วันนี้เป็วันซ้อมรับปริญญาวันแรกผมไม่ค่อยบ้าเห่อหรอกครับ แค่ตื่นั้แ่ตีสี่มาอาบน้ำแต่งหล่อก็เท่านั้นเอง! หลังจากใช้เวลาแต่งหล่ออยู่สามชั่วโมงก็ได้เวลาออกเดินทางไปหาวิทยาลัย ผมกับไอ้บาสเราซ้อมกันคนละวันก็จริงแต่วันรับจริงดันรับพร้อมกันผมล่ะงง
วันนี้ไอ้บาสมันไม่มีซ้อมมันก็ยังอุตส่าห์ขับรถไปส่งที่มอ ไม่ยอมให้ผมเอาน้องฟ้าไป มันบอกว่ากลัวผมไม่หล่อเพราะปกติก็ไม่หล่อเท่าไร ไอ้เพื่อนเลว !!ก็อย่างนี้แหละครับ คนมันขี้อิจฉาหล่อสู้ผมไม่ได้ก็ยังมาว่าผมอีก
“กูโคตรตื่นเต้นเลยว่ะ”
“…”
“ไอ้บาสมึงว่ากูหล่อยังวะหรือว่ากูจะเซ็ตผมใหม่ดีวะ ?”
“…ดีแล้ว”
“แต่กูไม่ค่อยมั่นใจเลย”
“…พอเถ๊อะ!!รีบขึ้นรถเร็วไอ้สัด”
“เชี่ย!ทำไมมึงเร่งกูจริงวะ!”
“กูรอมึงมาสองชั่วโมงแล้วเนี่ย สัด! มาเรียกั้แ่แปดโมงนี่สิบโมงมึงยังไม่เสร็จอีก”
“ก็ผมกูมันเซ็ตยากอ่ะ”
“…ผมก็มีอยู่กระหย่อม ยังจะเื่มากอีก”
“…”
ผมคนนะเว้ยไม่ใช่…ขน…ขนหน้าแข้งแหมคิดอะไรกันอ่ะ
ไอ้เชี่ยบาส ไอ้เพื่อนเลว วันนี้แทนที่กูจะได้เกิดรุ่นพี่รุ่นน้องจะได้เหลียวหลังกันให้คอเคล็ดตอนกูเดินผ่านแมวมองอาจจะมาเดินอยู่แถวนี้ก็ได้ใครจะไปรู้ ตัดกำลังกูชัดๆ
“ยังไม่ขึ้นมาอีก ทำไมมึงเื่มากอย่างงี้วะ”
“…เออๆ”
ขึ้นเสียงกะกูตลอด ก็กูกลัวไม่หล่ออ่ะ วันนี้พ่อกูมาด้วยกำนันหมานจะได้รู้ว่าลูกชายของตัวเองหล่อที่สุดในคณะ มันจะเป็ความภาคภูมิใจขนาดไหนกำนันจะได้มีเื่ไปอวดกับป้าข้างบ้านได้ ว่าถึงแม้ลูกชายจะไม่ได้เกียรตินิยมแต่ก็หล่อที่สุดในคณะไง
การซ้อมผ่านไปด้วยดีซะที่ไหน เหมือนเกิดเหตุการณ์ซ้ำๆผมสะดุดเท้าตัวเองเกือบล้มหัวฟาดพื้นทำให้เสียขบวนทั้งแถว เลยถูกเพื่อนในภาคบ่นกระปอดกระแปดใส่มาเป็ชั่วโมงตอนนี้พวกมันก็ยังไม่หยุดบ่น จะอะไรนักหนาเขาก็ให้ซ้อมอีกรอบแล้วไง พอตกตอนเย็นผมกลับหอพักมาด้วยความอ่อนล้าเพราะเดินทั้งวันขาแทบหลุด
Rrrrrrr!!
ท่านรองโทรมาครับช่างรู้ใจจริงๆ ผมกำลังจะโทรหาอยู่ทีเดียว ก็งี้แหละครับเป็แฟนกันมันก็จะมีใจตรงกันคิดเองก็เขินเอง อิอิ
“สวัสดีครับท่านรอง”
[สวัสดีครับ วันนี้ซ้อมเป็ยังไงบ้าง]
“เหนื่อยครับ เดินขาลากเลย”
[เหรอ ลงมาข้างล่างหน่อยสิ]
“ครับ ?”
[ผมรออยู่ข้างล่าง]
“…”
ผมรีบวิ่งลงมาข้างล่างหออย่างไม่คิดชีวิต โดยลืมคิดไปว่าตอนนี้ตัวเองแต่งตัวยังไงวิ่งลงมาถึงครึ่งทางก็เลยนึกขึ้นได้ เลยหันมามองตัวเองเสื้อยืดคอย้วยๆที่ชอบใส่นอน กางเกงขาสั้นสีตุ่นๆ ยังดีที่ไม่ใช่บ๊อกเซ่อ รองเท้า!!! OMG!! ใส่มาคนละข้าง ช้างดาวสีดำกับกีโต้สีเหลืองอ๋อยเข้ากันฉิบหายจะวิ่งกลับไปเปลี่ยนก็กลัวท่อนรองเขาจะรอนาน เวลาคุยกัน ท่านรองก็อย่ามามองรองเท้าผมก็แล้วกัน
‘โฮ่งๆ’
‘บ๊อกๆ’
เสียงน้องหมาทักทายท่านรองที่เปิดประตูรถแล้วเดินมาทางผม น้องหมาหลากหลายสายพันธุ์ที่ทำหน้าที่ยามหน้าหอพักเงียบเสียงลงเมื่อผมส่งเสียงห้าม น้องๆเชื่อฟังผมนะครับเพราะสนิทกันดีบางวันผมก็แวะเอาขนมให้กินบ้าง บางวันมีลูกชิ้นมาให้บ้าง ไอ้บาสมันว่าผมว่า เพื่อนที่เป็คนไม่มีใครคบเลยต้องมาติดสินบนหมาหน้าหอเอาเป็เพื่อนแทนแต่ก็ยังดีกว่าไอ้บาสมันที่ไปสนิทกับหมาที่หน้ามอก็แล้วกัน
“…คุณรีบมากเหรอ?”
“ครับ?”
“ก็…รองเท้า…ใส่มาคนละข้าง…”
“…”
ท่านรองเขากลั้นขำเอาเป็เอาตายเลยหน้าแดงหูแดงเลยทีเดียว แต่ผมไม่อายหรอก ท่านรองเวลาคุยกันก็มองหน้าสิครับ ใครใช้ให้มองรองเท้าก่อนไม่ใช่ว่าควรจะทักทายบอกคิดถึงกันอย่างนู้อย่างนี้หรอกเหรอครับดันมาทักเื่รองเท้าเดี๋ยวผมก็งอนหรอกครับ
“เปล๊า ผมไม่ได้รีบ…ก็แบบ…แฟชั่นใหม่อ่ะครับ ที่มอเขาฮิตกัน”
ตอแหลไปก่อนเดี๋ยวไม่หล่อไม่คูล
“ฮ่าๆเหรอครับ? อืม…ปั๊กใส่อะไรมาก็น่ารักหมดแหละครับ”
“…”
ว๊อทททท!! ท่านรองเขาชมผม? ผิดปกติแล้ว วันนี้ท่านเขาตัวร้อนรึเปล่า? หรือว่ามีกล้องแอบซ่อนอยู่แถวนี้??
“เขินรึไงคุณ?”
“เขินสิครับ ปกติท่านรองไม่ค่อยชมผมนะ”
“…เหรอ?”
ท่านเขารีบหุบยิ้มทันทีทำไมอ่ะ ก็เื่จริง ธรรมดาท่านเขาเคยชมผมที่ไหนล่ะ นานๆทีปีหนได้มั้ง
“แล้วท่านรองมีอะไรรึเปล่าครับ?”
“ผมมาหาไม่ได้เหรอ?”
หืม??? น้ำเสียงน้อยใจ? มาอารมณ์ไหนอี๊กก ผมเริ่มงงแล้วนะ เดี๋ยมชมเดี๋ยวงอน คิดว่าทำแล้วหล่อเหรอครับ…แต่ก็หล่ะนะเฮ่ยยย!!! ไม่ใช่ …สงสัยเป็อาการของพวกวัยทองครับ
“…เปล่าครับ มาหาได้หรือจะให้ผมไปหาก็ได้ครับ”
“…หึหึ…ก็ผม..คิดถึง”
คิดถึงใครผมเหรอ?? เฮ้ยยย!! วันนี้ท่านเขามาแปลกจริงๆหลากหลายอารมณ์มากอ่ะ เป็ไบโพลาร์รึเปล่าครับ?
“…เอ่อ…ท่านรองเป็อะไรรึเปล่าครับหรือว่าไม่สบาย?”
“…ผมมาคิดดูแล้วนะปั๊กน้อยผมปล่อยให้คุณมากเกินไปแล้ว”
“…”
“จนบางทีผม…”
“อ…อะไรเหรอครับ?”
ท่านรองโกรธผมแน่ๆหรือว่าผมล้ำเส้นมากเกินไป เพราะว่าบางทีผมก็พูดจาตรงเกินไปท่านรองเขาเป็ผู้ใหญ่อาจจะไม่พอใจ
“ต่อไปนี้คุณไม่ต้องจีบผมแล้วนะ”
“…”
เสียงแข็งเลย ท่านรองเขาโกรธผมจริงๆด้วยๆคงไม่อยากจะคุยกับผมแล้วอ่ะ เศร้าจัง
“เพราะผมจะเป็คนจีบคุณเอง”
“…เอ่อ…ยังไงนะครับ?”
ผมตามไม่ทันสมองซีกซ้ายหยุดทำงานกะทันหัน เมมเต็มหรือว่าหน่วยประมวลผลล่มซักอย่างแหละเพราะมันทำให้ผมคิดไม่ทันว่าท่านรองเขาหมายความว่ายังไง
“ผมบอกว่า ผมจะเป็ฝ่ายจีบปั๊กน้อยเอง”
“…”
ผมยืนตัวแข็งทื่อเกือบหยุดหายใจ ท่านรองพูดว่าจะจีบผมเอง?
“เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ปั๊กน้อยไม่ต้องทำอะไรเพื่อผมอีกแล้ว”
“อ่อครับ??”
ให้ผมไม่ต้องทำอะไรคือยังไงอ่ะให้ผมอยู่เฉยๆ?? ไม่ต้องทำอะไรเลยเหรอครับ?? งงอยู่ดี
“วันนี้ผมมีของขวัญมาให้ล่วงหน้าเพราะวันจริงผมอาจจะไปร่วมงานไม่ได้”
“…อ่อครับ”
เสียใจจัง…แต่ก็ยังดีที่ท่านเขาแวะมาหาก่อน ไม่งั้นวันงานผมคงเป็แม่สายบัวรอเก้อได้ดอกไม้ซักช่อผมก็ดีใจตายแล้ว ท่านรองเปิดประตูรถทำท่าขยุกขยิกอยู่ซักพักก็เดินมาหาผม ไม่เห็นถืออะไรมาเลยอ่ะ จะให้ตังผมเหรอขอเป็แบงค์เทาๆซักปึกนะครับ
“ปั๊กน้อยหลับตาก่อนสิ”
จะให้ตังยังจะลีลาอีกนะครับท่านเขาเนี่ยแล้วใส่ซองแล้วเหรอครับหรือจะให้ทั้งปึกเลย
แต่รู้สึกท่านรองเขาจะเข้ามาประชิดตัวยังไงไม่รู้ที่คอรู้สึกเย็นๆอ่ะ จั๊กจี้ด้วย
“ลืมตาได้แล้วครับปั๊กน้อย”
เสียงท่านรองกระซิบอยู่ใกล้ๆหูอ๋อย!! ขนลุก เดี๋ยวน้องหมาแถวนี้ใอีกท่านรองทำอะไรไม่อายฟ้าดินเลยนะครับ
“ผมให้…ขอจองคุณไว้ก่อน”
ผมก้มมองดูสร้อยที่ท่านรองใส่ให้มันมีแหวนติดมาด้วย มีเพชร 1 เม็ด!!! ของจริงป่ะครับ?? ไม่กล้าถามเลย
“…ห…ให้ผมเหรอครับ?”
“อืม…รอผมจีบคุณติดจะไปขอที่บ้านนะ”
“…ป…ไปขอตอนนี้เลยก็ได้ครับ…”
ผมใจง่ายไปมั้ยก็คนมันหล่อทำยังไงก็หล่อ จะตอแหลจะใจง่ายก็หล่ออยู่ดีอ่ะครับ
“หึ…คุณรู้อะไรมั้ย?”
“ครับ??”
“เวลาคุณพูดแบบนี้…มันทำให้ผมคิดว่าตัวเองขี้ขลาดมากๆ”
“…”
“ไม่กล้าที่จะเดินหน้าจีบคุณ ทั้งที่ผมมีความรู้สึกดีๆกับคุณนานแล้ว”
“…”
“จนกระทั่งถูกไอ้พลด่าวันนั้น…”
“ครับ…”
“แล้วต่อไปนี้…”
“ครับ??”
“ผมจะเดินหน้าจีบคุณอย่างจริงจังเตรียมใจไว้ด้วยนะเ้าปั๊กน้อย”
ท่านรองโยกหัวผมไปมาเบาๆ มาแนวนี้ผมก็เขินจนจะละลายไปกองกับขี้หมาบนพื้นแล้วท่านรองโหมดรุกที่ผมเคยเห็นเป็ครั้งแรก ใจสั่นจนต้องเอามือกุมหน้าอกตัวเอง กลัวท่านเขาจะได้ยินเสียงว่าหัวใจของผมมันเต้นแรงขนาดไหน…
“…ท่านรอง…บทจะรุก…ก็ทำเอาผมตั้งตัวไม่ทันเลย”
“เหรอครับ หน้าคุณแดงมากเลยนะ”
“…ก็ผมเขิน”
“น่ารักดี”
ท่านเขาดึงผมเข้าไปกอด รู้สึกว่าตัวเองหน้าตาร้อนเห่อมากอ่ะ…เขินสัดๆไปเลยวันนี้ รู้สึกเหมือนสาวน้อยกำลังถูกไอ้หนุ่มหน้ามนขอแต่งงานยังไงก็ไม่รู้
เรากอดกันท่ามกลางน้องหมาหลากหลายสายพันธุ์ที่ยังงงๆว่าไอ้มนุษย์พวกมึงกำลังทำอะไรกั๊นนน??
“ป…ปล่อยก่อนครับ”
“…”
“ท่านรองหลับตา แล้วก้มลงมาหน่อยครับ”
“ปั๊กน้อยจะทำอะไรเหรอ?”
“ทำตามที่ผมบอกก่อน”
ผมไม่เอาไม้หน้าสามมาตีหัวท่านหรอกน่าแค่จะตอบแทนที่วันนี้ท่านรองทำตัวน่ารักก็เท่านั้นเอง แต่ท่านเขาสูงอ่ะผมต้องเขย่งเท้า ทั้งที่พื้นรองเท้าเสือกสูงไม่เท่ากันอีก ก็แหงแหละก็มันคนละคู่กันนี่
ผมต้องใช้ความพยายามอย่างแสนสาหัสที่จะยื่นหน้าขึ้นไปจูบท่านรองที่ตัวสูงกว่าผมซัก20 เซนคอยืดจนจะเป็ยีราฟที่หน้าตาดีอยู่แล้ว? แต่ก็ยังดีที่ท่านเขากรุณาก้มหน้าลงมาให้
ผมจูบเบาๆที่มุมปากรูปกระจับของท่านรอง ท่านเขาสะดุ้งเล็กน้อยแต่ทำให้ผมรู้สึกได้แต่กลายเป็ว่าแขนท่านรองรวบเอวผมเข้าไปประชิดตัวเรียวปากของท่านรองกลับเป็บดเบียดริมฝีปากผมแทน
“อืม…”
เรียวปากร้อนขบคลึงเบาๆ ท่านรองค่อยๆสอดเรียวลิ้นร้อนเข้ามาในปากผมขบเม้มเบาๆอย่างหยอกล้อ ผมก็ไม่ยอมแพ้หรอกแม้จะไม่ชำนาญเท่าท่านรองก็ตาม เราจูบกันดูดดื่มจนลืมไปว่ามีผู้ชมหน้าขนกำลังส่ายหางไปมาตีตั๋วนอนแถวหน้าสุดเรียงรายอยู่สี่ห้าตัว
“อืม…ท…ท่านรอง”
“ครับ??”
ท่านเขายังไม่หยุดนัวเนียอยู่ที่แก้มผมเลยตอหนวดที่เริ่มขึ้นของท่านรองถูไปมาที่แก้มทำให้รู้สึกจ๊กจี้ แต่ฟินมากขอบอก…
“พ…พอแล้วครับ”
“อืม…หน้าคุณแดง”
“ท่านรองก็เหมือนกันแหละครับ”
แล้วเราก็หัวเราะช่างทำไปได้นะครับเราสองคน ไม่อายฟ้าดินเลย ดีนะฝนไม่ตกไม่งั้นฟ้าผ่าตายเลย
“จริงๆแล้วผมอยากไปร่วมวันงานนะแต่ติดประชุมไม่รู้ว่าจะเลิกกี่โมง”
“ไม่เป็ไรครับ”
“ผมขอโทษนะ”
“ไม่เป็ไรจริงๆครับ ผมก็ได้ของขวัญล่วงหน้าแล้ว”
“อืม…ผมกลับก่อนนะ”
“ครับ…”
ท่านรองกลับไปแล้วอยากจะไปเล่าให้ไอ้บาสฟังใจจะขาด แต่เสือกไม่อยู่ห้อง พอไลน์ไปถามบอกว่ากำลังกินข้าวกับส้มจี๊ดได้แต่เก็บความสุขและความโคตรฟินไว้ในใจ ไม่สามารถระบายออกมาได้ อ๊ากกก!! อกจะแตกตาย
“แล้วพ่อมึงจะมากี่โมง?”
“บ่ายๆแล้วบ้านมึงอ่ะ?”
“ก็น่าจะตอนบ่ายเหมือนกัน”
วันนี้เป็วันที่บรรดาพ่อๆแม่ๆทั้งหลายคงภาคภูมิใจที่ลูกๆของพวกเขาเรียนจบได้รับปริญญาเพื่อเป็เกียรติแก่วงศ์ตะกูลพ่อผมเคยบอกตอนก่อนเข้ามหาวิทยาลัยว่าอยากให้ผมเรียนจบได้รับปริญญาเพราะกำนันเขายังไม่เคยได้รับเลยแต่แกก็เคยเป็เด็กช่างรักจริงมาก่อน
บรรดาว่าที่บัณฑิตและญาติๆเดินกันขวักไขว่ วันนี้อากาศร้อน ในมือของทุกคนจะมีแก้วน้ำแข็งไว้ดื่มและพัดอันเล็กเอาไว้พัดที่หรูหน่อยก็มีพัดลมมือถือเอาไว้เพื่อบรรเทาความร้อนกันเกือบทุกคนบางคนก็แอ็คท่าถ่ายรูปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่ว่าอากาศร้อนขนาดไหนสาวๆที่เขียนขอบตาดำๆเหงื่อไคลเริ่มไหลย้อยทำให้ไอ้สีดำๆไหลลงเป็ทางที่ใบหน้าพวกเธอก็ไม่ย่อท้อไม่หวั่นไหว แอบหันไปใช้กระดาษซับหน้าซับไปซับมาแล้วหันมามั่นหน้าถ่ายรูปได้ต่อ!! ผมล่ะนับถือพวกเธอจริงๆครับ
“ไอ้ลูกหมา!พ่ออยู่นี่เว้ย!”
เสียงกำนันหมานแห่งบ้านดอนะโมาดังยิ่งกว่าติดลำโพงแปดตัว เป็แบบนี้ตลอดพ่อผมแต่วันนี้โคตรเท่อ่ะ กำนันหมานใส่เสื้อผ้าไหมสีฟ้า แบฟ้าจ๋าๆเลย จนผมเกือบคิดไปว่ากำนันเขาจะมาร่วมพิธีงานวันแม่ซะอีกที่สำคัญใส่ทองเส้นเท่าหัวนิ้วโป้งเหลืองอร่ามมาแต่ไกล ดูยังไงๆก็กำนันจริงๆ
“รู้แล้วกำนัน ะโซะดังเชียว”
“อ้าว! ก็พ่อกลัวเอ็งไม่เห็นไง”
“…”
ไม่เห็นเลยมั้งสีเสื้ออ่ะมองมาจากดาวอังคารก็ยังมองเห็นเลย
“ข้ายังไม่เห็นท่านรองแฟนเอ็งเลย”
“ไม่มาหรอกวันนี้เขามีประชุม”
“เหรอ? เหอะ! แฟนรับปริญญาดันไม่มาร่วมงาน”
“…แต่เขาให้ของขวัญผมมาแล้วด้วย นี่เลย…”
อวดเลยครับสร้อยคอพร้อมแหวนที่ไอ้บาสเห็นแล้วบอกว่าเป็สร้อยคอกับแหวนทองคำขาวส่วนเพชรก็น่าจะเป็เพชรแท้ด้วย พอผมได้ยินเท่านั้นแหละตาโตเลยทีเดียวเพราะของแท้ก็ต้องหลายหมื่นอยู่ พอท่านรองเขาเอาจริงนี่ยิ่งกว่าเสี่ยเปย์เด็กอีกนะครับ
“เออๆ แต่มาไม่ได้ ข้าอยากจะคุยด้วยซักหน่อย”
“…กำนันไม่ได้เอาลูกซองมาด้วยใช่มั้ย?”
ชักหวั่นๆกลัวเป็ข่าวหน้าหนึ่งโดยพาดหัวข่าวว่า ‘กำนันสมานแห่งบ้านดอนควักลูกซองออกมายิงว่าที่ลูกเขยแต่พลาดท่าเลยถูกว่าที่ลูกเคยสุดหล่อเตะคอหักดับอนาจ’ อะไรทำนองนี้อ่ะครับ
“ตลกยันวันรับปริญญาเลยนะเอ็งเนี่ย”
“ก็ลูกพ่อไงทั้งหล่อแล้วก็ตลกใครๆก็อยากอยู่ด้วย”
“แล้วไหนล่ะเพื่อนเอ็ง ?”
“มันก็อยู่กับครอบครัวมันสิ”
“เหรอ ก็ข้าไม่เห็น เอ็งยิ่งมีเพื่อนน้อยๆอยู่ด้วย”
“…”
พูดอะไรไม่รักษาหน้าลูกชายเลยถึงผมจะหน้าหนาขนาดไหนก็อายเป็นะครับ
ไอ้บาสพาครอบครัวของมันเดินมาทางนี้แล้วประกอบไปด้วยพี่สาวที่แก่กว่ามันเจ็ดปี อุ้มเด็กน้อยที่เป็หลานสาวไอ้บาสมันมาด้วยแล้วก็พ่อกับแม่มันเราถ่ายรูปเก็บไว้เป็ที่ระทึกกันหลายช็อต กำนันโม้อยู่กับพ่อแม่ไอ้บาส นี่ขนาดไม่ได้รู้จักกันมาก่อนเจอกันครั้งแรกยังฝอยได้อรรถรสขนาดนั้นเลยนะพ่อผม
“เดี๋ยวกำนันรอผมกับพ่อแม่ไอ้บาสมันก็ได้ น่าจะเสร็จสี่โมงเย็นแหละ”
“เออๆ ข้าก็เดินเล่นแถวๆนี้แหละ”
“อืม ผมไปนะ”
“เออ สู้ๆไอ้ลูกหมา มากอดที”
มาทำซึ้งอะไรตอนนี้กำนัน เกิดบ่อน้ำตาผมแตกหมดหล่อเลยนะนั่น แล้วพวกบัณฑิตก็แยกตัวออกจากครอบครัวเข้าหอประชุมเพื่อไปเตรียมตัวผมล่ะตื่นเต้นจริงๆ ไอ้บาสก็คงรู้สึกเหมือนกัน ผมแอบเห็นมือมันสั่นๆด้วย
การประชุมวันนี้เสร็จเร็วกว่าที่คิดหรือว่าท่าทางที่ผมไม่ค่อยมีสมาธิทำให้ผู้จัดการาุโแอบเห็นแล้วสั่งเลิกประชุมเร็วอันนี้ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจ ผมรีบขับรถออกจากบริษัทตรงดิ่งไปยังมหาวิทยาลัยของเ้าปั๊กน้อยทันทีแต่รถติดนิดหน่อยทำให้ผมมาถึงช้ากว่าที่คิด ไม่รู้เ้าปั๊กรับเสร็จรึยัง ผมเดินเข้าไปแถวๆหอประชุมก็เห็นว่าน่าจะเป็ญาติของเหล่าบัณฑิตบ้างนั่งรอ บ้างยืนรอกันอยู่เต็มบริเวณ แต่ก็ไปสะดุดกับคุณลุงคนนึงที่สวมเสื้อผ้าไหมสีฟ้าที่โคตรแจ่มแบบฟ้าๆเลยเดินเตร็ดเตร่อยู่ข้างๆหอประชุม
“สวัสดีครับกำนัน”
“…อ้าวท่านรอง ไหนว่ามาไม่ได้ไง?”
เ้าลูกชายตัวดีคงรายงานสถานการณ์ประจำวันให้ฟังแน่นอนถึงได้รู้ว่าผมจะมาร่วมงานไม่ได้
“พอดีผมเลิกประชุมเร็วครับ”
“อ่อ ผมกำลังอยากเจอท่านรองอยู่พอดี”
“…ครับ?”
“ผมอยากจะคุยเื่ไอ้ลูกหมามัน”
“ครับ…ผมก็มีเื่อยากจะพูดเหมือนกัน”
“เชิญท่านรองก่อนเลย”
“เชิญกำนันก่อนดีกว่าครับ”
“…”
เมื่อถึงคิวผมก็ผ่านไปด้วยดี ผมกลับมานั่งที่แถวแอบเห็นเพื่อนในภาคทำท่าโล่งอกคงคิดว่าผมจะไปทำเื่ขายขี้หน้าตอนรับล่ะสิ ไม่ได้แดกผมหร๊อกผมมันเป็พวกตอนซ้อมมักจะลนๆแต่พอวันจริงผมค่อนข้างจะใจเย็นนะผมก็เพิ่งค้นพบเมื่อไม่นานมานี้เอง
หลังจากจบพิธีก็เหมือนนกกระจอกแตกรังบัณฑิตป้ายแดงพากันกรูออกมาจากห้องประชุมตามหาญาติพี่น้องเพื่อมาถ่ายรูปพร้อมปริญญาบัตรที่ได้รับกันมาหมาดๆ ส่วนผมก็ได้แต่ชะเง้อมองหากำนัน เห็นละ! เสื้อที่พ่อใส่นี่มันมีประโยชน์ก็ตรงนี้เอง ฟ้ามาแต่ไกล แบบว่าฟ้าโคตรๆอ่ะแต่เอ๊ะ!!! คนที่ใส่เสื้อเชิ๊ตสีขาวๆนั่นคุ้นๆนะผมเดินเข้าไปจนมองเห็นว่าคนที่ใส่เสื้อเชิ๊ตคนนั้นคือ ท่านรอง!!! ท่านเขามาได้ไงอ่ะ? แถมยืนจ้องหน้าอยู่กับพ่อผมทำหน้าจริงจังด้วยกันทั้งคู่ ไม่ใช่ว่ากำลังจะตีกันหรอกนะ! ไหนพ่อบอกว่าตามใจผมไง แล้วทำไมทำท่าเหมือนจะตีกับแฟนผมเลยอ่ะช้าก่อนกำนันนนนน!!