว่ามอนสเตอร์ทุกตัวก่อนหน้านี้หลายเท่า
เหนือท้องฟ้ายามค่ำคืน รอยแยกสีดำขนาดมหึมากำลังหมุนวนช้า ๆ คล้ายหลุมดำขนาดั์ที่ฉีกชั้นบรรยากาศออกจากกัน สายฟ้าสีแดงเริ่มฟาดลงมารอบพื้นที่ใจกลางเมือง ขณะที่อาคารสูงหลายแห่งเริ่มพังถล่มเพราะแรงสั่นะเื ผู้คนที่ยังหนีไม่พ้นด้านนอกต่างกรีดร้องและวิ่งกันอย่างสิ้นหวัง ทว่าไม่มีใครรู้แล้วว่าควรหนีไปทางไหน เพราะทั้งกรุงเทพกำลังค่อย ๆ กลายเป็สนามล่าสัตว์ของบางสิ่งที่กำลังจะลงมา
ภายในเมืองเริ่มต้น ธีร์กำลังยืนอยู่บนกำแพงพร้อมสายตาที่จับจ้องไปยังรอยแยกบนฟ้าไม่กะพริบ แม้เขาจะพยายามควบคุมสติแค่ไหน แต่หัวใจก็ยังเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ เพราะลึก ๆ แล้ว เขารู้สึกได้ว่าต่อให้มีอัศวินป้องกันเมืองอยู่สามคน ก็อาจยังไม่พอสำหรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
ทันใดนั้นเอง…
ตูมมมมมมมมมมม!!!
บางอย่างตกลงมาจากรอยแยกอย่างรุนแรง จนเกิดแรงะเิมหาศาลกลางกรุงเทพ ควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงหลายสิบเมตร ขณะที่แรงกระแทกส่งมาถึงมหาวิทยาลัยจนกระจกอาคารหลายบานแตกกระจายทันที
ผู้คนจำนวนมากเริ่มกรีดร้องด้วยความใ
ก่อนที่ร่างขนาดมหึมาจะค่อย ๆ ลุกขึ้นจากใจกลางกลุ่มควัน
มันเป็สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายอัศวิน แต่สูงเกือบห้าเมตร ร่างกายเต็มไปด้วยเกราะสีดำสนิทที่เหมือนหลอมรวมเข้ากับเนื้อหนัง มือข้างหนึ่งถือดาบั์สีแดงเข้ม ส่วนอีกข้างมีโซ่เหล็กจำนวนมากพันอยู่รอบแขน ดวงตาสีแดงของมันส่องสว่างท่ามกลางความมืดราวกับปีศาจจากนรก
[ผู้บัญชาการแห่งความตาย — บอส Dungeon Beginner Lv.15]
ทั้งเมืองเงียบกริบทันที
แม้จะอยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร แต่เพียงมองเห็นร่างของมัน ผู้คนจำนวนมากก็เริ่มตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว เพราะแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวบอสนั้น แตกต่างจากมอนสเตอร์ทั่วไปโดยสิ้นเชิง
“นั่นมัน… ระดับ Beginner จริงเหรอวะ…” นนท์พูดเสียงแห้ง ขณะมือกำดาบแน่นจนสั่น
เพราะต่อให้เป็คนธรรมดา ก็ยังมองออกว่า มอนสเตอร์ตัวนั้นสามารถฆ่าหมาป่าเกราะดำทั้งฝูงได้สบาย ๆ
และในวินาทีต่อมา…
ผู้บัญชาการแห่งความตาย ก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
ก่อนมองตรงมายังมหาวิทยาลัย
ธีร์ชะงักทันที
แม้อีกฝ่ายจะอยู่ไกลมาก แต่เขากลับรู้สึกได้ชัดเจนว่า บอสตัวนั้นกำลัง “มองมาที่เมืองของเขา” จริง ๆ
จากนั้น มันก็ยกดาบั์ขึ้นช้า ๆ
ตูมมมมมม!!!
คลื่นพลังสีแดงพุ่งออกจากดาบทันที อาคารหลายหลังตรงเส้นทางะเิกระจายราวกับกระดาษ ถนนแตกออกเป็ทางยาว ขณะที่มอนสเตอร์จำนวนมากในบริเวณนั้นถูกแรงกระแทกบดขยี้ตายในพริบตา
ผู้คนบนกำแพงเริ่มหน้าซีดทันที
เพราะถ้าการโจมตีนั้นพุ่งมาทางมหาวิทยาลัย เมืองของพวกเขาคงถูกลบทิ้งทั้งเมืองในครั้งเดียวแน่นอน
ติ๊ง!
เสียงระบบดังขึ้นตรงหน้าธีร์ทันที
[คำเตือน]
[ตรวจพบบอสระดับสูงใกล้เขตเมือง]
[เมืองเริ่มต้นอยู่ในระดับอันตราย]
[แนะนำให้เร่งอัปเกรดเมืองโดยด่วน]
ธีร์กัดฟันแน่น เพราะเขาเองก็อยากอัปเกรดเหมือนกัน แต่ตอนนี้ทรัพยากรยังน้อยเกินไป เมืองเพิ่งเริ่มต้นได้ไม่กี่ชั่วโมง และสิ่งที่เขามี ก็เป็เพียงกำแพงกับอัศวินสามคนเท่านั้น
แต่ในขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้นเอง…
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“ขอ… ขอให้พวกเราเข้าร่วมเมืองด้วยครับ”
ธีร์หันกลับไปทันที
กลุ่มผู้รอดชีวิตที่เพิ่งเข้ามาก่อนหน้านี้ กำลังยืนรวมตัวกันอยู่ หนึ่งในนั้นคือชายวัยประมาณสี่สิบปีที่อุ้มลูกสาวไว้ในอ้อมแขน สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่สายตากลับจริงจังอย่างมาก
“ผมเคยเป็ช่างก่อสร้าง…” เขาพูดต่อ “ถ้าเมืองนี้ต้องสร้างกำแพงเพิ่ม ผมช่วยได้”
“ผมเป็วิศวกรไฟฟ้า” ชายอีกคนพูดขึ้นทันที “ผมอาจช่วยเื่ระบบพลังงานได้”
“ฉันเป็พยาบาลค่ะ”
“ผมขับรถบรรทุกเป็”
เสียงเริ่มดังขึ้นทีละคน
ธีร์มองภาพตรงหน้าเงียบ ๆ ก่อนเริ่มเข้าใจบางอย่าง
เมืองของเขา… ไม่ได้แข็งแกร่งเพราะระบบเพียงอย่างเดียว
แต่มันแข็งแกร่งได้ เพราะ “ผู้คน” ต่างหาก
ติ๊ง!
[ประชาชนเริ่มเสนอความช่วยเหลือ]
[ค่าศรัทธา +10]
[ปลดล็อกระบบอาชีพประชาชน]
[เมืองที่มีประชาชนทำงาน จะสร้างทรัพยากรได้เร็วขึ้น]
หน้าต่างระบบใหม่จำนวนมากเริ่มปรากฏขึ้นทันที
[ช่างก่อสร้าง]
[ช่างผลิต]
[หน่วยแพทย์]
[หน่วยลาดตระเวน]
ธีร์เริ่มหายใจแรงขึ้นเล็กน้อย เพราะเขารู้แล้วว่า เมืองของเขากำลังก้าวเข้าสู่ “การพัฒนา” อย่างแท้จริง
แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง…
อัศวินเกราะดำทั้งสามที่ยืนเฝ้ากำแพงมาตลอด กลับหันหน้าไปทางกรุงเทพพร้อมกันทันที
ดวงตาสีแดงใต้หมวกเกราะสว่างขึ้นช้า ๆ
ก่อนที่เสียงระบบจะดังขึ้นอีกครั้ง
[ตรวจพบ “กองทัพมอนสเตอร์” กำลังเคลื่อนที่]
[คาดการณ์เวลาเดินทางถึง : 47 นาที]
ทั่วทั้งเมือง… เงียบลงอีกครั้ง
เพราะทุกคนเริ่มเข้าใจแล้วว่า
คืนแรกของวันสิ้นโลก
ยังห่างไกลจากคำว่า “จบ”