เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น ขณะที่เ้าก้อนทั้งสองยังไม่ตื่นลืมตา หลี่เหลียนฮวา กลับตื่นมาั้แ่เช้า เพื่อออกสำรวจป่าใกล้บ้าน เพราะหลังเมื่อวานตอนที่เดินเข้าไปในป่า
เมื่อมือเธอัักับต้นไม้ เธอรับรู้สึกได้ถึงพลังงานแปลกๆ แต่เพียงชั่วครู่มันก็หายไป สิ่งนั้นมันติดค้างในใจ จนต้องขอลองดูอีกสักครั้ง เมื่อเดินเข้าไปใกล้ป่าทุกขณะ เธอลองก้มลงไปใช้มือััต้นหญ้า แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันยังคงเป็แค่เพียงหญ้าธรรมดาทั่วไป ลองเปลี่ยนไปััเป็ต้นไม้แล้วต้นเล่า ผลลัพธ์สุดท้ายก็ไม่แตกต่างกัน จนเธอเริ่มถอดใจ
เค้นยิ้มให้กับความนึกฝันไปเอง ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นเสียอีก ก่อนที่ตัดใจเดินตรงไปต้นน้ำเพื่อหาปลามาทำอาหาร ให้ตัวเองกับเ้าก้อนแป้งทั้งสองนั้นเอง ในขณะนั้นที่เธอหลับตาคิดถึงหน้าเ้าก้อนแป้ง ในขณะที่มือัักับต้นไม้อยู่นั่น เื่มหัศจรรย์ ก็เกิดขึ้นเมื่อข้อมูล สรรพคุณชื่อชนิด พิษและฤทธิ์รักษา ทั้งด้านดีแล้วด้านไม่ดีร่วมถึงวิธีการใช้ ต่างหลั่งไหลเข้ามาอยู่ในหัวเธอ
หลี่เหลียนฮวาทำได้เพียงยิ้ม และเริ่มเปลี่ยนต้นไม้อีกต้น แล้วหลับตาทำเหมือนเดิม ก็พบว่าข้อมูลต่างๆ หลั่งไหลเข้ามาสู่หัวของนางไม่ต่างกัน กับต้นไม้เมื่อครู่นี้ เพื่อความแน่ใจเธอลองทดลองจับและเปลี่ยนต้นไม้ พื้นดิน และในสถานที่ต่างๆ กันออกไป ก็ค้นพบว่าทั้งสรรพคุณ ข้อมูลทั้งหมดก็ยังปรากฏอยู่ในหัวเธอ เมื่อได้ค้นพบความสามารถใหม่ครั้งนี้ ทำให้รอยยิ้มมุมปากของหญิงสาวยิ่งกดลึกมากยิ่งขึ้น เมื่อได้ค้นพบวิธีการหาเงิน เลี้ยงดูเ้าก้อนแป้งทั้งสองเข้าให้แล้ว
ด้านสองแฝดตื่นสายกว่าปกติ อาจเพราะเมื่อคืนพวกเขาได้หลับโดยไม่ต้องมีเื่ใดๆ ให้กังวล และก่อกวน เช่นทุกที กลิ่นหอมๆ เป็ตัวปลุกพวกเขาตื่นจากหลับฝัน กลิ่นของอาหารเช้าเป็เช่นนี้เองสินะ วันนี้นับว่าเป็วันมงคลหรืออย่างไร แม่เขาจึงทำไก่ต้มสมุนไพร อย่างดี เป็มื้อเช้าได้
“ท่านแม่ท่านคงไม่ได้ไปขโมยไก่คนอื่นมาเพื่อทำให้พวกข้ากินหรอกนะ” หลี่หย่ายเชียง ถามผู้เป็แม่ในขณะเดียวกันกับที่มือน้อยๆ นั้นยังกำน่องไก่ไว้ในมือ และยังไม่ยอมกินเพราะรอพี่สาวอนุญาตเสียก่อน
“กินได้ไม่มีพิษ” คือคำพูดของ หลี่ย่าเสียน ที่กระซิบบอกกับน้องชาย เด็กชายจึงจับน่องไก่ในมือให้หมั่นและเริ่มแทะกินอย่างเอร็ดอร่อย
การกระทำขอลูกฝาแฝดทั้งสอง แน่นอนว่าอยู่ภายใต้สายตาของ หลี่เหลียนฮวา ตลอด เมื่อนางเริ่มจับสังเกตได้ ย้อนคิดถึงเื่ก่อนหน้าจึงได้พบเื่ที่น่าสนใจอยู่อย่างหนึ่ง ว่าทุกครั้งที่ลูกชายจะกินอะไร มักจะให้ผู้เป็พี่สาวดูก่อนทุกครั้งว่า สิ่งนั้นกินได้หรือไม่ เขาจึงจะยอมกินสิ่งนั้นเข้าไป ไม่แน่ว่าความสามารถที่เธอค้นพบวันนี้ คงไม่ได้มีแค่เธอเท่านั้นแล้วสินะ
เมื่อกินอิ่มแล้วฝาแฝดทั้งสองพี่น้อง จึงบอกความ้าของตนเองให้กับผู้เป็แม่ได้รับรู้ว่า วันนี้พวกเขาต้องเข้าไปในเมือง และคงจะกลับอีกที่ก็บ่ายๆ แม่ไม่ต้องรอกินข้าวเที่ยง เพราะตอนแม่มีความสามารถหาเลี้ยงตนเองได้แล้ว พวกเขาไม่ต้องค่อยเดินกลับมาบ้าน เพื่อนำน้ำอาหารมาส่งให้แม่รีดไถอีก
หลี่เหลียนฮวา ไม่รู้จะรู้สึกอย่างไรกับคำเอ่ยชื่นชม ว่าเธอไม่ต้องให้เ้าก้อนแป้งท้องสองหาเลี้ยงแล้วได้ จะดีใจหรือเสียใจมันยากจะพูดได้ แต่ที่มีมากมายแน่ๆ คือความน่าหมั่นไส้ ที่ใส่มาจนเต็มเปี่ยม ยิ่งการทำสีหน้าท่าทางของเ้าเด็กหน้าเหม็น ที่ดูโล่งใจมากมายที่สลัดตัวภาระอย่างนางได้แล้ว
หลี่เหลียนฮวา ไม่ได้เอ่ยห้าม เพราะเค้นจากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม บ้านหลังนี้ถึงจะอยู่ติดูเา แต่ก็ยังอยู่ในเขตชานเมือง ที่ยังสามารถเดินไปได้ใช่เวลา เพียงสองเก้อ ก็จะถึง ศูนย์กลางจุดรวมร้านรวง ขายของที่เปิดตลอดทั้งวันแล้ว ส่วนตัวเธอเองก็จะใช้โอกาสนี้ขึ้นไปสำรวจป่าเช่นกัน ว่ามีสิ่งใดที่จะสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ในแผนการหาเงินของเธอบ้าง
เพราะเมื่อวานทั้งวัน พวกเขาเสียเวลา ไปกับเื่วุ่นวายของแม่ จึงไม่ได้ออกไปเที่ยวแตรในเมืองเหมือนเช่นทุกวัน การเดินทางด้วยสองเท้า ผ่านร้านรวงมากมายใจกลางเมืองนั้น สองพี่น้อง ล้วนแล้วแต่สร้างความแปลกตาแปลกใจให้แก่ผู้พบเห็นอย่างมาก
ไม่ว่าจะเป็เนื้อตัวที่ดูดีผิดหูผิดตา ดูผิวพรรณสะอาดขาวนวลดั่งซาลาเป่านุ่มนิ่ม ต่างจากปกติที่ดูยังไง ก็ดูเหมือนลูกหมูตกบ่อโคลน บัดนี้นับว่าดูเปลี่ยนอย่างมาก ไหนจะรอยยิ้มบนหน้านั้นอีก มันเคยมีที่ไหน แต่ไหนแต่ไรมา มีแต่สีหน้าที่บูดบึ้ง โกรธโมโห พร้อมคำบ่นด่าผู้มารดาต่างหากละ ที่จะเรียกว่าปกติ ช่างประหลาดเสียจริงๆ
หลี่ย่าเสียน กับ หลี่หย่ายเชียง แม้จะมองเห็นแววตาตั้งคำถามจากผู้คนที่ พวกเขาเดินผ่านไปทั้งในตลาดและบ้านเรือนข้างทาง พวกเขาก็ไม่ได้สนใจ เพราะว่าวันนี้พวกเขามีความสุขแล้ว มารดา ปีศาจที่พึ่งคิดนึกรู้สำนึกบุญคุณของพวกเขา ตอบแทน ด้วยอาหารร้อนๆ ให้ที่นอนนุ่ม แถมไม่ดุด่า นี้ก็เป็เื่ที่ดีมากแล้ว ดังนั้นวันนี้พวกเขาจึงมีความสุข เมื่อเดินไปถึงเขตเมืองผู้คนเริ่มมากขึ้น เดินพลุ่งพล่านยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ทั้งพ่อค้าแม่ค้าร้านรวง ต่างแย่งกันแหกปากร้องเรียกลูกค้า ให้มาสนใจสินค้า ของซื้อร้านตนเอง
เนื่องจากเมือง แคว้นหูเป้ย เมืองหูหนาน แห่งนี้เป็เมืองที่ และเป็เขตชายแดนติดกับแคว้นกวงโจ แต่ด้วยสัญญาสองแคว้นต่างตกลงสงบศึก จึงไม่มีการรบราฆ่าฟันกัน เหมือนเขตรอยต่อของแคว้นอื่น ประชาชนของทั้งสองแคว้นจึงติดต่อ ซื้อขายกันได้อย่างอิสรเสรี กับอีกเป็เมืองที่มีท่าเรือเทียบอีก จึงทำให้มีผู้คนหลากหลาย ชนเผ่า ต่างถิ่นฐาน ก็จะมักมาแลกเปลี่ยนสินค้า เดินสวนทางกันให้ควัก ผลที่ได้คือเศรษกิจที่รุ่งเรืองของเมือง
ขนาดเหล่าขอทานของเมือง ยังดูอวบอ้วนไม่แห้งผอม ดังขอทานเมืองอื่นๆ โรงทานที่ตั้งแจกข้าวปลาแก่ผู้ยากไร้ อาหารที่มีให้ได้กินอิ่มทุกมื้อ เหล่าเศรษฐีและคนธรรมดาที่นิยม ทำโรงทานเป็ว่าเล่นช่างดูแปลกประหลาดสำหรับผู้พบเจอ ทั้งหมดมันดูน่าสงสัยไปหมด
“หลี่หย่ายเชียง หลี่ย่าเสียน เมื่อวานทำไม่พวกเ้าไม่มา รู้หรือไม่สำนักยาวุ่นวายไปหมดแล้ว”
เสียงที่ดังจากข้างหลังโดยฝีมือพี่ๆ ขอทาน โดยมีหัวหน้ากลุ่มหนึ่งคนที่มีอายุมากกว่าสองแฝดอยู่สิบหนาว ะโเรียกถามดังลั่นจากด้านหลัง
เสียงแหกปากเรียกชื่อเ่าั้ ทำให้แฝดทั้งสองสะดุ้งใเล็กน้อย ก่อนค่อยๆ หันหลังกลับไปมองทางต้นเสียง พร้อมรอยยิ้มที่ยังคงประดับดูบนหน้านั้นคล้ายว่าเสียงเมื่อครูไม่ได้สร้างความสั่นไหวให้รอยยิ้มบนใบหน้านั้นเลย
เหล่าขอทานเมื่อเห็นว่าสองแฝดที่หันมา พร้อมรอยยิ้มชวนขนหัวลุกนั่น ก็ต่างพากันขนลุกตั้งไปทั่วทั้งร่าง เกรงว่าที่ทำเมื่อครู่จะให้ทั้งสองไม่พอใจเพราะเสียงะโแหกปาก ก่อนที่คนเป็หัวหน้าจะสุดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเอ่ยแจ้งต่อว่า
“เพราะเมื่อวานพวกเ้าไม่มา ทางสำนักปรุงยาของเรา จึงวุ่นวายไปหมด พวกเ้ารู้หรือไม่”