เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่3 ตอนที่ 73 : กอดได้ไหม

            "อะไรฉันพูดไม่ได้หรือไงกัน นายไม่รู้หรือไงว่ามันบ้าแค่ไหน"

            "ผมไม่เถียงกับคุณแล้วคุณจะคิดยังไงก็เรื่องของคุณ การแต่งงานครั้งนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการบางสิ่งบางอย่างก็ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำพูด"หยางเฉินหัวเราะอย่างสบายๆ

            โม่เชี่ยนนีหันหน้าหนีด้วยความโกรธ

            "ฉันแค่ต้องการช่วยนายนะนายไม่ใช่คนโง่ แต่ยังฉลาดกว่าหลายๆ คนด้วยซ้ำ นายสามารถพูดได้หลายภาษาแต่ทำไมนายไม่ทำงานเหมือนคนอื่นๆ เขา นายไม่มีความมุ่งมั่นไม่เอาการเอางานเช่นชายอื่น นายอยากเกาะผู้หญิงกินไปตลอดชีวิตหรือยังไงแม้ว่ารั่วซีจะใช้นายเป็นไม้กันหมาจากชายคนอื่นๆแต่มันต้องมีสักวันที่เธอไม่ต้องการนายอีก แล้วหลังจากนั้นนายจะทำอะไร"

            "เกาะผู้หญิงกินก็ไม่เลวนะ"หยางเฉินพยักหน้า

            "ตอนนี้ผมขับรถภรรยาอยู่บ้านภรรยา ผมคิดว่าภรรยาผมก็ไม่เลวนะ หากวันใดเธอไม่ต้องการผมแล้วผมก็แค่กลับไปขายแพะเหมือนเดิม"

            "นาย..."โม่เชี่ยนนีอัดอั้นไปด้วยความโกรธ เธอพยายามช่วยเหลือทั้งยังแนะนำต่างๆ นานา แต่ชายคนนี้ก็ยังเฉยเมย

            หลังจากสูดหายใจลึกโม่เชี่ยนนีก็บรรเทาความโกรธไปได้บ้างแต่เมื่อมองไปยังคนตรงหน้าความโกรธก็ยิ่งพุ่งทะยานขึ้นสูงสุด ดังนั้นเธอจึงหันไปทางพี่เซียงแทน

            "พี่เซียงขอเหล้าขาวสองขวดค่ะเอาแบบแรงที่สุด!"

            พี่เซียงที่กำลังทำอาหารเมื่อได้ยินดังนั้นเธอก็มองมาด้วยรอยยิ้ม

            "เหล้าขาว?มันคือเกาเหลียงใช่ไหม? " หยางเฉินยังคงไม่คุ้นเคยกับเครื่องดื่มท้องถิ่น

            "ใช่...ถ้าฉันไม่ดื่มสักหน่อย ฉันได้บ้าตายเพราะนายแน่ๆ!"โม่เชี่ยนนีกล่าวพลางจ้องมองหยางเฉิน

            พี่เซียงดูเหมือนจะรู้ว่าโม่เชี่ยนนีสามารถกินอาหารรสเผ็ดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ เธอจึงจัดเต็มอาหารรสจัด ทั้งอาหารทะเล ทั้งผัดผักทั้งหมดใส่พริกในปริมาณมาก และยังมีขวดสุราเห่าดงสุดแกร่ง

            "นายดื่มเป็นหรือเปล่า?"โม่เชี่ยนนีเปิดขวด และหันไปถามหยางเฉิน

            หยางเฉินรู้สึกหวิวเล็กน้อยเมื่ออยู่ในต่างประเทศเขาดื่มสุราตะวันตกและมักจะดื่มไวน์แต่สุราที่มีความแรงเช่นนี้เขาไม่สันทัดนัก แต่เมื่อเห็นโม่เชี่ยนนีแล้วก็มีความคิดว่า 'เป็นผู้หญิงดื่มเก่งมาก'ผุดขึ้นมา

            เขายิ้มอย่างขมขื่นกล่าวตอบว่า"ผมดื่มไม่เก่งผมไม่เคยดื่มเหล้าอย่างนี้"

            "อ่อนหัดจริงๆ"โม่เชี่ยนนีกล่าวพลางเทเหล้าใส่แก้วหยางเฉิน

            พี่เซียงดูแลลูกค้ารายอื่นๆอยู่ เธอจึงคุยกับโม่เชี่ยนนีสองสามประโยค และทำงานของเธอต่อไป ปล่อยคู่ชายหญิงไว้กับเหล้าแรงๆพร้อมกับแกล้มเสฉวนรสจัด อยู่ในมุมหนึ่งของร้าน

            ค่ำคืนผ่านไปแต่แสงไฟริมแม่น้ำนั้นไม่เคยมอดดับ แสงจันทร์สีขาวส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้าบนผืนวารีเต็มไปด้วยหมู่ดาวนับไม่ถ้วน ดังเช่นการเคลื่อนไหวของทางช้างเผือกลมเย็นที่พัดผ่านใบหูไปทั้งๆ ที่ไม่ได้เจาะหู

            หยางเฉินลิ้มรสอาหารรสเผ็ดร้อนพลางจิบสุราตามเล็กน้อยและค่อยๆ รับรู้สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นความรู้สึกผ่อนคลายทำให้เขาค่อนข้างประหลาดใจ

            นี่มันไม่ใช่ชีวิตที่เขาปรารถนาหรืออย่างไร?

            มีสุรามีเนื้อ มีผู้คนผ่านไปมาดังที่แห่งนี้ รู้สึกได้ถึงสายลมที่พัดโชย ร่มเงาของแมกไม้เสียงของแม่น้ำที่ไหล และแว่วเสียงจากแมลง ทั้งหมดนี้ดูงดงามยิ่งและคุ้มค่าที่จะมองไปข้างหน้า

            สักพักหยางเฉินก็กลับมาสู่ความเป็นจริงเขามองไปยังโม่เชี่ยนนีอย่างตกตะลึง

            โม่เชี่ยนนีเมาไปเป็นที่เรียบร้อยด้วยเหล้าขาวใบหน้าของเธอเจือสีแดงด้วยฤทธิ์จากเครื่องดื่ม

    แอลกอฮอล์ทำให้ผิวยิ่งดูเหมือนเป็นสีดอกกุหลาบอันน่าเสน่หาภายใต้แสงไฟดวงตาของเธอนั้นใสดั่งน้ำในฤดูใบไม้ผลิขณะที่เธอจ้องมองจานบนโต๊ะโดยไม่ขยับเขยื้อนเหมือนกับอยู่ในอาการงุนงง

            "พอได้แล้วล่ะคุณดื่มมากไปแล้ว"

            โม่เชี่ยนนีเหลือบมองหยางเฉินเล็กน้อยพลางส่ายหัวกล่าวด้วยน้ำเสียงคลุมเครือว่า

            "เมื่อก่อนไม่มีใครยอมมาที่นี่กับฉันฉันจึงไม่สามารถดื่มมันมากเช่นนี้เพียงลำพัง"

            "คุณไม่มีเพื่อนหรือยังไง?"หยางเฉินถามอย่างอยากรู้อยากเห็น

            โม่เชี่ยนนีหัวเราะร่วนกล่าวว่า

            "มีใครในบริษัทที่นายคิดว่าจะมายังที่สกปรกเช่นนี้หรือยังไง?"

            หยางเฉินพูดไม่ออกจริงที่ว่าสถานะของโม่เชี่ยนนีนั้น การหาเพื่อนนั้นไม่ยากเลยแต่จะมีสักกี่คนที่จะยอมมาสถานที่เช่นนี้โดยไม่มีเหตุผลการมาในสถานที่เช่นนี้เปรียบเสมือนการลดฐานะทางสังคม นั่นทำให้พวกเขาล้วนเสียหน้า

            "หมายความว่าผมเป็นคนแรกที่มาทานอาหารกับคุณที่นี่"หยางเฉินเอ่ยขึ้นด้วยความเหลิง

            "และยังเป็นผู้ชายคนแรกที่ฉันชวนมา"โม่เชี่ยนนีตอบ แล้วกล่าวต่อว่า

            "เมื่อชายคนอื่นๆชวนฉันมาทานข้าว ฉันไม่เคยสร้างความยินดีให้แก่พวกเขาเลยนายรู้หรือเปล่า?"

            "โชคดีที่มันเป็นแผงขายอาหารถ้ามันเป็นที่อื่นล่ะก็ ผมได้กลายเป็นศัตรูของชายทุกคนกันพอดี"หยางเฉินพูดติดตลก

            "ไม่ดีหรือไง?ฉันคิดว่าอาหารที่นี่อร่อยกว่าภัตตาคารในโรงแรมห้าดาวเสียอีก"โม่เชี่ยนนีกล่าวอย่างยิ้มแย้ม

            หยางเฉินพยักหน้าแม้จะเผ็ดไปบ้าง แต่อาหารที่นี่นั้นเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ เป็นสิ่งหนึ่งที่เขารู้สึกรัก

            ขณะที่ทั้งสองพูดคุยกันโทรศัพท์ของโม่เชี่ยนนีก็ดังขึ้น โม่เชี่ยนนีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเธอชะงักเล็กน้อย จากนั้นจึงกดรับ

            "แม่คะ...เข้าใจแล้วค่ะ... รักษาสุขภาพด้วยนะคะ..."หลังจากวางสาย เธอวางมือถือไว้ข้างๆจากนั้นยกแก้วขึ้นมากระดกจนหมดแก้ว

            หยางเฉินเห็นดังนั้นก็เอ่ยถาม "แม่ของคุณโทรมางั้นเหรอ?"

            โม่เชี่ยนนีมองไปที่หยางเฉินและพยักหน้า "นายได้ยินหรือเปล่า"

            "มีปัญหาหรือไง?"

            "เปล่า"

            "ให้ช่วยไหม?"

            "ไม่"

            "คุณดูเหมือนคุณจะอารมณ์ไม่ดีนะ"

            "นายนี่มันน่ารำคาญจริงๆ!"โม่เชี่ยนนีขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด

            หยางเฉินยิ้มอย่างเชื่องช้า"ผมอิ่มแล้ว คุณล่ะ?"

            "งั้นไปกันเถอะ"โม่เชี่ยนนีหยิบข้าวของ และลุกออกไป

            แม้ว่าพี่เซียงจะปฏิเสธแล้วหลายครั้งแต่โม่เชี่ยนนียังยืนกรานที่จะจ่าย และยังให้มากกว่าค่าอาหารอีกด้วยเธอบอกว่าเอาไว้ให้เด็กๆ พี่เซียงดูเหมือนจะเข้าใจความรู้สึกสุดท้ายเธอได้แต่ยอมรับเงินจำนวนนั้นไว้

            ทั้งสองเดินกลับไปยังที่จอดรถของโม่เชี่ยนนีอย่างเงียบๆ

            เมื่อพวกเขามาถึงรถรอบข้างเต็มไปด้วยแสงไฟสลัว ทันใดนั้นโม่เชี่ยนนีก็หันมาจ้องหยางเฉิน ด้วยดวงตาใสแป๋ว ภายใต้แสงไฟนีออนใบหน้าของเธอดูเหน็ดเหนื่อยมากกว่าเดิม

            "มีอะไรหรือเปล่า"หยางเฉินรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับโม่เชี่ยนนีแต่เขาไม่สามารถคาดเดาสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้คิดได้ เขาจึงไม่มีทางเลือกได้แต่นิ่งเงียบรอฟังอย่างเดียว

            "ขอฉันกอดหน่อยได้ไหม..."

            "อะไรนะ?"

            โม่เชี่ยนนีตอบด้วยการอ้าแขนและสวมกอดหยางเฉิน

            หยางเฉินไม่ได้ปฏิเสธหรือหลบหลีกเรียวแขนเย็นและเรียบเนียนที่โอบรอบคอของเขานั้นหอมเป็นอย่างยิ่ง พร้อมๆกับกลิ่นแอลกอฮอล์โชยเข้าจมูก หยางเฉินรู้สึกถึงก้อนกลมขนาดใหญ่นุ่มๆ ยืดหยุ่นได้ชัดเจน หยางเฉินลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจและยกแขนกอดโม่เชี่ยนนีแน่น

            ค่ำคืนนี้ทั้งสองเป็นเหมือนคู่รักที่กอดกันในดินแดนรกร้าง เพลิดเพลินกับช่วงเวลาที่ยากจะมี

            "อันที่จริงคุณสามารถบอกผมได้บางทีผมอาจจะช่วยคุณได้อย่างในวันนี้" หยางเฉินพึมพำออกมา

            โม่เชี่ยนนีมุดหน้าอยู่ที่อกลูบมันเล็กน้อย ตอบอย่างมีเลศนัยว่า

            "ไม่ต้องพูดอะไรแล้วให้ฉันกอดสักครู่ก็พอ..."

            การกอดที่คาดไม่ถึงนี้ดูคล้ายจะยาวนานแต่เมื่อทั้งสองแยกออกจากกันพวกเขารู้สึกว่าเวลานั้นผ่านไปเพียงครู่เดียว

            โม่เชี่ยนนีลูบผมด้วยใบหน้าแดงเล็กน้อยในขณะที่มองหยางเฉินอย่างเอียงอาย

            "ขอบคุณนะกลับกันเถอะ"

            "สำหรับสาวงามที่กระโจนเข้าหาอ้อมกอดของผมผมคิดว่ามันเป็นกำไรละกัน"

            "ฉันรู้ว่านายไม่ได้คิดเช่นนั้น"โม่เชี่ยนนีพูดพลางมองไปยังช่วงล่างของหยางเฉิน "เว้นแต่นายจะหมดสมรรถภาพ"

            หยางเฉินหน้าซีดเผือดวันนี้การพยายามเป็นคนดีและซื่อสัตย์เป็นเรื่องยาก ผู้หญิงคนนี้ซุกซนเกินไปเธอสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของหยางเฉิน!

            หลังจากกลับไปที่บริษัทหยางเฉินกล่าวคำอำลากับเธอแล้วรีบขับรถกลับไปที่โรงพยาบาล แม้ว่าหลินรั่วซีจะบอกว่ายอมแพ้เรื่องของพ่อแล้วแต่คงเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับว่าหลินคุนกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือนไปแล้ว

            เมื่อมาถึงโรงพยาบาลหยางเฉินก็เห็นพยาบาลต่างทำหน้าที่อย่างขะมักเขม้นและเมื่อเขาเดินเข้ามาในบริเวณห้องของหลินรั่วซี เขาเห็นแสงไฟส่องสว่างอยู่แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปเขาก็พบว่าเขาคาดเดาผิดไป

            โคมไฟบนโต๊ะยังสว่างอยู่แต่หลินรั่วซีนั้นหลับไปแล้ว ข้างๆ หมอนของเธอเป็นหนังสือเกี่ยวกับเศรษฐกิจการตลาดเธอสวมชุดนอนสีฟ้าลายขาว ผมยุ่งปกคลุมครึ่งใบหน้าเผยให้เห็นด้านที่ละเอียดอ่อนที่ไม่สามารถเห็นง่ายนักในช่วงเวลาปกติ

            มันเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการได้ว่าหญิงสาวนางนี้จะเป็นซีอีโอของบริษัทที่มีพนักงานหลายพันคนทั่วโลกคิดได้ดังนี้ หยางเฉินก็รู้สึกชื่นชมในตัวภรรยาของเขา

            หยางเฉินรู้สึกว่าเครื่องปรับอากาศภายในห้องเย็นเล็กน้อยเขาสังเกตเห็นหลินรั่วซีผล็อยหลับไปในขณะที่อ่านหนังสืออยู่ครึ่งท่อนบนของเธอจึงไม่มีผ้าห่ม

            หยางเฉินกังวลว่าเธออาจเป็นหวัดได้จึงเดินอ้อมไปด้านข้าง ปรับเตียงนอนให้พอดี ค่อยๆ ขยับหัวของเธอลงมาที่หมอนจากนั้นจึงดึงผ้าห่มขึ้นมาจนปกคลุมไหล่หลินรั่วซีอย่างแผ่วเบาแล้วตบผ้าห่มด้านข้างของเตียงเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีอากาศเย็นเข้าไป

            ในขณะนั้นเองดวงตาของเธอพลันลืมขึ้นมามองหยางเฉินด้วยสายตาสับสนเล็กน้อยแม้จะเป็นเพียงการจ้องมองเงียบๆ แต่หยางเฉินก็รู้สึกได้ถึงความล้ำลึกและชัดเจนในดวงตาคู่นั้น เขาไม่สามารถทำอะไรได้อีกเพียงจ้องกลับไปสบตากับแววตาคู่สวยนั้น

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740