บทที่ 1
ขยะไร้ค่าของสำนัก
ณ ดินแดนต้าชิง
คำกล่าวที่ว่าความแข็งแกร่งนั้นคือทุกสิ่งสามารถใช้ได้กับภายในอาณาจักรแห่งนี้ดินแดนต้าชิงอันใหญ่โตผู้ที่ยิ่งใหญ่ได้ภายในสถานที่แห่งนี้ได้อยู่เหนือกว่าผู้อื่นคือผู้ที่มีกำลังคำกล่าวนี้ไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย
แม้ว่าคุณค่าของมนุษย์จะไม่ได้วัดแต่เพียงแค่ว่ากำลังอย่างเดียวแต่ว่าภายในดินแดนแห่งนี้ส่วนใหญ่แล้วอำนาจหรือว่าความสูงส่งของตัวตนมันก็ล้วนแล้วถูกวัดด้วยพลังทั้งสิ้น
ณ สำนักหุบเขากระบี่
ภายในสถานที่แห่งนี้มีร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่มีวัยเพียงแค่ประมาณ16 ถึง 17 ปีกำลังโดนทุบตีอย่างหนัก
ตู้บ!!! ตึบ!!! ผัวะ!!!
เสียงทุบตีดังขึ้นอย่างต่อเนื่องผู้ที่กำลังลงมือทุบตีเด็กหนุ่มที่มีวัยเพียงแค่ประมาณ16 ถึง 17 ปีพวกนี้มันคือกลุ่มสุขสิทธิ์ที่สวมใส่ชุดสีน้ำเงินเข้มพวกมันมีประมาณห้าถึงหกคนใช้มือเท้าของตนเองรุมทุบตีเด็กหนุ่มผู้นี้อย่างสนุกสนาน
ในขณะที่พวกมันกำลังรุมทุบตีเขาใบหน้าของพวกคนเหล่านี้ก็แสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความพึงพอใจพวกมันคือกลุ่มลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่โดยพวกมันมีไวไล่เลี่ยกัน
ในตอนนี้กำลังลงมืออย่างหนักทุบตีเด็กหนุ่มผู้นี้ที่ยึดนอนอยู่บริเวณกลางวงล้อมมันราวกับว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต
“ อันใดกันหมดแรงแล้วอย่างนั้นหรือมีเพียงแค่นี้ยังคิดกล้ามาต่อกรกับศิษย์ขั้นสองอย่างพวกข้า”หนึ่งในกลุ่มลูกศิษย์ที่ทำการทุบตีเด็กหนุ่มผู้นั้นอยู่พูดขึ้นมาด้วยวาจาที่เต็มไปด้วยความสะใจ
หลังจากที่พวกมันพูดจบก็ได้ค่อยค่อยหันหลังแล้วก็พากันดังออกมาจากสถานที่แห่งนี้ พวกกลุ่มลูกศิษย์ที่สวมใส่ชุดสีน้ำเงินเข้มอันเป็สัญลักษณ์ของสำนักหุบเขากระบี่พวกมันเดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้ทิ้งไว้เพียงแค่ร่างของเด็กหนุ่มผู้นั้นที่มีร่างกายทรุดโทรมนอนอาบเือยู่ที่พื้น
เด็กหนุ่มที่มีวัยประมาณ 16ถึง 17 ปีที่นอนอยู่บริเวณพื้นทั่วทั้งร่างกายของเด็กหนุ่มผู้นี้เต็มไปด้วยเืาแที่เกิดจากการทุบตีมีปรากฏเห็นอยู่มากมายทั่วทั้งร่างกาย
เด็กหนุ่มวัย 16 17 ปีผู้นี้บริเวณใบหน้าของมันโดนทุบตีจนแทบจะไม่เหลือรูปเค้าเดิมบนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยปูดแดงมากมายบางรอยนั้นเขียวช้ำจนกลายเป็สีม่วง
เด็กหนุ่มผู้นี้ค่อยค่อยลุกขึ้นมาด้วยสภาพอิดโรยมันลุกมาอยู่ด้วยถ้านั่งแต่ว่าไม่ส่งเสียงร้องออกมาเลยแม้แต่น้อยมันค่อยค่อยยกฝ่ามือของตนเองขึ้นมาจำกุมใบหน้าที่เจ็มไปด้วยาแ
บนใบหน้าในตอนนี้เต็มไปด้วยาแมากมายาแที่ปรากฏให้เห็นอยู่บนใบหน้าคงจะสร้างความเ็ปอยู่ไม่น้อยแต่ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ได้ส่งเสียงร้องออกมาเลยแม้แต่นิดเดียวได้แต่ลูบคลำคำาแบนใบหน้าด้วยความเจ็บใจ
ความรู้สึกภายในใจเต็มไปด้วยความอัดอันมากมายดวงตานั้นค่อยค่อยมีน้ำใสๆไหลออกมามันไม่ได้เป็น้ำตาแห่งความเ็ปแต่ว่ามันคือน้ำตาแห่งความอับอายตัวของเด็กหนุ่มผู้นี้มีนามว่าลู่ิเป็ลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่เช่นเดียวกับพวกกลุ่มเด็กก่อนหน้านี้ที่ทุบตีมัน
แต่ว่ามันมีหลายอย่างที่ไม่เหมือนกันพวกกลุ่มศิษย์พวกนั้นเป็ลูกหลานของขุนนางมันถูกส่งมาที่สำนักหุบเขากระบี่ภายในสถานที่แห่งนี้โดยที่พวกมันนั้นมีตำแหน่งเป็สิทธิ์ขั้นสอง
ส่วนตัวของลู่ิเป็เพียงแค่เด็กที่ไม่มีบิดามารดาไม่มีตระกูลเป็เด็กกำพร้ามันถูกเก็บเข้ามาภายในสำนักโดยที่มีตำแหน่งเป็ศิษย์ล่างหุบเขาลู่ิแม้ว่าจะเข้าเป็ศิษย์ของสำนักนี้ได้แต่ว่าตัวของมันเองก็มีตำแหน่งไม่ได้สูงส่ง
อีกทั้งที่ตัวของมันนั้นเป็คนที่ไม่มีครอบครัวเป็เด็กกำพร้าถือกำเนิดมาก็ช่างอาภัพโดยที่ร่างกายนั้นไม่มีพลังิญญาอยู่ไม่สามารถร่ำเรียนพลังิญญาหรือว่าฝึกฝนวรยุทธใดได้
นี่คือสิ่งที่ตัวของมันจำเป็จะต้องยอมรับชะตากรรมของมันเมื่อตอนที่มันถูกเก็บเข้ามาภายในสำนักนี้เมื่อประมาณหกถึงเจ็ดปีก่อน
ในตอนนั้นตัวของมันถูกตรวจสอบร่างกายจึงทำให้รู้ว่าพลังส่วนหนึ่งของร่างกายนั้นหายไปจึงไม่สามารถทำการฝึกฝนพลังิญญาของตนเองให้พัฒนาหรือก้าวหน้าไปได้แตกต่างจากศิษย์คนอื่นๆ
และเพราะว่าไม่สามารถฝึกฝนพลังิญญาภายในร่างกายของตนเองได้เลยทำให้โดนดูถูกอยู่หลายต่อหลายครั้งตัวของมันถูกขนานนามว่าเป็ขยะไร้ค่าของสำนักหุบเขากระบี่
มีพวกคนมากมายแม้ว่าจะเป็ลูกศิษย์ของสำนักที่เข้ามาหลังมันก็มักจะดูถูกมันแล้วรังแกมันอยู่บ่อยครั้งโดนทุบตีไม่เว้นแต่ละวันบัตรแพ้เก่ายังไม่หายาแใหม่เองก็ปรากฎขึ้นมาอีกลู่ิไม่ใช่คนที่ไม่สู้คนตัวของมันนั้นเป็คนที่สู้คนแต่ว่าความแข็งแกร่งมันคือทุกสิ่ง
แม้ว่าพวกมันจะพยายามต่อต้านขนาดไหนแต่ว่าก็ไม่สามารถเอาชนะพวกกลุ่มคนพวกนั้นได้พวกมันล้วนแล้วเป็ผู้ฝึกฝนวรยุทธมันมีพลังิญญาภายในร่างกายแล้วตัวของลู่ิจะสามารถต่อกรกับพวกมันได้อย่างไร
เพราะแบบนั้นจึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ลู่่ิรู้สึกอับอายในตัวเองเป็อย่างมากที่ตัวของมันนั้นเป็แบบนี้แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนอยู่ในสภาพเช่นนี้ไป
หวังว่าสักวันถ้าตนเองนั้นมีพลังขึ้นมาตนเองจะได้แก้แค้นกับคนพวกนั้นที่เคยดูถูกแล้วก็เหยียดหยามแต่ว่าวันนั้นมันคงจะไม่มีเขาถูกกำหนดให้เป็คนพิการในด้านการฝึกฝนวรยุทธมาั้แ่เริ่มต้น
แม้ว่าตอนนี้จะอยู่ภายในสำนักนี้ก็คงจะเป็ได้เพียงแค่บ่าวรับใช้ภายในสำนักที่มีฐานะศิษย์ควบคู่เท่านั้นลู่ิค่อยค่อยลุกขึ้นอย่างช้าๆด้วยสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยความอิดโรย
ก่อนที่จะค่อยค่อยเดินเซไปเซมาพยายามมุ่งตรงไปยังบริเวณที่พักของตนเองที่ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาตำแหน่งของมันต่ำต้อยภายในสำนักที่อยู่อาศัยก็เป็เพียงแค่กระท่อมเล็กๆบริเวณตีนเขาเท่านั้นไม่มีสิทธิ์ขึ้นไปเหยียบบริเวณ้าสำนักเสียด้วยซ้ำถ้าไม่ได้รับอนุญาต
ในตอนนี้เด็กหนุ่มวัยย่างเข้า 17 ที่น่าอดสูผู้นี้เดินเซไปเซมาตามทางจนมาถึงที่พักของตนเองที่เป็กระท่อมหลังเก่าเก่าเล็กๆเป็ที่อยู่อาศัยที่สามารถอาศัยได้เพียงแค่หนึ่งหรือสองคนเท่านั้นเมื่อเดินเข้าไปภายในกระท่อมภายในกระท่อมของใช้ก็มีเพียงเล็กน้อยขนาดเตียงนอนยังช่องใช้เป็ฟางแห้งนำมาลองเอาไว้ที่พื้น
ลู่ิที่สภาพร่างกายอิดโรยและเต็มไปด้วยาแเดินมุ่งตรงไปยังกองฟางที่ตนเองนั้นใช้เป็เตียงนอนมันทิ้งร่างกายที่เต็มไปด้วยาแของตนเองลงที่กองฟางแห้งนั้นด้วยท่าทางที่หมดแรง
ตู้บ!!!ร่างกายตกกระทบลงที่พื้นอย่างเต็มแรงมีกองฟางแห้งรับแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้าแนั้นเบาลงเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยความพร่ามัวความเ็ปพวกนี้ที่แพร่สะพัดไปทั่วทั้งร่างกายมันเริ่มค่อยค่อยชินชาไปเรื่อยเรื่อยแล้ว
สติค่อยค่อยกำลังจะหลุดเลื่อนออกไปจากร่างกายความเ็ปที่แผ่ซ่านอยู่ทั่วทั้งร่างกายในตอนนี้มันก็ค่อยค่อยเ็ปน้อยลงหลังจากความเ็ปทั่วทั้งร่างกายมันค่อยค่อยเ็ปน้อยลงลู่ิก็คิดว่าบางทีนี่อาจจะคือความตายก็ได้“ นี่มันอะไรกันตัวของข้าจะถึงแก่ความตายแล้วอย่างนั้นรึ? ”
“ ข้าเกิดมาโดยที่ไม่มีบิดามารดาอยู่ภายในสำนักแห่งนี้ใช้ชีวิตไม่ได้แตกต่างจากเศษขยะไร้ค่าที่ให้ผู้คนมากมายเหยียบย่ำเลยแม้แต่น้อย”
“ ์เหตุใดจึงกลั่นแกล้งข้าแบบนี้!!! ”
ลู่ิพึมพำภายในใจของตนเองทำการกล่าวกับ์ที่สร้างชีวิตเฮงซวยนี่ขึ้นมา
ตัวของมันถ้าเกิดมาแล้วมีชะตากรรมแบบนี้แน่นอนว่าไม่เกิดมาเสียยังดีกว่าเกิดมากำพร้าไม่มีบิดามารดาไม่เท่าไหร่แต่ว่าก่อกำเนิดขึ้นมาโดยที่ร่างกายนั้นพิการในด้านการฝึกฝนพลังิญญาั้แ่กำเนิดมีผู้คนมากมายเหยียบย่ำ
ลู่ิรู้สึกเจ็บใจซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันไม่สามารถสลัดความรู้สึกภายในจิตใจของตนเองออกไปได้เลยแม้แต่นิดเดียวในตอนนี้ได้แต่พึมพำกล่าวต่อว่า์ที่สร้างชีวิตเฮงซวยนี่ขึ้นมาให้กับมัน
ลู่ิคิดภายในใจของตนเอง “ ขอแค่พลัง…์บัดซบขอพลังให้ข้าแค่นิดเดียว!!! ”
หลังจากที่ทำการกล่าวหนักแน่นภายในใจของตนเองจนจบสติภายในร่างกายมันก็ค่อยค่อยเลือนลางประสาทััแทบจะทั้งหมดภายในร่างกายมันโดนตัดขาดไปอย่างช้าก่อนที่จะมีเสียงหนึ่งดังก้งวาลขึ้นมา
ตูม!!!!
“ จอมมารเฒ่าที่มาทางนี้!!!! ”
จบบท
ขอบคุณสำหรับนักอ่านตอนแรกนะครับอย่างลืมกดติดตามและก็ถูกใจนะครับ