My Sweet Heart สะดุดรักยายแว่นสุดโหด

    บทที่ 1

    “ยายแว่น”ฉันที่กำลังเดินทอดน่องเพื่อขึ้นไปเก็บกระเป๋าบนอาคารเรียนกลับต้องหยุดชะงัก เมื่อมีเสียงเรียกจากทางด้านหลัง ทำให้ฉันต้องหันไปมองอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะพบเข้ากับชายหนุ่มร่างอ้วนท้วมที่อยู่ห้องเดียวกันกับฉันกำลังยืนกอดอกมองมาอย่างวางมาด“มีอะไร?”ฉันเอ่ยถามชายคนดังกล่าวด้วยน้ำเสียงสุดแสนจะห้วน“เอาการบ้านมาลอกหน่อยดิ”เขาว่าก่อนจะแบมือมาตรงหน้า“อ่ะ เอาไปส่งให้ด้วย”ฉันหยิบสมุดการบ้านในกระเป๋าของตัวเอง ก่อนจะยื่นให้เขาไปอย่างเต็มใจ“ได้ ขอบใจ ฉันไปล่ะ”เมื่อได้ของที่ต้องการเขาจึงเดินออกไปก่อนจะผิวปากอย่างอารมณ์ดี ไม่ต้องแปลกใจเพราะนี่เป็นเรื่องปกติที่ฉันมักจะเจอทุกวันตั้งแต่มาเรียนที่นี่ เนื่องจากฉันเป็นคนที่ค่อนข้างเรียนเก่งด้วยความที่อ่านหนังสือตลอดเวลา ว่างเป็นไม่ได้ต้องหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านตลอดเวลา จึงไม่แปลกเท่าไหร่นักที่ฉันมักจะถูกเพื่อนๆในห้องเดียวกันยืมสมุดการบ้านระหว่างทางเดินขึ้นบันไดร่างของฉันชนเข้ากับร่างสูงของใครบางคนโดยไม่ได้ตั้งใจ กองหนังสือที่ถือไว้หล่นกระจายตามพื้น ก่อนที่ฉันจะก้มลงไปเก็บทีละเล่ม โดยที่ร่างสูงตรงหน้าเข้ามาช่วยฉันเก็บเช่นกัน“ขอโทษ"เขาเอ่ยขอโทษพร้อมกับก้มหน้าลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและยื่นหนังสือส่งคืนมาให้ฉัน“ไม่เป็นไร ขอบใจ”ฉันเอ่ยสั้นๆด้วยความขี้เกียจสนทนากับคนไม่สนิทสักเท่าไหร่ ถ้าจะพูดให้ถูกคือฉันไม่ชอบคุยกับใครทั้งนั้น“หยิ่งชะมัด”ประโยคที่ออกจากปากเขาทำให้ฉันที่กำลังจะเดินไปข้างหน้ากลับหยุดชะงัก“นายว่ายังไงนะ?”ฉันเอ่ยถามเสียงลอดไรฟันพร้อมจ้องหน้าเขาไปด้วย“เปล๊า ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย”เขาเอ่ยปฏิเสธอย่างหน้าตาเฉย ก่อนจะยักคิ้วอย่างยียวน“คิดว่าฉันหูตึงหรือไงหา!”ฉันตะเบ็งเสียงใส่ร่างสูงตรงหน้าอย่างอารมณ์เสีย“อย่ามาหาเรื่องกันเลยน่า”เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ทุกข์ร้อนใดๆ“ใครกันแน่วะ?ที่หาเรื่อง”ฉันเอ่ยถามเขาอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก“ผู้หญิงอะไรพูดจาไม่เพราะเอาซะเลย”“มันเรื่องของฉัน ถอยไป!”ฉันว่าก่อนจะผลักอกเขาเล็กน้อย เมื่อเขากำลังยืนขวางทางเดินหมับในขณะที่ฉันกำลังจะเดินจากไปร่างสูงตรงหน้ากลับจับมือฉันอย่างถือวิสาสะ ก่อนที่ฉันจะปรายตามองมือของเขาที่กำลังจับมือฉันไว้โดยที่ไม่ยอมปล่อย“ปล่อย!”ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงโกรธๆ พยายามสะบัดมืออกจากการกอบกุม เขาเป็นใครกันถึงบังอาจมาจับมือของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต“ไม่ปล่อย”เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุดเสียงจะยียวน จนฉันอยากจะยันตีนเข้ากับใบหน้าหล่อๆนั่นสักที“จะปล่อยไม่ปล่อย”ฉันเอ่ยถามรอบสุดท้าย เมื่อความอดทนเริ่มหมดลง“ไม่”“ไม่ปล่อยใช่ไหม ได้!”พูดจบฉันจึงเหยียบเท้าข้างขวาของเขาอย่างแรง ก่อนที่เขาจะปล่อยมือฉันเปลี่ยนเป็นกุมเท้าของตัวเองแทน สีหน้าเหยเกที่เขาแสดงออกมาทำให้ฉันรู้สะใจยิ่งนัก“โอ๊ย…ทำบ้าอะไรของเธอหายายแว่น”เขาเอ่ยถามก่อนจะทรุดลงนั่งกับพื้น ถอดรองเท้าออกเพื่อดูเท้าของตัวเอง“สั่งสอน”ฉันเอ่ยสั้นๆได้ใจความ ก่อนจะเดินมุ่งหน้าออกจากที่ตรงหน้า“ฝากไว้ก่อนเถอะ”เสียงที่ตะโกนมาจากทางด้านหลังทำให้เท้าของฉันกลับหยุดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองเขาพร้อมกับกรีดยิ้มและเดินออกจาพื้นที่ตรงนั้นโดยไม่หันกลับไปมองเมื่อเดินมาถึงห้องเรียนประจำฉันจึงเดินเข้ามาในห้องก่อนจะวางกระเป๋าของตัวเองลงบนโต๊ะ ไม่แปลกที่ตอนนี้ยังไม่มีใครขึ้นมาบนชั้นเรียน เพราะบางคนมักจะรวมตัวกันอยู่ด้านล่างเพื่อลอกการบ้าน บางคนยังไม่มาเรียนด้วยซ้ำ จึงไม่แปลกที่ห้องทั้งห้องจะตกอยู่ในความเงียบ แต่มันก็ดีเหมือนกันฉันจะได้อยู่อย่างเงียบๆโดยไม่ต้องมารำคาญเสียงกรีดร้องของพวกผู้หญิงในห้องที่ต่างคลั่งไคล้หนุ่มหล่อคนหนึ่งในโรงเรียน ซึ่งถ้าถามว่าฉันรู้จักไหม ตอบได้ทันทีเลยว่าไม่เพราะฉันไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว นอกจากเรียน เรียนแล้วก็เรียนเพียงเท่านั้นฉันเดินไปเปิดหน้าต่างบานที่อยู่ใกล้ตัวก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ของตัวเองและหยิบหนังสือขึ้นมาเปิดอ่านทบทวนบทเรียน ก่อนที่จะเข้าเรียนจริงๆ เนื่องจากไม่อยากปล่อยเวลาว่างให้เปล่าประโยชน์ อีกอย่างฉันไม่รู้จะทำอะไรด้วยไงเลยต้องใช้หนังสือพวกนี้แก้เบื่อ อ่านไปได้สักพักใหญ่ๆเสียงออดที่ดังขึ้นส่งสัญญาณให้นักเรียนทุกคนลงมารวมตัวกันเพื่อเคารพธงชาติในยามเช้า ทำให้ฉันต้องละสายตาจากหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มีหรือที่คนอย่างฉันจะลงไปรวมตัว ฝันไปเถอะ!ฉันลุกจากโต๊ะที่นั่งอยู่ก่อนจะเดินไปปิดประตูห้องและล็อคจากภายในเพื่อไม่ให้ใครเข้ามารบกวนสมาธิในการอ่านหนังสือ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่เดิม เปิดอ่านหนังสือหน้าที่ค้างไว้เมื่อสักครู่ ฉันนั่งอ่านอย่างเพลิดเพลิน ก่อนจะชะโงกหน้าจากทางหน้าต่างเพื่อดูว่าพิธีการหน้าเสาธงเสร็จหรือยัง ปรากฏว่าอาจารย์เริ่มทยอยปล่อยนักเรียนเพื่อให้ขึ้นชั้นเรียนแล้วบางส่วน เมื่อเห็นดังนั้นฉันจึงเดินไปปลดล็อคประตูห้องที่ล็อคไว้เมื่อสักครู่ ก่อนจะเดินมานั่งที่เดิม เสียงพูดคุยที่ดังมาจากหน้าห้องทำให้ฉันต้องปิดหนังสือลง ก่อนจะปรายตามองพวกผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาในห้องเล็กน้อย“ยายแว่น ขอยืมสมุดการบ้านหน่อยได้ไหม?”ผู้หญิงในกลุ่มนั้นที่ชื่อว่าแฟร์เดินเข้ามาหาฉันพร้อมเอ่ยถาม“ให้ไอ้อ้วนมันไปแล้ว…”ฉันตอบหล่อนไปก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ วันๆพวกนี้ไม่คิดจะทำการบ้านเองเลยหรือไงกันนะ เอาแต่ลอกอย่างเดียวแล้วเมื่อไรจะเก่งสักที“งั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันไปขอยืมต่อจากไอ้อ้วนแล้วกัน”ว่าจบหล่อนหันหลังเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง ก่อนจะนั่งเมาส์มอยกับพวกเพื่อนๆที่เหลือ สักพักเด็กนักเรียนต่างทยอยกันเข้าห้องเรื่อยๆกริ๊ง...กริ๊งงงเสียงออดบ่งบอกเวลาเข้าเรียนดังขึ้น ก่อนที่นักเรียนบางคนจะเตรียมหนังสือเรียนในคาบแรกออกมาวางบนโต๊ะ บางคนนั่งเมาส์มอยเหมือนเดิมโดยที่เสียงออดไม่สามารถแยกพวกหล่อนออกจากกันได้“นักเรียนเคารพ”คนเป็นหัวหน้าห้องเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นอาจารย์ประจำวิชาเดินเข้ามา ก่อนที่สายตาของฉันจะเหลือบไปเห็นชายหนุ่มร่างสูงที่เดินตามหลังอาจารย์เข้ามาในห้อง ฉันถึงกับขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นใบหน้าเขาชัดเจนนั่นมันผู้ชายคนเมื่อเช้าที่หาเรื่องฉันนี่ หมอนั่นมาทำอะไรในห้องนี้กันนะ“หนุ่มน้อยคนนี้คือสมาชิกใหม่ของห้องนี้นะจ๊ะ ขอให้เพื่อนๆปรบมือต้อนรับด้วยจ๊ะ”แปะ แปะ แปะเสียงปรกมือดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้อง โดยเฉพาะเสียงปรกมือจากพวกนักเรียนหญิงในห้องที่ดูท่าท่างระริกระรี้“แนะนำตัวให้เพื่อนๆได้รู้จักหน่อยสิจ๊ะ”อาจารย์จินอาจารย์ประจำวิชาเอ่ยกับผู้ชายคนนั้น“สวัสดีครับทุกคน ผมชินครับ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”เขากล่าวทักทายแนะนำตัวกับเพื่อนๆในห้องก่อนจะก้มหัวลงเล็กน้อยเพื่อฝากเนื้อฝากตัวกับเพื่อนใหม่‘กรี๊ดดด น่าร๊ากก คนนี้ฉันจองงง’‘ของฉันย่ะ อย่าหวังว่าพวกหล่อนจะได้’‘อ๊ากกก หล่อที่ซู๊ดดด’‘น่าหม่ำที่ซู๊ดดด กรี๊ดดด’เมื่อเขากล่าวแนะนำตัวจบเท่านั้นแหละเหล่านักเรียนหญิงต่างส่งเสียงกรีดร้องอย่างน่ารำคาญ ไม่รู้เป็นอะไรกันไปหมดเห็นผู้ชายแค่นี้ร้องโหยหวนอย่างกับโดนน้ำร้อนลวก ฉันได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะเอามือมาอุดหูไว้“เอาล่ะๆ เงียบๆกันหน่อยทุกคน”อาจารย์จินที่คงเริ่มทนเสียงน่ารำคาญพวกนี้ไม่ได้กลับต้องเป็นฝ่ายเอ่ยเตือนเหล่าพวกนักเรียนหญิงพวกนั้น“ส่วนเธอเดี๋ยวหาที่นั่งเอาเองแล้วกันนะจ๊ะ”อาจารย์จินหันไปเอ่ยกับเขา ก่อนที่ร่างสูงจะเดินมายังทิศทางที่ฉันนั่งอยู่ จู่ๆเขาก็ทรุดตัวลงนั่งโต๊ะข้างๆกับฉัน จนฉันได้แต่กรอกตาไปมาด้วยความเซ็งที่ต้องนั่งที่ติดกับหมอนี่“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ยายแว่น”เขาเอ่ยทักทายพร้อมส่งยิ้มเล็กน้อยมาให้“ไม่ยินดีย่ะ”ฉันตอบออกไปอย่างไม่ยินดียินร้าย ก่อนจะเปิดหนังสือเรียนโดยไม่สนใจคนที่นั่งอยู่ข้างๆแม้แต่น้อยเมื่ออาจารย์เริ่มเข้าสู่บทเรียนสมาธิของฉันเริ่มจดจ่ออยู่กับบทเรียนเวลาผ่านไปไวราวกับโกหกเสียงออดที่บ่งบอกเวลาพักกลางวันดังขึ้น ก่อนที่ฉันจะปิดหนังสือลงและเก็บใส่กระเป๋าของตัวเอง ในขณะที่พวกนักเรียนบางส่วนเดินออกไปจากห้อง หันไปมองคนข้างตัวก่อนจะพบว่าเขากำลังนอนหลับอย่างสบาย ให้ตายสิ มาวันแรกเล่นหลับในห้องอย่างนี้เลยเหรอ  ฉันละสายตาจากร่างสูงก่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์ที่เก็บไว้ในช่องเล็กๆของกระเป๋าสะพายหลังและเดินออกจากห้องโดยไม่คิดจะปลุกหมอนั่นแม้แต่น้อย หึ อยากนอนก็นอนไปเลย