ฮูหยินชราตระกูลฟ่านยิ้มกว้างเมื่อเห็นหลานสาวคนโตชี้ชวนให้ดูอาหารที่วางเรียงรายเต็มโต๊ะ
“ท่านย่าทุกจานล้วนเป็ฝีมือของข้า”
“พ่อไม่เคยคิดมาก่อนว่าเ้าจะทำอาหารได้น่าอร่อยเยี่ยงนี้” เสนาบดีฝ่ายซ้ายกวาดตามองอาหารแต่ละจาน
“ท่านย่ากับท่านพ่อลองชิมหน่อยสิเ้าคะ”
สองผู้าุโสบตากันเสนาบดีฟ่านคีบอาหารใส่ถ้วยข้าวให้มารดา“ท่านแม่ ท่านต้องชิมฝีมือหลานสาวท่านให้มาก”
เมื่อคนอื่นๆเห็นว่า ทั้งสองท่านเริ่มลงมือแล้ว จึงได้เริ่มลงมือ ฟ่านซิ่วอิงหันไปเอาใจมารดา“ท่านแม่ ข้าอยากให้ท่านชิมจานนี้”
ฮูหยินใหญ่ยิ้มรับ“มิเสียแรงที่พ่อบ้านเหลยนำพี่สาวมาจากเหลาเลื่องชื่อเ้าจึงพลอยได้ฝีมือทำอาหารไปด้วย”หลายปีแล้วที่บุตรสาวของนางเพิ่งจะมีโอกาสกลับมายังจวนในเมืองหลวงร่างกายที่อ่อนแอของคุณหนูใหญ่ทำให้สองสามีภรรยาจำใจต้องส่งนางไปรักษาตัวยังหัวเมืองแต่ละปีเดินทางไปเยี่ยมบุตรสาวได้เพียงหนสองหน
หลังรับประทานอาหารท่านย่าก็เรียกฟ่านซิ่วอิงเข้าไปหาที่ห้องส่วนตัว
“เ้าคงได้ยินเื่ที่จวิ้นอ๋องปฏิเสธการหมั้นกับเ้าแล้ว”
“เ้าค่ะ”
ฮูหยินชราแห่งตระกูลฟ่านจ้องตรงมายังหลานสาวคนโตแม้นางจะมีบุตรชายถึงสามคน มีหลานชายห้าคน หลานสาวสองคนแต่ฟ่านซิ่วอิงเป็เพียงคนเดียวที่นางแทบไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดเป็เพราะหลานสาวคนนี้ร่างกายอ่อนแอพอเริ่มเดินได้ก็ถูกส่งไปอยู่หัวเมืองที่หมอหลวงแนะนำว่าเหมาะแก่การเจริญเติบโตของนาง เดชะบุญที่ ฮองไทเฮาซึ่งเป็ลูกพี่ลูกน้องของฮูหยินผู้เฒ่าสั่งให้หมอหลวงมาช่วยรักษามิฉะนั้นยังไม่รู้หลานสาวคนนี้จะยังมีชีวิตเติบโตมาจนถึงวันนี้หรือไม่
“ย่าเองไม่รู้จะช่วยให้พระประสงค์ของฮองไทเฮาสำเร็จได้ยังไงในเมื่อท่านอ๋องปฏิเสธแข็งขันถึงเพียงนั้น ท่านพ่อของเ้าก็พยายามไปเจรจาหลายคราว จวิ้นอ๋องก็เอาแต่หลบเลี่ยง”
น้ำเสียงหนักอกหนักใจของท่านย่าทำให้นางสลดใจลงหลายส่วนแต่ก็ไม่อยากจะเอาชีวิตตนเองไปเสี่ยงกับบุรุษที่ไม่เคยรู้จักนิสัยใจคออย่าว่าแต่ความรักความชอบเลย “ทำไมท่านพ่อต้องทำถึงเพียงนั้นด้วย”
“อิงเอ๋อร์ เ้าไม่รู้หรือว่าตระกูลฟ่านของเราเป็หนี้พระคุณฮองไทเฮามากเพียงไหน? หากไม่ได้พระองค์ส่งเสริมคิดหรือว่าท่านพ่อกับท่านพี่ของเ้าจะมีโอกาสก้าวหน้า”
คุณหนูใหญ่ตระกูลฟ่านส่ายหน้านางเติบโตที่หัวเมืองจึงไม่เคยรู้เื่ราวในจวนเสนาบดีท่านพ่อและท่านแม่เดินทางไปเยี่ยมนางปีละหนสองหน ส่วนใหญ่นางอยู่ในความดูแลของท่านยายและท่านป้า
“หากเ้าได้เป็พระชายาเอกของจวิ้นอ๋องนอกจากจะทำให้ฮองไทเฮาทรงเบาพระทัยเื่ฮองเฮาท่านพ่อกับท่านพี่ของเ้าก็จะไม่ถูกบีบคั้นจากเสนาบดีฝ่ายขวาด้วย”
“เกิดเื่อันใดขึ้นกับท่านพ่อเ้าคะ?”
ฮูหยินผู้เฒ่าพิจาณาหลานสาวที่อายุล่วงเข้าสิบแปดปีเห็นว่าพอจะเข้าใจเหตุการณ์ได้ จึงเล่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างเสนาบดีฝ่ายขวาที่มีฮองเฮาเป็ผู้สนับสนุนกับเสนาบดีฝ่ายซ้ายที่เป็ฝ่ายของฮองไทเฮา ในเมื่อฮองไทเฮานั้นมิใช่มารดาที่แท้จริงของฮ่องเต้พระนางจึงต้องระมัดระวังพระองค์เมื่อเห็นพระญาติฝ่ายฮองเฮาเริ่มเรืองอำนาจหากคุณหนูฟ่านซึ่งนับเป็ญาติฝ่ายพระองค์สมรสกับจวิ้นอ๋องิจิ้นเหอผู้คุมกองกำลังภาคเหนืออันเกรียงไกร ย่อมทำให้คลายพระทัยโอกาสที่ตระกูลเถียนของฮองเฮาจะก่อการฏก็ย่อมจะน้อยลงเพราะความยำเกรงในปีศาจูเาตนนั้น
เื่ของฮองไทเฮาฟ่านซิ่วอิงย่อมไม่เอามาใส่ใจแต่เื่ที่ท่านพ่อกับท่านพี่ที่ถูกบีบคั้นจนต้องลดตัวลงไปคอยตามตื้อจวิ้นอ๋องเพื่อให้เปลี่ยนพระทัยเป็เื่ที่นางขัดเคืองใจ
“หากครั้งนี้ การสมรสไม่เกิดขึ้นหรือหากจวิ้นอ๋องเลือกคุณหนูจากตระกูลที่อยู่ฝั่งฮองเฮา ตระกูลของเราอาจจะมีภัยใหญ่หลวง”น้ำเสียงของท่านย่าเจือไว้ด้วยความหวาดหวั่น
ฟ่านซิ่วอิงเงยหน้ามองท่านย่าของนางด้วยอาการตะลึงนางไม่เคยเห็นฮูหยินผู้เฒ่าที่กร้าวแกร่งและเชิดหน้าอยู่เสมอมีใบหน้าเศร้าโศกถึงเพียงนี้
“ครั้งนี้ หากจะต้องให้ท่านพ่อกับท่านพี่ของเ้าไปคุกเข่าอ้อนวอนฝ่ายนั้นก็คงต้องทำแต่ว่า ท่านอ๋องจะเดินทางกลับเมืองพยัคฆ์เหินพรุ่งนี้แล้ว สิ่งที่ครอบครัวเราทำได้คงเพียงแต่สวดมนต์อ้อนวอนขอ์เมตตาให้จวิ้นอ๋องอย่าเลือกพระชายาเอกอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับเรา”
“ท่านอ๋องผู้นี้ยิ่งใหญ่เพียงนั้นเชียวหรือท่านย่า”
“นับั้แ่จวิ้นอ๋องบอกปัดเื่หมั้นท่านพ่อกับท่านพี่ของเ้า ไปไหนก็ไม่มีหน้าจะสู้ผู้คนชาวเมืองยังโจษจันกันด้วยซ้ำว่า เ้าเป็หญิงอัปลักษณ์ ไร้การศึกษาและมารยาทผู้ดีไม่คู่ควรกับจวิ้นอ๋องผู้สูงศักดิ์และงามสง่า ซ้ำร้ายยังกล่าวหาว่าตระกูลฟ่านต้องพยายามอ้อนวอนเพื่อให้ท่านอ๋องยอมรับเ้าเป็พระชายาเอกเพื่อความอยู่รอด”
ฟ่านซิ่วอิงกัดริมฝีปากจนห้อเืนางเคยภาคภูมิใจในวงศ์ตระกูลมาโดยตลอด บัดนี้กลับพบว่าตระกูลของนางต้องอ้อนวอนคนผู้หนึ่งเพื่อให้รับนางเป็ภรรยาแลกกับความปลอดภัยแต่ฝ่ายนั้นยังไม่แลเหลียว
“ท่านย่าโปรดวางใจเื่นี้ข้าจะจัดการเอง”
ฮูหยินผู้เฒ่าเงยหน้าที่แสร้งซับน้ำตามองหลานสาวคนโตอย่างมีความหวัง
“เ้าจะทำเช่นไรได้ในเมื่อท่านอ๋องประกาศให้คนทั้งเมืองหลวงรู้ชัดเจนแล้วว่าเขาไม่มีวันจะแต่งกับเ้า”
สีหน้าของฟ่านซิ่วอิ่งเริ่มมีสีแดงเรื่อด้วยความโกรธเมื่อนึกถึงเื่ที่เขาประกาศในหอนางโลมคืนนั้น และยังหัวข้อที่คนสนทนากันสนุกปากที่ตลาดเมื่อเช้า
“ท่านย่าโปรดวางใจ ภายในหกเดือนนี้ข้าจะทำให้จวิ้นอ๋องต้องรับข้าเป็พระชายาเอกให้จงได้”
ฮูหยินผู้เฒ่าลุกจากเก้าอี้ปราดเข้ามาจับมือทั้งสองข้างของหลานสาว
“เ้าพูดจริงนะ”
คุณหนูฟ่านดวงตาลุกโรจน์ด้วยความแค้น‘จวิ้นอ๋องท่านกล้าหยามท่านพ่อและตระกูลฟ่านข้าจะทำให้ท่านต้องมาเยือนที่จวนแห่งนี้เพื่อคารวะท่านย่ากับท่านพ่อของข้าให้ได้’นางจ้องั์ตาท่านย่าอย่างแน่วแน่
“ข้า ฟ่านซิ่วอิง คำไหนคำนั้นท่านย่าโปรดอนุญาตด้วย”
หญิงชรายิ้มทั้งน้ำตาที่รื้นแทบหยาดหยดนางรู้ดีว่า หลานสาวของนางฉลาดรอบรู้และเ้าแผนการเพียงใด ทุกย่างก้าวของการเติบโตที่หัวเมืองถูกรายงานให้นางรับรู้มาตลอดนางให้บุตรชายส่งอาจารย์ที่เก่งกาจหลายคนไปสอนหนังสือให้หลานสาว ไม่มีสิ่งใดขาดตกบกพร่องหรืออาจจะเรียกได้ว่าฟ่านซิ่วอิงได้ร่ำเรียนมากกว่าพี่น้อง คนอื่นด้วยซ้ำอีกทั้งเพราะร่างกายนางอ่อนแอนางจึงเก็บตัวอยู่ในจวนหัวเมืองอ่านหนังสือเพื่อเป็เพื่อนในทุกวันที่เงียบเหงาความเฉลียวฉลาดของนางนั้นเป็ที่พึงพอใจของเหล่าอาจารย์ทุกท่าน
“ได้ หากเ้าทำสำเร็จย่ายินดีให้ทุกอย่างที่เ้าปรารถนา”
-----------------------------------------------
ไรท์ขอเม้าท์....คุณหนูฟ่านกำลังจะเริ่มแผนแล้วจ้า.....

