“ หายไปไหนกันวะ? ” ฉันพยายามหาตัวนังเ้าหญิงแห่งท้องนภาอะไรนั่นตามคำบอกเล่าที่มาม่อนทิ้งไว้ให้ ตัวเล็กๆ ผมบลอนด์ทองยาว แล้วท่ามกลางผู้คนเป็ล้านขนาดนี้จะไปหาเจอได้ยังไงโว้ย
ตอนนี้ฉันอยู่ที่ชายหาดนามิโมริ เมืองที่พวกลูกศิษย์ของรีบอร์นอยู่ คงเพราะใกล้จะหมดฤดูร้อนแล้วผู้คนถึงแห่กันมาปูเสื่อนอนอาบแดดไม่ก็เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงนัดให้มาเจอที่นี่ แล้วยังบังคับให้ใส่ชุดมาพร้อมว่ายน้ำอีก ฉันแค่จะมาฆ่าไอ้พวกเด็กเวรให้ตายๆไปซะจะได้รีบกลับอิตาลีสักที
ผลการแข่งตอนนี้ชนะหนึ่งแพ้หนึ่ง ไอ้หุ่นกระป๋องหน้าโง่ทำแก๊งวาเรียของเราเสียชื่อไม่มีชิ้นดี วันนี้ฉันจะต้องชนะเพื่อกู้หน้าคืนมาให้บอสให้ได้
“ โว้ย!!!! พวกแกน่ะเตรียมตัวแพ้ได้เลยยยย ” ฉันรู้สึกเืร้อนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทางเดียวที่จะช่วยสงบใจคือะโออกมาดังๆ แต่ลืมไปว่าตัวเองยืนอยู่บนหลังคาร้านขายน้ำที่อยู่ริมหาดเลยตกเป็เป้าสายตาของคนข้างล่างไป
“ นายน่ะสควอโล่สินะ ลงมา!!! ” ได้ยินเสียงเล็กๆเหมือนเสียงนกเสียงกาะโสวนกลับมา พอก้มมองดีๆก็เจอเด็กผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาแบบเดียวกับที่มาม่อนบอกไว้ก็มั่นใจว่ายัยนี่แน่ๆ
“ เอาล่ะ ในเมื่ออยู่กันครบจะอธิบายให้ฟังนะว่าต้องทำอะไรบ้าง ” ฉันะโลงจากหลังคาไปรวมกลุ่มเมื่อคนเป็กรรมการเริ่มอธิบาย เหลือบมองหน้านังเด็กตัวเล็กที่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะมองหน้าไอ้เด็กคนที่ฉันต้องแข่งด้วย
ยามาโมโตะ ทาเคชิ ผู้พิทักษ์วัยเพียงสิบหกปี ผมสีดำแบบชาวเอเชีย ผิวคล้ำกร้านแดดจากการออกกำลังกายกลางแจ้งเป็ประจำ เท่าที่สืบมาดูเหมือนเขาจะเป็พิชเชอร์ให้ทีมเบสบอลของโรงเรียน เพราะที่บ้านเป็ร้านซูชิ พลังแขนของเขาจึงมาจากการช่วยพ่อขนของไปตกปลาและช่วยงานที่ร้านเป็ประจำ แต่ไอ้หน้าตาใสซื่อดูโง่ที่ชอบยิ้มโง่ๆออกมากับหุ่นก้างๆถ้าเทียบกับฉันที่ฝึกร่างกายมาอย่างดีทุกวัน ยังไงก็ไม่มีทางจะชนะฉันคนนี้ได้หรอก
“ พวกคุณจะต้องตามหาสมบัติแห่งท้องทะเลที่ถูกใส่ไว้ในกล่องสมบัติซึ่งเราวางไว้อย่างกระจัดกระจาย ”
“ เรามีถังออกซิเจนเพียงพอสำหรับค้นหาได้ทั้งวัน แต่หากเกิดอะไรขึ้นระหว่างค้นหาเราจะไม่รับผิดชอบอะไรใดๆทั้งสิ้น ใครที่หาได้และว่ายมาหาพวกเราก่อน ชนะครับ ”
ผู้ชายฝาแฝดที่ยืนข้างเ้าหญิงแห่งท้องนภาผลัดกันอธิบาย ไอ้การแข่งที่เหมือนงานกีฬาสีของเด็กนักเรียนนี่มันอะไรกัน ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อสู้กับไอ้หน้าโง่นี่หรือไง! แต่ก็ไม่อยากขัดให้เสียเวลาเพราะทุกอย่างถูกเตรียมไว้แล้ว ฉันจึงเดินตามกรรมการย้ายไปขึ้นเรือยอร์ชที่จอดอยู่ไม่ไกล
อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการดำน้ำถูกวางเรียงไว้ให้เสร็จสรรพ ฉันเปลี่ยนชุดใส่ตีนกบและเช็คถังออกซิเจนจนมั่นใจว่าทุกอย่างใช้งานได้ตามปกติ หันมองด้านข้างเห็นไอ้เด็กเวรนั่นเตรียมตัวอย่างชำนาญ มันหันมายิ้มพร้อมกับชูนิ้วโป้งให้ เห็นแล้วหมั่นไส้อยากฟันมือข้างนั้นโยนให้ฉลามกิน คิดว่ามาดำน้ำเล่นหรือไง
เรือหยุดแล่นแล้ว เดาว่าคงมาถึงบริเวณที่กำหนด ฉันโดดลงมาก่อนโดยไม่รอสัญญาณใดๆ ดำดิ่งลงไปลึกจนแสงริบหรี่ เพราะมั่นใจว่าคงไม่วางกล่องให้หาเจอง่ายแน่
หลังจากสอดส่องอยู่สักพัก หางตาก็เหลือบไปเห็นวัตถุบางอย่าง ฉันจึงรีบว่ายเข้าไปสำรวจดู
เจอกล่องสมบัติกล่องแรกแล้ว ฉันลังเลก่อนจะเปิด ภาวนาให้ตัวเองพกโชคมาบ้างจะได้ชนะแล้วรีบกลับสักที แต่พอยกฝากล่องขึ้น ฝูงปลาหมาป่าที่หน้าตาโคตรจะน่าเกลียดก็พุ่งทะลักออกมาจนเกือบหลบไม่ทัน
ความยาวมากกว่าเมตรมาพร้อมปากขนาดใหญ่และฟันคมกริบ พวกมันว่ายตรงมาหวังฉีกเนื้อฉันแทนอาหาร จึงต้องใช้ดาบที่เป็เหมือนมือซ้ายสั่งสอนให้รู้ซะบ้างว่าใครอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร
ฉันว่ายออกมาจากแอ่งทะเลเื ดำลึกลงกว่าที่เคย ถึงมันจะใส่ของอันตรายไว้แต่ก็ยังกระจอกอยู่ดี
ใกล้ๆกันมีอีกกล่องถูกวางเอาไว้ ฉันลองเปิดดูแต่แล้วก็เร่งสปีดว่ายออกจากตรงนั้นอย่างไม่ลังเล เข้าหลบหลังหินปะการังก้อนใหญ่ ของอันตรายแบบนั้นใส่ลงมาได้ยังไงวะ!!
ฉันมองฝูงฉลามคุกกี้คัตเตอร์ ฉลามอีกพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ พวกมันตัวเล็กกว่าฝ่ามือแต่ล่าปลาวาฬหรือโลมาเป็อาหารได้สบาย ฉันจึงต้องหนีมาวางแผนก่อน ให้สู้โง่ๆก็ตายเปล่าสิ
หลังจากซุ่มหลบอย่างแเี ก็รอให้ไอ้พวกปลาซิวปลาสร้อยว่ายเข้ามาใกล้ เมื่อสบโอกาสก็ใช้ดาบฟาดไม่ยั้งมือ จริงอยู่ว่าเมื่ออยู่ใต้น้ำความเร็วและพลังลดลงไปเกือบครึ่ง แต่อย่าลืมว่าฉันคนนี้เป็ใคร ไอ้หน้าไหนที่ว่าใช้วิชาดาบเก่งฉันก็โค่นมาหมดแล้วกะอีแค่ปลาโง่ๆพวกนี้สร้างแผลให้ฉันไม่ได้ด้วยซ้ำโว้ย!
คงเพราะใช้พลังไปพอสมควรออกซิเจนในถังจึงเริ่มเบาบาง ฉันรีบว่ายกลับเรือที่อยู่ในระยะสายตาทั้งๆที่คิดว่าตัวเองว่ายออกมาไกลแล้ว พอเอาตัวขึ้นบกได้ก็ไม่อยากกลับลงไปเลย งานนี้ดูดพลังงานมากกว่าที่คิดอีก
“ เป็ไงบ้าง ? ” เ้าหญิงแห่งท้องนภาเดินมาถาม ในขณะที่ฉันกำลังดื่มน้ำและเปลี่ยนถังออกซิเจน เห็นสีหน้าคาดหวังแล้วอยากจะหัวเราะดังๆ คงคิดว่าฉันจะลำบากสินะ นอนฝันไปก่อนเถอะ
“ กระจอก!! ” พอได้ะโออกมาแล้วสะใจชะมัด คนฟังทำหน้าเหวอไปเลยคงไม่ชินกับการโดนตะคอกใส่แต่ฉันไม่สนใจหรอก
ฉันดำลงลึกมากกว่าเดิมจนแทบมองอะไรไม่เห็น มองผ่านแว่นดำน้ำปกติก็ไม่ค่อยชัด ยิ่งมืดทุกอย่างก็ยิ่งเลือนรางไปหมด โชคดีที่คว้าไฟฉายคาดหัวมาด้วย เลยยังพอมองเห็นข้างหน้าอยู่ กะจากสายตาร้อยเมตรข้างหน้ามีกล่องสมบัติตั้งอยู่โดดเดี่ยว สมบัติอะไรนั่นต้องอยู่ในนี้แน่
แต่ก่อนจะได้แง้มกล่องดู จู่ๆก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้า มันไม่ใช่ความเจ็บเวลาเป็ตะคริวแต่เหมือนจะเป็แผลมากกว่า ฉันเลยลองพลิกเท้าขึ้นมาดูเป็ร่องรอยเหมือนโดนกัดจนเืซึมออกมา แต่มองซ้ายมองขวาก็ไม่เจอสิ่งมีชีวิตน่าสงสัย
โอ๊ย! อะไรวะ? แขนทั้งสองข้างเองก็โดนเหมือนกัน ั้แ่ตอนไหนไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด ฉันรีบว่ายออกจากตรงนั้น ดึงไฟฉายที่คาดไว้ส่องไปรอบๆ
เมื่อสาดไฟใส่กล่องที่วางอยู่ เห็นปลาขนาดเล็กจำนวนมากเกาะกลุ่มกันเป็ฝูงใหญ่ พอสังเกตลักษณะปลาดีๆแล้วมันคือปลาปีศาจครีบพัดนั่นเอง ถึงจะขนาดตัวแค่หนึ่งเิเแต่ถ้าอยู่รวมกันมากขนาดนี้ก็รับมือยากเอาการ
เพราะตัวเล็กถึงจะฟัดทิ้งไปเท่าไรก็ยังมีหลุดลอดเข้ามากัดจนได้ เืเริ่มออกเยอะเกินความจำเป็ ถ้ายังเป็แบบนี้ได้กลายเป็เหยื่อล่อฉลามแน่
ฉันรีบปัดปลาที่กัดแน่นตามตัวให้หลุดและว่ายหนีด้วยสภาพทุลักทุเล พยายามใช้พลังเฮือกสุดท้ายเร่งสปีดแล้วเลือกเข้าไปหลบอยู่หลังหินก้อนใหญ่เพื่อวางแผนก่อน
เอ๊ะ? เดี๋ยวนะ! คลื่นกระแสน้ำแบบนี้...มีบางอย่างกำลังพุ่งตรงมา ฉันรีบตั้งท่าเเตรียมโจมตีอะไรก็ตามที่จะเข้ามาใกล้ แต่สิ่งที่ปรากฏกลับเป็ไอ้เด็กโง่ยามาโมโตะ หรือมันจะรู้ว่าฉันาเ็เลยฉวยโอกาสมาฆ่ากันสินะ ได้! กลัวที่ไหนกัน!
‘ เป็อะไรหรือเปล่า ’ มันใช้ภาษามือถาม ขนาดใส่หน้ากากดำน้ำฉันยังรู้เลยว่าไอ้บ้านี่มันห่วงแม้กระทั่งศัตรูของตัวเอง ฉันตอบกลับไปด้วยการชูนิ้วกลาง พอะโด่าไม่ได้รู้สึกอึดอัดเป็บ้า
มันยังคงหน้าระรื่นชี้นิ้วไปข้างๆฉัน มัวแต่หนีจนลืมสังเกตว่ามีกล่องอยู่ตรงนี้ ยามาโมโตะว่ายเข้ามาเปิดกล่อง สิ่งที่เจอไม่ใช่สมบัติแห่งท้องทะเลอย่างที่คาดหวังแต่เป็ไทเกอร์ฟิช ปลาตระกูลเดียวกับปิรันย่าแต่ใหญ่กว่าเท่าตัว
อยากจะบ้าตาย หนีตัวอันตรายมาเจอตัวอันตรายกว่า ไอ้เด็กโง่พาฉันซวยไปด้วยเลยเนี่ย! หันหลังกลับไปมองปลาปีศาจครีบพัดฝูงใหญ่ตามกลิ่นเืมาจนเจอ ได้กลายเป็อาหารปลาของจริงแน่
ยามาโมโตะหยิบไม้เบสบอลเหล็กที่สะพายมาด้วยเตรียมตัวสู้ เห็นแบบนั้นฉันก็ต้องสู้ด้วยสิ ใครจะไปยอมแพ้กัน ไม่น่าเชื่อว่าใต้น้ำแบบนี้มันจะยังหวดไม้ด้วยความแรงและความเร็วในระดับน่าใได้ อยากท้าสู้บนบกสักที จะได้รู้ไปเลยว่าลูกศิษย์อัลโกบาเลโน่รีบอร์นเก่งจริงหรือเก่งแต่ปาก
ฉันจัดการปลาทั้งหมดที่ตามรังควานลงได้โดยมีเด็กอมมือคอยหวดไม้เกะกะ มันชูนิ้วโป้งขึ้นอย่างดีใจ ขอยืนยันอีกครั้งว่าอยากตัดมือนั่นทิ้งจริงๆ มันชี้ลงไปข้างล่าง ฉันยังไม่ทันจะได้มองมันก็ว่ายนำลงไปแล้ว เพิ่งสังเกตว่ามีกล่องสมบัติอีกกล่องวางอยู่
ฉันรีบว่ายตาม พยายามแย่งเปิดก่อน แต่สิ่งที่เจอคือปูั์ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาเกาะหน้าจนมองอะไรไม่เห็น อะไรวะ ไอ้ปูเวรนี่ ปั๊ดจับแด*แม่*ให้สูญพันธุ์ ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่ามันต้องหัวเราะเยาะฉันอยู่แน่ แต่เปล่าเลย มันกำลังสนใจภายในกล่องที่ฉันเปิด แล้วก็หยิบบางอย่างขึ้นมา
หอยมุก? หรือว่า สมบัติแห่งท้องทะเลที่ว่าจะหมายถึง…
ไอ้เด็กโง่โบกมือให้อย่างชะล่าใจแล้วพุ่งตัวขึ้นหาผิวน้ำอย่างรวดเร็ว ฉันพยายามว่ายตาม แต่เพราะแผลตามตัวเืออกมากไปบวกกับอุณหภูมิน้ำที่เย็นจัด เรี่ยวแรงที่เคยมีก็ไม่สามารถใช้ได้เต็มร้อยเปอร์เซ็น ไอ้เวรนั่นดันว่ายเร็วกว่าที่คิดอีก แย่แน่ ถ้าเป็แบบนี้ฉันโดนบอสฆ่าแน่
“ นายแพ้แล้ว สเปลบี สควอโล่ ” ประโยคแรกที่นังเ้าหญิงพูดกับฉันทันทีที่ฉันสามารถขึ้นเรือมาได้ก่อนจะหมดสติแล้วนอนตายเป็อาหารปลาฉลามอยู่ก้นทะเล
“ ไม่!! ฉันไม่ยอมรับ มาสู้กันไอ้เด็ก---- ” ฉันไม่อาจยอมรับความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ได้ ฉันต้องสู้กับไอ้เวรยามาโมโตะเพื่อตัดสิน ไม่มันก็ฉันที่ต้องตาย ไม่ว่ายังไงฉันต้องไม่แพ้ อย่างน้อยก็ไม่ใช่การแข่งว่ายน้ำหาของงี่เง่านี่
ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ร่างกายกับไม่ยอมเชื่อฟัง ฉันยังพูดไม่ทันจบประโยคเลยด้วยซ้ำ แต่ทุกอย่างก็ดับวูบเหมือนโดนถอดปลั๊ก โธ่เว้ย! เจ็บใจเป็บ้าเลยโว้ยย ฝากไว้ก่อนเถอะ ฉันจะกลับมาตามฆ่าพวกแกให้หมดเลยยย
จบบันทึกลับ Superbia Squalo