บทที่ 2 คนชั่วย่อมได้รับผลกรรม
"คิดจะหนีงั้นหรือ? ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก"
ฉู่ชิงเฉินร่ายคาถาตรึงร่าง ทันใดนั้น ร่างของนักเลงก็แข็งทื่อราวกับเสาหิน ตรึงอยู่กับที่ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อย
ฉู่ชิงเฉินเดินเข้าไปโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะยกเท้าขึ้นแล้วเตะซ้ำไม่ยั้ง ทุกฝีเท้าเน้นลงที่เนื้อตรงจุดที่เจ็บที่สุด นักเลงล้มลงไปนอนกองกับพื้น ร้องโหยหวนราวกับสุนัขหอน
"ท่านย่าโปรดเมตตาด้วย ไว้ชีวิตข้าน้อยคนนี้สักครั้ง ข้าจะเปลี่ยนนิสัยใหม่ กลับตัวเป็คนดีแน่นอน" นักเลงวิงวอนขอความเมตตา หากไม่ยอมอ่อนข้อตอนนี้ เห็นทีวันนี้ชีวิตคงต้องมาทิ้งไว้ที่นี่แล้ว
'ไว้ข้ากลับไปได้เมื่อไหร่ จะพาคนมาจัดการนังสารเลวนี่ให้หนักกว่าเดิม!'
"ไสหัวไป" ฉู่ชิงเฉินช้าเอ่ยสองคำออกจากปากอย่างเชื่องช้า "ไปซะ"
แล้วนักเลงคนนั้นก็ไสหัวออกจากลานบ้านไปจนพ้นประตูจริง ๆ
ฉู่ชิงเฉินยกมุมปากขึ้นเป็รอยยิ้มหยัน มีแต่พวกโง่เท่านั้นที่เชื่อว่า คนประเภทนี้จะกลับตัวได้
การปล่อยให้เขาไปไม่ใช่เพราะนางใจบุญ เมื่อครู่ นางได้ดูโหงวเฮ้งของนักเลงคนนั้นแล้ว กึ่งกลางหว่างคิ้วยุบตัว มีแสงสีดำแผ่ซ่านออกมาเล็กน้อย นี่คือลางร้ายที่แสดงว่า จะมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น คนที่กำลังจะตาย ์ย่อมลงทัณฑ์เอง นางไม่จำเป็ต้องลงมือฆ่าให้เสียมือ
หลังจากนักเลงไสหัวออกจากลานบ้านไปแล้ว เขาก็พยุงตัวเองลุกขึ้นโดยเกาะกำแพงอย่างโงนเงน ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความเ็ป ในใจได้แต่สาปแช่งว่า ผู้หญิงคนนี้ลงมือหนักชะมัด แค้นนี้เขาต้องชำระให้ได้
นักเลงที่คิดแต่เื่แก้แค้นจนใจลอย จึงมองไม่เห็นหลุมส้วมข้างหน้า เสียหลักถลาหัวทิ่มลงไปข้างใน และสิ้นใจตายทันที
"ช่วยด้วย! มีคนตกลงไปในหลุมส้วม!"
แม่เฒ่าหลี่ถือถังใบเล็กเตรียมจะมาตักปุ๋ยคอกไปใส่ผัก นึกไม่ถึงว่าจะได้ยินเสียงตูม ยังไม่ทันเห็นหน้าคนชัด ๆ ก็มีคนตกลงไปในนั้นเสียแล้ว ไม่รู้ว่าใครกันที่โชคร้ายขนาดนี้ แทบจะทำให้นางใจนหัวใจวาย
ชาวบ้านที่เดินผ่านมาใช้เชือกดึงร่างนั้นขึ้นมา หลังจากเทน้ำสะอาดลงไปหนึ่งถัง จึงเห็นหน้าของคนผู้นั้นอย่างชัดเจน
"์มีตา! นี่มันนักเลงประจำหมู่บ้านนี่นา"
"ทำเื่เลวมามาก แม้แต่์ก็ทนไม่ไหว นี่แหละกรรมตามสนอง"
ชาวบ้านมุงดู และพูดคุยกันคนละประโยคสองประโยค
.....
ฉู่ชิงเฉินก้มลงแก้เชือกที่มัดร่างของเด็กน้อยทั้งสอง นางพิจารณาคนตรงหน้า แม้จะสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง แต่ก็ไม่อาจปิดบังความสง่างามที่มีติดตัวได้
คิ้วคมตาใส เพียงแต่ใบหน้าซีดเหลืองและไม่มีเนื้อหนังมากนัก ดูออกทันทีว่าขาดสารอาหารมาเป็เวลานาน
"พื้นมันเย็น ลุกขึ้นมา"
ฉู่ชิงเฉินเห็นเด็กน้อยยังนั่งอยู่บนพื้นและจ้องมองนาง สีหน้าแสดงความหวาดกลัวเล็กน้อย นางจึงอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปช่วยพวกเขาลุกขึ้น
"แสร้งทำดี"
ถวนเป่าไม่สนใจมือที่ยื่นมาอย่างเป็มิตร เขาพยุงน้องสาวขึ้น จากนั้นสองพี่น้องก็เดินผ่านนางเข้าไปในบ้าน
"เด็กไม่รู้จักบุญคุณสองคนนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะข้าช่วยพวกเ้าเมื่อครู่ ไม่รู้ว่าจะถูกขายไปทนทุกข์ที่ไหนแล้ว!"
ฉู่ชิงเฉินเก็บมือกลับ พลางะโตามหลังเด็กทั้งสองไป เดิมทีนางรู้สึกเสียหน้าที่พยายามทำดีแต่กลับถูกเมิน แต่พอคิดได้ว่าเ้าของร่างเดิมทั้งทุบตีและด่าทอเด็กสองคนนี้มาตลอด นางก็ทำใจยอมรับได้ คงไม่สามารถเปลี่ยนความประทับใจของนางในสายตาของเด็ก ๆ ได้ในทันที ค่อยเป็ค่อยไป ไม่ต้องรีบร้อน
"หิวจัง! มีอะไรกินบ้างไหม?"
ฉู่ชิงเฉินเข้าไปในบ้าน ท้องส่งเสียงร้องโครกคราก นางมองสำรวจสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ที่สามารถบรรยายได้เพียงคำว่า ยากจนข้นแค้น ขัดสนทั้งสี่ด้าน
และเนื่องจากฝนเพิ่งตกไป หลังคาจึงมีน้ำขังและรั่วซึมลงมาด้านล่าง
"ท่านแม่ อย่าตีข้ากับพี่ชายเลย ข้าจะไปทำอาหารให้เดี๋ยวนี้"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หยวนเป่าก็รีบเตรียมตัวไปทำอาหารทันที เมื่อก่อน หากนางกลับมาจากข้างนอกแล้วข้าวปลาไม่เสร็จ ก็มักจะโดนทุบตีอย่างหนักเสมอ
"ข้าจะออกไปเก็บผักป่าข้างนอก ท่านห้ามรังแกน้องสาวข้านะ"
ถวนเป่าพูดขึ้นอย่างรีบร้อน เพราะกลัวน้องสาวจะถูกตี ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็เพียงเด็กน้อย แม้บนใบหน้าจะไม่แสดงอะไรออกมา แต่ในใจก็รู้สึกกลัวอยู่บ้าง
"ถวนเป่า กลับมานี่"
ฉู่ชิงเฉินใช้มือข้างเดียวยกถวนเป่าขึ้นมา ง่ายดายราวกับยกลูกไก่ตัวเล็ก ๆ จากนั้นก็วางเด็กชายลงบนม้านั่งไม้เล็ก ๆ ให้เขานั่งให้เรียบร้อย
"พวกเ้าสองคนยังสูงไม่ถึงเตาไฟเลย! มือเท้าเล็ก ๆ แบบนี้จะทำอะไรได้? ข้าจะทำอาหารเอง"
ฉู่ชิงเฉินมองเด็กน้อยพลางกำชับ แม้นางจะหิวแค่ไหน แต่ก็ไม่มีเหตุผลที่จะให้เด็กเล็ก ๆ ขนาดนี้ทำอาหารให้
สองพี่น้องสบตากันด้วยความประหลาดใจ เพราะคิดไว้แล้วว่าจะต้องถูกทุบตี แต่กลับไม่เป็อย่างที่คิด สงสัยพระอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตก ผู้หญิงใจร้ายจะทำอาหารให้พวกเขากินจริง ๆ หรือ?
ฉู่ชิงเฉินเดินไปที่ห้องครัวทรุดโทรม ข้าวในถังแทบจะหมดเกลี้ยง นางต้องวางมือบนถังข้าวสาร เอียงถังเล็กน้อย แล้วใช้กระบวยน้ำเต้าตักข้าวออกมาได้เพียงครึ่งกระบวยเล็ก ๆ
นางเทข้าวสารครึ่งกระบวยลงในชาม เตรียมที่จะเติมน้ำเพื่อซาวข้าว ์... แม้แต่โอ่งน้ำก็เห็นก้นแล้ว ไม่มีน้ำเลยสักนิด
นางหิวจนไม่อยากขยับตัว แต่ยังต้องออกไปตักน้ำจากบ่อข้างนอก พลางคิดในใจว่า 'ถ้ามีน้ำก็คงดี'
ทันทีที่คิดเช่นนั้น ชามข้าวก็เต็มไปด้วยน้ำกะทันหัน ฉู่ชิงเฉินมีสีหน้างุนงง คิดว่าตัวเองตาฝาด ขยี้ตาแล้วมองลงไปในชามอีกครั้ง มันมีน้ำอยู่จริง ๆ! นางตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว และ้าทดสอบดูอีกครั้ง หญิงสาวเดินไปที่ถังเก็บน้ำ แล้วนึกในใจว่า 'ถ้ามีน้ำครึ่งถังก็คงดี' เพียงชั่วพริบตา สิ่งที่คิดก็เป็จริง ในถังน้ำมีน้ำครึ่งถังปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า
นี่มัน! น่าอัศจรรย์เกินไปแล้ว หรือว่านี่คือพลังวิเศษ ที่นางได้รับตอนทะลุมิติมา นางมาพร้อมกับมิติส่วนตัวด้วยสินะ
เมื่อฉู่ชิงเฉินนึกถึงตัวช่วยพิเศษของตัวเอง หัวใจก็พลันเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย
นางรำพึงคำว่า 'มิติ' ในใจ และทันใดนั้น ก็รู้สึกว่าโลกรอบตัวกำลังหมุนวน แสงสีขาวสว่างวาบขึ้น แล้วนางก็ปรากฏตัวในสภาพแวดล้อมใหม่ทั้งหมด
นางมองไปข้างหน้า ก่อนจะเห็นสวนขนาดใหญ่ ในสวนมีผลไม้และผักปลูกอยู่ ข้าง ๆ มีน้ำพุใสสะอาด คาดว่าน้ำในถังเมื่อครู่ก็น่าจะมาจากที่นี่
นางสามารถใช้ความคิดควบคุมสิ่งต่าง ๆ ที่นี่ได้
เดี๋ยวนะ ทำไมที่นี่ถึงดูคุ้นตาจัง
เฮ้ย! นี่มันบ้านเดี่ยวที่นางอยู่ในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่หรือ? พืชผลในสวนก็ยังเป็ของที่นางปลูกด้วยมือของตัวเองด้วย
นางจัดการเด็ดผักปวยเล้งมากำมือหนึ่ง และหยิบแตงเหลืองที่สุกกำลังดีมาอีกลูก นางไม่ได้อยู่ที่นี่นานนัก เพราะด้านนอกยังมีเด็กน้อยสองคนรอกินข้าวอยู่ คิดได้ดังนั้น ฉู่ชิงเฉินจึงออกมาจากมิติก่อน รอให้มีเวลาค่อยเข้าไปในศึกษาอย่างละเอียดอีกครั้ง
เพียงพริบตาเดียว หญิงสาวก็กลับมาอยู่ในห้องครัว หลังจากซาวข้าวเสร็จแล้ว นางจึงเทข้าวทั้งหมดลงในหม้อเหล็กใบใหญ่ ใช้กระบวยน้ำเต้าตักน้ำจากถังสองกระบวย แล้วเติมลงไปในหม้อ
ข้าวสารมีน้อยเกินไป พอทำได้แค่ข้าวต้มเท่านั้น แถมยังเป็ข้าวต้มที่เหลวมากด้วย ดูเหมือนว่า งานเร่งด่วนตอนนี้คือหาวิธีหาเงินให้ได้ ไม่เช่นนั้นคงอดตายกันพอดี
ฉู่ชิงเฉินนั่งยอง ๆ ข้างเตาไฟ ใส่ฟืนเข้าไป ถือก้อนหินสำหรับจุดไฟสองก้อนขึ้นมา พยายามเสียดสีกันไปมาหลายครั้งแต่ไฟก็ไม่ติด
ริมฝีปากของนางสั่นระริก เริ่มรู้สึกลำบากใจ นางมาจากยุคปัจจุบันที่ใช้แต่เตาแก๊ส เตาแม่เหล็กไฟฟ้า การใช้หินเหล็กไฟก่อไฟแบบนี้ ช่างไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย
นางโยนหินเหล็กไฟทิ้ง ไม่เสียเวลาครุ่นคิดวิธีใช้อีก จากนั้น นางก็ตัดสินใจใช้เคล็ดวิชาไฟแทน เพียงไม่นาน ไฟในเตาก็ลุกโชนอย่างรวดเร็ว นางมองดูเปลวไฟพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก นี่แหละดี ง่ายและได้ผลเร็ว
ระหว่างที่รอข้าวต้ม นางนำผักปวยเล้งที่หยิบมาจากมิติมาล้างให้สะอาด แล้วก่อไฟตั้งเตาใหม่ ต้มน้ำให้เดือด ก่อนจะลวกผักปวยเล้ง หลังจากนั้นก็ตักออกมาแช่น้ำเย็น
ในครัวไม่มีน้ำมันแม้แต่หยดเดียว ฉู่ชิงเฉินจึงได้แต่โรยเกลือลงไปนิดหน่อย ใส่น้ำส้มสายชูเล็กน้อย ทำเป็ผักปวยเล้งคลุก จากนั้นจึงใช้มีดหั่นแตงเหลืองเป็สองซีก แบ่งเป็ชิ้นเล็ก ๆ จัดวางลงบนจาน
หลังจากเตรียมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางคำนวณเวลาแล้ว ก็พบว่าข้าวต้มในหม้อสุกพอดี จึงเปิดหม้อตักข้าวต้มใส่ลงในชามเหล็กขนาดใหญ่
"ถวนเป่า หยวนเป่า ได้เวลากินข้าวแล้ว" ฉู่ชิงเฉินยกอาหารออกมาวาง แล้วเรียกเด็กน้อยทั้งสองมากินข้าว
สองพี่น้องได้กลิ่นหอมของข้าว ต่างก็หิวจนท้องกิ่ว แต่กลับไม่ยอมขยับตะเกียบ ผู้หญิงสารเลวคนนี้ จู่ ๆ ก็มาทำดีกับพวกเขา ในอาหารต้องใส่ยาพิษไว้แน่ ๆ!