ในรถม้าระหว่างเดินทางเข้าเมืองเยี่ยนโจวสองสามีภรรยาต่างนั่งห่างกันคนละมุม เหอชุนเทียน ไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าใกล้ตัวหลันฮวาั้แ่เกิดเื่ครานั้นเขาเฝ้ารอคอยให้นางหายโกรธเขาให้ได้ในสักวันหนึ่งทุกวันนี้นอกจากรับจ้างจดนับบัญชีสินค้าให้เถ้าแก่ตงแล้วเขาไม่ยอมเข้าไปพักค้างคืนในเมืองหลวงเพียงผู้เดียวอีกต่อไปเพื่อให้นางมั่นใจในตัวเขาว่าจะไม่หวนกลับไปทำงานที่หอชือสว่านนั่นอีก
“เ้ายังไม่คลายโกรธข้า อีกหรือฮูหยิน” เป็เขาที่ทนอึดอัดไม่ไหวเอ่ยอ้อนออกมาเสียงแ่เบา
“ชุนเทียน เ้ามีเงินมากนักเหรอนั่งรถม้าคนละ 5 อีแปะ ไยไม่เดินเข้าเมืองเอา”
“โถ่ ฮูหยินข้าเพียงอยากให้เ้านั่งสบาย เดินเท้าเข้าเมืองไกลกว่ายี่สิบลี้ ไปถึงเ้าคงหมดแรงเดินดูโคมไฟกับข้าคืนนี้กันพอดี”
“ข้าไม่อยากเดินดูโคมไฟกับท่าน”
“ได้ๆ ข้าตามใจเ้าเช่นนั้นให้เ้าเดินไปดูโคมไฟคนเดียว ส่วนข้าจะคอยดูแลห่าง ๆไม่รบกวนเ้าดีหรือไม่” หลันฮวา ไม่ตอบ นางเพียงผินหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างรถม้า ทอดสายตามองฝุ่นสีแดงคล้ำที่ฟุ้งตลบตลอดเส้นทางที่ล้อรถบดเคลื่อนผ่าน
เมืองเยี่ยนโจว
เทศกาลซีซี จัดขึ้นใน่วันที่เจ็ดเดือนเจ็ด ตามปฏิทินจันทรคติ ถือเป็วันแห่งความรัก มีที่มาจากตำนานเล่าขานถึงหนุ่มเลี้ยงวัวกับเทพธิดาทอผ้าในทางช้างเผือกแต่ในหนึ่งปีมีเพียง่เวลาเดียวที่ดวงดาวสามดวงเรียงกันเป็มุมสามเหลี่ยมเชื่อกันว่าเป็สะพานเชื่อมให้หนุ่มเลี้ยงวัวและเทพธิดาทอผ้าได้มาเจอกันอีกครั้ง
ผู้คนออกเดินครึกครื้นไปทั่วท้องถนนในเมืองเยี่ยนโจวในงานเทศกาลซีซี แผงขายอาหารเปิดกันคึกคัก อีกทั้งโรงน้ำชาและร้านอาหารเต็มไปด้วยลูกค้ามากมายตลอดทั้งคืนโคมไฟสวยงามถูกประดับประดาไปทั่วทั้งเมือง หญิงสาวทั่วเมืองต่างเดินออกมาชมความรื่นเริงยามค่ำคืนของเทศกาลอีกนัยหนึ่งคือขอคำอธิษฐานจากดวงดาวให้มีโชคด้านความรักให้ได้มีโอกาสได้เชื่อมวาสนากับชายหนุ่มหญิงสาวที่หมายปอง
“คุณหนู ท่านเห็นรถม้าที่จอดอยู่หน้าโรงเตี๊ยมฮุยจื่อนั่นหรือไม่ บ่าวเห็นเหมือนจะเป็ท่าน ชุนเทียน นะเ้าคะ” อี้หลันสาวใช้ประจำตัวคุณหนูซ่งเฉ่าเหมย แห่งจวนนายท่านซ่งคหบดีประจำเมืองเยี่ยนโจวสาวใช้ชี้ชวนให้คุณหนูที่นั่งอยู่ในโรงน้ำชาฝั่งตรงข้ามโรงเตี๊ยมมองตรงไปยังอีกฟากของถนน
“ข้ามองไม่ทัน ใช่ ชุนเทียนจริงแน่หรือไม่ เ้าไปสืบมา ข้าจะรอข่าวตรงนี้”
“เ้าค่ะ คุณหนู”
หลังบ่าวรับใช้คล้อยหลังไป คุณหนูซ่งเฉ่าเหมยที่มักแวะมาดื่มน้ำชาเป็ประจำแล้วหวนนึกถึงครั้งแรกที่เคยเจอเข้ากับเขา ชุนเทียนของนางโดยบังเอิญด้วยรูปลักษณ์ของเขาที่ถูกตาต้องใจนางเสียยิ่ง เขารับจ้างทำงานเสี่ยวเอ้อในโรงน้ำชาในยามค่ำคืนแลกกับค่าจ้างอันน้อยนิดขัดกับท่าทางดุจคุณชายผู้หนึ่งของเขา นางสืบรู้มาว่าเขากำลัง้าใช้เงินจำนวนมากจึงใช้อุบายหลอกล่อให้เขาเข้ามาเป็ชายงามในหอชือสว่านเพื่อหวังได้เขาเป็ของเล่น หากแต่นางยังไม่ทันเบื่อหน่ายเขากลับหนีหายจากนางไป สร้างความขุ่นเคืองใจให้แก่นางยิ่งนัก
“คุณหนู สืบมาได้แล้วเ้าคะ เป็ท่านชุนเทียนจริง ๆ เข้าพักในโรงเตี๊ยมกับ... เอ่อ กับ...”
“กับใคร ตอบมาอย่ามัวอ้ำอึ้ง” ซ่งเฉ่าเหมยเริ่มหงุดหงิดในหัวใจที่อยากเอาชนะ
“กับฮูหยินของเขา เ้าค่ะ” สาวใช้รีบตอบออกไปด้วยเกรงกลัวความร้ายกาจของคุณหนูซ่ง
“หึ ฮูหยิน แล้วอย่างไรไปเรียกเขามาหาข้า” นางยิ้มเหยียด ถลึงตา แววตาดุร้ายอย่างเอาแต่ใจตัวเองเป็ใหญ่
“แต่...ถ้าเขาไม่ยอมออกมาพบคุณหนูจะทำเช่นไรเ้าคะ”
“บอกไปว่า ข้ามีความจะปรึกษาเื่บุตรของเขาในท้องของข้า”
“คุณหนู..แต่..ท่าน”
“ทำไม เ้ามีปัญหาเหรอ ข้าบอกให้ไปบอกเขาเดี๋ยวนี้ถ้าเ้าไม่ไปข้าจะขายเ้าไปเป็ทาสในซ่องบำเรอจับกัง”
“เ้าค่ะ บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้คุณหนูโปรดรอสักครู่” สาวใช้ตัวสั่นงันงกรีบกุลีกุจอไปทำตามที่คุณหนูสั่งในทันที
โรงเตี๊ยมฮุยจื่อ
“ฮวาเอ่อร์เ้าเดินทางมาเหนื่อยๆ นั่งพักในห้องก่อน สามีจะไปหาซื้อเสี่ยวหลงเปากับถังหูลู่ที่เ้าชอบไว้เ้าหายเหนื่อยแล้วค่อยออกไปเดินชมเทศกาลซีซีกัน”
เหอชุนเทียนเอ่ยขึ้นหลังจัดแจงส่งหลันฮวาเข้าห้องพักเรียบร้อยเหตุเพราะ่พลบค่ำผู้คนออกมาเดินเต็มท้องถนนเบียดเสียดยิ่งนักเขาจึงเกรงว่านางที่ยังคงไม่อยากจับมือเดินชมเทศกาลกับเขา อาจจะคลาดพลัดหลงจากกันไปท่ามกลางฝูงชนรอผู้คนบางตาลงสักหน่อยค่อยชวนนางออกไปเดินดูโคมไฟ
หลันฮวา นั่งพักเงียบ ๆอย่างเบื่อหน่าย ทำเพียงเปิดหน้าต่างชมเทศกาลซีซีจากบนห้องพักชั้นสองของโรงเตี๊ยม นางที่เหม่อลอยมองไปนอกหน้าต่างอย่างคนไร้ซึ่งความสุขจนเสียงจากการแสดงละครงิ้วร้องรำทำเพลง เพิ่มบรรยากาศให้ครึกครึ้นยิ่งขึ้นฉุดความสนใจให้หลันฮวาลุกจากเก้าอี้มายืนเกาะขอบหน้าต่างเพื่อมองการแสดงจากที่ไกล ๆ
ภาพความรื่นเริงของคู่รักหนุ่มสาวหลากหลายคู่ที่ชี้ชวนกันเดินดูการแสดงและเลือกซื้ออาหารทำให้นางหวนนึกไปถึงเทศกาลซีซีเมื่อสองปีก่อนในเมืองหานโจวแคว้นหานนางที่เป็คุณหนูในจวนขุนนางเล็ก ๆ และเขาที่เป็คุณชายรองของคหบดีใหญ่ในเมืองหลวงภาพที่เขาจับจูงมือนางเดินชมเทศกาลซีซีไปทั่วเมืองในมือข้างที่ว่างนางถือโคมไฟรูปดวงดาวสว่างไสวส่วนเขาถือถังหูลู่คอยป้อนนางอย่างเอาอกเอาใจไม่คาดคิดว่าความสุขล้นอกที่เคยได้รับจะพลันเหือดหายไปได้ถึงเพียงนี้
ธรรมดาสามัญของยุคสมัยที่ชายมักมีภรรยาได้มากกว่าหนึ่งหรือเป็เพราะนางที่จิตใจคับแคบยึดติดในคำมั่นสัญญาจนเกินไป หากเพียงนางลองเปิดใจให้อภัยเขาสักครั้งทำเช่นนี้ความสุขจะกลับคืนมาหรือไม่
หลันฮวากำลังขบคิดเกราะแข็งแกร่งของจิตใจเริ่มลดลงเมื่อเทียบความดีทั้งหมดของเขากับความผิดเพียงครั้งเดียว ใจนางที่เป็ของเขามาโดยตลอดเริ่มหวั่นไหวอ่อนยวบลงนางถอนสายตาจากท้องถนนที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน เก็บสายตาก้มมองไปยังโรงน้ำชาฝั่งตรงข้ามอย่างเลื่อนลอย
โรงเตี๊ยมที่อยู่ห่างโรงน้ำชาเพียงถนนกั้นพลันสายตานางเหลือบมองเห็นเขา เหอชุนเทียน กำลังนั่งจิบน้ำชาอยู่กับคุณหนูผู้หนึ่งหลันฮวาเพ่งสายตามองจนแน่ใจว่าหญิงสาวผู้นั้นคือ คุณหนูซ่ง คนเดียวกับที่นางเคยพบใน“หอชือสว่าน” คราวนั้น ความรวดร้าวเข้ามาเกาะกุมจิตใจนางให้กลับมาเย็นเยือกอีกครั้งริมฝีปากบางยกยิ้มเยาะให้กับความสุขจอมปลอมที่นางคาดหวัง หากแต่พวกเขาทั้งคู่ยังคงลอบติดต่อกันอยู่ความผิดหวังและชิงชังที่นางมีต่อสามีปะทุขึ้นมาอย่างมิอาจหยั่งถึงได้
ปัง ปังเสียงเคาะประตูหน้าห้องพักของหลันฮวาดังขึ้น เรียกความสนใจออกจากภาพใกล้ชิดของชู้รักที่โรงน้ำชาเบื้องล่างนั้น
“เ้าเป็ใคร” หลันฮวา เปิดประตูเอ่ยถามแม่นางน้อยที่หน้าประตู
“บ่าวชื่อ อี้หลัน เป็สาวใช้ของคุณหนูซ่งเ้าคะคุณหนูให้บ่าวมาตามแม่นางไปพบเ้าคะ”
“ข้า ไม่มีธุระอันใดกับนายของเ้า” หลันฮวาเลื่อนมือมาปิดพับบานประตูแต่อี้หลันดึงเอาไว้
“ได้โปรดเถอะเ้าคะ ตอนนี้ท่านชุนเทียนกำลังตกอยู่ในอันตราย”