“ถอดให้หมดซะ!”พระเ้าเอกทัศตรัสเเละมองซ้ายเเลขวา เขาไม่้าให้ใครรู้เื่นี้เด็ดขาด จันขาวถอยหลังเเละผวาผม
“ได้โปรด กระผมเป็เพียงอำมาตย์สิ่งที่นอกเหนือกิจราชการกระผมมิอาจกระทำได้ขอรับ”
“อย่าทำให้ข้าเสียใจ ข้าเล็งเ้าไว้ตั้งเเต่ที่เ้าช่วยข้าจากห่าฝนเกาทัณฑ์เเล้ว ยืนนิ่งๆเสียเถิด นี้เป็การทำเพื่อบ้านเมือง”
“เเต่พระองค์”จันขาวพูดเสียงสั่น
“คนที่ข้าไว้ใตมีเพียงเ้าเเละสินเท่านั้น ทว่าสินกลับรักษาอาการาเ็จากการศึกครั้งก่อน จึงต้องเป็เ้าเเต่เพียงผู้เดียวจันขาว”
“…”จันขาวกลืนน้ำลาย เเม้เขาจะไม่ค่อยพอใจเเต่ก็ยอมกระทำการดั่งพระประสงค์ของพระเ้าเอกทัศอย่างดี พระเ้าเอกทัศรีบถอดเสื้อของเขาเองออกเเละของจันขาวออก หลังจากนั้นก็รีบใส่เสื้อของจันขาวเเทน
“เอ้า เ้าเองก็รีบสวมชุดนั้นซะซี”
“อ..อ่อ”จันขาวสีหน้าเปลี่ยนไปเเละพยายามถอนหายใจไม่ให้ผมรู้ตัว
“มีอะไรผิดเเปลกไปรึ?”
“มิผิดเเปลกขอรับ เเต่กระผมขอพระราชทานพระบรมาานุญาติไตร่ถามว่าพระองค์มีพระประสงค์จะทำการใดต่อไปขอรับ?"
“จะปลอมเข้าไปตรวจการนครซะหน่อย เพราะฉะนั้นคนที่ข้าไว้ใจจึงมีเพียงเ้าเท่านั้น หากมีผู้ใดรู้เื่นี้เข้าเเล้วตามไปลอบสังหารข้าในเมืองเดี๋ยวจะวุ่นวาย หรือหากมีอุปัทวเคราะห์ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงอีก เพราะฉะนั้นข้าจึงต้องปลอมตัวเป็เ้าไงล่ะ”
“ถ้าเป็เช่นนั้นเกรงว่าท่านจะมีอันตรายเเล้ว”เเม่ทัพไม้เลี้ยวพูด เสียงของเขามาจากด้านนอกหน้าต่างของวังที่จากพื้นดินเกือบ4เมตร เเม่ทัพไม้เลี้ยวขยับร่างกายให้เห็นเเผ่นหลังของเขาเพียงครึ่งเดียว ชุดสีนิลด้านเเละผมสีเหลืองซีดราวกับหญ้าฟางที่เหี่ยวเฉา
“ท…ท่านไม้เลี้ยว”
“ไม้เลี้ยว มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง”
“ข้าพเ้าขอประทาอภัยด้วยพะยะค่ะ เมื่อครู่ข้าพเ้ามโนนึกว่าพระองค์จะกระทำการลับจึงไม่ได้ส่งเสียงเเต่ยังคงคุ้มกันตามที่ท่านตรัสเอาไว้"ไม้เลี้ยวะโเข้าทางหน้าต่างเเละคุกเข่าหนึ่งข้างก้มหน้าลงคำนับพระเ้าเอกทัศตามเเบบฉบับของหน่วยสืบราชการลับ พระเ้าเอกทัศโบกมือปัดเเละทำทีเป็นัยว่าเ้ามีข่าวสารประการใด
ไม้เลี้ยวจึงกล่าวต่อ"เหตุใดท่านจึงปล่อยหนวดเขี้ยวไป? มันเป็คนที่คิดจะบำราบชาติพะย่ะค่ะ"
“หนวดเขี้ยว?”จันขาวตาโต ปะติดปะต่อเื่ไม่ถูก
“จันขาว เ้าคงไม่รู้ เเต่ไหนๆก็ไหนๆเเล้วข้าจะเล่าให้เ้าเข้าใจด้วย พระยาพิชัยที่มีเเต่คนครหาว่าเป็พวกคิดคดนั้นถูกพระราชสาสน์ปลอมหลอกให้ไปประจำการที่อู่ต่อเรือ ในขณะนั้นน้องของเขาตายเขาไม่มีโอกาสได้ฝังน้องของเขา เเละไม้เลี้ยวก็ตามไปที่อู่ต่อเรือ จัดการกับพระยาพิชัย เเต่ผลสรุปมันเป็เื่เข้าใจผิดกัน”
“สาสน์ปลอมนั้นเป็ของนายหนวดเขี้ยวที่พยายามจะดันให้พระยาตากสินขึ้นครองราชย์ในระหว่างชุลมุน ในาของชาวบ้านบางระจันทำให้เขานึกถึงอดีตอันโหดร้ายที่นายหนวดเขี้ยวต้องเสียญาติพี่น้องทั้งหมดเเละบ้านเกิดไป ทำให้เขาไม่อาจทนที่เห็นข้ามองเมินชาวบ้านบางระจันได้ เเละตั้งใจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายในนครอโยธยาหลังจากนั้นก็รวมเอาพลกำลังหลักทั้งหมดอีก8หมื่นเข้าไปจู่โจมให้มณีปุระที่ไม่ทันตั้งตัวเเตกสลายไปเเละเเต่งตั้งให้พระยาตากสินเป็พระมหากษัติรย์”
“เเสดงว่าพวกเขาทั้งหมดเป็ฏ?”จันขาวตอบกลับ
“ไม่ใช่หรอก เพราะตัวข้าเมื่อก่อนนั้นอ่อนเเอ นายหนวดเขี้ยวหาวิถีทางที่ดีที่สุดในการที่จะทำให้อโยธยาคงอยู่ต่อไป โดยดันให้พระยาตากสินผู้เลื่องลือว่าเจนศึกเื่ามาเป็กษัตริย์เพื่อเสริมความเเข็งเเกร่งเเทน”
“เเต่ว่าความคิดของนายหนวดเขี้ยวนั้นเป็อันตรายต่อท่าน”นายไม้เลี้ยวตอบกลับ เขา้าให้จัดการฆ่าหนวดเขี้ยวซะเเละผมก็รู้ว่าหากหนวดเขี้ยวตายไม้เลี้ยวมีลูกน้องคนสนิทที่อยากดันขึ้นเเทนตำเเหน่งของหนวดเขี้ยวในทันที
“พวกเราฆ่าหนวดเขี้ยวไม่ได้ การมีอยู่ของเขาทำให้ทหารมีกำลังใจ พละกำลัง เเละชื่อเสียงเรียงนามที่เลืองลือ หากว่าถูกฆ่าตาย กระทรวงกะลาโหมจะสั่นครอนลง อีกอย่างข้าให้เขาไปบวชเเล้วถึง1เดือนเเละก็กล่าวสั่งสอนเขาไปบ้าง ตอนนี้หนวดเขี้ยวสำนึกเเล้ว”
“ขอรับ/พะย่ะค่ะ”จันขาวเเละไม้เลี้ยวกล่าวรับคำพร้อมกัน
“เออ พอดีเลย ไม้เลี้ยวนายต้องปลอมตัวเป็ฉันเเละอยู่ในห้องนี้ อย่ารึให้ใครเข้ามาเด็ดขาด ข้าจะไปตรวจนครกับจันขาวซะหน่อย เพราะงั้น..ถอดซะ!” เมื่อไม้เลี้ยวได้ยินก็สะดุ้งคลานเข่าถอยหลังในทันที"ไม่ได้ ไม่ได้พะย่ะค่ะ ตัวข้ารับเเสงไม่ได้ ได้โปรด"
10นาทีต่อมา…
พระเ้าเอกทัศน์เเละจันขาวเดินออกมาจากพระราชวังหลักโดยที่ไม่มีใครสงสัย หลังจากนั้นพวกเขาก็ไปซื้อเสื้อของคนธรรมดามาใส่เป็ชุดลำลอง การเเต่งกายสมัยอยุธยานั้นผู้ชายจะเปลือยท่อนบนเเต่พวกเขาร่างกายภายในขาวเกินไป จึงต้องไปใส่ชุดลำลองของชาวจีนเเทน พระเ้าเอกทัศน์เดินไปกับจันขาวเเละเเวะกินร้านอาหารธรรมดาของเมืองซักหน่อย
ปรากฏว่าร้านอาหารนี้ทำอาหารที่เขาไม่เคยกินมาก่อน อาหารที่คนไทยเเท้ๆยังไม่เคยกิน"นี้คืออาหารไทย?"พระเ้าเอกทัศอุทานหลังจากชิมไป1คำ
“อาหารไทยขอรับ”จันขาวตอบเเละมองพระเ้าเอกทัศด้วยความสงสัย
‘อย่างนี้นี่เอง สูตรอาหารโบราณที่เลิศรสของไทยหายไปเพราะอาหารพวกนี้มันบูดง่าย เเละไม่สามารถค้างคืนได้ อาหารไทยสมัยนี้จึงเต็มไปด้วยของทอด เพราะสามารถกินค้างคืนได้เเละพวกร้านอาหารไทยหรือร้านข้าวเเกงในสมัยที่ผมอยู่จึงทำเเต่อาหารที่สามารถเก็บได้นาน นี้…คืออาหารไทยที่สูญหาย’
หลังจากกินเสร็จจันขาวก็ดูจะเกร็งเล็กน้อยเพราะเขาต้องเเสร้งทำเป็เพื่อนกับพระเ้าเอกทัศน์ พวกเขาเดินตรวจการบ้านเมือง ผู้คนในเมืองหลวงค่อนข้างคับคั่งเเละมีการค้าขายดิบดีนัก มีเสียงโปรโมตร้านของตนเองอยู่เรื่อยมา ในขณะที่พระเ้าเอกทัศเดินไปรอบๆเมืองก็ได้กลิ่นผิดประเภทเข้า
“หยุดก่อน”จันขาวหยุดทันที พระเ้าเอกทัศหันขวับไปหาเด็กเเล้วใช้จมูกสูดดมกลิ่นอย่างเเจ่มชัดเห็นเด็กสาวกำลังจะหม่ำเนื้อเสียบไม้พระเ้าเอกทัศก็เเย่งของเด็กมาทันทีเเละสูดดมอย่างเต็มที่ เด็กมองด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจหน้าบึงตึง"พี่ชายเอานะ นั้นมันของหนู หนูหิว"
“ไม่ได้ ฉันจะกินมันเอง”
‘เฮ้ย พระองค์!’จันขาวใคว้าเงินในกระเป๋าเเทบไม่ทัน"อะ นี้หนูพี่ชายให้4ไพ ไปเหมาทั้งร้านเลยลูก"จันขาวมองด้วยสายตาเอ็นดูเพราะเด็กผู้หญิงคนนี้น่ารักจิ้มลิ้มนักเขาลูบหัวเด็กเบาๆเเละกำลังจะยื่นถุงเงินให้พระเ้าเอกทัศก็รีบริบเงินของจันขาวทันที ใบหน้าของเด็กที่กำลังยิ้มเเย้มเปลี่ยนมาบึ้งตึงในฉับพลัน
“พระองค์ กระผมว่าพระองค์มิโหดร้ายไปรึ?”
พระเ้าเอกทัศน์ถามเด็กน้อย"นี้เ้าไปซื้อเนื้อย่างนี้มาจากหนใด?หากเ้าพาข้าไปข้าจะทำตามคำขอของเ้า1อย่างเเต่ห้ามกินเนื้อย่างนี้เด็ดขาด"พระเ้าเอกทัศกัดเนื้อย่างเคี้ยวจุบจับอย่างเอร็ดอร่อยพลางกลืนลงคอด้วยความสะใจพิลึก
‘จริงๆด้วย ในเนื้อย่างนี้มีกลิ่นเเอมโมเนียผสมอยู่ คนสมัยนี้จมูกยังไม่พัฒนาถึงคนในสมัยเราสินะ หากเด็กน้อยนี้กินไปมิหวังตายเเน่ๆ ต้องรีบหาตัวการให้เจอ ต้องเป็พวกนักวิยาศาสตร์ของชาวฮอลันดาเเน่ๆ'
“เเง๊เเง๊ๆๆๆ”เด็กน้อยทนไม่ไหวร้องไห้โห่ร้องกลางซอย ผู้คนที่สัญจรไปมาก็หันมามองเเต่ก็ไม่ได้สนใจ ซ้ำยังทำท่าทีรำคาญด้วยซ้ำ สักพักเเม่ของเด็กก็รีบวิ่งมาโอบกอดเด็กน้อย เเล้วเด็กน้อยก็ชี้มาที่ผม เเม่เด็กมองเนื้อย่างที่เหลือเเต่ไม้เสียบเปล่าๆก็เข้าใจเหตุการ์ณ
“คุณเเย่งเนื้อลูกชั้นกิน นั้นเป็ของขวัญวันเกิดที่ลูกของฉันรอมาทั้งปี”
พระเ้าเอกทัศไม่ได้พูดอะไรเขาคายเนื้อนี้ให้ไก่ข้างถนนกิน เหล่านกเเละไก้ก็ต่างกรูกันเข้ามาจิกเเทะเนื้อหายไปในเวลาไม่นาน เเต่เเม่เด็กไม่ฟังเเละเริ่มโวยวาย ผมก็ชี้ไปที่พวกไก่เเละนกพวกนี้ ซึ่งไม่นานมันก็ร้องตะกุกตะกักเเละชักตายในที่สุด เเม่ของเด็กเอามือปิดปาก เธอมองลูกน้อยของเธอเเละรีบนั่งยองๆกอดลูกเธอน้ำตาปริม
“เนื้อย่างนั้นหากเข้าไปในร่างกายของเด็กเเละสัตว์เล็กมันจะกรัดกร่อนเครื่องในเเละตายลง มันมีพิษ ฉันอยากรู้ว่าเธอไปซื้อเนื้อย่างนั้นมาจากไหน?”พระเ้าเอกทัศหน้าดำคร่ำเครียด
“มีคนขายให้ดิฉันครึ่งราคา ชายคนนั้นเป็นักสู้เเละลาดตระเวนท้าชกต่อยไปทั่ว”
“มันอยู่หนใด?”
“ตรงปากทางถนนตลาดมะพร้าว เขาท้าคนชกหากใครชนะเขา เขาจะยอมเป็ทาสเเต่กอ่นสู้จะต้องอุดหนุนเนื้อย่างของเขาก่อน”
พระเ้าเอกทัศหยิบถุงเงินเเละขยับเข้ามาเเนบชิดเเม่ของเด็กพลางเอามือล้วงที่ย่ามเเละใส่ถุงเงินที่มี800เบี้ยเข้าไป มันมีราคารวมเท่ากับ4ไพซึ่งพอจะหาซื้อเนื้อย่างนั้นได้อีกหลายร้อยไม้ พระเ้าเอกทัศรีบเดินตรงไปทางปากซอยด้วยความเร่งรีบ เขารู้สึกเเย่พอสมควรหากเื่นี้เกิดขึ้นเเล้วมีทหารคนสำคัญของเขาเข้าไปท้าสู้เเล้วเเพ้ขึ้นมา ทหารคนนั้นก็เท่ากับตายไปเเล้ว
การที่พระเ้าเอกทัศกินเนื้อย่างพิษเข้าไปเเล้วไม่ตายเพราะเขามาจากโลกอนาคตเเละมีภูมิต้านทานพวกนี้จากวัคซีนเเล้ว จันขาวรีบเดินปรี่ตามพระเ้าเอกทัศด้วยใบหน้าใครรู้อีกหน"พระองค์เหตุใดพระองค์จึงริบเงินที่กระผมให้เด็กผู้หญิงคนนั้น เเต่กลับให้เงินเเม่เธอเเทนโดยที่ไม่พูดอันใดกันขอรับ?"
“เื่เล็กน้อยพวกนี้หัดจำไว้บ้าง เด็กคนนี้อายุไม่ถึง7ขวบ เเต่เ้ากับให้เงินถุงต่อหน้าสาธารณะชน นั้นมิใช่การทารุณเด็กหรอกรึ? สายตาของผู้คนรอบๆที่จ้องมองเงินหน่ะมันน่ากลัวกว่าสัตว์อีก เด็กคนนั้นจะปลอดภัยกว่าหากไม่มีเงิน”พระเ้าเอกทัศรีบเดินไป ระหว่างทางก็เห็นคนทะเลาะกันมากมาย เกี่ยงกันทำงาน เเละเด็กๆก็เเบ่งเเยกฟักฝ่ายกัน นั้นทำให้เขามองนครอโยธยาผิดไปต่างจากไม่กี่วันก่อน
ไม่นานก็ถึงรถเข็นขายเนื้อย่างที่ตั้งอยู่กลางถนนใหญ่เเละมีผู้คนอยู่ราวกับจีนมุง ‘ต้องเป็ที่นั้นเเน่ๆ’ พระเ้าเอกทัศพยายามเบียดเสียดกับผู้คนเข้าไปในวงต่อสู้ก็เห็นผู้คนต่อสู้เพลี่ยงพล้ำไปมาก เขามิได้คิดต่อสู้ด้วยเลยเเต่จะหาวิธีจัดการที่เจ็บเเสบกว่านั้นด้วยการชนะเ้านั้น'บางทีเราชักจะติดใจการต่อสู้มาบ้างเเล้ว'
“ฮ่าๆๆ คนประเทศนี้ช่างอ่อนเเอปะไร เข้ามาเลยๆ ใครชนะไอได้ ไอจะสละตนเองเป็ทาสต่ำเตี้ยเรี่ยดินต่อพวกเเก เพียงก่อนที่จะเข้ามาสู้กับไอเพียงเเค่ซื้อเนื้อย่างอุดหนุนทางร้านก็พอ นี้เป็่โปรโมชั่นพิเศษเฉพาะ่นี้เท่านั้น!”ชายร่างั์ผมสีน้ำตาลเเดงตาสีเทา หนวดยาวมันเป็เปียะถึงกลางอก'เขาเป็พวกนอร์ดิก เเน่ๆ'
“ท..ทำไม? เเก!" ชายที่เป็ผู้เเพ้พยายามเหล่ตามองขึ้นหาชายป่าเถื่อนเเต่ก็มิอาจมองเห็น ชายป่าเถื่อนผู้นั้นกำลังใช้เท้าเหยียบหัวของชายอีกคนเเละบี้ไปมา ชายป่าเถื่อนกวาดสายตามองรอบๆเเละคำรามในคอเชื้อเชิญคนอโยธยาสายเืนักรบเข้ามา ทุกคนเจ็บเเค้นกันภายในใจนักเเต่ก็ไม่มีใครกล้าสู้อีก ชายชาวนอร์ดิกตัวสูง2เมตรกว่าผิวขาวอมชมพู ขนหยาวลูบหนวดเปียะของเขาเเละสบตากับผมครั้งหนึ่ง
“มันต้องเป็เนื้อย่างนั้นเเน่ๆ”
“จริงด้วย เนื้อย่างนั้นมันต้องมีพิษ”
“เเต่ว่าลองตรวจสอบด้วยเหล็กดูเเล้วก็ไม่ใช่นา”
“หรือเ้านั้นจะเก่งจริงๆ”
“เราจะยอมให้พวกมันหยามอยู่เเบบนี้นะเหรอ!”
“ฉันอยากไปนะเเต่ฉันเเพ้เนื้อย่าง”
“ถ้าข้าชนะเ้าได้เ้าจะมาเป็ทาสของข้ารึเปล่า?”พระเ้าเอกทัศพูด จันขาวรีบรั้งตัวพระเ้าเอกทัศเเต่ก็มิทันเสียเเล้ว คนโดยรอบเว้นระยะห่างพระเ้าเอกทัศน์ที่ปลอมตัวเป็คนธรรมดา ทุกคนจ้องมองพระเ้าเอกทัศเป็สายตาเดียว เเละทุกคนก็ไม่รู้ว่าเป็พระเ้าเอกทัศ เพราะเขาทาหน้าดำเเละสวมหมวกปิดทรงผม
“งั้นก็เข้ามาสิ เห็นพวกพูดดีกันก็เเพ้ทุกราย ก่อนอื่นอย่าลืมอุดหนุนทางร้าน”ชาวนอร์ดิกใช้มือชี้ไปที่ร้านขายเนื้อย่างที่กำลังย่างเนื้อใหม่ๆสดๆร้อนๆ
“อย่าไปเชื่อมันนะไอ้หนุ่ม เพราะถ้าหากเเกตายขึ้นมาทางราชการไม่รับผิดชอบการตายของเเกเพราะนี้คือการประลองตัวต่อตัว อีกทั้งสมบัติติดตัวของเเกจะกลายเป็ของมันอีก มันหลอกให้เเกกินเนื้อย่างที่น่าจะมีพิษอยู่"ชายเเกคนนึงพูดะโออกมา
เเต่ทว่าตอนนั้นผมคว้าเนื้อย่าง2ถึง3ไม้เเละเขมือบเข้าไปเเล้ว"ถ้าเ้าเป้นทาสข้า ข้าจะให้เเกทำอะไรก็ได้สินะ"พระเ้าเอกทัศน์เดินเข้าไปในลานประลอง