“อัญ ออกไปเก็บฝักฉำฉากัน” เสียงะโดังมาจากนอกรั้ว
อัญจรีซึ่งกำลังนอนอยู่ในบ้านด้วยหนังตาที่หนักอึ้งเพราะอิ่มมื้อเช้ามากเกินไปได้ลืมตาโพลงหายง่วงเป็ปลิดทิ้ง เธอตะเกือกตะกายลุกขึ้นจากเสื่อและวิ่งออกไปหาเพื่อนที่หน้าบ้านอย่างไม่รอช้า
เมื่อเห็นว่ามีใครยืนอยู่กับกังสดาลด้วยเธอก็เผยยิ้มกว้างออกมา ่นี้เป็่ปิดเทอม ธรรมและศุภกิจจึงติดตามมาด้วยได้
“ฝักฉำฉาคืออะไร”
“เป็ลูกของต้นฉำฉาไง เหมือนฝักมะขามแต่มีสีดำ” กังสดาลบอกให้เพื่อนฟัง
“แล้วเก็บไปทำไม” อัญจรีก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
“เก็บเอาไปให้วัวกิน ฟาร์มวัวที่หมู่บ้านข้าง ๆ รับซื้อกระสอบละตั้งสิบบาท” ธรรมอธิบายต่อ
เมื่อรู้ว่าการเก็บครั้งนี้ไม่เหนื่อยเปล่า อัญจรีก็ตาลุกวาว แม้จะกระสอบแค่สิบบาทแต่ก็ถือเป็เงิน สำหรับสภาพครอบครัวเช่นเธอแล้วเงินหนึ่งบาทก็มีค่า แล้วเชื่อว่าฝักฉำฉาน่าจะมีเยอะและเก็บได้ไม่ยาก ไม่อย่างนั้นธรรมและศุภกิจคงไม่หอบกระสอบมาเป็ม้วนใหญ่แบบนี้หรอก
อัญจรีไม่รอช้า เธอวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อขออนุญาตแม่และยายออกไปข้างนอก เมื่อสอบถามได้ความว่าไปไกลสุดแค่ลานชุมชนของหมู่บ้านซึ่งเป็ลานกว้างที่มีต้นฉำฉาขึ้นอยู่เยอะ ดวงฤทัยจึงอนุญาตและกำชับให้กลับมาก่อนสี่โมงเย็น
เด็กทั้งสี่ต่างช่วยกันเข็นรถซาเล้งไปด้วยเพื่อทุ่นแรง และอัญจรีก็พบว่าการเก็บฝักฉำฉานั้นมันไม่ยากเลยจริง ๆ ริมถนนของหมู่บ้านต่างมีต้นฉำฉาขึ้นเรียงรายสองข้างทาง ใต้ต้นฉำฉาแต่ละต้นจะมีฝักของมันร่วงอยู่เกลื่อน หากต้นไหนฝักยังแขวนอยู่เต็มต้น ธรรมและศุภกิจจะปีนขึ้นไปช่วยกันขย่ม ส่วนอัญจรีและกังสดาลเป็ฝ่ายรอเก็บใส่กระสอบอยู่ด้านล่าง แค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เก็บได้สองกระสอบเข้าไปแล้ว
เพราะคุ้นเคยกับทุกพื้นที่ให้หมู่บ้าน ธรรมและศุภกิจต่างรู้อย่างละเอียดว่าซอกไหนซอยไหนมีต้นฉำฉาอยู่บ้าง ทั้งสี่เวียนเก็บจนใกล้เที่ยงก็ได้มาถึงสิบกระสอบ เมื่อเห็นว่ารถซาเล้งไม่สามารถใส่ได้อีกแล้ว ทั้งหมดจึงตัดสินใจกลับและนัดหมายจะมาเก็บอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ สะสมให้ได้สักยี่สิบกระสอบค่อยเอาไปขายที่ฟาร์ม
“แบ่งมาครึ่งหนึ่ง” เสียงะโของเด็กหญิงวัยไล่เลี่ยกับธรรมดังขึ้นมาจากด้านหลัง
เมื่อเห็นว่าเป็ใคร กังสดาลก็เบะปากให้อย่างไม่เกรงใจ “อยากได้ก็ไปเก็บเองสิ”
“ฉันจะเก็บได้ยังไงในเมื่อพวกเธอเก็บไปหมดแล้ว อย่าเห็นแก่ตัวชุบมือเปิบเอาไปคนเดียว เอามาแบ่งพวกฉันครึ่งหนึ่ง” เมี่ยง เด็กหญิงวัยสิบขวบที่มาพร้อมกับเพื่อนชายหญิงอีกสามคนยืนเท้าสะเอวพูดอย่างไม่พอใจ
“เก็บหมดที่ไหน ลานชุมชนยังมีอีกเพียบ พวกฉันยังไปไม่ถึง อันนี้ส่วนของพวกฉัน ให้ไม่ได้” กังสดาลไม่ยอมเด็ดขาด
“พวกเธอก็ไปเก็บเองสิ เอาไปให้หมดเลย แล้วยกที่เก็บได้ในตอนนี้ให้พวกฉัน”
“เอ๊า..ทำแบบนี้ใครกันแน่ที่ชุบมือเปิบ” ศุภกิจถามอย่างไม่พอใจ
“ก็ที่พวกเธอเก็บมานั่นมันเป็ต้นแถวบ้านฉันทั้งนั้น มันก็ต้องเป็ของฉัน ฉันตั้งใจจะมาเก็บวันนี้แต่พวกเธอมันหน้าด้านขโมยไปก่อน ส่งฝักฉำฉามาให้หมดไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องแม่ให้มาจัดการ”
“ต้นพวกนี้มันขึ้นริมทางทั้งนั้น ไม่ได้อยู่ในเขตบ้านของเธอ แล้วเธอก็ไม่ได้ปลูกมันด้วย มาถือสิทธิ์อะไรบอกว่าเป็ของตัวเอง” น้ำเสียงของศุภกิจเริ่มดุเดือด
“ไปเถอะ อย่ามัวมาเถียงกับคนไร้เหตุผลแบบนี้” ธรรมสะกิดเพื่อนและลากให้เดินไปอีกทางเพื่อเลี่ยงไม่ให้เกิดเื่
“หยุดนะ! จะหนีไปไหน” เมี่ยงและพรรคพวกวิ่งไปดักข้างหน้าอย่างไม่พอใจ ไม่เท่านั้นยังผลักกังสดาลที่อยู่ใกล้สุดล้มกระแทกพื้นจนเธอร้องไห้จ้า
เมื่อเห็นเพื่อนเจ็บ อัญจรีก็เืขึ้นหน้า เธอกางนิ้วทั้งสองข้างและกระโจนเข้าหาเมี่ยงในทันที
“นี่แน่ะ ทำเพื่อนฉันหรือ” อัญจรีสวมิญญาหญิงขายบริการที่ตบตีแย่งแขกกับสาว ๆ คนอื่นอย่างช่ำชองเพราะเป็เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนอยู่บ่อยครั้งในชีวิตก่อน เธอตะกุยเล็บข่วนแขนทั้งสองข้างของเมี่ยงจนเป็รอยแดงยาว ไม่เท่านั้นยังพุ่งชนที่ท้องของอริรุ่นพี่เต็มแรง แม้เมี่ยงจะตัวใหญ่กว่า แต่เมื่อเจออัญจรีทุ่มสุดกำลังแบบนี้ก็ยากจะต้านไหว เธอเสียท่าล้มก้นจ้ำเบ้าเหมือนกังสดาลไม่มีผิด
แล้วเมี่ยงก็ร้องไห้ออกมาเสียงดังด้วยความเจ็บ “แม่...ช่วยด้วย หนูถูกรุมตี” เธอะโเรียกแม่ที่อยู่ในบ้านไม่ไกลจากนี้
ธรรมมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวด้วยสีหน้าตะลึงงันและตั้งสติได้เมื่อได้ยินเมี่ยงเรียกแม่มาช่วย เขารีบไปดึงตัวอัญจรีมาซ่อนไว้ข้างหลัง ส่วนตัวเองนั้นยืนจังก้ารอประจันหน้ากับแมว แม่ของเมี่ยงที่กำลังวิ่งออกมาจากบ้านด้วยความอกสั่นขวัญแขวน
“ใครทำลูกฉันเป็แบบนี้” แมวหวีดออกมาทันทีเมื่อเห็นลูกสาวนั่งก้นจ้ำเบ้าร้องไห้อยู่กับพื้น แขนทั้งสองข้างของเธอปรากฏเส้นสีแดงที่เกิดจากรอยข่วนอยู่ทั่วไปและเริ่มนูนแดงขึ้นมาบ้างแล้ว
“พวกแกทำลูกฉันหรือ เป็ผู้ชายประสาอะไรรังแกผู้หญิง” แมวชี้กราดไปที่ธรรมและศุภกิจ
อัญจรีผลักธรรมให้หลบไปด้านข้างและออกมายืดอกรับตามตรง “หนูทำเอง พี่คนนั้นจะมาแย่งของของเราแล้วยังผลักกั้งล้มลงไปด้วย”
เมื่อเห็นว่าเป็ใคร ดวงตาของแมวก็ยิ่งพองโต เด็กร้ายกาจที่เป็ลูกของดวงฤทัยนี่เอง
“งั้นแกออกมานี่ มาให้ฉันตีเสียดี ๆ อย่าคิดว่าที่บ้านตามใจมากแล้วจะรังแกใครก็ได้นะ” ไม่พูดเปล่า แมวยังเดินส่ายอาดตรงมาด้วยพร้อมกับยกฝ่ามือตนเองขึ้นสูง เป้าหมายคือแก้มเล็ก ๆ ของอัญจรีนั่นเอง
ธรรมเห็นดังนั้นจึงรีบเอาตัวเข้าแทรกและรับแรงกระทบจากฝ่ามือของแมวเข้าไปเต็มแรงจนร่างเขาเซถลา
อัญจรีเืขึ้นหน้าอีกครั้ง เธอวิ่งพุ่งเข้าหาโดยไม่สนใจว่าตนจะตัวเล็กกว่า เด็กหญิงวิ่งกระแทกที่ต้นขาทั้งสองข้างของแมวและใช้ฟันงับที่ขาอ่อนของแมวอย่างแรงจนอีกฝ่ายร้องโอดโอยด้วยความเจ็บ
แมวใช้แรงผลักอัญจรีออกไปได้สำเร็จก่อนจะเซไปด้านหลังสองสามก้าวถึงตั้งหลักได้ ตอนนี้เธอมองอัญจรีตัวเล็กเท่าหมัด สำนึกใด ๆ ไม่หลงเหลืออีก แมวเอื้อมมือจิกผมของอัญจรีไว้แน่นและตบไปที่ใบหน้าของเด็กหญิงไปเต็มแรง
“โอ๊ย” อัญจรีอุทานด้วยความเจ็บก่อนล้มไปนอนแอ้งแม้งกับพื้นพร้อมกับเสียงวิ้งที่ดังอยู่ในหัว
“อัญ!” ทั้งสามคนต่างอุทานด้วยความใและมองไปที่แมวอย่างไม่พอใจสุดขีด หลังจากนั้นก็เกิดการตะลุมบอนกันระหว่างผู้ใหญ่และเด็กอีกแปดคนแบบไม่รู้ว่าใครเป็ใครจนฝุ่นคลุ้งทั่วบริเวณ