ตอนที่ 4 - น้องดา...ผู้พิชิตมาร
โอ๊ย..ดา...จะเป็ลม
ภาพของขวัญหลากสีสันและการ์ดลงชื่อของคนส่งที่อยู่บนโต๊ะ ทำเอาคนได้รับอยากจะเป็ลม เพราะมันมากมายก่ายกองราวๆยี่สิบกล่อง ยังมีน้ำหวานกับน้ำอัดลมแยกออกมา ้ามีริบบิ้นสีแดงสดผูกอยู่ด้วย
“ทำไมของขวัญมันเยอะแยะอย่างนี้คะ วันนี้ไม่ใช่วันเกิดของดาซักหน่อย” เอ๊ะ! รึว่าใช่? ตัวเองชักไม่แน่ใจ ไม่ใช่หรอก...ยัยดาเอ๊ย...ใครเค้าเปลี่ยนวันเกิดกันได้เล่า
“เราไปทำอะไรไว้บ้างล่ะ เมื่อวานนี้พี่ได้ยินคนเค้าลือกันทั้งโรง’บาลเลย”
พี่รัตน์หรือพันตรีหญิงหทัยรัตน์หัวหน้าพยาบาล ภรรยาของพันเอกอนุกูลผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอ่ยขึ้น
“ดาก็ไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย ก็อยู่ดูแลพี่ราชทั้งวันเลย อย่าบอกนะว่า...ว่าเกี่ยวกับพี่ราช” ณธิดาหยิบการ์ดใบหนึ่งขึ้นมาดู
“ขอบคุณน้องดา (ผู้พิชิตมาร) มากที่ช่วยพี่ไว้เมื่อวานนี้ ถ้าไม่มีน้องดาป่านนี้พี่คงตกงานไปแล้ว และนี่คือของขวัญตอบแทนเล็กๆน้อยๆแทนคำขอบคุณ พี่หวังว่าน้องดาจะชอบ ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกนะ พี่กิตติ (หัวหน้าพ่อครัว)”
ณธิดาดึงกระดาษที่แนบมาในซองจดหมาย เป็ตั๋วหนังสองใบ...อันนี้โดนใจน้องดาเลย เราจะชวนใครไปดูหนังด้วยดีล่ะ?
สาวน้อยอ่านชื่อของคนที่ส่งมาบนการ์ดมีเกือบจะทุกแผนก แล้วก็จากหมอพยาบาล แม่บ้าน แต่ของขวัญกล่องใหญ่ที่สุดส่งมาแผนกจักษุ เธอไม่แปลกใจเลย เพราะพันเอกราชไพศาลต้องรับการตรวจจากแผนกนี้ทุกสองอาทิตย์ และถือว่ามี “ความเสี่ยง” ที่จะไปขัดใจผู้พันหนุ่มมากกว่าแผนกอื่นๆ
หญิงสาวไม่เข้าใจเลยว่าทำไมทุกคนถึงได้หวาดกลัว “พี่ราช” ของเธอมากขนาดนี้
“ทำไมคนเค้าถึงได้กลัวพี่ราชกันมากขนาดนี้ด้วยคะ พี่รัตน์”
“คงจะเป็ที่บุคลิกของผู้พันราชที่ถือตัวแล้วก็ท่าทางดุด้วย ที่สำคัญน่าจะกลัวคุณพ่อเค้ามากกว่า เพราะหมอ พยาบาล และลูกจ้างที่ทำงานให้กับโรงพยาบาลค่าย ทุกคนที่มียศน่ะนะ ขึ้นกับกองทัพบก แล้วก็มีผู้บังคับบัญชาสูงสุดก็คือผบ.ทบ (ผอบอ ทอบอ) ส่วนคนที่เป็ลูกจ้างทั่วไปก็คงจะกลัวตกงานมากกว่า เหมือนหัวหน้าพ่อครัวที่น้องดาไปช่วยไว้ไงล่ะ” พันตรีหญิงหทัยรัตน์อธิบายเหตุผลให้หญิงสาวที่ตอนนี้ได้ฉายา “น้องดาผู้พิชิตมาร” ให้เข้าใจ
“ถ้าอย่างนี้ถือว่าเป็การใช้อำนาจที่ผิดรึเปล่าคะ?”
“ผู้พันราชกับคุณพ่อถึงจะมีตำแหน่งใหญ่โตแต่ก็เป็คนมีเหตุผลนะ ไม่ได้ตัดสินอะไรด้วยอารมณ์ แล้วพี่ก็ไม่เคยได้ข่าวว่าไล่ใครออกเลยนี่นา คนเค้าแค่กลัวกันไปเองน่ะ น้องดาไม่ต้องคิดมากหรอก”
“ดาเลยได้ฉายา ‘น้องดาผู้พิชิตมาร’ ฟังแล้วอย่างกะหนังจีนเลย” หญิงสาวไม่แน่ใจว่าควรจะภูมิใจกับฉายาที่เพิ่งได้รับหรือไม่
เช้าวันถัดมา ณ โรงพยาบาลค่ายทหาร
“อรุณสวัสดิ์ครับ น้องดาผู้พิชิตมาร พี่ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ นี่น้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ พี่ซื้อมาจากตลาดในเมือง เ้านี้อร่อยที่สุด” หนึ่งในบรรดาทหารยามที่ดูแลพันเอกราชไพศาลทักทายสาวน้อยพร้อมกับยื่นถุงพลาสติกให้เธอ
ไม่ใช่แค่คนเดียวที่มาทักทายแถมเอาขนมมาติดสินบน...อ้อ...สินน้ำใจ สายตาทุกคู่มองมายังเธออย่างชื่นชม ราวกับณธิดาเป็กุลสตรีหญิงที่เพิ่งจะไปออกรบแล้วชนะศึกกลับมา เธอทำตัวไม่ถูกเลยจริงๆ คิดแล้วก็โมโหผู้พันหนุ่มคนนั้นที่ตอนนี้กลายเป็ “มาร” ไปแล้ว...เพราะเขาคนเดียว
ณธิดาเดินสวนกับร้อยเอกหญิงสุชาดาหรือพี่สุ ที่เพิ่งไปตรวจดูความเรียบร้อยของผู้พันราช เพราะถึงเธอจะดูแลผู้พันหนุ่ม แต่ผู้กองสุก็ยังทำหน้าที่พยาบาลประจำตัวของเขาต่อไป
“น้องดาผู้พิชิตมาร หอบอะไรมาเยอะแยะเลย” พยาบาลสาวเอ่ยทัก
“โอ๊ย...พี่สุ ขอล่ะ...อย่าเรียกดาอย่างนั้นเลยค่ะ ั้แ่มาถึงโรงบาลก็มีคนนั้น คนนี้เอาของมาให้แล้วยังฝากเนื้อฝากตัวอีก ดาทำตัวไม่ถูกเลยค่ะ” สาวน้อยโอดครวญ ผู้กองสาวหัวเราะ พร้อมกับส่ายหน้าแล้วเดินจากไป
เมื่อเดินไปถึงห้องพักของผู้พันสุดหล่อ ณธิดาวางของมากมายที่หอบมาลงบนโต๊ะ ผู้พันราชได้ยินเสียงยวบยาบของถุงพลาสติกหลายใบ ก็อดสงสัยไม่ได้
“ซื้ออะไรมาเยอะแยะเลยน้องดา” ผู้พันหนุ่มเอ่ยถาม
“ไม่ได้ซื้อค่ะของฟรี มีคนเค้าเอามาติดสินบน” หญิงสาวตอบพลางเทน้ำเต้าหู้ใส่ในแก้วสองใบบนโต๊ะอาหาร จากนั้นก็จัดแจงเอาปาท่องโก๋ใส่จาน
“เป็เด็กเป็เล็กไปรับสินบนคนอื่นได้ไง นี่มันเกี่ยวกับฉายาของน้องดาที่คนเค้าตั้งให้รึเปล่า?”
“พี่ราชรู้เื่นี้ด้วยเหรอคะ?”
“พี่ถึงจะตามองไม่เห็นแต่หูไม่ได้หนวกนะ แถมเป็ข่าวใหญ่ที่สุดของโรงพยาบาลด้วย ดังกว่าตอนคุณพ่อพี่มาเยี่ยมซะอีก คนเขาคงคิดว่าถ้าทำให้พี่ไม่พอใจจะได้ให้น้องดาช่วยพูดให้ ไม่รู้จะทำให้มันวุ่นวายเด็กไปทำไม” ประโยคหลังพึมพำกับตนเอง
“โอ้โห! ถึงขนาดนั้นเลย” น้ำเสียงติดตลก “พี่ราชก็อย่าให้คนเค้ากลัวมากนักสิคะ ดุให้น้อยๆหน่อย ยิ้มให้มากๆด้วย” หญิงสาวได้โอกาสสั่งสอนคนตัวโต
“ถึงพี่ไม่ดุ คนเค้าก็กลัวคุณพ่อพี่อยู่ดี คนเรามันเลือกเกิดได้ที่ไหนกัน แล้วอีกอย่างพี่จะรู้ได้ยังไงว่าจะได้เกิดเป็ลูกชายผอบอ” (ผบ.ทบ - ผู้บัญชาการทหารบก)
เออ...มันก็จริงแฮะ ณธิดาเริ่มคล้อยตามลูกผอบอ
“ไม่รู้ล่ะ วุ่นวายจังเลย” คนตัวเล็กบ่นอุบอิบ
“เราก็คิดแง่ดีสิว่าต่อไปนี้จะไม่มีใครกล้ารังแก แล้วก็ได้กินขนมฟรีไง” ผู้พันราชเอาของกินมาล่อ ซึ่งก็ได้ผล เพราะอีกฝ่ายพอได้ยินคำว่า “ขนมฟรี” เธอถึงกับหูผึ่งทีเดียว อันนี้มันก็จริง เธอเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์เลย
งั้นช่างมันก็ได้ใครอยากจะทำอะไรก็ตามใจเขาละกัน เธอคิดกับตัวเองอย่างปลงๆ
สายของวันเดียวกันนั้นเอง อยู่ๆประตูห้องก็เปิดเข้ามาก่อนที่เ้าของห้องจะอนุญาต พันเอกราชไพศาลรู้ทันทีว่าเป็ใครเพราะมีอยู่คนเดียว
“นายราช...เพื่อนรักมาเยี่ยมมีอะไรให้ทานบ้าง กระผมหิวจน...” พันเอกกล้าณรงค์เอ่ยขึ้น แต่ก็หยุดกลางคันเพราะสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มนั่งอยู่ข้างๆเพื่อนเกลอ
ไม่ได้มาเยี่ยมนายราชแค่สองอาทิตย์ หมอนี่หาแฟนได้แล้วเหรอ?
เท่าที่จำได้เพื่อนของเขาไม่ชอบเด็ก อย่างผู้พันราชต้องได้แฟนที่สวย หุ่นเซ็กซี่ หน้าอกอวบอั๋น แต่ว่าเพื่อนรักก็ดูดีกว่าครั้งสุดท้ายที่เขามาเยี่ยม จะเป็เพราะสาวน้อยคนนี้หรือเปล่า?
“นายจะไม่แนะนำให้เพื่อนรู้จักเหรอว่าสาวน้อยคนนี้คือใคร”
“ไม่มีใครอยากจะรู้จักนายหรอก โดยเฉพาะสาวๆน่ะ” เ้าของห้องบอก
“พูดนี่ปากหรือกรรไกร แล้วก็ไม่จริงโว้ย หน้าตาอย่างฉันไปไหนสาวๆติดตรึม ไม่เหมือนนายหรอก” หลอกได้แต่เด็ก อันนี้คิดในใจเพราะเกรงใจสาวน้อย
“ตกลงนายมาเยี่ยมฉัน หรือมาชวนทะเลาะ แล้วมาถึงก็...” ณธิดาเห็นท่าว่าสองคนคงไม่หยุดกัด...อ้อ...ทะเลาะกันแน่ๆ จึงพูดตัดบทออกไปก่อนที่เื่มันจะยาว เธอเอ่ยแนะนำตัว พร้อมกับยกมือไหว้เพื่อนของผู้พันราช
“สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อณธิดา เรียกดาเฉยๆก็ได้ ดิฉันเป็อาสาสมัครของโรงพยาบาลมาช่วยดูแลผู้พันราชค่ะ”
“น้องดา ที่มีฉายาว่า น้องดาผู้พิชิตมาร รึเปล่าครับ? พี่ได้ยินคนพูดกันทั้งโรงบาล แล้วก็ไม่แปลกใจเลยว่าเพื่อนพี่ก็คือมารดีๆนี่เอง”
ตกลงมันเป็เพื่อนสนิทของฉันหรือเปล่า? ยังไม่ช่วย แถมยังทำให้แย่ไปใหญ่ ผู้พันราชคิดในใจ
“กระผม...พันเอก...กล้าณรงค์...เปี่ยมโยธิน...ครับผม” ผู้พันกล้าแนะนำตนเองเสียงดังฟังชัดเหมือนกับลูกเสือสามัญ “พี่เป็เพื่อนสนิทของนายราช น้องดาเรียกพี่ว่า พี่กล้าก็ได้”
ผู้พันกล้าคิดว่าเพื่อนรักช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้สาวน้อยหน้าตาน่ารัก มารยาทงามคอยดูแล ขนาดหมอนี่ตาบอดยังหาผู้หญิงหน้าตาดีได้ขนาดนี้ ส่วนคนตาดีอย่างเขายังหาไม่ได้สักคน คิดแล้วก็อิจฉาเพื่อนเกลอ
“ที่โรงพยาบาลยังมีอาสาสมัครสาวๆพอจะว่างดูแลพี่ไหมครับ? คือ...วันนี้พี่รู้สึกไม่ค่อยสบายต้องนอนโรงบาล ้าคนดูแลด่วนเลย” พอผู้พันราชได้ยินก็คันไม้คันมืออยากจะลุกขึ้นไปเตะมันสักที แต่ก็เกรงใจคนดูแลประจำตัว
ณธิดาหัวเราะให้กับความทะเล้นของผู้พันกล้า “พี่กล้าจะอยู่ที่นี่อีกซักชั่วโมงไหมคะ?” สาวน้อยเอ่ยถามผู้พันกล้า เพราะเธอต้องดูแลอาหารกลางวันของผู้พันราช“น้องดามีอะไรเหรอ?”
“ดาอยากจะฝากดูแลพี่ราชซักชั่วโมง ดาจะไปทำกับข้าวค่ะ”
“นายราช...นายให้น้องดาดูแลยังไม่พอแล้วนี่ต้องทำกับข้าวด้วยเหรอ? ว่าแต่ทำเป็แน่นะ” ผู้พันกล้าถามด้วยความเป็ห่วงเพราะรู้ว่าเพื่อนของเขาเื่มากเื่อาหาร และถ้ารสชาติไม่ถูกใจ คนทำอาจจะชะตาขาดก็ได้
“ทำเป็ค่ะแล้วก็อร่อยด้วย ถ้าไม่อร่อยพี่ราชก็ทานไม่ได้สิคะ” เธอรู้ว่ามาตรฐานฝีมือทำอาหารของเธอดีพอที่จะให้ผู้พันราชรับประทานได้ เพราะได้พิสูจน์มาแล้วจนได้ฉายา “น้องดา ผู้พิชิตมาร”
“น้องดาไปเถอะเดี๋ยวพี่ดูแลนายราชให้...อย่างดีเยี่ยม...ยอ หอ อย่าห่วง” ผู้พันกล้าเอ่ยติดตลก
เมื่อณธิดาออกไปจากห้องแล้วผู้พันกล้าไม่รอช้า สอบปากคำเพื่อนรักทันที
“นายเปลี่ยนรสนิยมเื่ผู้หญิง ไปชอบเด็กั้แ่เมื่อไหร่” เขาข้องใจ เพราะอดีตแฟนๆของผู้พันราชไม่ “เด็ก” สักคน
“พูดอย่างงี้ได้ไง? น้องดาเสียหายหมด”
“คนอย่างนายถ้าไม่ชอบแล้วจะให้ผู้หญิงคนไหนมาอยู่ใกล้ๆเหรอ แล้วถ้านายอยากจะได้คนดูแลจริงๆ คงจ้างพยาบาลไปแล้ว ไม่รบกวนอาสาสมัครหรอก” ข้อนี้ผู้พันกล้าทราบดีเพราะความถือตัวและฟอร์มจัดของเพื่อนรัก ที่จะไม่ลดตัวไปคบกับคนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าเด็ดขาด
ผู้พันราชเบื่อคนรู้ทัน เขาจึงเล่าประวัติอย่างย่อของณธิดาให้เพื่อนรักฟัง
“ไม่น่าล่ะ นายถึงได้ชอบน้องดา เป็ถึงนักเรียนนอกนี่เอง แถมคุณพ่อเป็นายพัน พี่สาวเป็ผู้กอง”
“ฉันไม่ได้ชอบน้องดาซักหน่อย แล้วฉันก็ไม่สนใจเื่ฐานะอีกแล้ว คนเราจะดีจะชั่วมันไม่ได้อยู่ที่ฐานะโว้ย” เบื่อพวกไม่ได้คิดอะไรแล้วทำไมหน้ามันแดงอย่างนี้...ไม่สนใจฐานะเหรอ เขาไม่อยากเชื่อ แต่พอเห็นท่าทางของอีกฝ่ายทำหน้าจริงจังก็คงจะจริง
ผู้พันกล้าได้แต่สงสัยว่า...ทำไมเพื่อนของเขาถึงเปลี่ยนไปรวดเร็วเช่นนี้ และก็ดูผ่อนคลายเหมือนคนไม่ทุกข์ร้อน เห็นอย่างนี้แล้วเขาก็ดีใจที่เพื่อนรักมีคนดีๆมาดูแลตอนนี้เขาเชื่อแล้วว่าผู้พันราชตกหลุมรักสาวน้อยคนดูแลประจำตัวไปเรียบร้อยแล้ว อะไรจะไวอย่างกับจรวด แถมณธิดายังได้ฉายาพิชิตมารเพราะปราบเพื่อนรักเขาได้นี่ก็แสดงว่าไม่ธรรมดา แล้วหมอนี่ยังจะปฏิเสธท่าเดียวว่าไม่ได้คิดอะไรกับอีกฝ่าย...เดี๋ยวเถอะ...เดี๋ยวผู้พันกล้าจีบซะเลย
“ไม่ได้ชอบน้องเค้าก็ดี เดี๋ยวฉันจีบน้องดาละกัน”
“ไม่ได้!”
หนอย...เ้าเพื่อนคนนี้ บอกไม่ได้คิดอะไรแล้วก็ไม่ยอมให้คนอื่นจีบ ฉันล่ะเบื่อพวกปากไม่ตรงกับใจ เดี๋ยวจะแกล้งจีบน้องดายั่วโมโหหมอนี่...จนฟอร์มหลุดดีไหม?
ณธิดาหอบหิ้วอาหารกลางวันที่ทำมาจากบ้าน กำลังจะเอาไปส่งให้ผู้พันราช ขณะที่เดินผ่านร้านข้าวแกงข้างโรงพยาบาลก็ได้ยินเสียงคุยกันของพลทหาร
“เฮ้ย! นั่นใครวะ ผู้หญิงตัวเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มคนนั้นน่ะ” พลทหารทั้งคู่กำลังจ้องมองมาที่เธอ ณธิดาเสมองที่พื้นเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว
“คนนั้นเหรอ อ๋อ...น้องดาอาสาสมัครโรงบาล แกนี่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงซะแล้วเ้าเก่ง น้องเข้าอยู่บนหิ้งโว้ย จีบไม่ได้...เด็ดขาด!” อีกคนห้ามปราม
“ทำไมถึงจีบไม่ได้ ฉันเป็ใคร...ฉัน...เก่ง แล้วก็จีบสาวเก่งสมชื่อโว้ย ทั้งสาวโรงงาน มัธยม มหาลัย แม่ม่าย นี่ก็จีบติดมาแล้ว สาวไหนๆ...เก่งจีบ...ไม่เลือก” พลทหารจอมโม้สาธยายความเก่งกล้าในการจีบสาวของตนเองให้เพื่อนฟัง
“ไม่เลือกแน่นะ...งั้นฉันขอท้า พอแกรู้ว่าเธอเป็เด็กใคร แล้วยังจะกล้าอยู่รึเปล่า”
“กล้าอยู่แล้วโว้ย...ตกลงเด็กใครวะ?”
“เด็กผู้พันราชโว้ย เมื่อวันก่อนผู้พันราชโดนน้องดาปราบเสียอยู่หมัดเลย นี่แกตกข่าวอย่างแรง คนทั้งโรงพยาบาลเค้าลือกันให้แซด”
“พูดจริง?”
“จริงโว้ย...น้องดาคนนี้แหละ ฉายาน้องดาผู้พิชิตมาร...ไง...ยังจะเดินหน้าจีบรึเปล่า?”
“ไม่แล้วครับผม ผมกลัวแล้ว...ผมไม่อยากอายุสั้น” คนรักตัวกลัวตายพูดพลางทำหน้าขยาด
ณธิดาจึงได้สองฉายาในเวลาเดียวกัน “น้องดาผู้พิชิตมาร” และ “เด็กผู้พันราช” สาวน้อยชอบอย่างหลังมากกว่า เพราะฟังดูแล้วมันจักจี้หัวใจ ถ้าผู้พันราชได้ยินเขาจะคิดอย่างไรหนอ? เธออยากรู้จริง
แต่...เดี๋ยวก่อน ผู้กองสุ...สุดสวยบอกว่า เขา...ไม่ชอบ “เด็ก” งานนี้ความหวังของณธิดาแทบจะไม่มี
เมื่อเดินมาถึงห้อง 304 ของพันเอกราชไพศาล ณธิดาจัดแจงเอากับข้าวที่ทำเสร็จใส่จาน แล้วก็ตั้งโต๊ะให้สองผู้พัน
“ให้พี่ช่วยไหมน้องดา?” ผู้พันกล้าอาสา
“นายกล้า นายจะกลับแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วเจอกันนะ” เ้าของห้องได้ทีก็ไล่เพื่อนรักอย่างเนียนที่สุดเท่าที่จะคิดได้
“ผู้พันราชไม่ต้องไล่กระผมหรอกครับ ลาภปากอย่างงี้หากันไม่ได้ง่ายๆ...เพราะฉะนั้น...กระผม...ไม่กลับแน่นอน ต่อให้เอาช้างมาฉุดกระผมก็ไม่ไปขอรับ”
“ไม่ไปแน่นะ?” ผู้พันราชลุกจากที่นั่งแล้วจับแขนอีกคนให้ลุกขึ้น ก่อนทำท่าง้างขาเตะ
“เลิกเล่นกันได้แล้วค่ะ มาทานข้าวกัน” แม่ครัวตัวน้อยหัวเราะเบาๆ ส่ายหน้าอย่างเอือมระอากับสองหนุ่ม...นายพัน อายุก็ไม่น้อยแล้วยังเล่นเหมือนเด็ก
“มาค่ะ พี่ราช” พูดพลางจับแขนอีกฝ่ายให้นั่งลงบนเก้าอี้ เสร็จแล้วก็วางผ้ากันเปื้อนบนหน้าตักของผู้พันหนุ่ม พร้อมทั้งแจกแจงรายการอาหารบนโต๊ะแล้วจับมือข้างหนึ่งของเขาแตะจานอาหารแต่ละอย่างว่าอยู่ตรงตำแหน่งไหน
ผู้พันกล้ายืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ แล้วก็ทึ่งในการเอาใจใส่ดูแลของหญิงสาวที่มีต่อเพื่อนรัก เธอไม่ได้รังเกียจคนตาบอดแม้แต่น้อย อายุแค่นี้น้ำใจประเสริฐนัก ถือเป็โชคดีของเพื่อนเกลอแล้ว เพราะณธิดานั้นนับว่าเป็ผู้หญิงที่ผู้ชายอยากจะได้มาเป็แม่ศรีเรือน
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่สวยเท่าปริศนาอดีตคู่หมั้นของพันเอกราชไพศาลก็ตาม แต่เธอก็ถือว่าหน้าตาดี นิสัยร่าเริง พูดจาอ่อนหวาน มารยาทงาม ใครเห็นก็อยากอยู่ใกล้ บ้านไหนๆก็อยากจะได้เป็ลูกสะใภ้
เอ...สองคนนี้เหมือนอะไรหนอ?
อ๋อ! นึกออกแล้ว “โฉมงามกับเ้าชายอสูร”
เพียงแต่เพื่อนของเขาเป็อสูรในคราบของเทพบุตร ที่วันดีคืนดีก็แปลงร่างให้คนที่อยู่ใกล้ต่างก็หวาดกลัวจนหัวหดไปหมด อย่างวันที่ผู้พันราชไม่พอใจเื่อาหารของโรงพยาบาลที่เขาแอบได้ยินคนพูดกัน
“วันนี้ดาทำอาหารจานโปรดของพี่ราชทั้งนั้นเลยค่ะ แกงส้มชะอมกุ้ง ผัดผักรวมมิตร ตำยำทะเล แล้วก็ปูผัดผงกะหรี่” ณธิดาโชคดีที่มีแม่ครัวของพันเอกอนุกูลผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็ลูกมือ จึงทำกับข้าวหลายอย่างเสร็จในเวลาเพียงชั่วโมง
ผู้พันกล้าเห็นทั้งคู่สวีทกันเหลือหลายก็อิจฉาเพื่อนรักจนเืขึ้นหน้าสบโอกาสเป็ กอ ขอ คอ ก้างขวางคอให้มันโมโหเล่น
“น้องดาครับ ของโปรดพี่ก็มีขนมจีนน้ำพริก แกงป่าไก่ แกงส้ม...”
“ไม่ต้องพูดมาก! อยากกินก็กินเงียบๆ! ไม่กินก็กลับไป!” ผู้พันราชรำคาญที่มีคนคอยขัดจังหวะ
“โอ้โห! ลูกเต้าเหล่าใครเนี่ยพูดจาไม่เพราะเลย น้องดาดูสิครับ” อีกฝ่ายได้ที ถือโอกาสฟ้อง
“คุณพ่อผมชื่อ...” คนพูดไม่เพราะเล่นตามน้ำ
“นั่นสิคะ พี่ราชทำไมพูดไม่เพราะเลย พี่กล้าอุตส่าห์มาเยี่ยม ทานข้าวกันเถอะค่ะเดี๋ยวกับข้าวเย็นหมด” ณธิดาหันไปพูดกับผู้พันกล้า ส่วนผู้พันราชหันหน้าไปหาเพื่อนแล้วทำปากมุบมิบเป็เชิงว่า “ฝากไว้ก่อนเถอะ”
“น้องดา มาเมืองไทยตั้งสามเดือน อย่างนี้แฟนคงคิดถึงแย่เลย”
“สามเดือน! นายหมายความว่าไง!” ผู้พันราชตกอกใถึงกับฟอร์มหลุด เมื่อรู้ว่าสาวน้อยที่ตนเองมีความรู้สึกพิเศษให้นั้น...มีเวลาอยู่ดูแลตนเองไม่นานอย่าบอกนะว่าเพื่อนเขาไม่รู้ว่า “น้องดา” จะอยู่ที่เมืองไทยแค่สามเดือน ไม่น่าเชื่อว่าเพื่อนเกลอจะ “สืบ” มาไม่หมด ฝีมือระดับผู้พันราชพลาดเื่นี้ได้อย่างไร? ส่วนตัวเขาเองเพิ่งจะไปหลอกถามผู้กองสุมาสดๆร้อนๆ เพราะรายนั้นชอบเม้าท์เื่ของชาวบ้านเป็อาชีพประจำ
ณธิดาเห็นว่าผู้พันราชอึ้งไปพักใหญ่จึงอยากจะช่วยทำให้เขารู้สึกดีขึ้น
“ดาจะอยู่ดูแลพี่ราชทุกวันตั้งสามเดือนนะคะ ใครจะไปรู้ล่ะ...ดีไม่ดี...พี่ราชอาจจะเบื่อ ทนดาได้ไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำไป” ณธิดาพูดพลางหัวเราะเบาๆ
นายจะแย่ไปกว่าเดิมรึเปล่า? ถ้าน้องดากลับไปแล้ว ฉันอดเป็ห่วงนายไม่ได้จริงๆ ผู้พันกล้าได้แต่คิด
“นั่นสิ...นายราช น้องดาจะอยู่กับนายตั้งสามเดือน แล้วถ้าน้องเค้ากลับไปแล้วนายเหงาก็โทรไปคุยกับน้องเค้าสิมันจะไปยากอะไร ถ้าทนคิดถึงไม่ไหวก็บินไปหาน้องเค้าที่นิวซีแลนด์โน่นเลย เอาฉันไปด้วยก็ได้ ฉันยินดี...แต่ขอตั๋วฟรีนะโว้ย” เพื่อนรักปลอบใจอีกแรง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง
“ว่าแต่น่ารักๆอย่างน้องดา ต้องมีแฟนแล้วแน่เลย” ผู้พันกล้าที่หวังดีกับเพื่อนรัก ถือโอกาส “สืบ” เื่ของณธิดา
ฝ่ายเพื่อนเกลอได้ยินก็หูผึ่ง แต่ทำเป็เก๊ก...ทำเป็ว่าสนใจอาหารที่อยู่ตรงหน้ามากกว่า
“ไม่มีค่ะ ดาชอบคนไทยมากกว่า”
“จริงรึเปล่าครับ? ถ้างั้นคนแถวนี้ก็มีสิทธิ์จีบ ใช่ไหมนายราช?” เพื่อนเกลอได้ทีก็ส่งสัญญาณไฟเขียวให้อีกคนว่าเดินหน้าใส่เกียร์จีบได้ไม่ต้องมีเบรค
“ไม่รู้โว้ย แล้วนายมาถามฉันทำไม?” คนไม่สนใจแต่แอบดีใจที่สาวน้อยข้างกายหัวใจยังว่าง ไม่เป็ไรเขามีเวลาตั้งสามเดือนที่จะได้ใกล้ชิดเธอ แค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว
“วันเสาร์นี้น้องดาว่างรึเปล่า?” ผู้พันกล้าเดินหน้า “แกล้ง” เพื่อนรักต่อ
แล้วแกจะมายุ่งกับ “เด็ก” ฉันทำไม ผู้พันราชได้แต่ก่นด่าเพื่อนเกลออยู่ในใจว่าเล่นอะไรไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง
“ไม่ว่างค่ะ ดามีนัดแล้ว”
ใครบังอาจมีนัดกับน้องดา อย่างนี้ต้องโดน “สั่งสอน” ผู้พันราชคาดโทษกับคนที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าเป็ใคร
“ใครเป็ผู้ชายโชคดีคนนั้นเอ่ย?” ผู้พันกล้าซักไซ้ต่อไป
ใครกันน้องดา พูดมา ผู้พันราชคำรามอยู่ในใจพลางหั่นผักในจานอย่างเอาเป็เอาตาย ราวกับว่าโมโหใครมาสักสิบชาติ
“ก็คนแถวนี้ล่ะค่ะ...”
ใคร...มันเป็ใครน้องดา? อย่างนี้ต้องจับมัน “เฉือน” อย่าให้เหลือซาก ไร้ร่องรอยและหลักฐาน ผู้พันหนุ่มคำรามอยู่ในใจ
“ดาจะพาพี่ราชไปดูหนังวันเสาร์นี้คะ” เพราะเธอเห็นสีหน้าของ “พี่ราช” ไม่สู้ดีเมื่อรู้ว่าเธอจะอยู่ดูแลเขาแค่สามเดือน พยาบาลจำเป็จึงอยากจะพาเขาไปดูหนังซึ่งเธอได้ตั๋วสองใบจากหัวหน้าพ่อครัว
ผู้พันราชถึงกับอึ้ง สงสัยว่าตัวเองได้ยินผิดรึเปล่า? ไม่ผิดแน่...มั่นอกมั่นใจในตนเองอย่างมากล้น ผู้พันหนุ่มตื่นเต้นดีอกดีใจจนเก็บความรู้สึกไม่อยู่ เพื่อนเกลอหมั่นไส้มันที่สุดเลยยั่วโมโหต่อ
“ไปดูหนังมันต้องไปกันหลายๆคนถึงจะสนุก งั้นพี่ขอไปด้วยคนนะน้องดา...นะ”
“ไม่ได้!”
เขารู้แล้วว่าเพื่อนรักต้อง “ของขึ้น” ผู้พันกล้ามีความสุขที่ได้แกล้งเพื่อนสนิท หัวเราะออกมาทันที
“นายราช นายเงียบไปเลย ฉันถามน้องดาโว้ย ไม่ได้ถามนาย”
“ถึงน้องดาให้นายไป นายก็...ไปไม่ได้! เด็ดขาด! นี่เป็คำสั่ง!” เขาสวมิญญาทหาร...ตัวจริง....เสียงจริง
ขนาดยังไม่เคยเห็นหน้าน้องดา นายยังออกอาการหวงก้างขนาดนี้ ถ้าวันไหนนายมองเห็นเหมือนเดิม สงสัยน้องดาคงไม่ได้ก้าวขาออกจากบ้านแน่ ฉันคงจะสงสารน้องดารึเปล่า ก็ชักไม่แน่ใจ ผู้พันกล้าได้แต่ปลงตกกับอาการของคนขี้หวงเกินเหตุ
“สอ...จอ...เสียใจ...ยศเราเท่ากัน นายสั่งฉันไม่ได้...เสียใจด้วยนะ” ผู้พันกล้าแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงเสียใจอย่างจริงใจ
ณธิดาเห็นว่าสองคนนี้คงจะ “เล่น” ไม่เลิก จึงพูดตัดบท
“ไว้คราวหน้าดีกว่าค่ะพี่กล้า ครั้งนี้ดาอยากจะพาพี่ราชไป “ที่ที่หนึ่ง” ก่อน แล้วก็จะพาไปดูหนังทีหลัง” ผู้พันราชดีใจเหมือนถูกหวยลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งสองงวดซ้อน ยิ้มไม่ยอมหุบจนเกือบลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองไม่ชอบ “เด็ก” และจะไม่ “กินเด็กเด็ดขาด!”
ข้อนี้เป็อันต้องยกเลิกประกาศใช้กับชีวิตของตนเองอย่าง “ถาวร” นับั้แ่บัดนี้เป็ต้นไป
p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 8.0px 0.0px; font: 18.0px Thonburi}p.p2 {margin: 0.0px 0.0px 8.0px 0.0px; font: 24.0px FreesiaUPC; min-height: 17.0px}p.p3 {margin: 5.0px 0.0px 5.0px 0.0px; text-indent: 36.0px; font: 14.0px Thonburi}span.s1 {font: 14.0px Helvetica}span.s2 {font: 14.0px 'Cordia New'}span.Apple-tab-span {white-space:pre}
พันเอกราชไพศาลภาวนาขอให้เวลาผ่านไปเร็วๆ เขาจะได้ไปออก “เดทแรก” กับแม่สาวน้อยข้างกาย ส่วนผู้พันกล้าดีใจกับเพื่อนรักที่จะได้เริ่มต้นกับผู้หญิงน้ำใจงาม มีความสามารถและมีคุณสมบัติพร้อมที่จะเป็ลูกสะใภ้ของผู้บัญชาการทหารบก