ยามอาทิตย์อัสดง พระอาทิตย์ฉายแสงสุดท้ายทอทาบไปทั่วท้องทุ่งก่อนจะลาลับไปกับยอดเขาอันไกลโพ้น
รถม้าคันใหญ่ หรูหรา ที่ต้องเทียมม้าถึงสองตัวคันหนึ่ง เคลื่อนตัวไปบนทางหลวงเรื่อย ๆ ไม่เร็วไม่ช้า มุ่งหน้าสู่ประตูเมืองที่อยู่ไม่ไกล
คนขับรถม้าเป็ชายวัยกลางคนย่างห้าสิบคนหนึ่ง ทั้งเส้นผม คิ้ว และหนวดเป็สีดอกเลา สวมเสื้อคลุมตัวยาวสีกรมเข้ม สะท้อนกับแสงแดดวิบวับออกมา มองไกล ๆ ยังรู้ว่านั่นต้องเป็ผ้าไหมชั้นหนึ่งที่คนทั่วไปไม่สามารถหาซื้อมาใส่ได้แน่นอน ริมฝีปากขยับฮัมบทเพลงที่ไม่มีผู้ใดเคยได้ยินมาก่อน
ด้านในรถม้ามีหญิงสาวหน้าตางดงามราวกับเทพเซียนประเมินจากผิวหน้าแล้ว น่าจะอายุประมาณสามสิบต้น ๆ คนหนึ่ง กำลังนั่งเย็บผ้าโดยอาศัยแสงจากนอกรถม้าที่มีน้อยลงเรื่อย ๆ อย่างตั้งอกตั้งใจ
ฝั่งตรงข้ามมีเด็กหญิงตัวน้อยมัดผมทรงซาลาเปาสองข้าง ประสานมือรองไว้ใต้คางเล็ก ๆ ที่ซบพิงกับหน้าต่างรถม้าที่บุหนังนุ่มทั้งคัน ดวงตามองเหม่อไปยังทิวทัศน์ข้างทางที่รถม้าวิ่งผ่านไป แต่คิ้วกลับขมวดมุ่นอยู่ตลอดเวลา
กรงล้อเคลื่อนตกลงไปในหลุมตื้น ๆ หลุมหนึ่ง ทำให้รถม้าโคลงเคลงไปมาเล็กน้อย เรียกสติเด็กน้อยให้ละสายตาจากทิวทัศน์ข้างทาง หันมาทอดถอนใจอย่างหนักหน่วง แต่ทว่าคิ้วทั้งสองข้างกลับไม่คลายออกเลย
ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา เธอเฝ้าแต่ครุ่นคิด ติดอยู่กับปัญหาหนึ่ง...........
เธอทะลุมิติมาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดที่แสนรุ่งเรือง สะดวกสบายและสงบสุข มายังดินแดนที่เรียกว่าแคว้นอู่ ที่ไม่มีบันทึกไว้ในพงศาวดารของประเทศจีนนี้ได้อย่างไร
หรือจะให้ถามอีกที ก็คือ เธอทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายที่บริษัทมีแพลนว่าจะนำมาดัดแปลงเป็ซีรี่ได้อย่างไร!!
ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการลงทุนของบริษัทเอ็นเตอร์เทนเม้นใหญ่ของไต้หวันวัยสี่สิบกระรัตอย่างเธอ กลายเป็นักเดินทางข้ามกาลเวลามาเป็ตัวประกอบใช้แล้วทิ้ง ที่ถูกกล่าวถึงในนิยายรวมกันทั้งเื่ไม่ถึงสิบบรรทัด ในวัยสี่ขวบนี้ได้อย่างไร!!
ซูเมิ่งหลานคือชื่อจีนของเธอ เป็สิ่งเดียวที่เชื่อมโยงเธอกับเ้าของร่างนี้ได้ เพราะมีชื่อเดียวกันแม้แต่ตัวเขียน แต่ว่าเธอเป็คนไทยโดยกำเนิดนะ แม้ว่าผิวพรรณของเธอจะดูขาวซีดจนเห็นเส้นเืใต้ิัชัดเจน แต่เชื้อสายของเธอคือญี่ปุ่น ไม่ใช่จีน
อีกอย่างก่อนหน้านี้มีการซื้อลิขสิทธิ์นิยายไทยเื่หนึ่งมาดัดแปลงทำซีรี่ย์ เธอต้องนั่งอ่านจนจบอยู่หลายรอบเพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาสทำกำไรแบบนิยายเล่มนี้เช่นกัน แต่ทำไมเธอไม่ทะลุเข้าไปในนิยายเล่มนั้นเล่า
สุภาวดี ปินคง หรือ หมี่ คือชื่อไทยของเธอ ครอบครัวเธอเป็ครอบครัวชาวนา ชาวสวนที่สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ตาและยายของเธอคือเด็กที่เกิดจากทหารญี่ปุ่นใน่าโลกครั้งที่สอง
นั่นทำให้เธอได้ชื่อว่ามีเชื้อสายของชาวญี่ปุ่น ส่วนพ่อของเธอเป็คนงานก่อสร้างจากจังหวัดน่าน ที่มารับจ้าง่ที่มีการทำทางหลวงตัดลงทางภาคใต้ จนมาพบรักกับแม่ของเธอที่ไปรับจ้างเช่นกัน พ่อเลยตัดสินใจแต่งงานอยู่กินกับแม่ที่สังขละบุรี
ตอนที่เธอเรียนมัธยมปลายเป็่ที่ประเทศจีนมีนโยบายเปิดประเทศใหม่ ๆ ทำให้มีทุนเรียนฟรีให้สอบชิงทุนกัน เธอเป็หนึ่งในนักเรียนสอบชิงทุนนั้นได้ เธอเข้าเรียนคณะเคมี ภาคอินเตอร์ ของมหาวิทยาลัยที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงนักแห่งหนึ่งที่อยู่ทางเหนือของจีน
ล้มลุกคลุกคลานไม่น้อยกว่าจะจบได้ ไหนจะเื่ภาษา ไหนจะเื่ถูกให้ออกจากหอพักของมหาวิทยาลัยกลางคัน จนต้องออกมาหาเช่าบ้านอยู่นอกมหาวิทยาลัยตอนปีสอง
แต่นั่นก็เป็โอกาสให้เธอได้พบกับหุ้นส่วนของเธอ เพราะเ้าของบ้านเช่าใจดีที่คิดค่าเช่าถูกแสนถูกคือพ่อกับแม่ของเขา ที่สำคัญทั้งคู่ยังแพทย์แผนจีนที่เชี่ยวชาญทั้งสมุนไพรและฝังเข็ม เธอจึงได้เรียนเื่สมุนไพรจีนและการจัดตำรับยาจีน รวมทั้งฝึกปรือภาษาจีนจนคล่อง
แม้แต่โปรเจคตอนจบของเธอยังเป็การวิจัยสมุนไพรเพื่อความงามเลย ส่วนการฝังเข็มนั้น.....ปล่อยมันไปเถอะ เธอไม่ค่อยชอบเล่นของมีคมหน่ะ
ส่วนการที่เธอมาทำงานทางเอ็นเตอร์เทนเม้นได้อย่างไร ต้องเท้าความไปถึงตอนเรียนจบปริญญาตรีใหม่ ๆ หลังเรียนจบแล้วเธอตัดสินใจเปิดสปาบำรุงผิว โดยใช้สมุนไพรจากไทยและจีนผสมผสานกัน
เธอรับผิดชอบจัดตั้งทีมวิจัยทั้งหมดควบคู่กับการเรียนปริญญาโทชีวะเคมี กับ MBA พ่วงมาอีกใบ
ส่วนเขา ลูกชายเ้าของบ้านเช่าสุดหล่ออายุมากว่าเกือบสิบปี ที่พ่วงตำแหน่งแฟนหนุ่มในตอนนั้นเป็ผู้ออกทุนให้ จนประสบผลสำเร็จอย่างล้นหลาม ขยายสาขาไปทั่วทั้งโซนเอเชียตะวันออก อเมริกาและยุโรปอีกหลายประเทศ ทั้งยังนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้สำเร็จในที่สุด
พอเริ่มอยู่ตัว เธอคิดจะกลับมาเปิดตลาดที่ไทย เขากลับชวนเธอเปิดบริษัทเอ็นเตอร์เทนเม้นเสียอย่างนั้น เขาบอกว่ามันมีโอกาสเติบโตสูงกว่า แต่เพราะในแผ่นดินใหญ่มีการเปิดบริษัทเอ็นเตอร์เทนเม้นเยอะมาก รวมทั้งยังมีการเล่นเส้นเล่นสายกันอยู่ ไหนจะกลุ่มอำนาจใต้ดินอีก
เธอจึงตัดสินใจมาเปิดที่ไต้หวันแทน และนั่นก็ทำให้เธอได้นั่งตำแหน่งสำคัญของบริษัทพ่วงกับตำแหน่งผู้ถือหุ้นใหญ่อีกอย่างด้วย
การที่สามารถมีบริษัทในตลาดหลักทรัพย์มูลค่าร้อยล้านหยวน และบริษัทเอ็นเตอร์เทนเม้นที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วจนเบียดขาใหญ่เ้าที่ในระยะเวลาเพียงห้าปี สามารถส่งเงินกลับบ้านให้พ่อ แม่ และน้องชายที่ไทยได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย มีห้องพักขนาดขนาดร้อยห้าสิบตารางเมตรในไต้หวัน และมีรถออดี้ขับด้วยเงินตนเอง
ก็นับว่าประความสำเร็จสูงสุดสำหรับคนเจน X อย่างเธอแล้วหล่ะ ทั้งยังคบหากับแฟนหนุ่มวัยกระเตาะ สด นุ่ม หวาน ฉ่ำตรงสเปคอีก
แฟนหนุ่มของเธอคนนี้เพิ่งจะเรียนจบจากวิทยาลัยการแสดงจากแผ่นดินใหญ่ ประวัติส่วนตัวค่อนข้างลึกลับ ผ่านการเดบิวเข้ามาในบริษัทได้ไม่นาน ถูกวางตัวเป็นักแสดงตัวประกอบเกรดซีอยู่เลย เล่นซีรี่ย์เื่แรกยังไม่จบก็ถูกคุณป้าอย่างเธอจับกินเรียบร้อยหนีไปไหนไม่ได้เสียแล้ว
แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายเข้าหาเธอเพราะหวังพึ่งบารมีผู้จัดการใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นก็จะเป็อะไรไปเล่า ยุคนี้แล้ว ถ้าไม่มีผลประโยชน์แลกเปลี่ยน เด็กหนุ่มที่อายุห่างกันเกินรอบขนาดนั้นจะคบคุณไปเพื่ออะไร? ใช่ม่ะ
น่าเสียดาย......เธอยังไม่ทันได้กินแฟนหนุ่มคนนี้ให้เต็มคราบ ตัวเองก็ดันมาจมน้ำตายเสียก่อน
หมี่จดจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ชัดเจน เธอขับรถไปปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ ที่โรงแรมแถว ๆ หาดเฟอร์รอง ในงานดื่มแอลกอฮอล์ไปไม่น้อย พอออกจากงานเลี้ยงเลยถือโอกาศเดินชายหาดให้หายมึนศีรษะ
บังเอิญพบเด็กกำลังจะจมน้ำ เธอจึงะโลงไปช่วย โดยลืมไปว่าตัวเองว่ายน้ำไม่เป็ เลยจมลงไปในทะเลไปพร้อมเด็กน้อยคนนั้น
เฮ้อ! สงสัยตอนนั้นเธอคงเมาจนเลอะเลือนไป ทั้งที่หาดบริเวณนั้นมีไลฟ์การ์ดของโรงแรมอยู่เต็มไปหมด เธอยังทำตัวเป็วีระสตรีผู้ยิ่งใหญ่ ยอมะโลงไปตายใต้ทะเลเสียนี่
ไม่รู้ว่าป่านนี้ หุ้นบริษัทเอย บ้านเอย รถเอย กองทุนที่ซื้อไว้เอย แล้วไหนจะพ่อหญ้าอ่อนจอมพลังของเธออีก ส้มจะหล่นเป็ของใครบ้างแล้วนะ ไม่รู้ว่าอีตาทึ่มหุ้นส่วนใหญ่ อดีตแฟนคนแรกของเธอคนนั้นจะติดต่อให้ครอบครัวที่ไทยมารับมรดกหรือเปล่า?
แต่ก็ยังมีเื่ให้ใมากกว่า!
ใครจะคิดว่าเธอสามารถลืมตาขึ้นมาดูโลกอีกครั้ง มิหนำซ้ำยังไม่ได้ไปพบยมบาลนุ่งโจมแดง แต่กลับมาอยู่ในโลกที่ไม่คุ้นเคย ที่สำคัญตัวเธอยังกลายเป็เด็กสี่ขวบตัวผอมแห้งผิวซีดขาวเสียนี่
เด็กหญิงคนนั้นเพิ่งจมน้ำเช่นเดียวกันคาดว่าคงเกิดการสับเปลี่ยนิญญาที่น่าพิศวง่ที่จมน้ำจนิญญาแยกตัวออกจากร่างนั่นแหละ!! มั้งนะ
มิหนำซ้ำเด็กคนนี้ยังสุขภาพอ่อนแอขั้นสุด พูดไปสองคำก็หอบ กินข้าวสามคำก็เหนื่อยจนทำอะไรต่อไม่ไหว
หลังจากที่เก็บข้อมูลจากพวกบ่าวที่ดูแล พี่ชายสองคน พี่สาวและแม่เลี้ยงอีกหลายคนที่มาเยี่ยมจนแทบไม่ได้พักผ่อนทุกวัน่ที่อยู่ในจวนตระกูลซูเป็เวลาเกือบเดือน
เธอก็สรุปได้ว่าตัวเธอได้ทะลุเข้ามาในนิยายที่บริษัทกำลังจะนำมาดัดแปลงทำซีรี่ย์แน่นอน เพียงแต่เข้ามา่ก่อนเหตุการณ์ในนิยายเท่านั้น
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ก็คงต้องเล่าถึงพอร์ตนิยายเื่นั้นสักหน่อย........
นิยายเื่นี้มีชื่อว่า “ลิขิตหวนรัก” เป็เื่ราวของการย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ของหญิงสาวคนหนึ่งที่เป็บุตรสาวฮูหยินเอกของท่านโหว ที่ครองตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ทางเหนือของแคว้นอู่
โดยในชาติแรกหญิงสาวคนนี้โดนอนุของบิดาวางแผนทำร้ายจนหน้าเสียโฉมั้แ่เก้าขวบ
เมื่อกลับมารักษาตัวที่จวนก็ถูกเยาะเย้ยจากบุตรสาวของอนุที่เกิดก่อนและอนุเพียงหนึ่งเดียวของบิดา บิดาก็ไม่สนใจเอาแต่เฝ้าอยู่ชายแดน มีพี่ชายแม่เดียวกันหนึ่งคน ก็ถูกแม่เลี้ยงทำให้ติดการพนัน เสียผู้เสียคน ส่วนย่าและน้าสาวที่ดูแลก่อนหน้านั้นก็ตายั้แ่เหตุการณ์ที่นางเอกเสียโฉมแล้ว
จนสุดท้ายนางเอกถูกบีบให้หนีออกจากบ้าน แล้วจับพลัดจับผลูถูกแม่ทัพใหญ่ทางตะวันออกให้ปลอมตัวเป็ผู้ชาย พาไปออกทัพด้วยตอนอายุสิบเอ็ดขวบ
หลังรบทัพจับศึกเจ็ดกว่าปีจนชนะศึกในฐานะศิษย์เอกของแม่ทัพใหญ่ ที่มีความสามารถจนได้ขึ้นเป็แม่ทัพภายใต้สังกัดของอาจารย์ควบคุมทหารถึงห้าหมื่นนาย
พอกลับมารับรางวัลในวังหลวง นางเอกจึงเปิดเผยฐานะที่แท้จริงของตน เพราะหวังจะได้กลับไปอยู่พร้อมหน้ากับครอบครัว ปรากฏคู่หมั้นที่เป็หนุ่มหล่อแห่งยุคนั้นดันก้าวขาออกมาขอรับผิดชอบสัญญาหมั้นหมายทันที
นางเอกในชาตินั้นตกบ่วงความหล่อของอีกฝ่าย แคก!! เห็นว่าเป็สัญญาั้แ่รุ่นปู่จึงไม่ขัด ยอมแต่งแต่โดยดี
ใครจะรู้ว่าสุดท้ายคู่หมั้นสุดหล่อดันเลว แต่งงานกับนางเพราะ้าคนสนับสนุนให้ได้รับตำแหน่งซื่อจื่อของจวนกั๋วกง เพราะพ่อสุดหล่อคนนั้นเป็แค่ลูกอนุเท่านั้น พอได้สืบทอดตำแหน่งกั๋วกงแล้วก็วางแผนฆ่าลูกตัวเองเพื่อใส่ร้ายนางเอก และฆ่านางเอกตายในที่สุด
แล้วนางเอกก็ย้อนกลับมา่ที่ยังไม่ถูกทำลายรูปโฉมคือ่อายุเก้าขวบนั่นเอง วางแผนฟาดฟันกันไปมา จนแม่เลี้ยงที่เป็อนุถูกหย่า พี่สาวลูกของแม่เลี้ยงถูกอับเปหิไปอยู่อารามประจำตระกูลที่ห่างจากเมืองหลวงไปร้อยลี้เห็นจะได้ ช่วยพี่ชายให้กลับมาเป็ผู้เป็คนกลายเป็ทหารภายใต้สังกัดของพระเอก
ถอนหมั้นจากคู่หมั้นหล่อเลวมาแอบคบกับพ่อพระเอกคลั่งรักที่เปย์นางสุด ๆ และสุดท้ายดันน้าสาวของตนเองที่เป็น้องสาวแท้ ๆ ของแม่ขึ้นเป็เมียใหม่ของพ่อ และมีน้องชายเพิ่มมาหนึ่งคน ตอนนั้นนางเอกอายุเกือบสิบสองขวบได้
หลังจากนั้นนางเอกก็ออกมาฟาดฟันนอกจวนต่อ อ่า!! นี่แหละ ตอนนี้แหละ.....ที่มีการกล่าวถึงซูเมิ่งหลานหนึ่งบรรทัดในฐานะคุณหนูรองจวนอัครเสนาบดีฝ่ายขวากับหร่วนซื่อฮูหยินเอกคนก่อนที่ป่วยตายหลังคลอดลูกสาวได้ปีกว่า ซูเมิ่งหลานเป็น้องสาวของซูฟางเฟย ตัวร้ายที่ไม่ค่อยได้รับการบำรุงสมองคนหนึ่ง คำกล่าวนั้นคือ
‘ซูฟางเฟยเป็คุณหนูใหญ่ของจวนอัครเสนาบดีฝ่ายขวากับเซี่ยซื่อ ฮูหยินเอกคนปัจจุบัน เป็คนตั้งมั่นในรักที่มีต่อองค์เก้า ‘จ้าวอิงสยง’ มาก หากนางรู้ว่าองค์ชายเก้ามองหรือสนทนากับสตรีคนใด นางจะต้องวางแผนกลั่นแกล้งสตรีนางนั้นให้อับอายจนไม่กล้าออกจากจวนเป็ปี แต่ไม่มีใครทำอะไรนางได้ เพราะบิดานางเป็ขุนนางใหญ่
ตัวนางถูกตามใจมาั้แ่ยังเล็ก เพราะเป็คุณหนูจากฮูหยินใหญ่คนเดียวของจวน แม้ว่าแท้จริงแล้วนางยังมีน้องสาวอีกหนึ่งคนซึ่งเป็บุตรของจางซื่อ ฮูหยินเอกคนก่อนของอัครเสนาบดี มีนามว่า ซูเมิ่งหลาน ที่ถูกส่งไปรักษาตัวที่ต่างเมืองก็ตาม’
ใช่แล้ว!! ฉากเปิดตัวเธอ กล่าวถึงแค่นั้นแหละ ส่วนพระเอกของเื่คือ อีตาองค์ชายเก้า ‘จ้าวอิงสยง’ ผู้ซึ่งเดินไปทางไหนก็มีแต่ผู้หญิงตบตีแย่งชิงกันคนนั้นแหละ
ชาติแรก พระเอกกลายเป็ฮ่องเต้ ที่พระราชทานสมรสให้นางเอกกับคู่หมั้นหล่อเลว ตอนนางเอกตายพระเอกตามสืบจนรู้ความจริง จึงรู้สึกผิดต่อนางเอกแบบไม่ค่อยสมเหตุสมผลผลเกือบสามหน้ากระดาษได้
ส่วนชาติที่สองนางเอกไม่ยอมไปเป็แม่ทัพ พระเอกเลยต้องไปเป็แทน หมวกฮ่องเต้เลยไปตกที่องค์ชายใหญ่ขี้โรค ซึ่งเป็พี่ชายแม่เดียวกันกับพระเอก หรือก็คือฮองเฮาแซ่เจียงนั่นเอง แต่หลังขึ้นเป็ฮ่องเต้ได้ไม่กี่ปี องค์ชายใหญ่ก็ตาย
นักเขียนไม่ได้บอกว่าตายเพราะถูกวางยาพิษ งานกดดันเกินไป มีสนมบริการมากเกินไป หรือว่าอะไรกันแน่
แต่ที่รู้คือ่ที่พระเอกไปรบนั้นนางเอกก็ช่วยแม่พระเอกฟาดฟันกับพวกขุนนางฝ่ายนั้นบ้าง ก๊กนี้บ้าง ที่คิดจะแย่งบัลลังค์ไปจากพระเอก และยังช่วยสังหารองค์ชายเจ็ดที่คิดจะก่อฏด้วย
และซูเมิ่งหลานก็ได้ปรากฏตัวใน่นี้แหละ เป็งานเลี้ยงชมดอกไม้ก่อนคัดเลือกสนมชุดใหม่ให้ฮ่องเต้ ความจริงซูเมิ่งหลานถูกเรียกตัวกลับมาเพื่อเข้าคัดเลือกสนมแทนซูฟางเฟย
แต่เพราะการวางแผนใส่กันของนางเอกและตัวร้ายสาว ๆ ทั้งหลาย สุดท้ายซูเมิ่งหลานผู้ที่มาจากบ้านนอก ก็โดนลูกหลงตกลงไปในน้ำ พอถูกช่วยขึ้นมาก็ป่วยตาย เพราะเดิมก็ป่วยเรื้อรังกระเสาะกระแสะ อยู่แล้ว
อา....บทของนางมีแค่นี้แหละ ตัวประกอบ disposable ของจริง
หลังจากนั้นฮ่องเต้ก็ป่วยหนัก เลอะเลือนอย่างไม่รู้สาเหตุ ถึงขั้นออกว่าราชการไม่ได้ ไม่รู้เป็เพราะแก่แล้ว หรือเพราะเสพย์สนมใหม่มากเกินไป ่นั้นถูกบรรยายว่าการเมืองยุ่งเหยิงไปหมด นางเอกร้อนใจต้องปลอมตัวเป็ผู้ชายไปช่วยพระเอกวางแผนรบในฐานะที่เคยทำศึกนี้มาในชาติก่อนเพื่อจะได้เสร็จศึกโดยไว ก่อนที่ฮ่องเต้จะชิงตายเสียก่อน
ตอนที่นางเอกกับพระเอกกำลังเต๊าะกันไป เต๊าะกันมาอยู่ชายแดน กำลังจะสารภาพรักกันอยู่แล้วเชียว พ่อนางเอกดันเกิดเื่หายตัวไป ครอบครัวนางเอกโดนโยนข้อหาฏใส่หัว โดนถอดยศโหว จนต้องพากันหนีไปอยู่บ้านเดิมของตระกูลที่อยู่นอกเมืองหลวง
จากนั้นก็เป็ฉากนางเอกไปฟาดฟันกับญาติที่เป็หมาป่าตาขาว คิดจะฮุบสมบัติที่บ้านเดิม ่นั้นฮ่องเต้แก่ก็ตาย องค์ชายใหญ่ ‘จ้าวเจี๋ย’ ขึ้นเป็ฮ่องเต้แทน แต่ผ่านไปไม่กี่ปีก็ตายพร้อมฮองเฮา สุดท้ายลูกชายของจ้าวเจี๋ย ที่ชื่อ ‘จ้าวเจิง’ ก็ขึ้นเป็ฮ่องเต้ในวัยแค่เก้าขวบ ภายใต้การผลักดันของไทฮองไทเฮา หรือแม่ของพระเอกนั่นเอง
พอพระเอกชนะกลับมาก็รับตำแหน่งเจิ้งอ๋อง เป็ผู้สำเร็จราชการแทนฮ่องเต้น้อย และช่วยสืบเื่พ่อนางเอก จนพ่อนางเอกล้างมลทิน สร้างผลงานจนได้คืนยศ คืนตำแหน่ง พระเอกเตรียมขอนางเอกแต่งงาน
ระหว่างนั้นนางเอกก็เล่นตัวไปมา ประมาณสับสนในตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าพอให้พระเอกมารัก รู้สึกว่าชีวิตตนเองมีไว้เพื่อแก้แค้น อะไรประมาณนั้น จนเปิดตัวลาสบอสที่จับพ่อนางเอกไป กับนางร้ายคนใหม่ที่จะมาแย่งพระเอกเพิ่มอีกคน
สุดท้ายพระเอกกับนางเอกช่วยกันวางแผนต่อสู้จนสามารถทำให้นางร้ายคนใหม่ไปยอมแต่งกับอดีตคู่หมั้นหนุ่มหล่อเลวของนางเอก และ เปิดโปง ฐานะอดีตคู่หมั้นรูปหล่อเลวของนางเอก
ซึ่งก็คือลาสบอสตัวจริงว่าเป็อ๋องน้อยจากแคว้นศัตรู ที่ถูกพ่อไข่ทิ้งไว้ตอนมาปฏิบัติภารกิจในแคว้นอู่เมื่อยี่สิบปี่ก่อน กำลังทำผลงานเพื่อกลับสู่ฐานันดรเดิม เมื่อเื่คลี่คลายสุกท้ายพระเอกกับนางเอกก็ได้แต่งงานกัน
นี่คือบทสรุปของนิยายดังเื่นี้ ซึ่งมีความยาวถึง 18 เล่ม เดิมทีเธอคิดว่าจะเอาบทคู่หมั้นหล่อเลวคนนั้นให้พ่อหญ้าอ่อนของเธอเสียหน่อย เธอดันมาตายก่อนเสียนี่ เฮ้อ!!!
เื่นิยายเอาไว้ก่อนเถอะ มีตอนหนึ่งบอกว่าเธออายุเท่ากันกับนางเอก เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ในนิยายยังไม่เกิดตอนนี้หรอก มากังวลเหตุการณ์ตอนนี้ดีกว่า
โบราณว่ากันว่าบ้านไหนมีแม่เลี้ยง ก็จะมีพ่อเลี้ยงเพิ่มมาด้วย เป็การบรรยายสถานการณ์ตอนนี้ดีที่สุด หลังจากที่เธอฟื้นขึ้นมาในร่างนี้ พร้อมกับความทรงจำที่ไม่ค่อยประติดประต่อนั้น เธอจำได้ว่าซูฟางเฟยเป็คนผลักเธอตกน้ำ โดยมีบ่าวของซูฟางเฟยและบ่าวคนสนิทของเซี่ยซื่อคอยดูต้นทางให้
พอเธอบอกเื่นี้กับซูฮูหยินหรือท่านย่า ท่านย่าจะลงโทษโดยโบยซูฟางเฟยแต่ท่านพ่อของเธอ ‘ซูหย่วน’ กลับไม่ยอมเชื่อ ซ้ำยังกล่าวหาว่าเธอใส่ร้ายพี่สาว จากนั้นก็ไม่ยอมมาเยี่ยมเธออีกเลย
พี่ชายของเธอทนไม่ได้จึงเขียนจดหมายไปหาท่านตาและท่านยาย ทำให้ทั้งสองครอบครัวทะเลาะมึนตึงใส่กัน จนท่านตากับท่านยายพาเธอออกจากจวนมาเพื่อรักษาตัว
**ต้องออกตัวก่อนว่าภาษาจีนของไรท์อาจจะไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการนักนะคะ เพราะเคยเรียนคอร์สเพื่อการสื่อสารคอร์สเดียว ที่เหลืออาศัยศึกษาเองและจากการใช้งานล้วน ๆ รีดมีข้อติชมประการใด ไรท์ล้วนน้อมรับค่ะ