เวลาผ่านไปจนถึงเกือบห้าโมงเย็น หลังจากที่บุญเตรียมน้ำและขนมสำหรับเสิร์ฟไว้แปดที่เสร็จเรียบร้อยแล้วจึงได้ขึ้นบันไดเพื่อไปเปลี่ยนชุด และขณะที่อารียากำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟาห้องรับแขกเธอก็ได้ยินเสียงกริ่งประตูรั้วหน้าบ้านดังขึ้น
“แม่จะไปเชิญแขกเข้ามาให้นะลูกบุญ”
อารียาะโบอกบุญที่อยู่บนชั้นสอง
“ค่ะแม่”
บุญะโตอบ
อารียาออกไปเปิดประตูรั้วจึงเห็นว่ามีชายห้าคนและหญิงสาวสวมแว่นกันแดดคนหนึ่งรออยู่หน้าประตู เมื่อคนขับรถตู้บริษัททัวร์ของบุญเห็นว่าอารียาออกมารับทั้งหกคนแล้วจึงได้ขับรถกลับบริษัท และเป็การุณที่มาทักอารียาก่อน
“คุณแม่ของคุณอัจฉราใช่รึเปล่าครับ?”
อารียาเห็นว่าพวกเขามากับรถตู้ของบริษัททัวร์ของบุญจึงแน่ใจว่าเป็แขกที่บุญพูดถึง
“ใช่ค่ะ สวัสดีค่ะ”
อารียาไหว้ทักทายพวกเขา ทั้งหกคนจึงไหว้เธอตอบ
“ลูกบุญกำลังรอพวกคุณอยู่ค่ะ เชิญข้างในเลยค่ะ”
หลังจากอารียาปิดประตูรั้วและนำพวกเขาเข้ามาในห้องรับแขกแล้ว เธอก็เห็นว่าบุญยังไม่ลงมา
“เชิญนั่งกันตามสบายนะคะ เดี๋ยวฉันขึ้นไปตามลูกบุญให้ค่ะ”
อารียากล่าวเสร็จเธอจึงเดินขึ้นบันไดไป ระหว่างที่ขึ้นบันได เธอเห็นว่าหญิงที่สวมแว่นกันแดดนั่งลงบนโซฟารับแขก แต่ชายอีกห้าคนกลับนั่งพับเพียบบนพื้น ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจและรำพึงกับตัวเอง
‘หญิงคนนี้เป็ใครกันนะ เธอคงจะมีฐานะเหนือคนธรรมดา’
หลังจากนั้นไม่ถึงหนึ่งนาที บุญก็เดินลงบันไดมา เธอดูสวยสง่าในชุดราตรี
“ขอโทษนะคะที่ทำให้ทุกคนต้องรอ”
บุญพูด ทุกคนจึงได้หันไปมองตามเสียง และเมื่อเห็นบุญ พวกเขาต่างตกตะลึงในความงามของเธอ แม้แต่สามหนุ่มที่เดินทางกับบุญมาตลอดสองวันแล้วยังจ้องมองเธอราวกับเพิ่งพบเธอเป็ครั้งแรก เ้าหญิงเทย่าลุกขึ้นยืนและเดินไปหาบุญเมื่อบุญลงมาถึงชั้นล่างแล้ว องค์หญิงถอดแว่นกันแดดออกเพื่อจะได้เห็นหน้าบุญได้ชัดขึ้น ทั้งสองสาวต่างยืนมองตากันนิ่งราวกับตกอยู่ในภวังค์ อารียาซึ่งกำลังเดินลงบันไดตามลูกสาวก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าทุกคนล้วนหยุดนิ่งราวกับหุ่นขี้ผึ้ง ทั้งห้องเงียบกริบโดยไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา
“เ้าหญิงเทย่า”
บุญเป็คนแรกที่พูดขึ้นมาก่อน แต่เธอกลับตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก เธอควรจะไหว้แบบไทยๆ หรือว่าจะถอนสายบัวทำความเคารพองค์หญิงดี
“เธอเป็ผู้หญิงที่สวยมากเลย ชื่ออัจฉราใช่หรือเปล่าคะ?”
เ้าหญิงเทย่ายิ้มให้บุญพร้อมทั้งกล่าวชมเธอและทักทายทำความรู้จักกับเธอ ทำให้บุญคลายความตื่นเต้นลงและยิ้มจนหน้าบาน
“สวัสดีค่ะ”
บุญตัดสินใจทำทั้งสองอย่างคือไหว้ตามธรรมเนียมไทยก่อนแล้วจึงถอนสายบัวทำความเคารพองค์หญิง
“หม่อมฉันอัจฉราขอถวายบังคมองค์หญิงเพคะ”
เ้าหญิงเทย่าไหว้กลับและหัวเราะเบาๆ
“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ”
เ้าหญิงเทย่าพูดด้วยหางเสียงกับบุญตลอดเพื่อให้เกียรติเธอ เนื่องจากรู้สึกถูกชะตาเธอั้แ่แรกเห็น
“องค์หญิงก็มีพระสิริโฉมที่งดงามเช่นกันเพคะ”
บุญกล่าวชมองค์หญิงกลับบ้าง
เ้าหญิงเทย่าสังเกตเห็นว่าบุญดูเป็คนมีราศี อีกทั้งจากที่ได้ยินเื่ที่สามหนุ่มจอมโชคร้ายรายงานเธอเื่ของบุญเมื่อคืนก่อน เธอจึงยิ่งปักใจสงสัยว่าบุญอาจจะเป็เทพธิดาที่เธอกำลังตามหาอยู่
“องค์หญิงหรือ?”
อารียาแปลกใจเมื่อได้ยินคำที่บุญใช้เรียกหญิงสาวผู้นี้
บุญหันไปหาแม่เมื่อได้ยินเสียงนางรำพึงอยู่ข้างหลังเธอ และจูงมือแม่มาแนะนำให้รู้จักเ้าหญิงเทย่า
“แม่คะ พระองค์คือเ้าหญิงเทย่า พระราชธิดาของกษัตริย์วิเซรัสแห่งราชอาณาจักรซานเตียเรสค่ะ”
“หม่อมฉันขอถวายบังคมเ้าหญิงเพคะ หม่อมฉันชื่ออารียาเพคะ”
“ค่ะ เราต้องขอรบกวนใช้ห้องนี้เพื่อหารือกับคนของเราและเธอทั้งสองหน่อยนะคะ”
เ้าหญิงเทย่าบอกวัตถุประสงค์ในการมาที่บ้านพวกเธอครั้งนี้
“หม่อมฉันรู้สึกเป็เกียรติอย่างสูงเพคะ”
อารียาตอบองค์หญิง
“เธอทั้งสองมารู้จักกับคณะทัวร์ของเราก่อนสิคะ”
องค์หญิงชวนหญิงทั้งสองมาแนะนำให้รู้จักกับชายทั้งห้าคนที่มาพร้อมกับเธอ เมื่อเธอนั่งลงบนโซฟา หญิงทั้งสองกลับนั่งพื้นตามคนอื่น
“เธอสองคนเป็เ้าบ้าน นั่งข้างบนก็ได้ค่ะ เรายกเลิกธรรมเนียมการนั่งพื้นเมื่อมาพบเราแล้ว แต่ห้าคนนี้เค้าเคยชินกับการนั่งแบบนี้เวลาที่มาพบเรา ห้ามเท่าไหร่เค้าก็ไม่ยอมเปลี่ยน ภาษาพูดก็ใช้คำสุภาพก็พอ ไม่ต้องใช้าาศัพท์กับเราหรอกค่ะ”
องค์หญิงอธิบายให้บุญกับอารียาฟัง
“หม่อมฉันไม่สมควรที่จะนั่งเสมอองค์หญิงเพคะ และขอประทานอนุญาตใช้าาศัพท์เท่าที่หม่อมฉันพอจะใช้เป็นะเพคะ”
บุญบอกกับองค์หญิง และแม่ของเธอก็คิดเช่นเดียวกันกับเธอ
“ตามใจค่ะ เอาที่เธอสองคนสบายใจก็แล้วกันนะคะ แต่าาศัพท์ที่ประเทศเราใช้ไม่เหมือนของประเทศอื่นหรอกนะ เพราะประเทศเราตอนนี้เชื้อพระวงศ์มีฐานะใกล้เคียงกับสามัญชน ในเมื่อพวกเธอรู้จักเราแล้ว ก็ให้แต่ละคนแนะนำตัวเองให้คนอื่นรู้จักก่อนนะ”
เมื่อองค์หญิงกล่าวจบ องครักษ์ทั้งสองจึงแนะนำตัว ตามด้วยการุณ ชัทชาทและสิโรท แล้วจึงเป็อารียาและบุญเป็คนสุดท้าย
จากนั้นแม่ของบุญจึงขอตัวเพื่อไปยกชุดขนมไทยที่บุญได้เตรียมไว้และน้ำมาเสิร์ฟให้ เ้าหญิงเทย่าจึงบอกองครักษ์ทั้งสองให้ไปช่วยเธอ