บทที่ 37 การทดสอบหน่วยพยัคฆ์III
“เดี๋ยวก่อน ! ต้าเป่า ทำอะไรของนายเนี่ย”หวังเฟิงรู้สึกทำอะไรไม่ถูก ตั้งแต่เกิดมาเขาก็เพิ่งเคยถูกผู้ชาย… ไม่ใช่สิ เพิ่งเคยถูกคนมากอดขาทำหน้าตาน่าสงสารแบบนี้ครั้งแรกนี่แหล่ะ
“ลูกพี่ลูกพี่คือยอดคน ! ดูจากการลงมือเมื่อกี้ฉันก็รู้แล้วฉันสาบาน รับฉันไว้ ลูกพี่ไม่ผิดหวังแน่นอน” ต้าเป่ายังคงอ้อนวอน
หวังเฟิงรู้สึกปวดหัวขึ้นมาจากนั้นเขาก็คิดขึ้นได้ว่า ถึงจะรู้จักกันไม่นานแต่แท้จริงแล้วต้าเป่าเองก็นิสัยไม่เลว คบหาไว้ก็ไม่เสียหายเลยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“อยากนับถือฉันเป็นลูกพี่? นั่นก็ไม่ยากอะไร ขอเพียงเชื่อฟังและไม่ทำอะไรที่ส่งผลเสียต่อฉันก็พอ”
ต้าเป่าพอได้ยินว่าหวังเฟิงยอมรับตัวเองแล้วก็รีบลุกขึ้นมา ยกมือขึ้นพร้อมพูดสาบาน “ฉันต้าเป่าจะเชื่อฟังและไม่คิดอะไรที่จะทำร้ายลูกพี่หวังเฟิงทั้งต่อหน้าและหลับหลังหากผิดคำพูดนี้ขอให้ไม่ตายดี !”
“ขอให้จำคำพูดของตัวเองวันนี้ไว้ถ้าผิดจากคำพูดนี้ไปฉันไม่ปราณีนายแน่” หวังเฟิงพูดจบก็หันหลังเดินมุ่งหน้าไปต่อ
หลังจากโดนกับดักตาข่ายเล่นงานแล้วทั้งสองก็เจอกับดักเล่นงานอีกหนึ่งครั้ง หนนี้เป็นเชือกบ่วงบาศก์ดีที่หวังเฟิงคอยระวังตัวอยู่ก่อน เลยไม่อาจทำอะไรทั้งสองคนได้ในที่สุดพอมาถึงช่วงสายของวัน หวังเฟิง และต้าเป่าก็มาถึงจุดหมาย
บริเวณนี้เป็นลานกว้างมีเพิงที่พักอย่างง่ายถูกสร้างไว้สี่จุดล้อมรอบเสาสูงใหญ่ต้นหนึ่งหวังเฟิงกวาดตามองไป ก็พบว่ามีคนมาถึงก่อนแล้วสามคน แบ่งเป็นชายสอง หญิงหนึ่ง
“ลูกพี่พวกนั้นก็คือตัวเต็งที่ฉันบอก มู่ไป๋ เจิ้งหมิง เสิ่นหรูฮวา” ต้าเป่ากระซิบบอก
หวังเฟิงเพียงร้อง‘อืม’ ในลำคอคำหนึ่งจากนั้นก็เข้าไปนั่งใต้เพิงพัก ทั้งห้าคนต่างไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยมีเพียงเสียงแคะเมล็ดแตงโมของต้าเป่า ที่ดังทำลายความเงียบมาเป็นระยะ
รอจนกระทั่งหมดเวลาก็มีคนมาถึงจุดหมายเพิ่มอีกเจ็ดคน รวมแล้วคนที่ผ่านด่านรอบแรกมีทั้งหมดสิบสองคน
[สิ้นสุดการทดสอบ มีคนที่ผ่านรอบแรกทั้งหมดสิบสองคนส่วนคนที่ไปไม่ถึงจุดหมายให้หยุดอยู่กับที่ เดี๋ยวอีกสักครู่จะมีคนไปรับ] เสียงประกาศดังไปทั่วทั้งเกาะเล่นเอาบรรดาสัตว์ป่าทั้งหลายตื่นเตลิดไปตาม ๆ กัน เหล่านกบินว่อน สัตว์สี่ขาสองขาล้วนหาที่ซุกหัวหดหาง
มู่ไป๋เจิ้งหมิง เสิ่งหรูฮวา ต้าเป่า หวังเฟิง พร้อมกับคนอื่นที่ผ่านการทดสอบมีเฮลิคอปเตอร์มารับถึงกลางลานกว้าง พวกเขาไม่ได้ถูกส่งกลับไปที่เรือ แต่ถูกพาไปยังอาคารแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับชายทะเลมองจากด้านบนที่แหงนี้คล้ายกับศูนย์ปฏิบัติงานมีตึกอยู่สามตึกตั้งทำมุมคล้ายลักษณะสามเหลี่ยม ตึกตรงกลางสูงที่สุดมีประมาณสิบชั้นส่วนอีกตึกที่เหลือทั้งสองสูงแปดชั้น กึ่งกลางระหว่างตึกทั้งสามมีลานกว้างขนาดใหญ่พร้อมอาคารชั้นเดียวอีกสามอาคาร
หลังลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ทั้งสิบสองคนก็ถูกจัดแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งโดยมีฉู่เทียนเฟิงยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมกวาดสายตามองทั้งหมดรอบหนึ่งแล้วพูดขึ้น
“ขอแสดงความยินดีกับทุกคนที่ผ่านรอบแรกมาได้แต่อย่าเพิ่งดีใจไปยังมีการทดสอบรอบที่สองอยู่อีกฉันหวังว่าอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าฉันจะได้พบกับพวกเธอทุกคน”พูดจบฉู่เทียนเฟิงก็ส่งสายตาไปยังทหารนายหนึ่งทางจากนั้นก็เดินไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่จอดอยู่ไม่ไกล
เสียง“พึ่บ พึ่บ พึ่บ” จากใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ดังขึ้น ก่อนจะค่อย ๆ จางหายไปบนอากาศ
“เลิกมองได้แล้ว”ทหารหนายหนึ่งก้าวขึ้นมาแทนที่ตำแหน่งฉู่เทียนเฟิง “ฉันเฉิงชิง ในวันพรุ่งนี้จะมีประกาศเกี่ยวกับการทดสอบรอบที่สองขอให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม ที่พักของพวกเธอถูกจัดเตรียมไว้แล้วอยู่อาคารหมายเลขหนึ่งตรงนั้น อยู่ที่นี่มีข้อแนะนำเพียงอย่างเดียวอย่าเดินเผ่นพ่าน ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน แยกย้ายได้ !”
ทั้งสิบสองคนเดินตามทหารนายหนึ่งมุ่งตรงไปตามทางอาคารหมายเลขหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้กับตึกแรกทางซ้ายมืออาคารนี้มีเพียงสองชั้น เป็นอาคารสำหรับพักอาศัยทั้งหมด
พอเข้ามาในอาคารทหารนายนั้นก็พูดขึ้น “ห้องพักของพวกนายอยู่ชั้นหนึ่งที่หน้าประตูจะมีชื่อติดเอาไว้ หากันเอาเอง จำไว้อย่าเดินเพ่นพ่าน”
หวังเฟิงลองมองไปที่ประตูก็เห็นว่ามีการติดป้ายชื่อเอาไว้ ห้องหนึ่งอยู่กันสามคน ที่หน้าประตูห้องของหวังเฟิงนอกจากชื่อของตัวเองแล้ว ยังมีชื่อของต้าเป่าอยู่ด้วย ส่วนอีกคนหวังเฟิงไม่อยากสนใจเพราะนี่เป็นแค่ที่พักชั่วคราวเท่านั้น
“ลูกพี่โชคดีที่เราได้อยู่ห้องเดียวกัน” ต้าเป่าปรบมือชอบใจ
ภายในห้องถือว่ากว้างมากกว้างกว่าหอพักในมหาวิทยาลัยของหวังเฟิงเสียอีก เตียงนอนสามเตียงตั้งอยู่บริเวณมุมขวาของห้องฝั่งตรงกันข้ามคือโต๊ะอ่านหนังสือ ใกล้กันมีตู้เก็บเสื้อผ้าสามล็อคภาพรวมถือว่าเป็นห้องพักที่สะอาด และเรียบง่ายมาก
‘ก็เหมาะกับสไตล์ของห้องพักทหารดี’ หวังเฟิงคิดในใจ
“ลูกพี่ดูที่ตู้สิมีเสื้อผ้าของพวกเราอยู่ด้วย ขนาดพอดีตัวด้วยนะ”
บนฝาตู้เก็บเสื้อผ้าก็มีชื่อของคนสามคนอยู่เช่นเดียวกัน ภายในนั้นมีเสื้อผ้าอยู่สองชุดชุดแรกเป็นเสื้อยืด กางเกงวอร์มขายาวธรรมดา อีกชุดหนึ่งเป็นชุดสีดำสนิท เสื้อแขนสั้นสีดำบนไหล่มีเกราะเบาขนาดเล็กส่วนกางเกงเป็นกางผ้าขนาดพอดี ทั้งเสื้อและกางเกงต่างทำมาจากผ้าชนิดพิเศษ มีความทนทานและมีความยืดหยุ่นสูง
“ชุดนี้เราคงจะได้ใส่ในวันพรุ่งนี้แน่”หวังเฟิงพูดขึ้นแล้วหยิบชุดสีดำออกมา
ห้องปฏิบัติการแห่งหนึ่ง ณ ฐานทัพหน่วยพยัคฆ์เขตใต้
“หัวหน้าเห็นภาพนี้แล้วคิดว่ายังไงครับ”
ภายในห้องกำลังฉายภาพเหตุการณ์บนเกาะระหว่างการทดสอบหน่วยพยัคฆ์ของเขตใต้ครั้งล่าสุดมันเป็นภาพช่วงที่ต้าเป่าถูกตาข่ายตรึงร่างไว้กลางอากาศ จากนั้นตาข่ายก็ถูกทำลายอย่างง่ายดายด้วยหินที่หวังเฟิงซัดออกไปภาพนี้ฉายซ้ำไป ซ้ำมาไม่รู้กี่รอบแล้ว
ฉู่เทียนเฟิงเห็นภาพในวิดีโอนี้แล้วก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองตาข่ายที่ใช้ในการทดสอบนี้ เป็นตาข่ายที่ถักมาจากน้ำลายของหนอนปฐพี มีความเหนียวขาดได้ยากมาก หากคิดจะทำลายต้องมีพลังระดับรวบรวมปราณขั้นสูงขึ้นไป ด้วยอายุยังไม่ถึงยี่สิบปีเต็มแต่กลับมีฝีมือถึงขนาดนี้ สามารถเรียกได้ว่า อัจฉริยะ ทั้งยังเป็นอัจฉริยะระดับปิศาจ คนวัยเดียวกันที่มีความสามารถระดับนี้ ทั้งประเทศมีเพียงแค่สองคน!
‘นี่ก็เป็นเด็กปิศาจอีกคนหนึ่ง…’ฉู่เทียนเฟิงคิดในใจ
“จัดให้ข้อมูลของหวังเฟิงเป็นข้อมูลระดับความลับสูงสุดหากฉันได้ยินข่าวอะไรเล็ดลอดออกไป มีโทษตายสถานเดียว”
เหล่าทหารที่อยู่ภายในห้องปฏิบัติการรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมารีบจัดลำดับข้อมูลของหวังเฟิงทุกอย่างเป็นความลับขั้นสูงสุดทันที การจัดการตรงนี้ยังต้องอาศัยคำสั่งเข้ารหัสพิเศษของฉู่เทียนเฟิงในการดำเนินการด้วย
“เรื่องทุกอย่างจัดการตามเดิม”
“รับทราบครับ!”
ถึงจะบอกว่าจัดการตามเดิมแต่ทุกคนก็รู้ดีว่านับแต่นี้เรื่องของหวังเฟิง ล้วนได้รับการให้ความสำคัญในระดับสูงและต้องจัดการไปอย่างแนบเนียน นี่คือคนของหน่วยพยัคฆ์เขตใต้ของพวกเขา ถึงหวังเฟิงจะยังไม่ผ่านการทดสอบอย่างเป็นทางการ แต่ด้วยฝีมือระดับนี้หากอีกฝ่ายทำภารกิจไม่ผ่าน พวกเขาก็จะให้ผ่าน !