ปราบพิภพมองจ้องยังฝูงสัตว์อสูรที่ไล่ล่าพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง
“ พี่ชาย เราไม่มีอาวุธที่ทรงพลังที่สามารถจัดการมันได้ในคราวเดียวรึ “ ปราบเอ่ยถาม
“ มี แต่มันไม่สามารถพกพาได้ “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
ยานสำรวจพุ่งทะยานด้วยล้อยางชนิดพิเศษ มันทนทานต่อทุกสภาวะของถนนแม้นมิมีถนนมันก็ยังสามารถที่จะไปได้โดยมิมีติดหล่ม แต่กระนั้นแล้วก็ยังมิสามารถหนีอสูรที่ไล่ล่าได้อย่างใจนึก
ปราบเด็กหนุ่มที่ยังมิคุ้นชินกับสถานการณ์จริงเขาได้แต่กำสองหมัดแน่น ในใจของเขานั้นให้ตื่นเต้นสุดแสน ทั้งยังหวาดกลัวต่อสัตว์อสูร
“ ไอ้หนู ใจเย็นๆ เอ็งกำลังเสียขวัญ “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
เขาสูดหายใจเข้าลึกแลผ่อนออกมาอย่างแรง เขาทำเช่นนี้อยู่หลายครั้งจนในที่สุดสติของเขาจึงกลับมา เมื่อเขามีสติภาพที่ปรากฏต่อหน้านั้นกลับเชื่องช้ายิ่ง
“ เกิดอะไรขึ้นเหตุใดภาพของอสูรเ่าั้จึงเชื่องช้าลง “ ปราบเอ่ย
จอมยุทธรดับสูงเหลียวมองยังเด็กหนุ่ม เขาพยักหน้าช้าๆ “ เจอของดีโดยบังเอิญ “ เขาพึมพำ
“ กลับไปที่สำนักจอมยุทธต้องเร่งนำเข้าสู่สำนักจอมยุทธอย่างเร็วไว แลต้องเร่งฝึกปรือให้แข็งแกร่งโดยเร็วมิเช่นนั้นหากให้ไอ้หนูนี่ฝึกฝนเองเช่นนี้ เห็นจะเป็การหลงทิศทาง “ เขาพึมพำ
ยานสำรวจพุ่งทะยานออกจากผืนป่าตรงไปยังเครื่องบินลำใหญ่ที่ลอยตัวอยู่เหนือผืนป่า
“ ไป “ จอมยุทธระดับสูงร้องลั่น
“ ครืนน “ ยานสำรวจพุ่งทะยานขึ้นสูงแลเข้าไปในเครื่องบินลำใหญ่อย่างรวดเร็ว
“ ปิดท้าย “ จอมยุทธระดับสูงร้องลั่น
“ ครืนน “ ฝาท้ายเครื่องบินปิดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเครื่องบินที่พุ่งทะยานไปเบื้องหน้า
“ โฮกกก “ เหล่าอสูรร้ายกรีดร้องลั่นเมื่อมันมิสามารถไล่ตามเครื่องบินได้ทัน
ปราบนั่งหอบหายใจอย่างแรง เพราะเขามิเคยต้องพบเจอสถานการณ์ที่ถูกอสูรไล่ล่าแม้นแต่ครั้งเดียว
“ เ้าต้องฝึกอีกมาก “ จอมยุทธระดับสูงเอ่ย
“ เมื่อกลับไปยังสำนักย่อยที่สิบสี่แล้วแล้วข้าจะนำเ้าเข้าสู่สำนักจอมยุทธ “ เขาเอ่ย
ปราบมองยังชายชรา แลพยักหน้า
“ ลุง เมื่อผมเข้าเป็จอมยุทธ ผมจะได้บ้านใหม่รึไม่ แลเงินเดือนรึไม่ “ ปราบเอ่ยถาม
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ ทุกคนบนเครื่องบินต่างหัวเราะลั่น
“ นั่นมันของตายอยู่แล้ว เ้าอย่าลืมว่าทุกคนที่เข้าเป็จอมยุทธนั้นล้วนแล้วแต่้าชีวิตที่ดีขึ้น แลจะไปหาได้จากที่ไหน ถ้าไม่ใช่ที่สำนักขอมยุทธ “ จอมยุทธระดับสูงเอ่ย
“ แฮะ แฮะ “ ปราบหัวเราะเจื่อน
“ เ้ามาที่นี่ได้เช่นใด “ จอมยุทธระดับสูงเอ่ยถาม
“ ข้ามาที่นี่เพราะ้าเปลี่ยนแปลงโชคชะตา ข้าหวังว่าเมื่อข้าได้สมบัติล้ำค่าข้าก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของข้าได้ “ ปราบพิภพเอ่ย
“ แล้วเวลานี้เ้าเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้รึยัง “ จอมยุทธระดับสูงเอ่ย
“ ข้าว่าได้แล้ว “ ปราบเอ่ย
“ ได้เช่นใด “ จอมยุทธชราเอ่ย
“ ก่อนนี้ข้าเป็เพียงคนธรรมดา แต่เวลานี้ข้าเป็จอมยุทธสร้างรากฐานระดับหนึ่งแล้ว ทั้งข้ายังจะได้เข้าเป็คนของสำนักจอมยุทธอีก นี่มิใช่ว่าเป็การเปลี่ยนแปลงโชคชะตาหรอกรึ “ ปราบเอ่ย
“ ใช่ อย่างที่เ้าพูด นี่มันเป็การเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของเ้า “ จอมยุทธระดับสูงเอ่ย
“ เ้าชื่อว่าอะไร “ จอมยุทธระดับสูงเอ่ย
“ ข้าปราบพิภพ “ เขาเอ่ย
“ ดี เป็ชื่อที่ดี “
“ ข้าอดุลย์ เป็จอมยุทธขั้นสร้างิญญาระดับสาม ทั้งยังเป็ครูฝึกของโรงเรียนเตรียมจอมยุทธ “ อดุลย์เอ่ย
“ ส่วนข้าไผ่เขียว “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ ข้าม่วงฟ้า “ ชายหนุ่มอีกคนเอ่ย
แล้วทุกคนบนเครื่องก็ทำการแนะนำตัวจนครบ
เครื่องบินใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงจึงกลับถึงยังสำนักจอมยุทธ ปราบถูกนำตัวไปยังสำนักจอมยุทธอย่างรวดเร็ว
เขายืนมองยังช้างเผือกตัวใหญ่ั์อีกครั้ง เวลานี้เขารับรู้ได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลของช้างเผือกั์
“ ตึง “ เข่าทั้งสองข้างของเขาพลันทิ้งลงยังพื้นในทันใด ร่างกายของเขาแทบจะแหลกสลายลงเพราะแรงกดดันอันมากมหาศาล
ปราบสูดหายใจเข้าลึกแล้วพยายามอย่างมากในการหยัดกายให้ลุกยืน แต่มิว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถหยัดกายลุกยืนได้
เหล่าครูฝึกทั้งหลายที่มองดูต่างก็แปลกใจ เพราะรูปหล่อช้างเผือกนี้หาได้มีจิติญญาหรือแรงกดดันใดๆไม่ มันเป็เพียงรูปหล่อเชิงสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ก็แค่นั้น แต่เวลานี้มันกลับะเิแรงกดดันเข้าสยบเด็กหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง
กว่าที่เด็กหนุ่มจะหลุดพ้นจากแรงกดดันได้ ร่างกายของเขาแทบจะแตกสลาย แต่ที่น่าแปลกก็คือเขาสามารถทะลวงขั้นพลังไปอยู่ระดับสองของขั้นสร้างรากฐานได้
“ คงเพราะพลังวัตรของเสือโคร่งตัวนั้นที่ยังหลงเหลืออยู่เป็แน่ “ ปราบพึมพำ
ปราบถูกพาเข้ามาในสำนักจอมยุทธสาขาย่อยที่สิบสี่แห่งประเทศไทย เมื่อเข้ามาภายในร่างของเขาพลันสะท้านเมื่อถูกพลังปราณ ( ขอเปลี่ยนจากพลังวัตรเป็พลังปราณนะครับ ) ที่กล้าแกร่งที่แผ่ออกจากรูปของเหล่าจอมยุทธที่มีชื่อเสียงในอดีต
เด็กหนุ่มมองยังรูปที่ติดอยู่ที่ฝาผนังเขาสุดหายใจเข้าลึกแล้วโค้งศีรษะให้กับรูปเ่าั้ “ สักวันผมจะเป็ผู้ยิ่งใหญ่เทียบเท่าพวกคุณให้ได้ “ ปราบพึมพำ
ไอ้หนูมาเร็ว “ ชายชราผู้นั้นร้องลั่น
“ ไปแล้วๆ “ เด็กหนุ่มร้องออกแลวิ่งหน้าตั้งไปอย่างรวดเร็ว
“ ไอ้หนูเมื่อเข้าไปในห้องแล้ว เอ็งจงตอบคำถามคนที่อยู่ในห้องอย่างตรงไปตรงมา “ ชายชราเอ่ย
“ ครับ “ ปราบพยักหน้า
“ เข้ามา “ เสียงจากข้างในดังลอยออกมา
“ วิ้ด “ ประตูบานเลื่อนสไลด์ออกด้านข้าง
ชายชราเดินนำเด็กหนุ่มเข้าไปในห้อง
“ สวัดดีท่านผอ. “ ชายชรายกมือไหว้ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้หลังโต๊ะตัวใหญ่
“ สวัสดีครับ “ ปราบเร่งพนมสองมือแลโค้งศีรษะลง
“ ขั้นแรกเริ่มขั้นที่สอง “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ ไอ้หนู เอ็งมีชื่อว่าอะไร “ ผอ.ยิ่งเอ่ยถาม
“ ผมปราบพิภพครับ “ เขาเอ่ย
“ ชื่อดี “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ เ้าฝึกฝนด้วยวิธีใด “ ผอ.ยิ่งเอ่ยถาม
ปราบเล่าเื่ราวของเขาให้ฟังอย่างมิมีปิดบัง
เื่ราวของเด็กหนุ่มทำเอาทั้งสองพลันอ้าปากค้าง เพราะเขาทั้งสองไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กหนุ่มจะกล้าฝึกฝนกระบวนต้องห้าม แต่เมื่อได้รู้ถึงฐานทางสังคมของเด็กหนุ่มแล้วเขาทั้งสองก็ได้แต่สูดหายใจเข้าลึก
“ มันจะมีสักกี่คนที่บ้าบิ่นขนาดนี้ แม้รู้ว่าจะต้องตายแต่ก็ยังกล้า “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ จิตใจที่กล้าแกร่งแบบนี้ จะเป็สิ่งที่สำคัญต่อการต่อสู้กับเหล่าอสูรได้ “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ ปราบมานี่ “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
เด็กหนุ่มเดินเข้าไปยังโต๊ะตัวใหญ่
“ นี่เป็สัญญาว่าจ้างของเอ็ง อ่านรายละเอียดให้เรียบร้อย แล้วลงชื่อเสีย “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ ครับ “ ปราบเอ่ยแล้วหยิบแฟ้มของเขาขึ้นมาอ่าน
เด็กหนุ่มใช้เวลาในการอ่านราวสิบนาที เขาพยักหน้าช้าๆแลหยิบปากกาที่โต๊ะของผอ.
“ แกร็ก “ เขาเซ็นชื่อของเขาแล้วเสร็จ
“ ยินดีต้อนรับสู่สำนักจอมยุทธสาขาย่อยที่สิบสี่แห่งประเทศไทย “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ เดี๋ยวจะมีคนพาเอ็งไปยังห้องพักของเอ็ง แลพาเอ็งไปทำธุระของเอ็งจนแล้วเสร็จ อีกห้าวันให้เอ็งมาที่นี่เพื่อเข้าสู่กระบวนเรียนรู้ “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ ไปได้ “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ ขอบคุณครับ “ ปราบเอ่ยแลพนมมือไหว้อีกครั้งแล้วออกจากห้องพร้อมกับชายชรา
“ ลุงสม ลุงอยู่ที่นี่นานรึยัง “ ปราบเอ่ยถาม
“ ไอ้บ้า ใครเขาให้เรียกข้าแบบนี้ “ สมเอ่ย
“ แล้วให้เรียกแบบไหน “ ปราบเอ่ย
“ เรียกพี่ได้ไหม “ สมเอ่ย
“ แหวะ “ ปราบทำท่าจะอ้วกออก
“ หนอยไอ้เด็กเปรตนี่ “ สมร้องออกพร้อมกับตบกะโหลกเด็กหนุ่มไปที
“ ดูไอ้แก่สมสิ วันนี้มันพาเด็กที่ไหนมา “ ชายหนุ่มคนหนึ่งคนเอ่ยในกลุ่ม