ตอนที่ 15 ภาพวาดของกู้ข่ายจือ (1)
วันที่เซียวหมิ่นหางพาฉางถิงฉางลู่ไปเยี่ยมเยียนถึงตระกูลสวี่นั้นคือวันที่สิบเดือนสาม ซึ่งห่างจากวันที่พ่อลูกสวี่ซงซานพาสวี่เฉิงอวี๋ไปขอบคุณถึงจวนเพียงสี่วันเท่านั้น
ในวันนี้สวี่ซงซานออกจากเมืองไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้วและสวี่ไท่จือก็กำลังจะไปสั่งงานที่ร้านเช่นกัน ซึ่งเซียวหมิ่นหางก็มาได้พอเหมาะพอเจาะมาก
ตอนที่สวี่ไท่จือกำลังจะออกไปนั้นเด็กรับใช้ก็เข้ามารายงานว่าคุณชายน้อยมา
ในตอนแรกสวี่ไท่จือตะลึงเล็กน้อยด้วยไม่เข้าใจนัก เพราะเวลานี้เพิ่งจะเป็นเวลาของมื้อเช้า แต่ทำไมเซียวหมิ่นหางถึงถ่อมาที่ตระกูลสวี่ของพวกเขาตอนเช้าตรู่ขนาดนี้
แต่พอคิดอีกทีตั้งแต่กลับมาจากจวนเซียวในวันนั้น แม้แต่ท่านพ่อก็พูดว่าดูเหมือนเซียวหมิ่นหางจะประทับใจเฉิงอวี๋ และภายภาคหน้าอาจจะไปมาหาสู่กันบ่อยๆ
ตอนแรกเขาไม่ได้เก็บมาใส่ใจ แต่ตอนนี้คำพูดเหล่านั้นพลันวกกลับมาในหัวของเขา
สวี่ไท่จือเดินออกไปต้อนรับด้วยตนเอง พูดไปยิ้มไปตลอดทางแล้วต้อนรับเซียวหมิ่นหางเข้าไปในห้องโถงใหญ่ตระกูลสวี่ จากนั้นก็สละที่พร้อมเชิญเซียวหมิ่นหางให้นั่งที่หัวโต๊ะ
“เมื่อครู่นี้ก็ข้าเห็นแล้วว่าฉางถิงเอาแต่กอดกล่องสีแดงยาวไว้ตลอด วันนี้คุณชายน้อยมาที่นี่เพื่อของในกล่องนี้หรือ”
สวี่ไท่จือนั้นสายตาแหลมคม ตั้งแต่เห็นเซียวหมิ่นหางที่หน้าประตูเมื่อครู่นี้เขาก็เห็นกล่องนั้นแล้ว แต่แค่ไม่ได้เปิดปากถามออกมาเท่านั้น
เมื่อทั้งสองนั่งลงแล้วเด็กรับใช้ก็ยกน้ำชาเข้ามา และหลังจากทักทายกันตามมารยาทสักพักก็เริ่มพูดคุยกันอย่างเป็นธรรมชาติ
เซียวหมิ่นหางเลิกคิ้วดังคาด จากนั้นก็พยักหน้าแล้วเรียกฉางถิง
ฉางถิงเดินเข้าไปใกล้สวี่ไท่จือ วางกล่องสีแดงในมือบนโต๊ะสี่เหลี่ยมข้างมือขวาของเขาแล้วเปิดกล่อง เผยให้เห็นม้วนภาพด้านใน
“นี่เป็นภาพวาดโบราณที่ได้มาเมื่อครึ่งปีก่อน เมื่อวานไปจัดเก็บข้าวของแล้วเห็นมัน ผนวกกับว่างไม่มีอะไรทำ จึงเอามาให้ท่านชื่นชมดูน่ะ”
เขาพูดอย่างสบายๆ ราวกับถามสวี่ไท่จือว่าวันนี้กินอะไรเป็นอาหารเช้า
แต่คิ้วของสวี่ไท่จือกลับขมวดขึ้นมาแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นกันนัก
แม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนที่เก่งกาจอะไร แต่ว่าของดีๆ ก็เห็นมาจนชินแล้ว สายตานี้ยังพอมีอยู่บ้าง
เซียวหมิ่นหางบอกว่านี่เป็นภาพวาดโบราณและได้มาเพียงครึ่งปีเท่านั้น...ถ้าเซียวหมิ่นหางยินดีซื้อกลับมา ฉะนั้นแน่นอนว่าต้องไม่ใช่สินค้าที่ถูกและไร้ค่าอย่างแน่นอน แต่ปัญหาคือภาพวาดตรงหน้านี้...
สวี่ไท่จือลังเลครั้งแล้วครั้งเล่าและฝืนยิ้มออกมา “นี่คือภาพวาดทิวทัศน์ของกู้ฉางคัง[1]กระมัง คุณชายน้อยคงใช้เงินไปไม่น้อยถึงได้ภาพวาดนี้มาใช่หรือไม่ นับเป็นมหาโชคของข้ามากที่ได้เห็นมัน”
เซียวหมิ่นหางเลิกคิ้วนิ่งๆ และไม่ตอบคำพูดของเขา
สวี่ไท่จือรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย มองเขาแล้วก็มองลงไปที่ภาพวาด แต่ก็ไม่รู้ว่ายังจะชมอะไรตรงไหนได้อีก
เซียวหมิ่นหางเหมือนจะไม่เห็นความลำบากใจและกระอักกระอ่วนของเขาก็ราวกับไม่ได้ใส่ใจอย่างไรอย่างนั้น แค่เคาะลงบนที่เท้าแขนของเก้าอี้ไท่ซือที่อยู่ด้านล่างแล้วเปล่งเสียงเอื่อยๆ ออกมา “ครั้งก่อนเห็นคุณหนูห้าประเมินเครื่องลายครามฟังดูดีมีเหตุผลมาก ไม่รู้ว่าคุณหนูห้าจะสามารถประเมินภาพวาดโบราณได้หรือไม่”
นั่นปะไร เจาะจงมาหาเฉิงอวี๋จริงๆ ด้วย
หางตาของสวี่ไท่จือกระตุกครู่หนึ่ง
เซียวหมิ่นหางเป็นคนสูงศักดิ์ การกระทำก็เปิดเผยตรงไปตรงมา เขาสนใจในตัวเฉิงอวี๋ก็ไม่ปิดบังเลยสักนิด แม้แต่ยามอยู่ต่อหน้าพี่ชายอย่างเขาก็ยังทำตัวเหมือนเดิม
สวี่ไท่จือกลอกตาไปมา หันไปเรียกเด็กรับใช้ที่อยู่นอกประตูแล้วสั่งว่า “ไปเชิญคุณหนูห้ามา”
เซียวหมิ่นหางถึงได้ยกมุมปากขึ้น หยิบถ้วยชาที่อยู่ข้างๆ มือขึ้นมาแล้วจิบชาไปสองอึกด้วยความรู้สึกพึงพอใจ
ส่วนเด็กรับใช้ก็เดินตรงไปยังเรือนในเพื่อถ่ายทอดข้อความ และตอนที่สวี่เฉิงอวี๋ได้รับข้อความนั้นนางเพิ่งกลับจากเรือนของท่านแม่มาเรือนจ้านลู่
เชิงอรรถ
^ กู้ฉางคังหรือกู้ข่ายจือ จิตรกรชื่อดังสมัยราชวงศ์จิ้น