บทที่ 6 สร้างกระแสข่าว
ด้วยกรรมวิธีการนวดกดจุดควบคู่ไปกับการฝังเข็มเพียงไม่ถึงห้านาที คุณป้าที่หมดสติไปก็ค่อย ๆ รู้สึกตัวฟื้นคืนสติขึ้นมาจนเริ่มขยับปากพูดได้ เธอยื่นมือมาจับมือของเสิ่นหนานซิงไว้แน่นด้วยความซาบซึ้งใจ
"แม่หนู... ขอบใจหนูมาก ๆ เลยนะ!"
เมื่อเห็นว่าคนเจ็บเริ่มโต้ตอบได้และพ้นขีดอันตรายแล้ว เสิ่นหนานซิงจึงลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
"คุณป้าคะ ตอนนี้พยายามอย่าเพิ่งขยับตัวหรือพูดอะไรมากเลยนะคะ นอนพักนิ่ง ๆ อยู่ตรงนี้ก่อน รอให้คุณหมอมาถึงค่ะ" เสิ่นหนานซิงรู้สึกเหนื่อยล้าจนเหงื่อกาฬโทรมกาย เธอค่อย ๆ ทยอยดึงเข็มเงินออกอย่างรวดเร็วแล้วลุกขึ้นยืน เตรียมตัวที่จะเดินจากไปเงียบ ๆ
"เดี๋ยวก่อน! คุณจะไปตอนนี้ไม่ได้! ต้องรอให้คุณหมอมาถึงก่อนสิ!" เซิ่งเหยี่ยอี้ที่ยืนสังเกตการณ์การรักษาอยู่ข้าง ๆ เห็นเธอทำท่าจะเดินหนีไปเฉย ๆ ด้วยความร้อนใจเขาจึงคว้าข้อมือของเธอไว้หมับ
เสิ่นหนานซิงถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว เธอก้มลงมองมือใหญ่คู่นั้น นิ้วเรียวยาวแข็งแรง และมีกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยมาแตะจมูก จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นสบตาเซิ่งเหยี่ยอี้ที่กำลังจ้องมองเธอเขม็งไม่ยอมวางตา
‘ตาคนนี้หน้าตาดีเสียเปล่า แต่สมองกลับใช้การไม่ได้เลยสักนิด! มองไม่เห็นหรืออย่างไรว่าคุณป้าน่ะพ้นขีดอันตรายแล้ว?’
เซิ่งเหยี่ยอี้กังวลว่าหากปล่อยเธอไปแล้วป้าต่งจะเกิดอาการทรุดลงอีกครั้ง เขาจึงตั้งใจรั้งตัวเธอไว้ ทั้งสองคนยืนประจันหน้ากันอยู่ครู่หนึ่งโดยไม่มีใครยอมใคร
"นั่นไงคะ หมอมาแล้ว!" เสิ่นหนานซิงเชิดคางไปทางทิศที่เสี่ยวหูหยาพาหมอวิ่งมา แล้วอาศัยจังหวะที่เขาเผลอสะบัดมือออกจากการเกาะกุมอย่างง่ายดาย
"ซี้ด... แรงเยอะไม่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย"
เซิ่งเหยี่ยอี้เงยหน้าขึ้นมองเห็นเสี่ยวหูหยาพาคุณหมอมาถึงที่เกิดเหตุแล้ว เขาจึงไม่ได้ให้ความสนใจกับเสิ่นหนานซิงอีกต่อไป
เสิ่นหนานซิงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ร่างกายนี้ยังอ่อนแอเกินไปจริง ๆ ถ้าเป็เมื่อก่อนละก็ มือของตาคนนี้คงถูกเธอสั่งสอนจนพิการไปแล้ว!
เธอต้องรีบฝึกฝนวิชาห้าสรรพสัตว์ แปดกระบวนท่า*[1]ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในฐานะหมอ หากไม่มีร่างกายที่แข็งแรงกำยำเป็พื้นฐานแล้ว ใครเขาจะมาเชื่อถือในฝีมือการรักษาของเธอกัน?
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรีบกลับบ้าน เสิ่นหนานซิงจึงเดินเลี่ยงออกจากจุดเกิดเหตุโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมองอีก
ส่วนคุณป้าที่ยังนอนพักอยู่นั้น ถูกเซิ่งเหยี่ยอี้และเสี่ยวหูหยาช่วยกันยกขึ้นเปลสนามเพื่อหามส่งโรงพยาบาลทันที
คุณหมอที่ตรวจอาการของคุณป้าพบว่าเธอมีภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันอันเนื่องมาจากความดันโลหิตสูง แต่เพราะได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกวิธีและทันท่วงทีจากเสิ่นหนานซิง คุณป้าจึงไม่ได้มีอาการแทรกซ้อนที่รุนแรง
"ลูกชาย! พวกเราต้องหาทางไปขอบคุณสหายทั้งสองคนนั้นให้ได้เลยนะ! ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขา แม่คงไม่มีชีวิตรอดมาคุยกับแกแบบนี้หรอก! แล้วก็แม่หนูคนสวยที่มาช่วยแม่ไว้ด้วย ไปสอบถามดูหน่อยสิว่าเธอเป็ใคร แม่อยากจะขอบคุณเธอให้ดี ๆ"
ป้าต่งเพิ่งจะย้ายมาอยู่กับลูกชาย ไม่คิดเลยว่าเพียงวันแรกที่ก้าวเท้าเข้าเมืองจะเกือบต้องมาจบชีวิตลงเสียแล้ว
"สหายครับ! ขอบคุณพวกคุณมากจริง ๆ ครับ! เป็บุญคุณที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยายได้หมด!"
หลี่ลู่เพิ่งถูกย้ายมาประจำการที่บริษัทสมุนไพรในตัวเมือง วันแรกที่มาถึงอำเภอเฉิงเติง แม่ของเขาก็ขอออกไปซื้อของใช้จำเป็ ไม่คาดคิดเลยว่าจะเกิดอาการเจ็บป่วยกะทันหันแบบนี้
"พวกเราเป็ตำรวจประชาชน การรับใช้และช่วยเหลือประชาชนเป็หน้าที่ที่ควรทำอยู่แล้วครับ! อีกอย่าง คนที่ช่วยคุณป้าไว้จริง ๆ คือแม่หนูคนนั้นต่างหาก พวกเราสองคนแค่ช่วยอำนวยความสะดวกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น"
เสี่ยวหูหยาเกาหัวแก้เก้อ เขาดูจะไม่ค่อยคุ้นชินกับการถูกกล่าวขอบคุณอย่างเป็ทางการเช่นนี้ จนใบหน้าเริ่มขึ้นสีแดงก่ำ
"สหายครับ แล้วแม่หนูคนที่เข้ามาช่วยน่ะ พวกคุณรู้จักเธอไหมครับ? แม่กำชับผมนักหนาว่าต้องไปขอบคุณเธอให้ได้ แต่ผมเองก็จำรูปพรรณสัณฐานของเธอไม่ได้เลย!"
"แม่หนูคนนั้นแค่บังเอิญผ่านมาพอดีครับ พวกเราเองก็ไม่รู้จักเหมือนกัน" เสี่ยวหูหยาส่ายหน้า แม้เขาจะเคยเจอผู้หญิงคนนั้นมาแล้วสองครั้ง แต่ก็ยืนยันได้ว่าไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของเธอเลย
หลี่ลู่เบนสายตาไปทางเ้าหน้าที่อีกคนหนึ่ง หวังลึก ๆ ว่าจะได้รับข่าวคราวที่น่าสนใจบ้าง
ทว่าเซิ่งเหยี่ยอี้ก็เพียงแต่ส่ายหน้าปฏิเสธสั้น ๆ แสดงว่าเขาเองก็ไม่รู้จักเช่นกัน แต่สาวน้อยคนนี้ดูจะมีนิสัยแสบไม่เบาจริง ๆ ดูสายตาที่ใช้มองเขาสิ...
'จึ๊ ๆ...'
หลี่ลู่รู้สึกผิดหวังอย่างยิ่ง คำสั่งของแม่แท้ ๆ แต่กลับทำไม่ได้แบบนี้ มีหวังกลับไปโดนด่ายับแน่!
"ผมมาจากบริษัทสมุนไพร ตรงข้ามโรงพยาบาลนี่เองครับ ถ้าพวกคุณสองคนบังเอิญเจอแม่หนูคนนั้นอีกครั้ง รบกวนช่วยส่งข่าวบอกผมด้วยนะครับ! ขอบคุณล่วงหน้ามากครับ!"
หลี่ลู่แสดงความกระตือรือร้นอย่างมาก ถึงขั้นเดินตามคนทั้งคู่ไปจนถึงสถานีตำรวจและเอ่ยคำชมเชยไม่หยุดปาก จนหัวหน้าสถานีถึงกับตากระตุกด้วยความประหลาดใจ
พวกเ้าตัวแสบประจำสถานีเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ หรือเนี่ย? รู้จักออกไปสร้างวีรกรรมช่วยเหลือผู้อื่นกับเขาแล้วรึ?! นี่มันเื่มหัศจรรย์ยิ่งกว่าพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกเสียอีก!
ในขณะเดียวกัน เ้าหน้าที่ผู้ทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทนอย่างเสิ่นหนานซิง ก็ได้ก้าวพ้นเขตเมืองมาจนถึงทางเข้าหมู่บ้านแล้ว การถูกขัดจังหวะด้วยเหตุการณ์ฉุกเฉินทำให้ตอนนี้ดวงตะวันกำลังจะลาลับขอบฟ้า
เมื่อทอดสายตามองไปยังหมู่บ้านหยวนไห่ที่ตั้งอยู่ใกล้แค่เอื้อม หัวใจของเสิ่นหนานซิงก็พลันเกิดแรงสั่นะเืบางอย่าง ราวกับว่าหมู่บ้านแห่งนี้กำลังดึงดูดิญญาของเธอกลับไปสู่จุดเริ่มต้น
ในชาติที่แล้ว ชีวิตของเธอไม่เคยมีโอกาสได้ก้าวพ้นจากที่แห่งนี้เลย เื่ราวต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในหมู่บ้านนี้ยังคงฝังรากลึกและแจ่มชัดในใจราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันวาน
เสิ่นหนานซิงยกมือขึ้นลูบาแที่ศีรษะเบา ๆ การกลับบ้านคราวนี้จะให้เื่จบลงเงียบ ๆ โดยไม่สร้างกระแสข่าวลือขึ้นมาเลยนั้นย่อมไม่ใช่สไตล์ของเธอ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกกำลังใจ ก่อนจะก้าวย่างเข้าไปในหมู่บ้านด้วยมาดนิ่งขรึม
ตอนนี้เป็เวลาที่ชาวบ้านพลุกพล่านที่สุด เพราะเป็่ที่ทุกคนเสร็จสิ้นจากการทำงานในทุ่งนาแต่ยังไม่ถึงเวลาตั้งโต๊ะอาหารเย็น ทุกคนจึงมักจะออกมานั่งจับกลุ่มพักผ่อนพูดคุยกันที่หน้าบ้าน ซึ่งเื่ซุบซิบนินทาทั้งหมดในหมู่บ้านก็มักจะถูกร้อยเรียงขึ้นใน่เวลานี้เอง
เสิ่นหนานซิงรู้สึกว่าโชคกำลังเข้าข้างเธออย่างที่สุด เพราะเพียงแค่เดินถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน เธอก็ได้พบกับ 'แหล่งกระจายข่าว' ชั้นยอดทันที! นั่นคือป้าชุนฮวา ศัตรูคู่อาฆาตตลอดกาลของหลิวผิงนั่นเอง
ว่ากันว่าทั้งสองคนเป็คู่แข่งที่ฟาดฟันกันมาั้แ่สมัยยังเป็สาวแรกรุ่น และโชคชะตายังแกล้งให้ต้องมาแต่งงานเข้าอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันอีก
สมัยสาว ๆ ก็แข่งกันสวย แข่งกันงาม พอแต่งงานก็แข่งกันอวดสามี พอมีลูกก็ต้องมาแข่งกันเื่ความสำเร็จของลูก และใน่หลายปีหลังมานี้ สิ่งที่ทั้งสองฟาดฟันกันหนักที่สุดก็คือเื่งานแต่งงานของลูก ๆ
จำได้ว่าในชาติก่อน ป้าชุนฮวาเป็ฝ่ายมีชัยอย่างท่วมท้นแทบทุกเื่ มีเพียงเื่งานแต่งของลูกเท่านั้นที่เธอต้องพ่ายแพ้ให้แก่หลิวผิงไปอย่างเฉียดฉิว
ป้าชุนฮวารู้ลึกรู้จริงเื่ส่วนตัวของหลิวผิงแทบทุกอย่าง ั้แ่เื่ที่หลิวผิงเคยปัสสาวะราดผ้าอ้อมตอนยังเป็ทารก ไปจนถึงเื่ที่เธอแอบหมายปองใคร หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานภายในครอบครัว
โบราณว่าไว้... 'คนที่รู้จักตัวตนของคุณดีที่สุดอาจไม่ใช่คนในครอบครัว แต่คือศัตรูของคุณนั่นเอง' ป้าชุนฮวาเป็คนรักความยุติธรรมในแบบของตัวเอง แต่เธอก็ขึ้นชื่อเื่ปากสว่างหาใครเทียบไม่ได้เช่นกัน
ดังนั้นเสิ่นหนานซิงจึงตัดสินใจที่จะใช้ประโยชน์จาก 'ปาก' ของป้าคนนี้ให้เป็ประโยชน์ที่สุด
เธอคำนวณไว้แล้วว่าเมื่อป้าชุนฮวาเห็นเธอ เธอต้องแสร้งทำเป็หลบตาและเตรียมตัวเดินเลี่ยงกลับบ้านไปตามแนวรั้วอย่างเงียบเชียบที่สุด
เพราะยิ่งทำตัวมีลับลมคมใน ยิ่งแสดงออกว่ามีความนัยบางอย่างซ่อนอยู่ และพวกบรรดาคุณป้าทั้งหลายน่ะ มีดวงตาที่แหลมคมประดุจเหยี่ยวกันทุกคน!
เสิ่นหนานซิงมั่นใจว่าป้าชุนฮวาจะไม่ยอมปล่อยโอกาสทองนี้ให้หลุดลอยไปเด็ดขาด สำหรับเื่ที่จะทำลายชื่อเสียงของหลิวผิงให้ป่นปี้ ป้าชุนฮวามีความกระตือรือร้นเกินร้อยเปอร์เซ็นต์เสมอ
"ตายจริง! นั่นไม่ใช่หนูหนานซิงลูกสาวบ้านรองตระกูลเสิ่นหรอกเหรอ? โอ๊ย! แล้วนั่นหัวไปโดนอะไรมาน่ะลูก? ทำไมมันบวมปูดขนาดนี้ล่ะ? ฝีมือยัยหลิวผิงใช่ไหม?!"
"ป้าคะ... หนู..." เสิ่นหนานซิงก้มหน้าลงต่ำเล็กน้อย เธอจงใจไม่พูดอะไรออกมาและไม่เอ่ยปฏิเสธ
ในยุคสมัยที่ข่าวลือมีอำนาจเหนือสิ่งอื่นใด การเที่ยวไปวิพากษ์วิจารณ์ผู้ใหญ่ต่อหน้าคนอื่นอาจจะไม่ส่งผลดีเสมอไป เธอจึงเลือกที่จะทำตัวเป็ 'เหยื่อ' ผู้ถูกกระทำอย่างน่าเวทนา เพื่อเปิดช่องว่างให้พวกป้า ๆ จินตนาการเื่ราวต่อกันไปเอง
"โอ๊ย! ยัยหลิวผิงคนใจั์! ทำรุนแรงกับเด็กคนนี้ลงไปได้ยังไงกัน! ดูสิ... หนูหนานซิงหน้าตาสะสวยปานนี้ การทำแบบนี้มันเท่ากับเป็การตัดทางทำมาหากินของหลานสาวตัวเองชัด ๆ!"
ป้าชุนฮวารีบคว้าข้อมือเสิ่นหนานซิงมาดึงตัวให้คนอื่น ๆ ดูาแชัด ๆ พร้อมกับส่งเสียงร้องอุทานดังลั่น จนพวกป้า ๆ ที่นั่งอยู่ละแวกนั้นพากันวิ่งกรูกันเข้ามามุงดูด้วยความสนใจ
เสิ่นหนานซิงนึกอยากจะลุกขึ้นมาปรบมือชื่นชมในฝีมือการกระจายข่าวของป้าชุนฮวาเสียเหลือเกิน แต่ใบหน้าของเธอยังคงแสร้งทำเป็แสดงความกังวลและขลาดกลัว ราวกับว่าจิตใจได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจนขยับตัวไปไหนไม่ได้
"โถ... แผลลึกขนาดนี้มีหวังเป็แผลเป็ติดตัวไปจนตายแน่ ๆ! หลิวผิงนี่มันจิตใจอำมหิตผิดมนุษย์จริง ๆ!" เหล่าชาวบ้านเริ่มมองาแบนศีรษะของเสิ่นหนานซิงสลับกับวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อน
"เดิมทีเธอก็ไม่ใช่คนดีเด่มาจากไหนอยู่แล้ว ตอนนี้พวกเธอเห็นกันชัดแจ้งแล้วใช่ไหมล่ะว่าธาตุแท้เป็ยังไง?" ป้าชุนฮวาทำหน้าเหนือกว่า ราวกับว่าเธอคือผู้ที่มองทะลุปรุโปร่งถึงตัวตนของหลิวผิงมาเนิ่นนาน
"บ้านเสิ่นรองเขาก็เพิ่งจะเกิดเื่ใหญ่มาหยก ๆ แทนที่จะช่วยกันดูแล แต่หลิวผิงกลับลงมือทำร้ายหลานสาวตัวเองได้ลงคอ! จึ๊ ๆ ๆ ใจดำจริง ๆ!"
"ป้าคะ... หนูขอตัวกลับเข้าบ้านก่อนนะคะ" เสิ่นหนานซิงฉวยจังหวะที่ป้าชุนฮวากำลังพูดมันมือจนไม่ทันระวังตัว ดึงมือออกแล้วออกวิ่งหนีไปสองสามก้าวอย่างมีชั้นเชิง
"ยัยหนู! ไม่ต้องไปกลัวมันนะลูก! ป้าเนี่ยรู้จักหลิวผิงดีที่สุด! เธอก็แค่เก่งแต่กับคนที่อ่อนแอกว่าเท่านั้นแหละ พอลองเจอคนจริงเข้าหน่อยก็ขี้หดตดหายกันหมด! ฟังป้านะ... มีอะไรต้องไปจัดการมันให้เข็ดเลยนะ!"
ป้าชุนฮวาะโไล่หลังส่งท้ายตามหลังเสิ่นหนานซิงที่กำลัง 'วิ่งหนี' เข้าบ้านไปด้วยความรู้สึกสมเพชระคนห่วงใย โดยหารู้ไม่ว่าทุกอย่างคือแผนการที่ถูกวางไว้แล้ว
[1] วิชาห้าสรรพสัตว์ แปดกระบวนท่า : ภูมิปัญญาการแพทย์แผนจีนโบราณในรูปแบบของ 'กายบริหารเพื่อสุขภาพและการปรับสมดุลลมปราณ'