บทที่ 5
งานของหญิงในโรงสุรา
หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งปรากฏอยู่ด้านหน้า นางมีใบหน้าที่นิ่งสนิท่วัยน่าจะราวห้าสิบปี คาดคะเนจากใบหน้า บนใบหน้ามีรอยเหี่ยวย่นปรากฏอยู่เล็กน้อย สวมใส่ชุดสีแดงฉูดฉาดเป็ที่สะดุดตา นางมีผมสีดำสลับกับขาว
นางมีบุคลิกที่ดูน่าเกรงขามอยู่เล็กน้อยแตกต่างจากสตรีธรรมดาทั่วไป ซูฉีและลี่ถังผงะนิ่งเมื่อพบเจอนางเข้า
ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉยจ้องมองมาที่หนึ่งนายหนึ่งบ่าวที่อยู่ด้านหน้า
“ แฮ่ม!!! ” ซูฉีกระแอมหนึ่งครั้งสูดหายใจเข้าก้มศีรษะลง
“ ข้าเดินทางมาตามคำแนะนำของท่านพี่ฮุ่ยเ้าคะ~ เห็นบอกว่าที่โรงสุราแห่งนี้รับคนงานอยู่ ” ซูฉีกล่าวทักทายด้วยความนอบน้อม
หลังจากที่ได้ทำการพูดคุยกับหญิงวัยกลางคนที่เป็เ้าของร้านขายของกลางตลาด ได้ทำความรู้จักกันนางมีแซ่ฮุ่ย
แนะนำให้มาภายในสถานที่แห่งนี้เพื่อที่จะมาสมัครงาน หญิงวัยกลางคนที่อยู่ด้านหน้าที่มีบุคลิกเกรงขามใช้ดวงตามองร่างกายของซูฉีและลี่ถัง
“ ข้าจื่อหราน เ้าของโรงสุราแห่งนี้ ” นางแนะนำตัวพร้อมกับใช้ดวงตามองไปที่ทั้งสองอย่างไม่กระพริบตา ดูน่ากลัวเล็กน้อย
หลังจากได้ยินว่าผู้ที่อยู่ด้านหน้าเป็เถ้าแก่ของสถานที่แห่งนี้ ซูฉีไม่ผิดคาดมองเห็นบุคลิกน่าเกรงขามคาดคะเนแล้วว่านางน่าจะเป็เ้าของโรงสุรา
“ พวกเ้าทั้งสองเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้อยากสมัครงานเป็อะไร? ”
“ มีหลายตำแหน่งอย่างนั้นหรือเ้าคะ? ”
“ คนยกของ คนหมักเหล้า คนรับแขก แล้วก็อีกหลายหลายอย่าง ” นางพูดด้วยใบหน้าตาย
ลี่ถังขยับร่างกายเข้าใกล้คุณหนู นางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใกล้คุณหนูพร้อมกับกระซิบ “ กลับกันเถอะเ้าค่ะคุณหนูหางานที่อื่นก็ได้ สตรีที่ทำงานภายในสถานที่แห่งนี้จะถูกผู้คนขนานนามว่านางคณิกา ”
ทันทีที่พูดออกมา จื่อหรานได้ยินอย่างชัดเจน นางตอบกลับ อย่างทันควัน “ โรงสุราของข้าไม่ใช่หอคณิกา ”
“ คนรับแขกก็ไม่ใช่นางคณิกา พวกเขามีหน้าที่เพียงแค่ต้อนรับเหล่าบุรุษที่เข้ามาดื่มสุราภายในสถานที่แห่งนี้เท่านั้น ”
“ ภายในโรงสุราแห่งนี้มีกฎห้ามให้ผู้ใดล่วงเกินเหล่าสตรี ” นางพูดขึ้น อธิบายถึงกฎของโรงสุราแห่งนี้อย่างชัดเจน
ซูฉีได้ยินแบบนั้นนางยิ้ม ไม่ว่าผู้ใดกล่าวอย่างไรแต่นางมองเห็นความจริงใจในคำพูดนั้น คนผู้นี้พูดจริงโรงสุราของนางก็เป็แบบนี้จริงๆ
ก่อนที่จะมาที่สถานที่แห่งนี้เดินสอบถามเกี่ยวกับเื่ราวของโรงสุราแห่งนี้มาตลอดทาง
เพราะว่าทำการเก็บเกี่ยวข้อมูลพวกนั้นมาแล้ว และผ่านการวิเคราะห์และไตร่ตรองมาอย่างดีจึงทำให้เลือกโรงสุราแห่งนี้
“ ถ้าเช่นนั้นตัวของข้าขอสมัครเป็คนยกของได้หรือไม่เ้าคะ!! ” ซูฉีพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ ไม่ได้นะเ้าคะคุณหนูถ้าแบบนั้นเกียรติของท่าน? ” บ่าวผู้นี้ห่วงเกียรติและฐานะของผู้เป็นายของตนเอง ไม่แปลกที่นางจะรู้สึกแบบนั้น สำหรับตัวของนางแล้วคุณหนูของนางถือว่าเป็คนสูงส่ง
จะให้คุณหนูของนางมาทำงานภายในสถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร ลำพังตัวของนางนางไม่รู้สึกอะไรเลยต่อให้ทำงานภายในสถานที่อย่างนี้และถูกตราหน้านางเองก็ไม่สน
แต่ว่านางห่วงใยคุณหนูของนางมากกว่า แววตาที่เป็กังวลและเป็ห่วง
ซูฉีก้าวเท้าเข้ามาใกล้ๆ บ่าวของตนเองก่อนที่จะพูดขึ้น “ เกียรติและศักดิ์ศรียังงั้นรึ? เ้าคิดว่าเื่ก่อนหน้านี้การกระทำของข้าข้ายังคงเหลือเกียรติและศักดิ์ศรีอยู่อีกอย่างงั้นรึ? ”
“ พวกเราโดนเนรเทศมาที่นี่ ผู้คนภายในเมืองตาน่าว่าข้าเป็หญิงแพศยา ”
“ อันใดที่บอกว่าเหลือเกียรติของข้า? ตอนนี้พวกเราคำนึงเพียงอย่างเดียวว่าให้มีเงินกินก็พอ ศักดิ์ศรีอยู่ที่ใจของตนเองเท่านั้น ”
“ แม่ผู้คนจะตราหน้าว่าพวกเราเป็หญิงอย่างว่าแล้วอย่างไรกันเล่าพวกเราไม่ได้เป็อย่างที่เขานั้นกล่าวหา ” ซูฉีแสดงแววตาหนักแน่นทรงพลัง
นางเคยผ่านเหตุการณ์แบบนี้มา ใน่การเรียนนาง นางได้ทำงานกลางคืนอย่างเช่นการทำงานในร้านเหล้า หรือการทำงานภายในบาร์เล็กๆ
แม้ว่ามันจะเป็เื่ที่ผิดระเบียบของโรงเรียนมหาลัยบางแห่ง และมีผู้คนมากมายนินทานางรับหลังแล้วอย่างไรกันเล่า
ในตอนนั้นคนที่ไม่มีเงินแม้แต่จะกินในแต่ละวันยากลำบากยิ่งกว่าลำพังจะห่วงเพียงแค่ศักดิ์ศรีของตนเอง ที่ผู้อื่นนั้นกำหนดงั้นรึ?
ในตอนที่ยังคงเรียนอยู่มีข่าวลือมากมายว่าตัวของนางนั้นขายตัว หรือแม้กระทั่งทำงานรับแขกแต่นางก็ไม่ได้สนใจเพราะนางไม่ได้ทำแบบนั้นจริงๆ
สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ได้แตกต่างจากตอนนั้นเลย ได้ยินคำพูดของผู้เป็คุณหนูของนางลี่ถังหยุดนิ่ง
ดวงตาเบิกกว้างขึ้นก่อนที่นางจะโค้งศรีษะต่ำลงและกล่าว “ เข้าใจแล้วเ้าค่ะคุณหนูข้าขออภัยที่ข้าสิ้นคิด”
ท่ามกลางบทสนทนาของสองนายบ่าว จื่อหรานยืนมองอยู่ได้ยินทุกคำพูด
แววตาของนางในยามนี้มองตรงไปที่ซูฉียังไม่กระพริบตา ในใจของนางราวกับมีบางอย่างครุ่นคิดอยู่แต่ไม่มีผู้ใดสามารถบอกได้ว่าคิดอะไรอยู่กันแน่
“ ในเมื่อตกลงกันได้แล้วถ้าเช่นนั้นมาเซ็นสัญญาจ้างงาน พวกเ้าจะต้องเริ่มงานในคืนนี้ ”
ซูฉีแสดงรอยยิ้มที่มุมปากนางฉีกยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจที่ตอนนี้ได้งานแล้ว อย่างน้อยนางก็ไม่ต้องอดตาย
…
่ยามราตรีทำงาน
โรงสุราแห่งนี้เปิดใน่ยามราตรีให้ผู้คนมากมายมาดื่มสุรา มันเป็โรงสุราขนาดใหญ่ที่สุดภายในเมืองชายแดนแห่งนี้แล้ว
โดยภายในตัวของร้านมีโต๊ะที่ให้ผู้คนมานั่งมากกว่าสามสิบโต๊ะไม่รวมพื้นที่อื่นๆอีก คนงานภายในโรงสุราแห่งนี้ส่วนใหญ่เป็สตรี
หน้าที่นั้นถูกแบ่งแยกออกเป็หลายหลายอย่างหลังจากที่ลองทำการสำรวจ ซูฉีและลี่ถังทำหน้าที่เป็คนยกของด้านหลังร้านไม่เกี่ยวข้องอะไรกับหน้าร้าน
งานด้านหลังร้านปลอดภัยนางทำหน้าที่เพียงแค่ยกของไปทางโน้นทีทางนี้ทีใช้ร่างกายและกำลัง
ซูฉีและลี่ถังทำงานอย่างหนักในคืนแรก ภายในโรงสุราแห่งนี้สิ่งที่ยกมากที่สุดก็คงจะเป็ไหสุราที่มีน้ำหนัก
เพราะแบบนั้นร่างกายและจิติญญาถูกใช้ออกไปอย่างเต็มที่ แต่มันเองก็แลกกับค่าแรงที่มากกว่าร้านอื่นๆด้วยเช่นเดียวกัน
โดยการทำงานภายในสถานที่แห่งนี้หนึ่งคืนทั้งสองจะได้ค่าจ้างคนละยี่สิบเหรียญทองแดง แต่ก็แลกกับการใช้ร่างกายอย่างหนักในการยกของตลอดทั้งคืน
ผ่านไปหนึ่งราตรีการทำงานรวดเร็วกว่าที่คิด
เมื่อดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นสู่ท้องนภาทั้งสองรับเงินและกลับไปพักผ่อนที่บ้านของตนเองอย่างรวดเร็ว ในวันแรกได้เงินสี่สิบเหรียญทองแดงมาติดกระเป๋า
ทั้งสองรีบกลับไปพักผ่อนอย่างรวดเร็วเพราะร่างกายมันเหนื่อยล้าจากการทำงาน
ซูฉีเคยทำงานใน่กลางคืนมาก่อน ควรคิดถึงความรู้สึกเก่าเก่าั้แ่ตอนที่ตนเองนั้นเรียนจบมา เดินทางกลับบ้านในยามเช้า
เมื่อทานอาหารกันเสร็จก็เข้านอนอย่างรวดเร็ว
…
ยามเย็น
เปลือกตาทั้งสองข้างค่อยค่อยขยับ ร่างน้อยๆบิดไปมาขับไล่ความี้เี หลังจากหลับไปหลายชั่วยามซูฉีตื่นนอนขึ้นมาใน่ยามเย็น
ร่างกายที่บิดไปมาขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง
“ โอ๊ย~ ” เสียงร้องอันเ็ปของซูฉีดังขึ้น ร่างกายของนางราวกับว่าโดนรถบดละเอียด กล้ามเนื้อทุกส่วนเจ็บจนไม่รู้จะบรรยายอย่างไร
เป็เพราะว่าราตรีที่ผ่านมาทำงานหนักร่างกายนี้ไม่เคยชินกับการทำงานแบบนี้ หลังจากทำงานเสร็จรู้สึกเหนื่อยล้าแต่ถ้าตื่นนอนขึ้นมากล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างกายรู้สึกระบมก็ไม่แปลก
นางตั้งสติกับความเ็ปเ่าั้อยู่สักพัก ก่อนดวงตามองตรงออกไปด้านนอกหน้าต่างที่ท้องนภายามนี้เปล่งแสงสีส้มอมแดง
ในตอนนี้ได้แต่นอนพื้นนำเอากองฟางแห้งแห้งเข้ามาภายในห้องนอนและก่อกลายเป็เตียงเท่านั้น เพราะว่าทั้งสองไม่มีเงินมากพอ
ค่าแรงที่ได้มาก็จำเป็จะต้องเก็บเอาไว้บริหารจัดการในการซื้อของกินและของใช้ยามจำเป็
เพิ่งเริ่มทำงานได้วันเดียวเงินที่ได้มาร่วมสองคนสี่สิบเหรียญทองแดงสามารถใช้ซื้ออาหารได้เพียงไม่กี่มื้อ
มองดูข้างกายพบเห็นว่าบ่าวรับใช้คนสนิทของตนเองไม่อยู่แล้ว ซูฉีจมูกของนางได้กลิ่นหอมบางอย่างเลยรีบลุกขึ้นแล้วเดินออกไปด้านนอกตามกลิ่นหอมนั้นไป
เมื่อเดินออกไปด้านนอกพบเจอกับซุปเนื้อชามโต ลี่ถังแสดงรอยยิ้มแล้วก็พูดขึ้นมา “ ตื่นแล้วอย่างนั้นหรือเ้าคะคุณหนู ตัวของข้าทำซุปเนื้อรอท่านอยู่ก่อนแล้ว ”
“ อืม~ ” เงินที่ได้มาจากการทำงานสามารถซื้อเนื้อสัตว์ได้ จำนวนของคนอยู่อาศัยมีเพียงแค่พวกนางสองคนเพราะแบบนั้นการซื้อเนื้อสัตว์ซักเล็กน้อยนำมาทำเป็ซุปเนื้อมันไม่ใช่ปัญหาใหญ่โต
หลังจากกินอาหารมื้อนั้นเสร็จทั้งสองก็เตรียมตัวออกไปทำงานที่โรงสุรา
วัธจักรชีวิตวนเวียนซูฉีทำงานอยู่ที่โรงสุราอยู่อีกประมาณหนึ่งสัปดาห์เต็มเต็ม
จบบท
หวังว่านักอ่านทุกท่านจะชอบน๊า.. อย่าลืมกดติดตามด้วยน๊า