[Devil Girl] รักร้าย ของยัยปีศาจ

    แฟน 2...100%

            -22-

            

            แฟน 2

            

            47 นาทีต่อมา

            “โห ฐานัสน่ารักจัง ซื้ออาหารมาให้พวกเราเยอะแยะเลย”

            “ผมไม่รู้ว่าซื้อมาน้อยไปหรือเปล่า”

            “ไม่ๆ พวกเราเป็๞สาวน้อยร่างบาง กินน้อยค่ะ”

            ฉันพิงหัวเตียงนั่งมองเพื่อนสนิทที่กำลังเขินอายกับฐานัสที่ซื้อของคาวของหวานมามากมาย น่าหมั่นไส้มาก

            “พวกคุณควรจะกินเยอะๆ หน่อยนะครับ”

            “อย่าไปเชื่อมัน นั่งนี่เวลากินเหมือนปอบเข้าสิง” มิกเอ่ยแทรกขณะที่กำลังเปิดฟังคลิปวิดีโอที่อาจารย์สอน

            “ใช่ ผู้หญิงสวยๆ ไม่ได้บอบบางอย่างที่นายคิดหรอกนะ” ฉันสมทบก่อนจะเบ้ปาก

            ฐานัสเดินมานั่งริมเตียงข้างฉัน ใช้สายตาอ่อนโยนมองหน้าฉันนิ่งก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา

            “คุณด้วยหรือเปล่า แต่ผมว่าคุณผอมไปนะ ถ้ามีเนื้อขึ้นมานิดหน่อยก็คงดีกว่านี้”

            “ถ้านายรู้น้ำหนักฉันนายจะไม่พูดแบบนี้แน่”

            “แล้วคุณคิดว่าผมจะพูดยังไง”

            “เดี๋ยวนะ พวกเธอสองคนคบกันแล้วเหรอ” ดรีมหรี่ตามองเราสองคนอย่างจับผิด

            ลืมไปเลย ฉันยังไม่ได้บอกใครเ๹ื่๪๫ความสัมพันธ์ของเราสองคนเลย มันดูเหมือนคนกลืนน้ำลายตัวเอง ทั้งที่ฉันเป็๞คนบอกว่าจะไม่คบกับเขาเด็ดขาด…

            “ครับ พวกเราคบกันแล้ว”

            “เย้!! ฉันว่าแล้วเชียว!! อีนี่ก็เงียบกริบไม่บอกเพื่อนฝูงเลยนะ” ดรีมหันมาเอ็ดฉัน

            “ดีใจด้วย”

            “ขอบคุณครับ มื้อนี้กินให้เต็มที่นะผมเลี้ยงเอง”

            “ฐานัสหล่อแล้วยังสายเปย์…ผู้ชายแบบนี้จะหาได้ที่ไหนอีกนะ” ดรีมบ่นไปด้วยพลางใช้ส้อมตักอาหารกินไปด้วย

            “นายไปกินข้าวเถอะ ฉันจะนั่งอ่านหนังสือ” ฉันพูดพลางก้มหน้ามองหนังสือที่วางไว้บนหมอน ปกปิดใบหน้าเห่อร้อนเขินอาย

            “ผมจะนั่งเป็๲เพื่อนคุณก็แล้วกัน”

            เขาพูดจบก็ขยับตัวเองมานั่งใกล้ฉัน หยิบหนังสือที่ฉันกองไว้บนเตียงไปอ่านหน้าตาเฉย

            ช่างเถอะ แค่เขาไม่กวนเวลาฉันอ่านหนังสือก็พอ

            1 ชั่วโมงผ่านไป

            นั่งอ่านจนหมดไป 10 บท รู้สึกว่าสมองรับอะไรไม่ไหวอีกแล้ว ฉันบิด๳ี้เ๠ี๾๽มองไปรอบห้องก็เจอมิกนอนฟุบอยู่หน้าคอม ส่วนดรีมก็นอนกอดหมอนข้างอยู่ปลายเตียง

            “ยัยดรีมเอาแต่กินกับนอน” ฉันบ่นเบาๆ

            “เธอเพิ่งอ่านหนังสือไป” เสียงผู้ชายข้างกายทำให้ฉันหันไปมองอย่าง๻๠ใ๽ ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะไม่ได้หลับเหมือนคนอื่น

            “นายไม่ง่วงเหรอ”

            “ผมนั่งอ่านหนังสือเป็๲เพื่อนคุณ จะง่วงได้ยังไง”

            “ถ้าง่วงก็นอนไปเถอะหรือไม่ก็ไปทำอะไรที่นายต้องทำ”

            “ผมว่าง”

            “ไม่มีอ่านหนังสือหรือไปติวกับเพื่อนเหรอ”

            “คุณรู้หรือเปล่า ว่าผมมีแนวโน้มได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง”

            “ห๊ะ!!”

            “ไม่ต้องติวผมก็สอบผ่านอยู่แล้ว”

            “มั่นหน้าเก่งมาก”

            “อยากให้ผมติวไหมล่ะ วิชานี้ผมเพิ่งอ่านจบไปเมื่อกี้”

            “เดี๋ยวนะ…นายบอกว่าอ่านจบไปแล้ว? รู้ไหมว่าฉันใช้เวลาเกือบอาทิตย์นั่งอ่านจนจบเล่มแล้วจู่ๆ นายมาบอกว่าใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวก็อ่านจบแล้ว”

            “คนฉลาดไม่ต้องอ่านเยอะหรอกครับ”

            เอ๊ะ เขาแอบว่าฉันหรือเปล่า ทำไมรู้สึกเหมือนโดนด่าเลยวะ

            _________________

            (ติสรณ์)

            ผมนั่งอยู่ในห้องทำงาน มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ไว้ตั้งใจจะโทรออกหาใครบางคนแต่กลับรู้สึกลังเล เมื่อตอนบ่ายเลขามินโทรมาบอกว่าโยลีนัดเจอกับเจียวเจียวที่ร้านอาหาร ไม่รู้ว่าทั้งคู่คุยอะไรกัน เห็นเพียงซองสีน้ำตาลที่โยลีให้เจียวเจียวเท่านั้น นั่นก็เลยทำให้ผมไม่ค่อยสบายใจ

            ครืด ครืด ครืด ครืด

            “ครับ”

            [ติสรณ์ ทำงานอยู่หรือเปล่าลูก]

            “ครับ ผมทำงานอยู่”

            [ไม่ค่อยได้คุยกันเลยนะ แม่คิดถึง]

            “อยู่ที่นั่นเป็๲ยังไงบ้างครับ สบายดีไหม”

            [ดีมาก แม่ทำขนมขายที่ร้านเพิ่มด้วย แม่ว่าอาเจียวน่าจะชอบ ลูกว่าง๰่๭๫ไหนมาที่นี่บ้างสิ แม่คิดถึงอาเจียว]

            หลังจากที่พ่อเสีย แม่ก็ไปอยู่เกาหลี เปิดร้านอาหารและร้านกาแฟหลายสาขา มีกิจการดีและมีความสุขมาก เวลาผมไปเยี่ยมแม่ เจียวเจียวมันจะขอตามไปด้วยเสมอ ความสดใสน่ารักของเธอก็ทำให้แม่ของผมรักและชอบเธอมากเหมือนเป็๲ลูกสาวอีกคน

            “ถ้าผมไม่ติดธุระจะไปเยี่ยมนะครับ”

            [พาอาเจียวมาด้วยล่ะ]

            ตอนนี้เธอให้ความสำคัญกับผู้ชายคนนั้นไปแล้ว ไม่รู้ว่าถ้าผมชวนเธอไปเยี่ยมแม่ เธอจะว่างไปหรือเปล่า นอกจาก…

            “แม่ลองโทรไปชวนเธอสิครับ”

            [ทำไม มีอะไรอีก เราแกล้งน้องเหรอ ทำไมต้องแกล้งอาเจียวด้วย น้องชอบลูกมากนะติสรณ์ ลูกเองก็…]

            “แม่โทรไปชวนเธอนะครับ พอดีผมติดประชุม”

            [เฮ้อ]

            “ผมจะไปหาอาทิตย์หน้านะครับ อาจอยู่ได้แค่วันเดียว”

            [โอเค เ๯้าตัวแสบ]

            “รักแม่ครับ”

            [รักเราเหมือนกัน]

            เชื่อเถอะ ว่าถ้าแม่โทรหาเจียวเจียว เธอจะต้องตอบตกลงแน่

            ส่วนเ๹ื่๪๫ของโยลีแม่ยังไม่รู้และผมก็ยังไม่อยากบอก เพราะเ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้นยังไม่มีความชัดเจน ทุกอย่างมันคงต้องใช้เวลา…

            ครืด ครืด ครืด ครืด

            โทรศัพท์ของผู้จัดการโยลี

            [คุณติสรณ์คะ น้องโยลีเป็๲ลมค่ะ]

            “อะไรนะ!!”

            สถานที่ถ่ายละครในเมือง

            ผมเดินไปหาโยลีที่รถตู้ส่วนตัวด้านหลัง ก็เห็นส้มผู้จัดการส่วนตัวของเธอยืนอยู่หน้ารถด้วยท่าทีกระวนกระวาย

            “คุณติสรณ์”

            “โยลีเป็๞ยังไงบ้าง”

            “ยังไม่ฟื้นเลยค่ะ”

            ผมเปิดประตูรถตู้ มองดูหญิงสาวใบหน้าซีดเซียวนอนหลับอยู่ ก็รู้สึกเป็๞ห่วงเธอเล็กน้อย

            “ทำไมถึงเป็๲ลมได้”

            “๰่๭๫นี้น้องโยลีคงเครียดค่ะ”

            “ยาแก้เครียดล่ะ” ผมหันไปถามส้ม

            “ยาอะไรคะ”

            “มียาแก้เครียดอยู่ในกระเป๋า คุณลองหาดู”

            “ค่ะ”

            ส้มรื้อค้นหาของในกระเป๋าสะพายของโยลี สักพักก็หยิบซองยาขึ้นมาชูให้ผมดู

            “อันนี้เหรอคะ”

            “ใช่ อันนี้แหละ”

            “อันนี้เป็๞วิตามินค่ะ น้องโยลีเป็๞คนให้ส้มไปซื้อมาให้”

            “วิตามิน?”

            “ค่ะ”

            ผมจำได้ว่า ยาในกระเป๋าที่เธอเก็บไว้มันคือยาแก้เครียดที่หมอจัดไว้ให้เธอกิน แล้วมันจะกลายเป็๲วิตามินได้ยังไง

            ขณะที่ร่างบางขยับตัว ผมก็คว้าถุงยามาจากมือของส้มและเก็บใส่กระเป๋าเสื้อก่อนจะหันไปสนใจโยลีที่กำลังลืมตาขึ้นมาพอดี

            “โย…”

            “ติเหรอคะ…คุณมาทำอะไรที่นี่”

            “คุณเป็๲ยังไงบ้าง”

            “โยแค่เหนื่อยนะ ไม่เป็๞อะไรหรอก”

            “ไปหาหมอดีไหม ผมจะพาไป”

            “โยไม่เป็๞อะไรจริงๆ ค่ะติ…พี่ส้มคงกังวลถึงได้โทรไปกวนคุณ”

            “คุณควรหยุดงานแล้วพักอยู่ห้องได้แล้ว ไม่อย่างนั้นร่างกายจะไม่ไหวเอา”

            “อีกแค่ไม่กี่ซีนก็จะจบแล้วค่ะ ติไม่ต้องเป็๞ห่วงนะ”

            “ถ้าเกิดอะไรขึ้น…”

            “ติอย่าคิดมากเลยนะคะ โยเข้าใจว่าติดห่วงโย”

            เอาเป็๲ว่า แล้วแต่เธอก็แล้วกัน…

            คุยกันสักพักผมก็กลับมาที่บริษัท เรียกตัวเลขามินมาที่ห้อง ยื่นซองยาที่น่าสงสัยให้เขาไป

            “ไปดูว่ายาชนิดนี้คือยาอะไร ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด”

            “ครับบอส”

            ถ้ามันคือวิตามิน แล้วมีเหตุผลอะไรที่โยลีต้องโกหกผมด้วย…

            

            ถ้าหายไปหลายวัน ก็ขอโทษด้วยนะคะ เริ่มท้อนิดหน่อย

            >>>