กลิ่นหอมเนยสดแสนเย้ายวนเมื่อฉีกออก เลเยอร์บางกรอบหลายชั้นชวนสงสัย สีน้ำทองส่องประกายที่ผิวนอก ทั้งโปร่งทั้งเบาแสนอิ่มใจ เวียนนาฉลองชัย ด้วยครัวซองต์กรอบนอกนุ่มในบนจานหรู
กลิ่นหอมน้ำมันมะกอกชวนหลงใหล เนื้อััเหนียวนุ่มชวนลิ้มลอง รูพรุนน้อยใหญ่ประดับประดา แฮมหนาซาลามี่ก็เข้ากัน รูปทรงเสมือนรองเท้าแตะจากอิตาลี เซียบัตต้าแบนกรอบร้อนอยู่บนถาด
กลิ่นหอมอบเชยลอยละล่อง ขดตัวม้วนเกลียวชวนหลงใหล เนยฉ่ำเยิ้มคู่น้ำตาลสีทองอ่อน ทาหน้าด้วยครีมชีสฟรอสติ้งขาวดั่งนมนวล ซึมลงเนื้อฟูฟ่องด้วยไอร้อน สวีเดนส่งต่อมาแดนนี้ ซินนามอนโรลหวานอมเปรี๊ยวอยู่ในตู้
กลิ่นหอมนมอุ่นละมุนในยามเช้า สไลด์เป็แผ่นเรียงรายชวนัั อ่อนนุ่มขาวฟูดุจปุยเมฆ ขอบน้ำตาลทองแนบชิดเนื้ออย่างหมดจด คู่โกโก้ร้อนๆแสนผ่อนคลาย ข้ามน้ำมาไกลจากแดนอาทิตย์อุทัย ขนมปังนมฮอกไกโดสดใหม่แถวยาวก็พร้อมเสิร์ฟ
กลิ่นหอมเหล้ารัมเคล้าเครื่องเทศ สีน้ำตาลฉ่ำเหล้าชวนเหลียวมอง เอปปริคอตเชอร์รี่โรยหน้า ลูกเกดหลากสีแต่งเติม เม็ดมะม่วงหิมพานต์พร้อมอัลมอนด์แสนกรุบกรอบ รสชาติหวานหอมแสนเข้มข้น เค้กผลไม้โบราณแสนเก่าแก่ ข้ามเวลาจากเมโสโปเตเมีย สู่ตรงหน้าท่าน ณ ที่นี้
ร้าน ฮันนี่บัน แห่งนี้
——————————
หวีด หวีด หวีด เสียงจั๊กจั่นตามต้นไม้ใหญ่ แตงโมหวานฉ่ำเรียงตามแผง ดอกทานตะวันเชิดหน้าหาดวงตะวัน กระดิ่งลมโบกพัดสะบัดไหว ฤดูร้อนได้มาถึงแล้ว
เด็กหญิงตัวน้อยอายุราวๆชั้นประถม กำลังใช้ไม้พาย ค่อยๆเคี่ยวคนน้ำตาล เกลือ และกะทิเข้าด้วยกันในชามใบใหญ่ เสียงฮัมเพลงเบาๆดังขึ้นอย่างสดใส ผมหางม้าปัดข้างสีกุหลาบแดงแห่งความโรแมนติกสะบัดไปมาอย่างร่าเริง
มีดสีเงินในมือเรียวยาว ค่อยๆบรรจงตัดลงไปยังเนื้อมะม่วงอกร่องสีเหลืองครีมแสนนุ่มนวล ผ่าและคลี่ออกเหมือนลูกเต๋าบนจาน เธอคนนี้อายุราวคราวเดียวกับสาววัยทำงานตอนต้น รวบผมทรงเสน่ห์เผยต้นคอ ทำทรงฮาล์ฟอัพโพสีเหลืองคาร์เนชันยาวลงมา
เหล้าหวานจากเปลือกส้มลาราฮา รินผสมกับน้ำสับปะรดหวานฉ่ำทางตอนใต้และเหล้ารัมคุณภาพดีจากอ้อยสายพันธุ์ดีมาสคอตฉลามสีฟ้าตัวใหญ่แสนฟูนุ่ม กำลังเตรียมชิมและลิ้มลอง ก่อนที่จะเสิร์ฟวัตถุดิบสำหรับค่ำคืนนี้
“หืม? นี่กระดาษอะไรหรือคะ?”
“โบรชัวร์ของร้านขนมปังที่อยู่ใกล้ๆูเาไฟน่ะขอรับ” ฉลามนุ่มฟูตอบกลับ
“น่าทานดีนะคะ ไว้พวกเราไปด้วยกันไหมคะ?
“พวกเรามีกำหนดการที่จะไปอยู่แล้วขอรับ ไม่จำเป็ต้องรีบร้อนไป ว่าแต่…”
“มะนาวเหลืองสดใหม่ในตะกร้าหายนี้ หายไปไหนขอรับ?”
“หนูเอาไปชงเลมอนเนดหมดแล้ว อากาศมันร้อนอ่า เลมอนเนดเย็นๆชื่นใจมากเลยนะ ยูนิซาเมะ” เด็กผู้หญิงพูดขึ้นอย่างร่าเริง
“แย่ละสิขอรับ แบบนี้ ไม่มีใช้เสิร์ฟให้คุณลูกค้าในค่ำคืนนี้แน่” ฉลามนุ่มฟูมองตาแป๋วไปยังตระกร้าที่ไม่มีมะนาวเหลือง
“คุณวินเซีย ในลังข้างหลังยังมีเหลืออีกไหมขอรับ?”
“ไม่มีแล้วค่ะมาสเตอร์ เมื่อวันก่อนเพิ่งใช้ทำทาร์ตหน้าครีมเลมอนไปเองไม่ใช่เหรอคะ”
“นั่นสินะ…ถ้าอย่างนั้น คุณโวย่า ช่วยไปซื้อให้หน่อยได้ไหมขอรับ?”
“ได้เลย วางใจโวย่าผู้นี้ได้เลย” โวย่าเอามือทุบหน้าอกตัวเองเบาๆะโลงจากเก้าอี้ ก่อนจะวิ่งมาหามาสเตอร์
“เอามะนาวเหลือง แอปเปิ้ลแดง แล้วก็แตงโมนะขอรับ” ฉลามนุ่มฟูกำลังใช้ครีบที่นิ่มนุ่ม เขียนรายการลงกระดาษจดก่อนจะยื่นให้โวย่า
“ถ้าอย่างงั้น ไปก่อนนะค้าาา” เสียงฝีเท้าดังขึ้นและค่อยๆเลือนหายไป ภาพของเด็กน้อยที่กำลังวิ่ง ค่อยๆลับสายตาไป
“วันนี้ คุณลูกค้าจะมากี่คนคะ มาสเตอร์?”
“คนเดียวขอรับ เป็องค์หญิงผู้แต่งเติมชีวิตให้แก่ผืนผ้า ด้วยน้ำหลากสีที่ส่องประกายหลากอารมณ์ ปลายนิ้วคือทุกสิ่ง แรงสะบัดคือทุกอย่าง ผืนผ้านั้นจะถูกชมหรือต่อว่า เมินหรือถูกทิ้ง ก็ขึ้นกับแขกของเราในวันนี้ขอรับ”
“งั้นหรือค่ะ แล้ว…แขกผู้มีเกียรติท่านนั้น จะมาตอนไหนกันคะ?”
“โชคชะตาของคุณลูกค้าถูกกำหนดไว้แล้ว เที่ยงคืนนี้น่าจะได้เจอขอรับ”
“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ก็ต้องเตรียมรับคุณลูกค้าให้ดีที่สุดสินะค่ะ”
“ขอรับ”
ทั้งสอง กำลังจัดเตรียมตัวกันต่อไป
ภายในหัวรถจักรไอน้ำคาเฟ่สีดำเงางามเหมือนมาจากความฝันคันนี้
——————————
ใน่เวลานี้ ใน่ยุคสมัยที่ หุ่นยนต์ เครื่องจักรและปัญญาประดิษฐ์ ได้ก้าวล้ำมีชัยเหนือมนุษยชาติในทุกๆด้าน
มันได้และจัดการปัจจัยพื้นฐานทั้งทั้งมวลของมนุษย์.มนุษย์ไม่จำเป็ต้องหาอาหารในวันที่หิวโหย มนุษย์ไม่จำเป็ต้องแสวงหายารักษาโรคร้าย มนุษย์ไม่จำเป็ต้องหาที่หลบฝนอบอุ่นซุกนอน มนุษย์ไม่จำเป็ต้องทำงานใดใดอีกต่อไป.
ใน่เวลาที่ทุกสิ่งทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ แล้วมนุษย์จะมีความหมายอะไรละ? มนุษย์ควรจะทำอะไรดีต่อจากนี้? ไม่มีทางที่มนุษย์จะชนะความสมบูรณ์แบบของจักรกลทรงปัญญาได้.
แข่งคณิตคิดคำนวณหรือ? แค่เครื่องคิดเลขก็กินขาดแล้ว.
แข่งความประณีต ประกอบซ่อมแซมหรือ? แค่มือไม่สั่นยังยากเลยนะ.
แข่งภาษา ความหมายและการพูดหรือ? ไม่เอาน่า คนที่พูดได้เกิน 50 ภาษา ยังมีแค่หยิบมือเอง.
แข่งความอดทนหรือ? ใครจะยืนสู้หุ่นยนต์ที่ไม่บ่นไม่เมื่อยได้กันเชียว.
แข่งความจำหรือ? ไม่น่าจะไหวนะ แค่ควอนตัมคลาวด์พลังงานไอน้ำบนดวงจันทร์เอนเซลาดัสของดาวเสาร์แห่งเดียว ก็จุมากกว่าสมองมนุษย์ทุกคนรวมกันแล้ว.
แข่งความคิดสร้างสรรค์หรือ? ถ้าสิ่งที่มนุษย์ทำ คือการเอาประสบการณ์ อารมณ์และความรู้มาต่อเติมเสริมสร้างใหม่ สิ่งที่จักรกลทรงปัญญาทำ ก็คงไม่ต่างหรอกน่า คงจะแค่ขาดอารมณ์ อัตตาและสารเคมีแบบในสมองเราก็เท่านั้นเองละมั้ง
แล้วมนุษย์จะชนะในด้านใดบ้างละ?
ช่างมันไปสิ ไปลั้oลา หาความเพลิดเพลินสุขสำราญกับชีวิตดีกว่า ดังนั้นแล้ว
บางคนก็ออกไปท่องโลกกว้างก้าวข้ามกาแล็คซี่ไป บางคนก็ไปใช้ชีวิตในโลกจำลอง บางคนก็จมดิ่งกับเกมและสิ่งบันเทิงชั่วกาลนาน แต่บางคนก็เลือกที่จะอยู่ร่วมกับมัน.
นี่คือเื่ราวของกลุ่มคนที่อยู่บนโลก ที่ย้อนกลับมายังจุดเริ่มต้นเล็กๆของความเป็มนุษย์ กลับไปใช้สานกระเป๋าด้วยมือแทนเครื่องจักร กลับไปตัดผ้าเย็บชุดจากจักรตัวเก่งของคุณยาย กลับไปวิ่งออกกำลังกายแทนยาลดน้ำหนักแสนง่าย กลับไปเลี้ยงแกะเลี้ยงแพะตามครรลอง กลับไปปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารด้วยวิถีเก่าๆ กลับไปนวดแป้งทำอาหารด้วยสองมือ กลับไปทำในสิ่งที่อดีตเคยทำมา กลับไปยังจุดที่ทำให้รู้ว่าเราก็เคยใช้สองมือนี้ ทำได้เหมือนกัน.
มิใช่เพราะเอาชนะจักรกล มิใช่เพื่อต่อต้านปัญญาประดิษฐ์
แต่เพื่อกลับไปสู่ ความเป็ปกติ ความเป็มนุษย์ ในความเชื่อของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง.