ความเปียกชื้นของน้ำรักขาวขุ่นที่ยังแห้งเกรอะกรังอยู่บนหน้าขาของฉัน ท่ามกลางอ้อมกอดอุ่นของลุงนนท์และเพื่อนๆ ที่นอนกอดก่ายกันระเกะระกะบนเตียงกลมหมุนอัจฉริยะในยามรุ่งสาง มันคือสิ่งแรกที่ย้ำเตือนสติของฉันให้ตื่นขึ้นมารับรู้ความจริงหลังจากผ่านพ้นราตรีแห่งพายุราคะอันอลหม่านป่าเถื่อน ฉันลืมตาขึ้นช้าๆ ในความสลัวรางของห้องบำบัดพิเศษที่ระบบปรับแสงสว่างอัตโนมัติค่อยๆ เลื่อนระดับแสงทีละน้อยเพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับ
พายุหมอกและลมฝนภายนอกที่เคยกระหน่ำซัดสาดเมื่อคืนดูเหมือนจะสงบลงแล้ว หหลงเหลือเพียงหยดน้ำเกาะพราวบนกระจกบานใหญ่ั์และบรรยากาศอันสลัวรางอบอ้าวไปด้วยกลิ่นอายคาวหวานของตัณหา กลิ่นน้ำหอมบุรุษผสมปนเปกับกลิ่นเหงื่อและน้ำสวาทที่เปรอะเปื้อนอยู่ทั่วทุกตารางนิ้วบนฟูกเตียงหนานุ่มสีขาวสะอาด บัดนี้เตียงใหญ่ทรงกลมที่เคยหมุนวนนำทางความเสียวซ่านกลายเป็ลานพักรบของเรือนร่างเปลือยเปล่าทั้งสิบเอ็ดร่างที่กอดก่ายกันคลอเคลียอย่างไร้ทิศทาง
ฉันขยับกายเบาๆ พยายามไม่ให้รบกวนท่อนแขนแกร่งหนาของลุงนนท์—คุณอาสถาปนิกใหญ่วัย 52 ปีที่นอนโอบเอวฉันไว้แน่นจากทางด้านหลัง แผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อตามวัยและผิวเนื้ออบอุ่นเบียดบดแนบชิดแผ่นหลังบางของฉัน ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของเขารดรินลงบนซอกคอระหงส์ที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยจูบสีแดงเข้มช้ำชวนให้อายสายตาคนอื่น เมื่อฉันเหลือบมองไปรอบตัว ภาพเบื้องหน้ายามเช้าช่างเป็สิ่งที่ตอกย้ำความวิปริตปนหรูหราของคฤหาสน์แห่งนี้ได้อย่างชัดเจนที่สุด
ข้างกายของฉันคือกายบางขาวละมุนของพี่เกล ผู้ประกาศข่าวสาวชื่อดังระดับประเทศที่บัดนี้ทอดกายหลับสนิทในสภาพเปลือยเปล่า ร่างกายของเธอมีเพียงรอยรัดของชุด Harness หนังสีดำคาดทับทรวงอกอวบอิ่มคู่โตที่ขยับขึ้นลงตามแรงหายใจ ข้อมือเรียวสวยของเธอที่มีรอยแดงช้ำจางๆ จากกุญแจมือวางพาดอยู่บนหน้าท้องแบนราบของพี่ดาหวัน ซูเปอร์สตาร์สาวที่นอนเกยก่ายอยู่ข้างกัน ผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดของดาราสาวเปล่งประกายล้อแสงไฟสลัวสะท้อนรอยรักที่อัครินทร์ บอดี้การ์ดส่วนตัวของเธอทิ้งไว้ทั่วเนินเนื้อและขาอ่อนอันงดงาม ส่วนอีกฟากหนึ่งของเตียง ร่างของรินรดาทายาทหอศิลป์คนสวยก็นอนซบหน้าเข้าหาอ้อมแขนของธีรุตม์ ศิลปินหนุ่มเซอร์ และถัดไปคือหมอลิน จิตแพทย์สาวผู้สง่างามที่นอนกอดก่ายอยู่กับหมอกวิน รุ่นน้องคนสนิทของเธอ ทุกเรือนร่างกอดก่ายกันประหนึ่งงานศิลปะชิ้นเอกที่ถักทอขึ้นมาจากตัณหาดิบเถื่อน
หัวใจของฉันเต้นรัวแรงขึ้นมาด้วยความรู้สึกสับสนและตื่นตระหนกปนเปไปกับความรัญจวนซ่านเสียวในส่วนลึกของท้องน้อย เมื่อคิดย้อนกลับไปถึงกิจกรรมอลหม่านเมื่อคืน ฉัน... สาวน้อยออฟฟิศธรรมดาๆ คนนี้ กลับยอมทอดกายให้ชายหนุ่มหลายคนรุมรักและร่วมรสสวาทสลับสับเปลี่ยนคู่กันอย่างบ้าคลั่งไร้ยางอาย เสียงเนื้อกระทบเนื้อ ตั่บ... ตั่บ... และเสียงครางหวานหลงอย่างร่านร้อนของตัวเองยังคงดังก้องสะท้อนอยู่ในหัวประหนึ่งเสียงเพลงต้องห้าม ฉันมองดูผิวเนื้ออ่อนตามหน้าอกและขาหนีบของตัวเองที่มีคราบเปียกชื้นเหนียวหนืดที่แห้งกรังของลุงนนท์ พศิน และชายหนุ่มคนอื่นปะปนกันจนเปรอะเปื้อนรอยราคะไปหมด
"อืม... ตื่นเช้าจังเลยนะคะเด็กดี..." เสียงทุ้มต่ำอบอุ่นที่แสนคุ้นเคยกระซิบแ่เบาข้างใบหู พร้อมกับความรู้สึกเสียวแปลบเมื่อริมฝีปากร้อนของลุงนนท์กดจูบลงบนไหล่บางของฉันเบาๆ หนึ่งครั้ง
ฉันสะดุ้งน้อยๆ หันกลับไปมองสบสายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นตาที่บัดนี้ลุงนนท์เอื้อมมือไปหยิบจากโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาสวมใส่เข้าที่ใบหน้าเรียบร้อยแล้ว มาดคุณอาสถาปนิกแสนอบอุ่นและสุภาพเรียบร้อยหวนกลับมาทาบทับร่างจริงเสือร้ายจอมบงการของเขาทันที
"อานนท์..." ฉันเรียกชื่อเขาเสียงแ่ พยายามดึงผ้าห่มผืนหนามาปกปิดเรือนร่างแฉะชื้นของตัวเองด้วยความประหม่าอายแม้จะเพิ่งผ่านศึกใหญ่ร่วมกันมา "มีน... มีนรบกวนอานนท์นอนหรือเปล่าคะ"
"ไม่รบกวนเลยค่ะคนดี" ลุงนนท์ยิ้มละมุน ขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงกว้าง ท่อนบนแกร่งเปลือยเปล่าเผยให้เห็นรอยเล็บข่วนสีแดงจางๆ ตามแผงอกซึ่งไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็ฝีมือของฉันหรือสาวๆ คนอื่นยามเสร็จสมราคะเมื่อคืน ลุงนนท์เอื้อมมือหนาลูบหัวฉันอย่างทะนุถนอมประหนึ่งรักใคร่เอ็นดูเด็กน้อย ก่อนจะกวาดสายตาคมปลาบจ้องมองร่างเปลือยสะคราญตาของสาวๆ อีกสี่คนที่นอนระเกะระกะอยู่รอบตัว
เสียงครางอืออาแ่เบาดังขึ้นจากข้างตัวเมื่อร่างบางของพี่เกลและพี่ดาหวันเริ่มขยับไหวรู้สึกตัว แสงสว่างยามเช้าที่ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นทำเอาสาวๆ ที่เพิ่งตื่นสะดุ้งน้อยๆ ด้วยความรู้สึกอับอายและเคอะเขินเมื่อหวนคิดถึงบทรักหยาบโลนที่พวกเธอแสดงออกมาเมื่อคืน พี่เกลรีบดึงสายรัดหน้าอก Harness ของตัวเองออกพลางมองหาเดรสตัวเก่ง ขณะที่พี่ดาหวันหันหลบสายตาหลบเลี่ยงความกระดากใจที่ต้องสบตากับอัครินทร์ บอดี้การ์ดหนุ่มของตนในยามสว่าง
"ตื่นกันหมดแล้วใช่ไหมครับสาวๆ... และหนุ่มๆ ทุกคนด้วยครับ" ลุงนนท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มสุภาพนุ่มนวลทรงพลัง บงการสติของทุกคนให้กลับคืนมา ชายหนุ่มคนอื่นๆ อย่างพศิน กัปตันเอก ธีรุตม์ และหมอกวินต่างรีบขยับตัวลุกขึ้นสวมกางเกงและเสื้อผ้าอย่างนอบน้อมสุภาพต่อหน้าสถาปนิกใหญ่ผู้คุมกติกาเกมลับ
"เมื่อคืนทุกคนทำได้ดีมากครับ... เป็ทริปบำบัดรักษาความเครียดที่สมบูรณ์แบบที่สุด" ลุงนนท์ยิ้มกว้างก้าวลงจากเตียง สวมเสื้อคลุมผ้าไหมซาตินหรูสีเข้มผูกเอวเรียบร้อย กลับกลายสวมบทบาทลุงเ้าของคฤหาสน์แสนดีอีกครั้ง "แต่ในเมื่อพวกเราตกลงก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความดีงามและความปรารถนาส่วนลึกมารวมตัวกันเป็หนึ่งเดียวที่นี่แล้ว... อาก็จำเป็ต้องสร้างกฎเกณฑ์ข้อใหม่เพื่อความปลอดภัยและความสงบสุขของพวกเราทุกคนครับ"
ทุกคนต่างเงียบเสียงและตั้งใจฟัง หมอลินที่เพิ่งขยับผ้าห่มคลุมอกดึงกวินเข้ามาสวมสูทจ้องมองลุงนนท์ด้วยแววตาครุ่นคิดอย่างมืออาชีพ
"กฎข้อแรกและสำคัญที่สุดคือ 'โลกกลางวันและโลกกลางคืนต้องแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง' ในเวลาทำงานหรือในโลกภายนอก ทุกคนต้องแสดงบทบาทหน้าที่ของตนเองอย่างสง่างาม สุภาพเรียบร้อย และไร้ตัวตนในเกมรักนี้... ห้ามพูดคุย แอบมอง หรือแสดงอาการสนิทสนมใดๆ เกินเลยเด็ดขาด" นนท์ขยับแว่นตามองหน้าพวกเราทุกคน "และข้อที่สอง คฤหาสน์และห้องลับแห่งนี้จะเป็ 'สมาคมลับโสตประสาท' (The Sensory Syndicate) ที่พวกเราจะมาร่วมบำบัดราคะและความเครียดร่วมกันตามกติกาของอาเท่านั้น ห้ามนำบุคคลภายนอกเข้ามา ห้ามสืบเสาะประวัติส่วนตัวของกันและกันเพิ่ม และห้ามนำเื่ราวลับภายในห้องนี้ไปเอ่ยถึงนอกพื้นที่คฤหาสน์เด็ดขาด... เข้าใจกติกานี้ใช่ไหมคะเด็กดี?"
"ค่ะ/ครับ..." พวกเราทุกคนขานรับตอบเสียงแ่พยักหน้ายอมรับอย่างสมยอม แม้จะรู้ดีว่ากฎเหล่านี้คือการผูกมัดชีวิตของพวกเราให้ตกเป็เหยื่อราคะใต้เงื้อมมือของลุงนนท์ในโลกมืด แต่ร่างกายที่เพิ่งผ่านรสััแสนซ่านเสียวป่าเถื่อนกลับไม่ปฏิเสธความ้าสยบยอมแสนหวานนี้เลย
หลังจากแยกย้ายอาบน้ำชำระล้างคราบน้ำสวาทเปียกชื้นอุ่นร้อนออกจากผิวตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จสิ้น ทุกคนก็กลับมาสวมหน้ากากผู้ดีแสนสง่างามและทยอยเดินทางออกจากคฤหาสน์ลับในเงามืดไปทีละคนอย่างเงียบเชียบ
ฉันกลับมายังสำนักงานสถาปนิกของลุงนนท์ในตอนสายเพื่อทำหน้าที่ผู้ช่วยแปลเอกสารตามปกติ มาดสวมแว่นตาสุภาพและชุดสูทภูมิฐานของลุงนนท์เวลาทำงานช่างแตกต่างจากลุงผู้ถอดแว่นขยับเอวกระแทกกระทั้นดิบใส่ร่างของฉันในความมืดลิบลับ ฉันนั่งตรวจทานแฟ้มเอกสารอยู่หน้าห้องทำงานของลุงนนท์ ทว่าในหัวยังคงฟุ้งซ่านคิดถึงััร้อนผ่าวที่โคนขาหนีบยามเช้าจนต้องหนีบเรียวขาเข้าหากันแน่นระงับอารมณ์เสียวซ่านที่พุ่งพล่านกลับขึ้นมาใหม่
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ดังขึ้นดึงสติของฉันให้หลุดจากความคิดฟุ้งซ่าน พนักงานส่งเอกสารยื่นซองจดหมายสีน้ำตาลเข้มซองหนึ่งให้ฉัน
"มีจดหมายด่วนถึงคุณชานนท์ครับ... ฝากเซ็นรับด้วยครับ"
ฉันเซ็นรับซองจดหมายด้วยความสงสัย ภายนอกซองไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงที่อยู่ของสำนักงานสถาปนิกและชื่อของลุงนนท์ที่พิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์อย่างเป็ระเบียบ ฉันลุกขึ้นถือซองจดหมายเดินก้าวเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของลุงนนท์ทันที
"อานนท์คะ... มีจดหมายด่วนส่งตรงถึงคุณอาค่ะ" ฉันเอ่ยเรียกพยายามรักษาน้ำเสียงให้สุภาพเรียบร้อยตามมาดเลขาผู้ดีในตอนกลางวัน
"ขอบใจมากค่ะเด็กดี... วางไว้บนโต๊ะเลยค่ะ" ลุงนนท์เงยหน้าส่งยิ้มอ่อนโยนให้ฉันพลางละสายตาจากแบบร่างโครงการก่อสร้างห้องเก็บเสียงแห่งใหม่
ฉันวางซองจดหมายลงบนโต๊ะไม้หรู ลุงนนท์หยิบมีดแกะซองกระดาษขึ้นมากรีดเปิดซองจดหมายออกทันที ทว่าเมื่อเขาดึงเนื้อหาภายในซองออกมา รอยยิ้มแสนสุภาพเรียบร้อยที่ประดับอยู่บนใบหน้าของสถาปนิกใหญ่วัย 52 ปีพลันแข็งค้างวูบลงทันที ดวงตาภายใต้กรอบแว่นตาเบิกกว้างสั่นระริกสลับเคร่งเครียดดุดันแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนในเวลาทำงาน
"อานนท์... เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ?" ฉันเอ่ยถามด้วยความตื่นตระหนกยามก้าวเดินเข้าไปชิดข้างโต๊ะทำงานทำงาน
สิ่งที่ร่วงหล่นออกมาจากซองจดหมายสีน้ำตาลคือภาพถ่ายโพลารอยด์สี่ห้าใบ... ภาพเ่าั้แม้จะสลัวรางและเบลอเนื่องจากถ่ายในยามวิกาลและในระยะไกล ทว่ากลับแสดงรูปถ่ายของรถหรูหลายคันที่แล่นเข้าออกประตูคฤหาสน์ลับของลุงนนท์อย่างชัดเจน รวมไปถึงรถสปอร์ตสีแดงคันหรูของพี่เกล และรถเอสยูวีสีดำของพี่ดาหวัน! นอกจากภาพถ่ายแล้ว ยังมีกระดาษโน้ตสีขาวแผ่นเล็กๆ ที่พิมพ์ข้อความสั้นๆ ด้วยภาษาหยาบคายไร้ที่มาว่า:
'คฤหาสน์หรูและห้องบำบัดเสียงปิดตายของชานนท์... ซ่อนเรือนร่างแสนร่านร้อนของดาราและผู้ประกาศข่าวสาวไว้ครางหวานลั่นห้องอยู่ข้างในใช่ไหมล่ะ? ความลับแสนวิปริตนี้มีมูลค่ากี่ล้านดีครับสถาปนิกใหญ่?'
ลุงนนท์บดขยำกระดาษโน้ตและภาพถ่ายกำไว้แน่นในฝ่ามือจนเส้นเืหลังมือปูดขึ้นชัดเจน ั์ตาของเสือร้ายจอมบงการลุกโชนไปด้วยไฟโทสะและความหึงหวงดิบๆ ยามที่พบว่ามีบุคคลภายนอกลอบดักฟังและพยายามแบล็กเมล์สาวๆ ในอาณาจักรลับของตนเอง
ขณะเดียวกัน ณ สถานีโทรทัศน์ช่องดังระดับประเทศ...
พี่เกล (กิรณา) กำลังนั่งอยู่ในห้องแต่งตัวพิเศษส่วนตัวเพื่อเตรียมแต่งหน้าทำผมสำหรับดำเนินรายการข่าวเที่ยงวันลุคกุลสตรีผู้สง่างามและมีเกียรติของเธอ ร่างบางสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดกระโปรงสุภาพเรียบร้อยทว่าในใจยังคงกังวลครุ่นคิดถึงรสสวาท Orgy เมื่อคืนจนใจปั่นป่วน
จู่ๆ โทรศัพท์มือถือส่วนตัวของพี่เกลที่วางอยู่หน้ากระจกแต่งหน้าพลันส่งเสียงสั่นะเืดัง ครืด... ครืด... พร้อมกับแสดงเบอร์โทรศัพท์นิรนามที่ไม่ได้บันทึกไว้ในรายชื่อผู้ติดต่อ พี่เกลขมวดคิ้วสวยเอื้อมมือบางไปหยิบขึ้นมากดรับสายและยื่นมาแนบชิดใบหู
"สวัสดีค่ะ กิรณาพูดค่ะ..." เธอเอ่ยตอบเสียงหวานสุภาพเรียบร้อยสมฐานะผู้ประกาศข่าวระดับประเทศ
ทว่า ปลายสายกลับเงียบเสียงไปอึดใจหนึ่ง ก่อนที่จะมีเสียงกระซิบแหบพร่าเย็นเยียบไร้ที่มาของชายปริศนาผู้หนึ่งดังตอบกลับมาข้างใบหูสั่นระริกของเธอ ประโยคคำถามคำเดียวที่พูดผ่านสัญญาณทำให้กิรณาต้องหน้าซีดเผือดสะดุ้งตัวสั่นเทาด้วยความกลัวสุดขีดจนแทบสิ้นสติคาโต๊ะเครื่องแป้ง...
"สวัสดีครับคุณกิรณา... ผมแค่อยากรู้ว่า ห้องเก็บเสียงอัจฉริยะที่แสนภูมิฐานหรูหราในเพนต์เฮาส์ลอยฟ้าของคุณเกล... คืนวันเสาร์ยามโดนรุมรักคราวนั้น... เสียงครางหลงร่านร้อนของคุณเกลจะหวานหูเหมือนอย่างที่เราคิดไว้หรือเปล่าครับ?"
พี่เกลเบิกตากว้างมือบางสั่นเทาจนแทบประคองโทรศัพท์ไม่อยู่ ลมหายใจหอบกระชั้นหน่วงแน่นในอกด้วยความหวาดตระหนกสุดขีดขณะที่สัญญาณสายเรียกเข้าถูกตัดทิ้งลงไปเงียบงัน... ความลับแสนดาร์กไร้ขอบเขตในเงามืดกำลังจะถูกฉีกกระชากเปิดเผยออกสู่แสงสว่างในโลกความเป็จริงเสียแล้ว!