บทที่ 22 การเดินเล่นในสวนสาธารณะ
หลังจากโหมศึกหนักมาตลอดทั้งคืนยูเมะก็รู้สึกเพลียไม่น้อย แต่ถึงจะเพลียเขาก็รู้สึกพึงพอใจและอิ่มเอมไม่น้อยหลังจากได้ปลดปล่อยอย่างเต็มที่
เมื่อเขาลุกขึ้นมาจากเคบินสิ่งแรกที่เขาคิดถึงก็คือ การทำลายหลักฐานของศึกรักที่ร้อนแรงเมื่อคืน
อันที่จริงเขาไม่จำเป็ต้องกังวลกับเื่นี้มากนักเพราะคงไม่มีใครมาให้ความสนใจกับถังเก็บของเสียในเคบินของเขา
แต่เพราะความกังวลใจกลัวว่าจะมีใครรู้เื่นี้ยูเมะจึงอดไม่ได้ที่จะรีบจัดการกับหลักฐานชิ้นนี้ให้เรียบร้อย
“หืม! โกหกน่า เยอะขนาดนี้เลยหรอ”
ในขณะที่ถอดถังของเสียออกมาจากเคบิน ยูเมะก็อุทานออกมาเบาๆ ด้วยความใเมื่อน้ำหนักของถังเก็บของเสียนั้น ‘หนัก’ กว่าที่เขาคิดเอาไว้
น้ำหนักของของเสียที่อยู่ในถังนั้นมีมากกว่าที่ควรจะมีใน่เวลาเพียง 1 คืน มันจึงทำให้เขาประหลาดใจไม่น้อยเพราะเขาไม่คิดว่าเพียงแค่ค่ำคืนเดียวเขาจะ‘หลั่ง’ ออกมาได้มากขนาดนี้
หลังจากครุ่นคิดด้วยความประหลาดใจยูเมะก็ถอดถังออกมาแล้วตรงไปยังห้องน้ำ จัดการเทของเสียทั้งหมดลงในชักโครกอย่างที่เคยทำ
แต่เมื่อของเสียในถังถูกเทออกมาสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเมื่อได้เห็นสีที่ผิดปกติของมัน
หากบอกว่าปริมาณของเสียใน1 คืนนั้นมีปริมาณที่มากจนน่าใ เช่นนั้นสีของมันก็เป็อะไรที่น่าใยิ่งกว่า
ของเสียที่ถูกเทลงไปในถังนั้นไม่ได้มีสีขาวขุ่นอย่างที่ควรจะเป็ แต่เป็สีแดงดำ
สีที่น่ากลัวนี้ทำให้ยูเมะตื่นตระหนกอยู่ลึกๆเพราะเขามั่นใจว่าเมื่อคืนเขาขับถ่ายเรียบร้อยแล้วมันจึงเป็ไปไม่ได้ที่จะมีของเสียอย่างอื่นนอกจากเหงื่อหรือปัสสาวะผสมลงไปกับสิ่งที่เขาหลั่งออกมาจากการทำศึกกับเมโลดี้ได้
แต่ทั้งที่เป็แบบนั้นสีของมันกลับน่ากลัวได้ขนาดนี้ทำให้เขาตื่นตระหนกอยู่ลึกๆ
แต่ไม่นานนักเขาก็ได้สติและจัดการกดชักโครกลงไปกำจัดหลักฐานและของเสียที่มีสีน่ากลัวทิ้งไป จากนั้นก็จัดการล้างถังด้วยน้ำสะอาดรอบหนึ่งก่อนจะนำกลับไปใส่เข้าที่เดิม
หลังจากนั้นยูเมะก็ทำทุกอย่างเหมือนที่เคยทำขณะที่ในใจก็อดคิดถึงสีที่ผิดปกติของของเสียในถังไม่ได้ เขาถึงกับต้องสำรวจร่างกายตัวเองในขณะที่อาบน้ำเพื่อดูว่าเขามีาแตรงไหนหรือไม่
แต่มันก็ไม่มีส่วนไหนที่เป็แผลแต่หลังจากขับถ่ายในตอนเช้าเหมือนที่เคย สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป
แม้ว่ายูเมะจะไม่ได้มีนิสัยชอบสังเกตของเสียที่ตัวเองขับถ่ายออกมาแต่มันก็เป็สิ่งที่ต้องเห็นทุกครั้งหลังขับถ่าย ยิ่งหลังจากเห็นสีของเสียในถังที่น่ากลัวเขาก็อดไม่ได้ที่จะมองดูสิ่งที่ตัวเองขับถ่ายออกมาเล็กน้อยก่อนจะหน้าเปลี่ยนสีเมื่อพบว่ามันมีสีที่น่ากลัวคล้ายกับของเสียในถังตอนเช้า
“อะไรเนี่ย! ทำไมสีมัน”
ยูเมะแอบรู้สึกกลัวเล็กน้อยที่เห็นสีดำแดงของมัน ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้จนต้องขมวดคิ้ว
‘เป็เพราะน้ำในขวดงั้นหรือ..แบบนี้คงต้องรอดูต่อไปก่อน’
แม้จะยังสับสนอยู่บ้าง แต่เพราะไม่มีตรงไหนที่รู้สึกไม่ดีและสุขภาพของเขาก็ดีมาตลอดเขาจึงไม่คิดอะไรในด้านลบมากนัก หลังจากคิดได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็เพราะน้ำที่ดื่มลงไปก่อนหน้านี้เขาจึงพยายามหยุดคิดในทางร้ายๆ แล้วปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็ไปอย่างที่ควรจะเป็
ในวันนั้นกิจวัตรประจำวันของยูเมะยังคงเป็เหมือนเดิมจะต่างจากเดิมนิดหน่อยก็ตรงที่วันนี้เขาไม่ได้ไปที่ศูนย์ฝึกเพราะเขาไม่อยากให้แพทย์หนุ่มสงสัยว่าทำไมแขนของเขาถึงหายเร็วนัก
นอกจากนั้นเมื่อคืนเขาก็โหมศึกกับเมโลดี้หนักไปหน่อยเขาเลยรู้สึกเพลียจนไม่อยากออกกำลังกายเท่าไหร่
และก็เหมือนจะโชคดีเหมือนเคยที่ภารกิจประจำวันของวันนี้ไม่ได้ยากนักและดูเหมือนว่ามันจะเป็ภารกิจที่ตั้งใจจะชักนำเขาให้ไปพบเจออะไรบางอย่าง
“เดินเล่นในสวนสาธารณะงั้นหรือ..จะให้พักผ่อนสินะหรือว่า..จะให้ไปเจอคุณลุงคนนั้นกัน”
ยูเมะถามออกมาเบาๆ โดยไม่หวังที่จะได้คำตอบใน่เช้าเขาปล่อยให้เวลาผ่านไปด้วยการเอนตัวพักเงียบๆ ในห้องนั่งเล่นบางทีก็เปิดทีวีดูฆ่าเวลา ไม่ก็กลับเข้าไปในเคบินเพื่อหาอะไรทำ ก่อนจะงีบหลับ่สั้นๆในตอนบ่าย
เมื่อตื่นขึ้นมาใน่เย็นยูเมะก็แต่งตัวออกไปเดินเล่นในสวนสาธารณะเพื่อทำภารกิจประจำวัน
ขณะที่เดินเล่นเขาก็ปล่อยวางความคิดทั้งหมด เขาตั้งใจจะใช้เวลาว่างในตอนนี้ผ่อนคลายให้เต็มที่ก่อนจะหยุดพักตรงจุดพักเหมือนเคย
ในตอนนั้นเขาก็สังเกตเห็นชายวัยกลางคนที่มีสีหน้าโศกเศร้าอีกครั้งมันทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางคิดในใจว่าเดาไม่ผิดเลย
หลังจากนั่งพักอยู่ครู่หนึ่งครุ่นคิดในใจอยู่นานสองนาน ยูเมะก็ตัดสินใจทำตามที่ตัวเองตั้งใจไว้ในตอนที่พบเจอคุณลุงท่านนี้เป็ครั้งแรก
เขาเดินเข้าไปทักทายชายวัยกลางคนอีกครั้งและได้เห็นปฏิกิริยาตอบสนองที่คล้ายคลึงกับครั้งแรก
สีหน้าของชายวัยกลางคนดูดีขึ้นมาเล็กน้อยและดูเหมือนจะประหลาดใจไม่น้อยที่ได้เห็นเขาอีกครั้ง
“ขอผมนั่งด้วยนะครับคุณลุง”
ชายวัยกลางคนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ แล้วพยักหน้าให้ ยูเมะก็เลยนั่งลงข้างๆแล้วมองออกไปรอบๆ มองดูสีหน้าของผู้คนที่ยิ้มแย้ม ขณะที่เดินไปรอบๆ สวนสาธารณะ
ยูเมะนั่งอยู่ตรงนั้นนานหลายนาทีโดยไม่ได้พูดอะไรเขาเพียงแค่นั่งเฉยๆ บางครั้งก็มองไปรอบๆ เหมือนกับชายวัยกลางคนที่มีสีหน้าโศกเศร้า
แต่เขาก็ไม่ได้สังเกตเห็นว่าสายตาของชายวัยกลางคนที่มองไปรอบๆนั้น มีอยู่หลายครั้งที่หยุดมองยูเมะชั่วขณะ ก่อนจะละจากไป
ยูเมะนั่งเป็เพื่อนชายวัยกลางคนอยู่นานจนกระทั่งสังเกตเห็นชายชุดสูทในมาดนักธุรกิจคนหนึ่งเดินตรงมาทางเขากับชายวัยกลางคนเขาก็เหมือนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงหันไปทางชายวัยกลางคนแล้วบอกลาด้วยรอยยิ้ม
“ผมไปก่อนนะครับคุณลุง”
ชายวัยกลางคนเงยหน้ามองยูเมะเล็กน้อย สบตากับเขาชั่วขณะ ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆแล้วพยักหน้าให้ ยูเมะก็จากไปพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ
หลังจากยูเมะไปได้ไม่กี่อึดใจชายชุดสูทก็เดินมาหยุดอยู่ข้างๆ ชายวัยกลางคนด้วยสีหน้านอบน้อม
“ท่านครับ ถึงเวลาแล้วครับ”
“อืม..ถึงเวลาแล้วสินะ พอไม่ได้ทำอะไรแล้ว เวลามันผ่านไปเร็วจริงๆ”
ชายวัยกลางคนถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วลุกขึ้น ก่อนจะมองออกไปรอบตัวเป็ครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าและเป็อีกครั้งที่สายตาหยุดลงที่ยูเมะชั่วขณะ
ชายในชุดสูทนั้นดูเหมือนจะลอบสังเกตท่าทางของชายวัยกลางคนอยู่ตลอดพอเห็นว่าสายตาของอีกฝ่ายหยุดลงที่ยูเมะนานผิดปกติก็เลยเกิดความสงสัยและหันไปมองตาม
“ไม่ต้องมองหรอก ก็แค่เด็กหนุ่มใจดีที่เห็นคนแก่นั่งเหงาอยู่คนเดียวก็เลยมานั่งเป็เพื่อนนะ”
แม้จะไม่ได้หันไปมอง แต่ชายวัยกลางคนก็คาดเดาความคิดของชายชุดสูทได้จึงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สบายๆ แต่กลับสร้างแรงกดดันให้ชายชุดสูทจนต้องละสายตากลับมาจากยูเมะอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ครับท่าน”
“เอาละกลับกันเถอะ”
พูดจบชายวัยกลางคนก็สลัดคราบของชายวัยกลางคนผู้โศกเศร้าทิ้งไปและกลับไปเป็ชายวัยกลางคนที่ภูมิฐานและมีกลิ่นอายของผู้นำ
ดวงตาที่โศกเศร้าคู่นั้นก็กลับมาสงบนิ่งมั่นคงเยือกเย็นและแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของอำนาจที่มีเพียงผู้ที่ยืนอยู่เหนือคนจำนวนมากมานานเท่านั้นที่จะมีอยู่
อีกด้านหนึ่งยูเมะที่ออกมาจากสวนสาธารณะก็เห็นว่าได้เวลาเลิกเรียนพอดีเขาก็เลยไปนั่งรอตรงท่ารถ แต่เขาไม่ได้รีบขึ้นรถไปเหมือนคนอื่นๆ แต่รอจนกระทั่งโนโซมิปรากฏตัวเพราะเขาตั้งใจจะกลับบ้านพร้อมกับเธอ
ไม่นานนักโนโซมิที่เดินออกมาจากโรงเรียนพร้อมกับเพื่อนสาวก็สังเกตเห็นยูเมะนั่งอยู่ที่ท่ารถเธอจึงอุทานออกมาเบาๆ ก่อนจะวิ่งตรงเข้ามาหาเขา
“พี่! ทำไมพี่มาอยู่ที่นี่ได้ล่ะคะ”
“พอดีมาเดินเล่นแถวนี้นะ พอเห็นว่าใกล้เวลาเลิกเรียนแล้วก็เลยมารอว่าไงจะกลับพร้อมกันเลยไหม”
สีหน้าของโนโซมิดูเหมือนจะประหลาดใจเล็กน้อยเพราะยูเมะไม่ได้รอกลับบ้านพร้อมเธอมานานแล้วแต่หลังจากหยุดคิดได้ไม่นานเธอก็ยิ้มกว้าง จากนั้นหันไปคุยกับเพื่อนของเธอเล็กน้อยก่อนจะวิ่งไปนั่งข้างๆ พี่ชายเพื่อรอรถประจำทางคันต่อไป
ส่วนเพื่อนสาวทั้งสองของโนโซมินั้นก็ได้แต่ยิ้มน้อยๆ และมองดูสองพี่น้องด้วยสายตายิ้มๆ ก่อนจะเดินไปนั่งยังที่นั่งถัดไปเพราะไม่อยากรบกวนเวลาของทั้งสอง
ยูเมะกับโนโซมิคุยกันเล็กน้อยขณะที่รอก่อนที่ทั้งสองตัดสินใจได้ว่าจะแวะร้านค้าระหว่างทางเพื่อซื้อวัตถุดิบสำหรับมื้อเย็น
การพูดคุยเื่มื้อเย็นนั้นดูเหมือนจะกลายเป็กิจกรรมใหม่ของทั้งสองไปแล้ว
หลังจากตกลงกันได้ไม่นานนักรถประจำทางก็มาถึง สองพี่น้องก็ก้าวขึ้นไปรถไปทันที ซึ่งก่อนที่จะไปนั้นโนโซมิก็หันมาโบกมือลาเพื่อนของเธอก่อน ยูเมะก็เลยหันมาบอกลาด้วยเช่นกัน
สองสาวก็โบกมือกลับมาและรอจนกระทั่งรถประจำทางที่พวกเธอรอมาถึง
ระหว่างทางกลับบ้านยูเมะกับโนโซมิก็ลงท่ารถหน้าร้านค้าของสดก่อนถึงบ้าน ทั้งสองลงไปเดินเลือกวัตถุดิบจากตู้มาหลายอย่างซึ่งมีทั้งของที่ตกลงกันไว้ว่าจะซื้อและของที่เกิดอยากกินระหว่างทาง
หนึ่งในของที่ทำให้สองพี่น้องต้องหยุดมองนั้นคือ สตรอว์เบอร์รี่สดที่หาทานได้ยาก
“พี่..เอาสักหน่อยไหม”
“อ..อืม สัก..2 โลก็แล้วกัน”
“2 กิโลเลยหรือคะพี่ มันไม่เยอะไปหน่อยหรอ”
ท่าทางตื่นเต้นปนกังวลของน้องสาวนั้นทำให้ยูเมะยิ้มน้อยๆ ก่อนจะพยักหน้ารับแต่โนโซมิก็เหมือนจะยังลังเลไม่กล้าตัดสินใจ เขาก็เลยก้มลงไปกระซิบบอกเธอเบาๆ
“ถ้าเอาไปน้อยกว่านี้ มันจะไม่พอให้พี่ลองทำเค้กนะ”
ทันทีที่ได้ยินแบบนั้นโนโซมิก็เบิกตากว้าง เธอมองดูพี่ชายด้วยความใก่อนจะนึกถึงเมนูที่พวกเขาสองคนเคยลองทำในเกมก่อนหน้านี้ ซึ่งหนึ่งในเมนูนั้นมีเค้กสตรอว์เบอร์รี่รวมอยู่ด้วยซึ่งพี่ชายของเธอทำออกมาได้อร่อยมากทีเดียว
“ตกลงค่ะ! เอา 3 โลเลย!!”
“มากไปแล้วยัยเด็กตะกละ!!”
แม้จะโดนบ่นว่าตะกละ ทว่าเด็กสาวก็ไม่สนใจ เพื่อของหวานที่แสนอร่อยเธอไม่กลัวที่จะถูกว่าเลยสักนิด ทำให้สุดท้ายยูเมะก็ต้องซื้อสตรอว์เบอร์รี่มาถึง 3กิโลกรัมและวัตถุดิบอีกจำนวนหนึ่งเพื่อใช้ทำเค้ก
พอเลือกซื้อของอย่างเพลิดเพลินจนเสร็จสองพี่น้องก็ใช้บริการส่งถึงบ้าน จากนั้นนั่งรถประจำทางกลับบ้าน
หลังกลับไปถึงบ้านได้ไม่นานของก็มาส่ง สองพี่น้องก็ช่วยกันเตรียมมื้อเย็นจนกระทั่งเสร็จ ก็ทำของหวานง่ายๆ ต่อเพียงแต่ไม่ได้ทำเค้กเพราะเวลาไม่พอ
ยูเมะตั้งใจว่าจะทำเค้กพรุ่งนี้หลังจากที่โนโซมิไปเรียนวันนี้เขาก็เลยทำของหวานแบบง่ายๆ จากสตรอว์เบอร์รี่ไปก่อน
แต่ถึงจะเป็ของหวานแบบง่ายๆมันก็ทำให้แม่และน้องสาวมีความสุขจนยิ้มแทบไม่หุบ ทั้งยังกินของหวานที่ทำออกมาจนเรียบชนิดที่ยูเมะเกือบจะไม่ได้กิน
ทว่าเขาก็ไม่ได้คิดมากนักเพราะแค่ได้เห็นแม่กับน้องสาวกินอย่างมีความสุขเขาก็พอใจแล้ว นอกจากนั้นเขาก็ไม่ถูกกับของหวานมากนัก เขาเลยกินมันได้ไม่มาก
ถึงจะกินได้น้อยเขาก็มีความสุขกับการกินมากเพราะเขาเองก็ไม่ค่อยได้กินของหวานบ่อยนัก
ซึ่งหลังจากกินอย่างมีความสุขไปได้ชั่วโมงเศษยูเมะก็ต้องมาเริ่มชดใช้กรรมจากการกินของหวานด้วยการออกกำลังกายอย่างหนักอยู่ภายในห้อง
เพราะวันนี้ไม่ได้ทำภารกิจฝึกฝนยูเมะก็เลยตั้งใจว่าจะออกกำลังกายให้มากกว่าปกติ เนื่องจากเขาไม่สามารถออกกำลังกายได้ครบทุกท่าในภารกิจฝึกฝน
ซึ่งหลังจากออกกำลังกายไปหลายชุดจนเริ่มเหนื่อยยูเมะก็มานั่งพัก พลางเปิดหน้าต่างภารกิจขึ้นมาอย่างไม่คิดอะไร เพื่อดูภารกิจประจำวันและรับรางวัล
แต่ทันทีที่กวาดสายตาผ่านหน้าต่างภารกิจเขาก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่าภารกิจฝึกฝนประจำวันมีแถบเปอร์เซ็นต์แสดงค่าความสำเร็จปรากฏขึ้นและแถบเปอร์เซ็นต์นี้ก็มีค่าความสำเร็จสูงกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก
“ทำสำเร็จไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์งั้นหรือ ได้ยังไงกัน”
หลังจากใ เขาก็อ่านรายละเอียดของภารกิจอีกครั้ง ก่อนจะพบว่าจำนวนครั้งของการออกกำลังกายในเมนูหนึ่งที่เขาทำอยู่นั้นมีจำนวนครั้งความสำเร็จทะลุจำนวนครั้งที่ภารกิจ้าไปแล้ว
ตัวอย่างเช่นการ‘สควอช’ ที่ภารกิจ้าให้ทำ100 ครั้ง แต่เขาทำไปถึง 300 ครั้ง ค่าความสำเร็จของมันก็กลายเป็ 300/100 แต่ที่น่าสนใจคือจำนวนครั้งที่้าของท่าที่เขาไม่ได้ทำนั้น มันลดลง
ท่าที่จำต้องใช้อุปกรณ์ในการออกกำลังกายซึ่งเดิมทีต้องทำถึง 100 ครั้ง ตอนนี้กลับเหลือจำนวนครั้งเพียง 50 ครั้งและไม่ใช่แค่ท่าเดียวแต่เป็ทุกท่าที่ไม่ได้ออก
ขณะเดียวกันนั้นค่าความสำเร็จของท่าที่ออกเกินไปทั้งหมดก็แสดงค่าทะลุจำนวนครั้งที่ภารกิจ้าเช่นกัน
“หรือว่า..มันชดเชยได้”
หลังจากคิดแบบนั้นเขาก็ทดลองด้วยการออกกำลังกายต่อออกท่าที่พอจะออกไหวต่อไปไม่หยุด จนทำครบไปอีกหลายชุดจากนั้นเปิดหน้าต่างภารกิจขึ้นมา รอยยิ้มของเขาก็ยกสูงขึ้นเมื่อพบว่าจำนวนครั้งของท่าที่ไม่ได้ออกนั้นลดลงตามสัดส่วนของท่าที่ออกเกินไป
เมื่อรู้แบบนี้ยูเมะก็ยิ้มออกมาด้วยความยินดีเพราะเดิมทีเขาตัดใจจากภารกิจประจำวันของนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ
ด้วยเหตุนี้ยูเมะจึงออกกำลังกายอย่างหนักจนเกินจำนวนครั้งที่ภารกิจ้าจนกระทั่งชดเชยท่าที่ไม่ได้ออกจนครบ ภารกิจประจำวันก็สำเร็จ เขาจึงรับรางวัลไปพร้อมกันเลย
เพียงอึดใจโหลกาชาปองก็หมุนลูกแก้วสีแดงไหลออกมาอีกครั้ง ก่อนจะกลายเป็ข้อความเพิ่ม ‘ความแข็งแกร่งของเื 0.1’ ส่วนภารกิจฝึกฝนนั้นได้เม็ดอาหารต้นกำเนิดมาอีก1 เม็ด
เมื่อสามารถเคลียร์ภารกิจทั้งหมดได้ยูเมะก็โล่งใจ เขาจึงไปอาบน้ำล้างเหงื่อแล้วทำทุกอย่างเหมือนที่เคยทำ จนกระทั่งถึงเวลานอนเขาก็ตั้งใจที่จะเข้าไปนอนในเกมอีกครั้ง
พอคิดถึงเื่นี้ภาพของเรือนร่างที่เปลือยเปล่าของเมโลดี้ก็ปรากฏขึ้นในจิตใจ จนรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
ยูเมะจึงรีบเตรียมตัวเพื่อเข้าไปในเกมเขาทำทุกอย่างเหมือนที่เคยทำ รวมไปถึงการขับถ่ายเพื่อไม่ให้มีของเสียในถังเก็บของเสียเยอะจนเกินไปและเพื่อลดความรู้สึกไม่ดีในตอนที่ต้องจัดการกับของเสีย
ต่อให้มันจะเป็ของเสียของตัวเองยูเมะก็ไม่รู้สึกดีนักที่ต้องจัดการกับของเสียที่มีกากใยอย่าง ‘อุจจาระ’ เพราะต่อให้มันถูกจัดการจนไม่มีกลิ่นและรูปร่างที่น่าขยะแขยง
แต่ถ้าเลือกได้เขาขอไม่ต้องมานั่งจัดการกับของพวกนี้จะดีที่สุด
หลังจากจัดการทุกอย่างจนแล้วเสร็จยูเมะก็เหลือบไปเห็นสีของอุจจาระ เขาก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นเมื่อพบว่าสีของมันกลับมาเป็ปกติแล้ว
‘หรือจะเป็อย่างที่คิดจริงๆ’
ยูเมะขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจทดสอบดูในคืนนี้ เขาจึงจัดการทุกอย่างจนเสร็จและกลับไปยังห้องนอนซึ่งก่อนที่จะก้าวเข้าไปในเคบิน เขาก็หยิบเอาขวดน้ำในช่องเก็บของออกมาแล้วดื่มน้ำลงไป2 อึก
เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็เพราะน้ำที่ได้มาจากภารกิจฝึกฝนจริงๆเขาจึงดื่มมันลงไปมากกว่าเมื่อวานเพื่อให้เห็นถึงความแตกต่าง
“ถ้ามันเป็อย่างที่เราคิดก็คงจะดีสินะเพราะถ้าเป็อย่างนั้น น้ำนี่ก็จะมีค่าอย่างคาดไม่ถึงเลย”