ย้อนเวลาไปเป็นคุณแม่ลูกสามผู้แสนดีของคุณทหารคลั่งรักในยุค 70

    บทที่ 22 กล่องที่คุณปู่หลี่มอบให้

    บทที่ 22 กล่องที่คุณปู่หลี่มอบให้

     

    คุณปู่หลี่รีบห้ามปรามทันที

     

    “คุณปู่หลี่คะ เงินนี้ฉันจ่ายเอง เงินของคุณปู่เก็บไว้รักษาคุณย่าดีกว่านะคะ”

     

    เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงเยว่ คุณปู่หลี่รู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง

     

    “ขอบคุณมากเจียงเยว่”

     

    เ๽้าหน้าที่ส่งโฉนดบ้านให้เจียงเยว่

     

    “ขอบคุณค่ะ”

     

    เจียงเยว่กล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้ม

     

    คุณปู่หลี่ก็กล่าวขอบคุณซ้ำ ๆ ด้วยความซาบซึ้งใจ

     

    “ขอบคุณสหายเฉียนมากนะ”

     

    หลังจากออกมาจากสำนักงานที่ดิน คุณปู่หลี่มองไปทางเจียงเยว่แล้วพูดว่า

     

    “สหายเจียง ฉันจะกลับไปเอากุญแจทั้งหมดมาให้เธอเดี๋ยวนี้ ถ้าจะเปลี่ยนกุญแจใหม่ ก็ไปซื้อที่ร้านสหกรณ์นะ พวกเราจะย้ายออกไปวันนี้เลย”

     

    “คุณปู่หลี่ ไม่ต้องรีบร้อนหรอกค่ะ คนในครอบครัวฉันยังต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะมาถึง คุณปู่กับคุณย่าอยู่ต่อไปก่อนเถอะค่ะ”

     

    “ไม่ได้หรอก พวกเราจะย้ายออกวันนี้แหละ”

     

    ไม่ว่าเจียงเยว่จะพูดอย่างไร คุณปู่หลี่ก็ไม่เปลี่ยนใจ

     

    เจียงเยว่จึงไม่ได้พยายามโน้มน้าวอีก

     

    มองดูเวลา ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกสักพักกว่าจะถึงสี่โมง เจียงเยว่จึงตัดสินใจไปที่ร้านรับซื้อของเก่าเพื่อเลือกหนังสือเพิ่มอีกหน่อย

     

    ไหน ๆ ก็ซื้อบ้านแล้ว จะได้ขนหนังสือมาไว้ในห้องเก็บของที่นี่

     

    เจียงเยว่กลับไปที่ร้านรับซื้อของเก่า ชายชราเห็นเจียงเยว่ก็ยิ้มแล้วถามว่า

     

    “หนู ซื้อบ้านได้แล้วเหรอ?”

     

    เจียงเยว่พยักหน้าเบา ๆ

     

    “บ้านหลังนี้เธอซื้อไว้ไม่ขาดทุนหรอก”

     

    เจียงเยว่คัดเลือกหนังสือไว้มากมาย เธอไม่กล้าวางหนังสือที่คนยุคนี้อาจมองว่ามีปัญหาไว้๪้า๲๤๲ เธอมัดหนังสือด้วยเชือก พวกที่ไม่สามารถนำออกมาอย่างเปิดเผยได้ถูกมัดไว้ตรงกลาง

     

    เจียงเยว่เลือกไว้หลายสิบเล่ม

     

    สายตาของเจียงเยว่มองไปยังตู้ที่อยู่ไม่ไกลนัก ตู้พวกนี้ล้วนเป็๲ของดีทั้งนั้น เจียงเยว่อยากซื้อตู้อีกสองสามใบ ของพวกนี้ซื้อกลับไปภายหลังสามารถตกทอดเป็๲สมบัติครอบครัวได้

     

    “คุณตา ตู้ใบนี้ราคาเท่าไหร่คะ?”

     

    ได้ยินคำถามของเจียงเยว่ ชายชราก็ตอบว่า

     

    “ใบนั้นยี่สิบหยวน”

     

    “ถ้าฉันซื้อจำนวนมาก จะลดราคาให้ได้ไหมคะ?”

     

    ชายชราได้ยินเจียงเยว่ต่อรองราคา ก็ยิ้มพลางกล่าวว่า

     

    “ราคานี้ถูกมากแล้ว ถ้าเป็๲ของใหม่ แค่ใบเดียวก็ต้องหลายสิบหยวน แต่หลังจากที่เธอซื้อแล้ว ฉันสามารถหาคนไปส่งให้เธอได้โดยไม่คิดเงิน”

     

    เมื่อได้ยินว่ามีบริการส่งฟรี เจียงเยว่รู้สึกดีใจ นี่มันดีเกินไปแล้ว

     

    “คุณตา งั้นฉันจะเลือกหลายใบ แล้วให้คนช่วยส่งไปที่บ้านของคุณปู่หลี่นะคะ”

     

    “ได้ ๆๆ”

     

    เมื่อได้ยินชายชราตกลง เจียงเยว่ก็เริ่มเลือกตู้

     

    มองดูตู้เหล่านี้ที่ทำด้วยความประณีตและวัสดุดีเยี่ยม เจียงเยว่ก็เต็มไปด้วยความดีใจ

     

    ทันใดนั้น เจียงเยว่สังเกตเห็นว่าลิ้นชักในตู้ใบหนึ่งมีขนาดใหญ่มาก เธอสังเกตอย่างละเอียดแล้วพบว่าลิ้นชักของตู้นี้มีกลไกพิเศษ

     

    เมื่อนึกถึงคำพูดของคุณย่า เจียงเยว่จึงตัดสินใจซื้อกลับไป

     

    ไม่เพียงแค่ตู้นี้ เจียงเยว่ยังพบว่าตู้อื่น ๆ อีกหลายตู้ดูเหมือนจะมีกลไกพิเศษเช่นกัน

     

    เจียงเยว่ซื้อตู้ใหญ่ไปหกใบ

     

    พูดว่าหกใบ แต่จริง ๆ แล้วตู้หนึ่งใบประกอบด้วยหลายส่วน

     

    “หนังสือพวกนี้ ไม่คิดเงินเธอแล้วกัน” ชายชรายิ้มแย้มพูด

     

    เจียงเยว่จ่ายเงินไปหนึ่งร้อยหยวน

     

    ชายชราออกใบเสร็จ เขียนรายละเอียดของตู้ไว้อย่างครบถ้วน ส่วนหนังสือเขียนแค่น้ำหนักเป็๲กิโลกรัม

     

    “เดี๋ยวจะให้คนส่งไปให้”

     

    “ขอบคุณค่ะคุณตา”

     

    เจียงเยว่กลับไปที่บ้านของคุณปู่หลี่ นำหนังสือทั้งหมดไปวางในห้องว่าง แล้วบอกเ๱ื่๵๹ที่คุณตาจะให้คนมาส่งตู้และโต๊ะเก้าอี้

     

    “สหายเจียง เธอวางใจได้ ฉันจะช่วยดูแลให้อย่างดี พอเก็บของเรียบร้อยแล้ว เธอมาเอากุญแจจากฉันได้” คุณปู่หลี่พูดพลางยื่นกล่องใบหนึ่งให้เจียงเยว่

     

    “นี่เป็๲กุญแจอีกชุดหนึ่ง เธอเก็บไว้ก่อน ในกล่องยังมีของเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เธอด้วย”


    เจียงเยว่อยากเปิดกล่อง แต่คุณปู่หลี่รีบห้ามไว้

     

    “รอกลับถึงบ้านค่อยเปิดนะ นี่คือกุญแจของกล่อง อย่าเปิดต่อหน้าคนอื่นเด็ดขาด”

     

    เมื่อได้ยินคำกำชับของคุณปู่หลี่ เจียงเยว่ยิ่งรู้สึกสงสัยในใจ

     

    เธอเดาบางอย่างได้ทันที

     

    หรือว่า...

     

    “ภรรยาของฉันให้ฉันมอบให้เธอ มันเป็๲สินสอดส่วนหนึ่งของภรรยาในอดีต” คุณปู่หลี่กำชับอีกครั้ง “ต้องระวังให้ดีนะ”

     

    เจียงเยว่ไม่คิดว่าจะเป็๲ของแบบนี้จริง ๆ เธอรีบปฏิเสธทันที

     

    แต่คุณปู่หลี่กลับบอกว่าเจียงเยว่เป็๲ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตพวกเขาสองคน ถ้าไม่ใช่เพราะเจียงเยว่ คุณย่าหลี่ก็คงไม่มีโอกาสไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ถ้าไม่ชอบก็ให้เจียงเยว่ทิ้งไปเลย เขาจะไม่รับคืนไม่ว่าอย่างไร

     

    เจียงเยว่ปฏิเสธไม่ได้ จึงตัดสินใจว่าอีกสองสามวันจะมาซื้อข้าวสารอาหารแห้ง เนื้อสัตว์ และของกินอื่น ๆ มาให้คุณปู่

     

    เจียงเยว่เอาของใส่ในกระเป๋าผ้าใบสีเขียว พอมองดูเวลาก็พูดคุยกับคุณปู่หลี่และคุณย่าหลี่สองสามประโยค แล้วจากไป

     

    เจียงเยว่รีบวิ่งไปทางถนนอู่อีอย่างรวดเร็ว

     

    เมื่อเธอไปถึงจุดนัดพบ ก็มีพี่สะใภ้หลายคนมาถึงแล้ว

     

    “สหายเจียง เธอไปซื้อหนังสือที่ร้านหนังสือมาหรือเปล่า?” 

     

    โจวเฉียวและหยางหงเห็นเจียงเยว่กลับมามือเปล่า

     

    “ซื้อแล้วค่ะ เอาไว้บนรถแล้ว” เจียงเยว่ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

     

    หวงหรูซื่อมองเจียงเยว่แวบหนึ่งอย่างเรียบเฉย แล้วหันไปทางอื่น

     

    เซียวอี๋ก็มองเจียงเยว่เช่นกัน

     

    ไม่นาน ทหารหนุ่มก็กลับมา เขาเปิดประตูรถ แล้วพี่สะใภ้ทุกคนก็ขึ้นรถ

     

    “พี่โจว พี่หยาง พวกพี่ซื้ออะไรมาบ้าง?”

     

    “ในอำเภอนี้มีผักตากแห้ง และยังมีปลากับกุ้งด้วย พวกเราซื้อมาบ้างแล้ววันนี้”

     

    ผ่านไปครึ่งชั่วโมง รถก็มาถึงกองทัพ

     

    หลังจากเจียงเยว่ลงจากรถ เธอก็ไปยังที่เก็บของ ทหารหนุ่มส่งหนังสือสองมัดใหญ่ให้เจียงเยว่

     

    “ขอบคุณค่ะ”

     

    เจียงเยว่กล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้ม

     

    เมื่อเห็นรอยยิ้มหวานของเจียงเยว่ ทหารหนุ่มก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อย รีบพูดว่า

     

    “พี่สะใภ้ไม่ต้องเกรงใจ”

     

    เจียงเยว่ถือหนังสือเดินตรงกลับบ้านไป

     

    หลังกลับถึงบ้าน เธอจัดการหนังสือเล็กน้อยแล้วเก็บเข้าตู้หนังสือ

     

    ขณะหยิบหนังสือเล่มอื่น เธอเห็นรูปถ่ายร่วงออกมาจากหนังสือทหารเล่มหนึ่งอย่างกะทันหัน

     

    เมื่อเห็นคนในรูปถ่าย เจียงเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง

     

    รูปถ่ายของลู่อวี้ในชุดทหารเธอเคยเห็นมาก่อน แต่นี่เป็๲ชุดนักบิน ลู่อวี้เคยเป็๲นักบินมาก่อนเหรอ?

     

    พี่ชายของเธอก็เป็๲นักบินเหมือนกัน ได้ยินมาว่าเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงของนักบินสูงที่สุด แต่ก็เป็๲หน่วยที่อันตรายที่สุดในบรรดาทุกเหล่าทัพ

     

    เมื่อมองดูลู่อวี้ในรูปถ่าย เจียงเยว่อดยิ้มไม่ได้

     

    นี่เป็๲ครั้งแรกที่เธอเห็นเขาในชุดแบบนี้ รู้สึกว่าเขาดูหล่อขึ้นมาก

     

    ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาไปอยู่ที่ไหนแล้ว?

     

    หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จ เจียงเยว่หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน

     

    อ่านไปได้หนึ่งถึงสองชั่วโมง เธอจึงหยุดพัก เจียงเยว่ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะไปที่อำเภออีกครั้ง เพื่อเลือกซื้อของบางอย่าง ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์จะไปที่ตัวเมือง


    ……

     

    ในเวลานี้ ลู่อวี้พร้อมกับลูกน้องของเขา ได้เดินทางออกจากเมืองเซียงเฉิงไปหลายร้อยกิโลเมตรแล้ว

     

    เขาหยิบรูปถ่ายของเจียงเยว่ออกมาดูแวบหนึ่ง แล้วเก็บกลับเข้าไปในกระเป๋าเสื้อที่อกอีกครั้ง

     

    “ผู้พันครับ นี่คือพี่สะใภ้ใช่ไหมครับ?”

     

    ทหารที่อยู่ข้าง ๆ เห็นรูปถ่ายแล้วถามด้วยความอยากรู้

     

    ลู่อวี้พยักหน้า

     

    เพิ่งออกจากเมืองเซียงเฉิง เขาก็คิดถึงเธอแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่

     

    นึกถึงอาหารที่ภรรยาทำ ลู่อวี้ตัดสินใจในใจว่าจะต้องทำภารกิจให้เสร็จเร็ว ๆ แล้วกลับไป

     

    ลู่อวี้รู้สึกว่าภรรยาดูเหมือนจะมีความลับบางอย่าง แต่เขาก็ไม่ได้ถาม เธอดีขนาดนั้น ไม่ว่าจะเป็๲ความลับอะไร ตราบใดที่ไม่ทำร้ายประเทศและประชาชน...