อ๋าวหลวนหลงยืนดูการต่อสู้สั้นๆ ที่ผู้าุโในตระกูลไม่ปล่อยให้มันเลยเถิดเกินไปอยู่อีกหลายต่อหลายคู่ เมื่อมีคนชนะ ก็จะมีทายาทสกุลอ๋าวคนต่อไปเข้ามาท้าชิงไปเรื่อยๆ โดยเริ่มจากเด็กอายุน้อยและเริ่มสูงวัยขึ้นไม่ว่าจะเป็หญิงหรือชาย
“พี่สาม พวกเขาจะต่อสู้กันไปเช่นนี้แล้วจะสิ้นสุดที่ตรงไหน? ผู้ชนะย่อมเป็ผู้นำตระกูลที่มีวิชายุทธ์สูงกว่าผู้อื่นอยู่แล้วมิใช่หรือขอรับ” อ๋าวหลวนหลงอดรนทนไม่ไหว เขาดูการประลองระหว่างทายาทในตระกูลมานาน หากไม่มีการยุติอย่างไรท่านย่าผู้แข็งแกร่งก็ย่อมชนะ แล้วจะออกมาต่อยตีกันทำไมให้เจ็บตัว
“ผิดแล้วหลวนหลง การต่อสู้นี้จะยุติตรงที่รุ่นเรา ผ่านมาหลายปีก็เป็พี่ใหญ่หลวนเซี่ยเป็ผู้ชนะมาโดยตลอด รุ่นบิดาหรือรุ่นท่านปู่ท่านย่าเคยสลับกันเป็ผู้แพ้ผู้ชนะและได้ทดลองเปิดศาลเทพักันแล้วทั้งสิ้น แต่ก็ยังไม่สามารถเปิดออกได้”
หลวนหลงเริ่มเข้าใจแล้ว การต่อสู้เพื่อหาผู้ชนะในวันนี้ เป็เพียงการคัดเลือกผู้ที่จะทำหน้าที่เปิดประตูศาลเทพันั่นเอง และยังมีกำหนดขอบเขตของรุ่นาุโในสกุล
“ยังมีผู้ใดจะเข้าร่วมการประลองอีกหรือไม่ ข้ารออยู่” อ๋าวหลวนตง คุณชายรองบุตรชายของนายท่านรองอ๋าวซีเค่อประกาศก้องหลังจากเป็ผู้ชนะลำดับล่าสุด
อ๋าวหลวนหลงเคลื่อนสายตามายังคุณชายใหญ่อ๋าวหลวนเซี่ย บุตรชายของท่านลุงใหญ่อ๋าวซีห่าว ทีแรกก็คิดว่าจะได้ดูชมฝีไม้ลายมือของพี่ชายคนโตแต่แล้วชายหนุ่มก็ต้องผิดหวัง
“ข้าไม่คิดจะเข้าร่วมการประลองแล้วขอรับท่านผู้นำตระกูล ผู้าุโ หลายปีมานี้ข้าเป็ผู้ชนะมาโดยตลอดและไม่เคยเปิดประตูศาลเทพัได้เลย ข้าขอสละสิทธิ์” คุณชายใหญ่อ๋าวหลวนเซี่ยก้าวออกมาด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย ส่งรอยยิ้มให้กับอ๋าวหลวนตงด้วยความเต็มใจ
“เช่นนั้นการประลองเพื่อหาตัวผู้ทดสอบเปิดประตูศาลเทพัก็จบเพียงเท่านี้ อ๋าวหลวนตง มาที่นี่” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวลุกขึ้นยืน เตรียมประกาศชัยชนะของคุณชายรองอ๋าวหลวนตง
“ช้าก่อนขอรับท่านย่า วันนี้ยังมีอีกคนที่อยู่ที่นี่และยังไม่ได้แสดงฝีมือออกมาเลย เราจะไม่เปิดโอกาสให้พี่สี่ได้แสดงฝีมือกันหน่อยหรือไรขอรับ” อ๋าวหลวนหย่งคัดค้าน มองไปยังร่างของอ๋าวหลวนหลงด้วยสายตาเยาะเย้ยดูแคลน
“จริงสินะ ข้าก็เกือบลืมเขาไปเลย ทุกครั้งหลวนหลงไม่เคยอยู่รอจนถึงการประลองเลยสักครั้ง ในเมื่อเ้ายืนอยู่ที่นี่ก็คงอยากจะพิสูจน์ฝีมือล่ะสิหลวนหลง” อ๋าวซีเค่อรีบเอ่ยคำสนับสนุนบุตรชาย
ทุกคนในจวนรู้ดีกว่าอ๋าวหลวนหลงมักจะถูกบรรดาทายาทร่วมสายตระกูลออกไปท้าทายให้ต่อสู้หลังจากพิธีเสร็จสิ้นทุกครั้ง แต่ที่ผ่านมาก็เป็เพียงการต่อสู้กลั่นแกล้งให้อับอายกันลับหลัง
วันนี้อ๋าวหลวนหลงทำให้อ๋าวซีเค่อโมโหมาแล้วครั้งหนึ่ง เขาจึงอยากเห็นเ้าเด็กจองหองผู้นี้ถูกอัดให้น่วมต่อหน้าผู้คนเหลือเกิน คราวหน้าจะได้ไม่คิดโผล่หัวออกมาให้เกะกะสายตาอีก
เสียงหัวเราะพร้อมกับเสียงโห่ร้องดังขึ้นมาพร้อมกันจนฮูหยินผู้เฒ่ากัวเสียอาการ ไม่รู้จะจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไรดี นางหันไปมองอ๋าวซีซวนก็เห็นอีกฝ่ายจ้องมองไปที่หลานชายไม่วางตา แต่ไม่ยอมห้ามปรามหรือเอ่ยปากคัดค้านอย่างเช่นเคย
“แน่นอน ข้ารอมานานแล้ว ขอพี่รองยั้งมือให้น้องด้วยขอรับ”
“-”
เสียงหัวเราะ ซุบซิบนินทาเมื่อครู่เงียบลงไปกะทันหัน ผู้คนเกือบ 300 ชีวิตไม่มีผู้ใดส่งเสียงใดๆ ออกมา ไม่มีกระทั่งเสียงลมหายใจเข้าออก เมื่อครู่คุณชายสี่ว่าอะไรนะ? เขาจะเข้าร่วมการประลองเช่นนั้นหรือ?
“หลวนหลง” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวเอ่ยเรียกหลานชายเสียงแ่เบาคล้ายรำพัน คิดอยากจะห้ามปรามแต่ก็ไม่ทันแล้ว
“เริ่มเลยดีหรือไม่ พี่รอง”
ใบหน้าคมของอ๋าวหลวนตงบิดเบี้ยวไปพลัน ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะหาญกล้าเอ่ยคำท้าทายออกมาก่อนด้วยซ้ำ
“ไร้สาระ! ซีซวนยังไม่รีบลากบุตรชายเ้ากลับออกไปอีก! พิธีเปิดศาลเทพัเป็พิธีสำคัญสำหรับตระกูลอ๋าวของเรา อย่าให้หลวนหลงมาทำให้เสียเวลา!” อ๋าวซีห่าวตวาดลั่น คล้ายจะหยุดยั้งเื่น่ารำคาญใจแต่ก็จงใจสร้างความอับอายให้สองพ่อลูกไปในตัว วันนี้เขาก็ไม่รู้น้องสามกับหลานชายไปกินดีหมีหัวใจเสือที่ไหนมาถึงได้ฮึกเหิมกันถึงเพียงนี้
อ๋าวหลวนหลงหันไปสบสายตากับอ๋าวซีซวนผู้เป็บิดาคราวหนึ่ง สายตาที่มองกลับมาไม่มีวี่แววตำหนิหรือเสียใจแม้แต่น้อย มีเพียงความเชื่อมั่นและส่งกำลังใจให้ตนเท่านั้น
เด็กหนุ่มหันกลับมาที่คู่ต่อสู้ของตน เขาเริ่มโคจรพลังปราณผ่านจุดตันเถียนบน (บริเวณหน้าผาก) ผ่านมาถึงจุดตันเถียนกลาง (บริเวณอก) และไปหยุดอยู่ที่จุดตันเถียนล่าง (บริเวณท้องน้อย) ส่งผลให้แสงสีเหลืองอำพันส่องประกายออกมาจากร่าง
ใช่แล้ว ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาอ๋าวหลวนหลงได้กรุยทางปรับชีพจรลมปราณของตนตามแบบอย่างที่ถูกต้องได้จนสำเร็จ อ๋าวหลวนหลงคนเดิมหาใช่ผู้ไร้ความสามารถ แต่เป็เพราะทะเลปราณในจุดตันเถียนของเขามีขนาดกว้างใหญ่กว่าปกติ การรวบรวมลมปราณให้เต็มจุดตันเถียนจึงต้องใช้เวลานานกว่าผู้อื่น
โชคดีที่ร่างเดิมไม่เคยหยุดความพยายามเลย เมื่อเทพหลวนหลงผู้มีประสบการณ์การบำเพ็ญเพียรมาหลายหมื่นปีเข้ามาใช้ร่างของเขา จึงสานต่อหน้าที่ได้ไม่ยากเย็น
“นั่น! เขา! ใช่ว่าเขาไม่สามารถเป็ผู้ฝึกตนได้มิใช่หรือ?”
“เ้า” อ๋าวหลวนตงอยู่ใกล้อ๋าวหลวนหลงมากที่สุด เขาย่อมเห็นแสงแห่งปราณชัดเจนกว่าผู้ใด ขนาดปราณของอ๋าวหลวนหลงไม่ได้ใหญ่มากนักแต่ก็ไม่ใช่เล็กแบบเด็กน้อยวัยเยาว์ที่เพิ่งเริ่มฝึกฝนโคจรลมปราณเป็ครั้งแรก
“หลวนหลง..” อ๋าวซีซวนน้ำตาไหลนองหน้า เนื้อตัวและริมฝีปากสั่นระริก เขารู้ดีกว่าผู้ใดว่าบุตรชายพยายามมาหลายปี ครั้งสุดท้ายที่เขาไม่ประสบผลสำเร็จยังเพิ่งจะคิดสั้นะโลงสระบัวไปหยกๆ ไม่คิดเลยว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมาบุตรชายจะก้าวข้ามความทุกข์ยากมาได้แล้ว
ทายาทรุ่นหลวน 13 คนที่เหลือ ล้วนมีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ กับเหตุการณ์ไม่คาดฝันในครั้งนี้ ทั้งรู้สึกดีใจที่เวลานี้บ้านสายหลักจะมีผู้ฝึกปราณเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน เป็ตระกูลใหญ่สายหลักที่สมศักดิ์ศรีไร้ที่ติ ซ้ำยังไม่ต้องเป็ที่นินทาของผู้อื่น
แต่อีกทางอ๋าวหลวนหลงก็เป็ดังหนามยอกอกที่แย่งชิงความรักจากท่านย่าไปแต่เพียงผู้เดียว เวลานี้เขากลายเป็ผู้ฝึกตนแล้ว ท่านย่าจะไม่ยิ่งประเคนทุกอย่างให้กับคุณชายสี่ผู้นี้หรอกหรือ
อ๋าวหลวนตงโคจรปราณไปที่ตันเถียนทันที และเมื่อแสงสว่างเริ่มไปจางหายไป เขาก็เป็ฝ่ายเริ่มจู่โจมอ๋าวหลวนหลงก่อน
อ๋าวหลวนหลงจัดกระบวนท่าในการตั้งรับเพียงอย่างเดียว โดยไม่คิดโจมตีกลับ ก่อนหน้านี้เขาเฝ้ามองการต่อสู้ของทายาทสกุลอ๋าวทุกเพศทุกวัยมาแล้วและเห็นความผิดปกติของมันอยู่ เวลานี้จึงได้แต่ตั้งรับเพื่อประเมินความสามารถด้านการต่อสู้ของพี่ชายรอง
“เ้าเต่า! เ้ามันก็เป็เต่าวันยังค่ำ!” อ๋าวหลวนตงสบถพร้อมกับลงมือหนักขึ้น เมื่อเห็นว่าอ๋าวหลวนหลงเอาแต่ถอยหลังตั้งรับโดยไม่มีการตอบโต้
“เ้าอยากรู้ไหม ว่าการต่อสู้ของผู้ฝึกตนที่แท้จริงเขาทำกันเช่นไร” อ๋าวหลวนหลงสะบัดแขนทั้งสองข้างกางออกอย่างแรง ผลักร่างของอ๋าวหลวนตงให้หยุดวอแวกับตนชั่วครู่
ใบหน้าเชิดหยิ่งของอ๋าวหลวนหลงมองอีกฝ่ายั้แ่ศีรษะจรดเท้าด้วยสายตาดูถูกเต็มกำลัง จนอ๋าวหลวนตงถึงกับใจฝ่อไปเล็กน้อย
เขาสู้มาตั้งนาน เห็นได้ชัดว่าเนื้อตัวของน้องสี่มีร่องรอยแดงช้ำ แต่อ๋าวหลวนหลงดูคล้ายว่าจะไม่เจ็บไม่เหนื่อยและยังหายใจได้มั่นคงดังเดิม ผิดกับตนเองที่เมื่อครู่หากอ๋าวหลวนหลงไม่ผลักให้กระเด็นออกมาเขาก็อาจหมดแรงจนล้มไปแล้วก็เป็ได้
“พวกเ้าสะสมพลังปราณเอาไว้เพื่อโอ้อวดกันทั้งสิ้นแต่กลับไม่ใช้มันให้เป็ประโยชน์ วิชายุทธ์ที่เ้าร่ำเรียนมาก็เป็เพียงการลอกเลียนแบบใช้ท่าทางที่สวยงามกันทั้งนั้น!”
เด็กหนุ่มไม่ได้กล่าวกับอ๋าวหลวนตงคู่ต่อสู้ของตนเพียงคนเดียว เขาชี้มือไปรอบตัว จงใจตำหนิคนสกุลอ๋าวั้แ่บนยันล่างโดยทั่วกัน
“ไร้มารยาท!! หลวนหลง เ้าคิดว่าเ้าคือผู้ใด ก่อนจะกล่าวอะไรออกมาเ้าเอาชนะน้องรองให้ได้เสียก่อนเถิด” อ๋าวหลวนเซี่ยะโออกมากลางวง ในใจคิดอยากจะทุบตีใบหน้าจองหองของน้องชายลำดับที่สี่ผู้นี้ยิ่งนัก แต่นี่เป็เวทีประลอง สมควรต้องให้อ๋าวหลวนตงเป็ผู้จัดการเขาเอง
“ตกลงพี่ใหญ่ ท่านยืนอยู่ตรงนี้แล้วจ้องดูให้ดีๆ พี่รองเชิญ!” อ๋าวหลวนหลงหงายฝ่ามือกวักมือเรียกพี่รองของตนให้เป็ฝ่ายเริ่มโจมตีก่อนดังเดิมด้วยท่าทางสุภาพแต่กลับสง่างามและน่าเกรงขามไปพร้อมกัน