แคลร์และวินเทอร์มองส่งเลน่าที่เพิ่งจะเดินจากไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียดราวกับกำลังคิดเื่บางอย่างอยู่กันทั้งคู่
“เธอน่าสงสารมากเลยนะครับ” วินเทอร์พูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ
“แม่ก็สงสารเธอเหมือนกัน เราพูดแบบนี้แสดงว่าไปรู้เื่อะไรมาใช่หรือเปล่า เล่ามาให้แม่ฟังเดี๋ยวนี้เลยนะ” แคลร์ถามลูกชายอย่างรู้ทัน
“ไม่ได้รู้อะไรมาหรอกครับ แค่รู้สึกว่าเื่มันแปลก ๆ”
“แม่ก็คิดเหมือนกับลูกเลย” แคลร์พยักหน้าเห็นด้วย
“แต่เธอคงไม่รู้สึกแบบเรา เพราะเธอเพิ่งกลับมาที่นี่ได้ไม่กี่วันเท่านั้น”
“ใช่ แต่แม่บอกเธอไปบ้างแล้วล่ะ เื่หลังจากนี้ก็อยู่ที่เธอจะตัดสินใจแล้ว”
“ผมว่าแล้วเชียว ว่าคุณแม่ต้องยื่นมือเข้ามายุ่งเื่นี้” วินเทอร์เอ่ยพลางส่ายหน้าอย่างปลง ๆ ให้กับคุณแม่ผู้รักพวกพ้องด้วยสีหน้ารู้ทัน
“โรสเธอเป็เพื่อนแม่นะ ถึงจะไม่ได้ติดต่อกันมาพักใหญ่ แต่เราก็ไม่ควรมองอยู่เฉย ๆ” แคลร์ตอบกลับลูกชายด้วยความรวดเร็ว
“ครับ ๆ ผมเข้าใจแล้ว งั้นผมขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะครับ”
“ไปเถอะ ๆ” แคลร์รับคำก่อนที่จะแยกย้ายกับลูกชายไปทำอย่างอื่น
แคลร์กลับขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องส่วนตัวของตัวเองอย่างไม่เร่งรีบ ในขณะที่วินเทอร์เองก็ขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องของตัวเองเช่นกัน
**********
คาลอสหรือตระกูลคาลอสนั้นเดิมทีทำธุรกิจเกี่ยวกับการส่งออกผลผลิตทางเกษตรกรรมคล้าย ๆ กับธุรกิจของทางบ้านเลน่า
ผู้นำตระกูลในตอนนี้คือพ่อของวินเทอร์นามว่าอารอน อารอนแต่งงานกับแคลร์ตามความ้าของครอบครัวของทั้งสองฝ่ายด้วยความไม่เต็มใจมากนัก แต่ด้วยความที่เธอคือหญิงสาวที่ผู้ใหญ่ในตระกูลให้การต้อนรับ ดังนั้นเขาจึงต้องปฏิบัติต่อเธออย่างให้เกียรติในฐานะนายหญิงของตระกูลคาลอสมาจนถึงปัจจุบัน
**********
่เวลาที่เลน่ามาพบและพูดคุยกับแคลร์ตลอดทั้งบ่าย ทั้งหมดอยู่ในสายตาของอาร์เธอร์หรือก็คือน้องชายต่างแม่ของวินเทอร์ั้แ่ที่เธอเดินทางมาถึงเลยทีเดียว
นับว่าวันนี้เป็วันที่เขาเจอกับเลน่าเป็ครั้งแรกก็ว่าได้ แม้ว่าจะเคยได้ยินชื่อเสียงเธอมาบ้างใน่ก่อนหน้านี้ก็ตามที
“แม่ครับ เธอสวยมากเลยนะครับ ผมว่าเธอเหมาะที่จะมาเป็ภรรยาของผมไม่น้อยเลย” อาร์เธอร์พูดถึงเลน่าให้ผู้เป็มารดาฟังด้วยสีหน้ากระตือรือร้น
“เหมาะที่ไหนกัน เธอไม่มีอะไรคู่ควรกับลูกเลยสักนิด หญิงสาวที่ไร้ครอบครัวหนุนหลังและเหลือแค่ตัว จะมีประโยชน์มากที่สุดก็เป็ได้แค่นางบำเรอลับ ๆ เท่านั้นแหละ” ไอรีนผู้เป็เพียงภรรยานอกสมรสของอารอนเอ่ยขึ้นราวกับลืมไปแล้ว ว่าตัวเองก็เป็เพียงแค่นางบำเรอที่บังเอิญมีลูกให้กับอารอนเพียงเท่านั้นเช่นกัน
จะดูดีกว่าคำว่านางบำเรอนิดหน่อยก็ตรงที่ว่าเธอกับอารอนรักกันมากและทั้งคู่มีลูกชายด้วยกัน จึงทำให้อารอนพาเธอและลูกเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหญ่หลังนี้ด้วยกันได้มาจนถึงตอนนี้ เพราะนอกจากเื่นี้แล้ว ไอรีนเองก็ไม่ได้รับการยกย่องหรือความเคารพจากคนของบ้านนี้เลยแม้แต่คนเดียว เนื่องจากอารอนก็ยังคงให้แคลร์ผู้เป็ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขาเป็คนจัดการเื่ต่าง ๆ ภายในบ้านเช่นเดิม
สิ่งที่สองแม่ลูกดูจะได้รับมากกว่าคนอื่น ๆ ดูเหมือนจะเป็ความรักและความเอาใจใส่ที่อารอนมีให้กับลูกชายคนรองของตนมากกว่าลูกชายคนโตที่เกิดจากแคลร์เพียงอย่างเดียวก็ว่าได้
ซึ่งเื่นี้ก็ไม่ได้เป็เื่ที่สามารถทำให้สองแม่ลูกอย่างแคลร์และวินเทอร์รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจหรืออิจฉาไอรีนและอาร์เธอร์เลยแม้แต่น้อย เพราะพวกเขาคู่ทั้งเลือกที่จะไม่แยแสเื่พวกนั้นมานานแล้วเช่นกัน
ที่แคลร์และวินเทอร์ยังอยู่บ้านหลังนี้อย่างสบาย ๆ และมองคนอื่นราวกับฝุ่นผงไร้ค่านั้นเป็เพราะเหตุผลเดียว นั่นก็คือครอบครัวของแคลร์เองไม่อยากให้เธอต้องหย่า ซึ่งนั่นก็ตรงตามความ้าของเธอเมื่อตอนที่รู้ความจริงเื่การมีอยู่ของไอรีนและอาร์เธอร์เช่นกัน
ในเมื่อเธอกับเขาไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรักกันมาั้แ่ต้นอยู่แล้ว เธอที่เป็ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่างทำไมต้องมานั่งทำเื่หย่าด้วยสีหน้าอมทุกข์เพื่อให้ผู้หญิงหน้าไม่อายอย่างไอรีนที่กล้าหอบลูกเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ได้ขึ้นมาเป็ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายคนต่อไปของอารอนง่าย ๆ ด้วยเล่า
หากผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้นอยากได้รับการยอมรับและอยากมีตัวตนในสายตาของคนในสังคมมากนักก็รอต่อไปเถอะ เธอตายเมื่อไหร่ค่อยมาหวังตำแหน่งนี้จากเธอแล้วกัน
การอยู่ในบ้านตระกูลคาลอสของไอรีนและอาร์เธอร์นับว่าเป็การสร้างความบันเทิงให้กับพวกเขาอย่างหนึ่งเลย เพราะพวกเขาสามารถนั่งจิบชามองภรรยาและลูกนอกสมรสของอารอนดิ้นไปดิ้นมาเพื่อสร้างตัวตนอยู่ในบ้านหลังนี้อย่างกระตือรือร้นโดยที่ไม่มีใครสนใจเป็การฆ่าเวลาในตอนที่เบื่อหน่ายได้ดีเลยทีเดียว
นับว่าแคลร์และวินเทอร์นั้นไร้หัวใจไม่น้อยเลยจริง ๆ แต่กว่าที่สองแม่ลูกจะมาถึงจุด ๆ นี้ได้ ก็เรียกได้ว่าพวกเขาน่าจะแตกสลายกันมานับครั้งไม่ถ้วนเสียจนชินชากับมันไปแล้วเช่นกัน
**********
เย็นวันนั้น
วินเทอร์เดินเข้าไปในห้องทำงานของอารอนตามที่สาวใช้มารายงานด้วยสีหน้าเรียบเฉย ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่นั่งอ่านเอกสารอยู่บนโต๊ะทำงานโดยไม่ได้สนใจผู้มาใหม่แม้แต่น้อย
วินเทอร์เองก็ยืนรอเงียบ ๆ โดยไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาแม้แต่คำเดียวไม่ต่างจากผู้เป็พ่อ จนเมื่อเขาเห็นว่าอารอนเห็นแล้วว่าเขาเดินเข้ามาแต่ไม่ยอมพูดธุระของตัวเองออกมาเสียที วินเทอร์ก็ทำท่าจะเดินกลับออกไปจากที่นี่อย่างไม่ไยดีเช่นกัน
ในขณะที่อารอนเห็นว่าวินเทอร์กำลังจะเดินจากไปจริง ๆ เขาก็รีบพูดขึ้นทันที
“แกจะรีบไปไหน ยืนรอฉันแค่นี้มันยากนักหรือไง” คำถามที่มาพร้อมกับคำตำหนิถูกเปล่งออกมาจากปากของอารอนอย่างคุ้นเคย
“ไม่ยาก แต่ก็คิดว่าไม่จำเป็” ชายหนุ่มตอบกลับเสียงเรียบด้วยความคุ้นเคยไม่ต่างกัน
การตอบโต้ของสองพ่อลูกในตอนนี้แทบจะไม่ต่างจากคนแปลกหน้าหรือคู่อริที่ไม่ถูกกันกำลังพูดคุยกันแม้แต่น้อย
“อีก 1 เดือนข้างหน้าแกต้องหมั้นและแต่งงานกับหนูเบลล่า เตรียมตัวซะ” อารอนพูดขึ้นอย่างรวบรัด
“ไม่แต่ง” วินเทอร์ตอบกลับทันที
“ไม่ได้ เพราะฉันคุยกับครอบครัวของอีธานเอาไว้แล้ว”
“คุยเองก็แต่งเองสิครับ มีเมียน้อยของพ่อเข้ามาอยู่ในบ้านเพิ่มอีกคนบ้านก็น่าจะมีสีสันดี” วินเทอร์ตอบกลับอย่างยั่วโมโห
“นี่แก! อย่าให้มันมากเกินไปนัก แกคิดว่าแกเป็ใครกันถึงกล้ามาขัดคำสั่งของพ่อตัวเองได้”
“โอ้ ไม่น่าเชื่อว่ายังไม่ลืมว่าตัวเองมีลูกชายอยู่อีกคน ผมนึกว่าพ่อจะนับแค่ลูกเมียน้อยเป็ลูกซะอีก”
“อย่าเรียกอาร์เธอร์แบบนั้นอีกเด็ดขาด เื่แต่งงานก็เหมือนกัน แกไม่มีสิทธิ์ต่อรองเื่นี้ทั้งนั้น” อารอนเอ่ยขึ้นอย่างมีอารมณ์
“ไร้สาระสิ้นดี ให้ลูกเมียน้อยของพ่อไปแต่งสิครับ มันน่าจะดีใจนะ” วินเทอร์ตอบพ่อของตัวเองด้วยน้ำเสียงไม่แยแส ก่อนที่จะเดินออกจากห้องนี้ไปโดยไม่สนใจอารอนที่นั่งโมโหจนหน้าแดงอยู่อีก
#ไอรีนกล้าว่าคนอื่นว่าเป็ได้แค่นางบำเรอ ทั้งที่เธอตัวเองก็เป็ซะงั้นค่ะ แค่กๆๆ
(¬‸¬) ?
#คุณผู้หญิงแคลร์เริศมากค่ะ ไม่หย่า อยู่ให้สองแม่ลูกนั่นอกแตกตายไปเลยงับ
( ̄▽ ̄)~*
#ความกวนติงพ่อของอิตาวินเทอร์นั้น…
(。・_・)/~~~
#ใช่ค่ะ พ่อหนุ่มนี่แหละค่ะพระเอก แหะๆ
⊂(・﹏・⊂)
#ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
( ´͈ ᵕ `͈ )◞♡