เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 119 ร่ำรวยมีอำนาจ

            เดิมทีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตั้งใจหลบอยู่หลังกำแพงเพื่อดูเรื่องน่าสนุกแต่เมื่ออวี๋ฉิงเข้ามาเตือนสติจึงจำได้ถึงหน้าที่ของตนเอง เขารีบลุกออกไปทันที

            “เกิดอะไรขึ้นหรือ”

            ซูอินและอวี๋ฉิงรีบวิ่งตามหลังไปการเข้ามาของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่สามารถทำให้แม่เฒ่าสวีหยุดก่นด่าในทางกลับกันการด่าของเธอยิ่งมีพลังมากขึ้น

            “พ่อของเธอพิการ ฉันก็อายุมากแล้วแม่ของเธอยังพานังหลานสาวอย่างเธอหนีไปอีก หอบเงินในบ้านทั้งหมดหนีไปหายตัวไปเป็นเดือนหายังไงก็ไม่เจอ วันนี้ฉันจับตัวเธอได้แล้ว กลับไปกับฉันตอนนี้ปิดเทอม มาทำงานดูแลพ่อของเธอซะ!”

            เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าไปแยกทั้งคู่ออกจากกัน

            “แม่เฒ่า ที่นี่คือโรงเรียน เด็กนักเรียนคนนี้เป็นนักเรียนของเราคุณพาเธอไปไม่ได้”

            ใครจะไปรู้ว่าการเข้าไปห้ามจะเป็นเหมือนการไปตีรังแตน

            “แกก็เข้าข้างนังเด็กคนนี้หรือ หรือว่าแกมีความสัมพันธ์กับแม่ของนังเด็กนี่รู้ไหมว่าทำไมในปีนั้นลูกชายของฉันถึงได้ขาพิการ ถ้าไม่ใช่เพราะ…”

            ซูอินที่เคยไปบ้านตระกูลสวีและได้ยินแม่เฒ่าพูดประโยคนั้นจึงรู้ว่าหลังจากนี้แม่เฒ่าตระกูลสวีจะพูดอะไร

            เธอไม่มีทางให้โอกาสอีกฝ่ายแน่จึงก้าวเข้าไปเอ่ยสิ่งนี้เบื้องหน้าผู้คนที่รายล้อม “ถ้าไม่ใช่เพราะช่วยเมียน้อยและลูกนอกสมรสที่อยู่ในท้อง!”

            สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจนคนที่รอดูเหตุการณ์ปรับอารมณ์แทบไม่ทัน

            เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหู สวีเหวินเหวินซึ่งตอนแรกกำลังตกใจจึงเงยหน้ามองคนที่อยู่ข้างหลังด้วยน้ำตาคลอหน่วย ทันใดนั้นแววตาที่ว่างเปล่าก็จับจุดสนใจได้

            “อินอิน”

            อวี๋ฉิงก้าวไปข้างหน้าและดึงสวีเหวินเหวินออกมาซูอินหันไปตบไหล่เพื่อนก่อนจะพูดปลอบ “ไม่ต้องกลัว มีพวกเราอยู่ หน้าโรงเรียนมีคนตั้งเยอะอีกทั้งมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เขาพาเธอไปไม่ได้หรอก ไม่ต้องกลัว”

            ในตอนที่กำลังปลอบ แม่เฒ่าสวีก็ก่นด่าขึ้นมาอีกครั้งนี้เปลี่ยนเป้าหมายมาที่ซูอิน

            “พูดจาไร้ยางอายแบบนี้ได้ยังไง เธอมันเป็นเด็กที่แม่คลอดออกมาแต่ไม่เลี้ยงดูก่อนหน้านี้ก็เคยกินเคยอาศัยอยู่บ้านฉัน ไม่คิดเลยว่าจะอกตัญญูได้ถึงขนาดนี้…”

            ในชาติก่อนเมื่อซูอินเจอคนที่ชอบสร้างความวุ่นวายเช่นนี้เธอมักจะเป็นฝ่ายหลบเลี่ยง ยอมได้ก็ยอม หากเป็นเรื่องน้อยก็จะทุกข์น้อย

            แต่หลังจากที่กลับชาติมาเกิด ตั้งแต่ได้กลับไปชนบทชีวิตของเธอดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีความสุขหรืออาจเป็นเพราะเธอสะสมพลังงานด้านบวกไว้เยอะ จึงเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นและไม่กลัวเรื่องแบบนี้อีกต่อไป

            ถูกก็คือถูก ผิดก็คือผิด

            โลกอันสงบสุข ความยุติธรรมย่อมอยู่ในจิตใจ

            “หยุด!”

            “เข้าใจให้ถูกด้วย ฉันไปขออาศัยอยู่บ้านคุณป้าหยางต่างหากซึ่งได้รับการชักชวนจากเหวินเหวินลูกสาวเพียงคนเดียวของคุณป้าและมันก็เป็นแค่คืนเดียว พวกคุณสองแม่ลูก คนหนึ่งขโมยเงินเดือนของคุณป้าหยางไปเลี้ยงดูเมียน้อยกับลูกชายนอกสมรสของลูกชายอีกคนก็ช่วยชีวิตเมียน้อยและลูกชายนอกสมรสจนขาขาดหลายปีมานี้สูบเลือดสูบเนื้อคุณป้าหยาง อาศัยอยู่ในบ้านพักจากอาชีพของเธอใช้เงินเดือนของเธอ ทำตัวเหมือนด้วงงวงข้าวให้เธอเลี้ยงดู ใครกันแน่ที่ไร้ยางอายทุกคนลองวิเคราะห์ดูหน่อยสิคะ ใครกันแน่ที่ไร้ยางอาย”

            อวี๋ฉิงที่อยู่ข้างๆ ช่วยสมทบ “ที่แท้ก็แบบนี้นี่เองแน่นอนว่าต้องเป็นแม่เฒ่าที่ไร้ยางอายฉันจำได้ว่าตอนนั้นที่ชวนอินอินมาพักที่บ้านของฉัน เธอก็ไม่ยอมมา”

            เธอก้าวขึ้นมาเบื้องหน้า ยืนอยู่ในระดับเดียวกับซูอินด้วยพลังอันเต็มเปี่ยม

            “ช่วงเวลาที่ผ่านมาเหวินเหวินกับแม่ไปไหน หรือควรพูดว่าจะไปไหนได้ถึงจะถูกในใจของคุณเคยใส่ใจไหม คนชนบทห่วงศักดิ์ศรีกันมากไม่ใช่หรือ หากพวกเขาเป็นอย่างที่คุณพูดคุณก็น่าจะไปตามเธอไม่ใช่หรือ ทำไม หรือว่าตัวเองไปทำเรื่องน่าอายไว้กลัวว่าหากกลับไปจะถูกบ้านของแม่ฝ่ายหญิงไล่ออกจากหมู่บ้าน”

            ในแวดวงสังคมชั้นสูงมีเรื่องเหล่านี้ไม่น้อยไปกว่าคนทั่วไปหรืออาจมากกว่าด้วยซ้ำ ถึงแม้ตระกูลอวี๋จะกลมเกลียวกันดีทว่าตั้งแต่เล็กจนโตการอยู่ในสังคมชั้นสูงแบบนี้ อวี๋ฉิงจึงเคยเห็นมามากทันทีที่อ้าปากเธอก็โจมตีจุดอ่อนของแม่เฒ่าสวีได้ทันที

            “ถูกฉันพูดจี้ใจดำหรือคะ เป็นคนซุกความผิดเหมือนคนซุกหางยังจะกล้ามาฉุดกระชากลากถูคนอื่นแบบนี้ หน้าของคุณคงหนากว่าแป้งย่างของอู๋ต้าหลางเสียอีก”

            ไม่รู้ว่าใครที่กลั้นหัวเราะไม่อยู่ทำให้ฝูงชนที่ยืนดูพากันหัวเราะ

            อวี๋ฉิงตัดสินใจแก้ไขปัญหาโดยหันไปทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย “ที่นี่คือโรงเรียน ไม่ใช่ตลาดหากหล่อนยังกล้าก่อเรื่องที่นี่อีก  แจ้งตำรวจได้เลยค่ะ”

            ประโยคสุดท้ายเธอหันไปเอ่ยกับแม่เฒ่าสวี “อย่าคิดว่าเพราะตัวเองอายุมากแล้วตำรวจจะยอมปล่อยไปง่ายๆ นะ ฉันจะบอกให้ว่าบ้านของฉันก็พอจะมีเงินไหนจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตำรวจอีก ฉันบอกไว้เลยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นกลางไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ แน่นอน”

            เธออวดความมั่งคั่งและอำนาจของครอบครัวด้วยความภูมิใจยิ่งได้รับสายตาแสดงความนับถือจากนักเรียนที่สอบได้อันดับหนึ่งของปีนี้ทำให้คุณหนูอวี๋ยิ่งพึงพอใจ

            ไม่สนใจว่าแม่เฒ่าสวีจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเธอดึงมือเหวินเหวินเข้าไปในโรงเรียนพลางปลอบโยน

            “ไม่ต้องกลัว คนแบบนี้ถ้าเธอกลัวก็ยิ่งได้ใจตั้งแต่ใช้ชีวิตมาฉันเพิ่งเจอคนแบบนี้นี่แหละ แม่เธอตัดสินใจฟ้องหย่าแล้วใช่ไหมคนแบบนี้หากยอมใจอ่อนพูดดีด้วย จะต้องไม่ยอมหย่าแน่นอน หาทนายดีๆ หรือยังฉันบอกคุณน้าที่อยู่ในมณฑลให้ช่วยเอาไหม”

            สวีเหวินเหวินปาดน้ำตา น้ำเสียงยังคงสะอื้น “หาแล้วเป็นคนที่คนไข้ของแม่ฉันแนะนำ เป็นคนจากในมณฑลเหมือนว่าจะเป็นทนายที่เชี่ยวชาญด้านฟ้องหย่าโดยเฉพาะ”

            “ดีแล้ว อย่างไรพวกเขาสองแม่ลูกก็คงหาทนายดีๆ ไม่ได้หรอก เอาละไม่ต้องร้องแล้ว ฉันเกลียดที่สุดที่เห็นพวกเธอร้องไห้”

            หากเทียบกับคุณหนูอวี๋ที่เป็นคนปากร้ายคำพูดของซูอินมีความนุ่มนวลกว่าเยอะ

            “พวกเราอยู่ที่นี่แล้ว หล่อนเข้ามาไม่ได้หรอก ไม่ต้องกลัว ไปล้างหน้าเถอะจะได้ขึ้นไปเอาเอกสารมากรอก ใช่ หลายวันมานี้ไม่เจอเธอยังไม่ได้ถามเลยว่าสอบเป็นยังไงบ้าง”

            “ใช่ สอบเป็นยังไงบ้าง เธอมีอินอินติวให้โดยเฉพาะเลยนะได้ติวเป็นพิเศษมากกว่าฉันอีก หากสอบไม่ติดโรงเรียนมัธยมลำดับที่หนึ่งออกไปข้างนอกก็อย่าบอกใครนะว่าเป็นเพื่อนฉัน”

            สวีเหวินเหวินใช้ก๊อกน้ำใต้อาคารชั้นหนึ่งเพื่อล้างหน้าล้างตาและจัดการกับอารมณ์ของตนเอง “ทำได้ไม่ค่อยดี ได้อันดับที่หกร้อยกว่า”

            “แบบนั้นก็ไม่เลวแล้ว คะแนนต้องผ่านเกณฑ์เข้าโรงเรียนมัธยมลำดับที่หนึ่งแน่ๆ”

            คุณหนูก็รับรู้ดีถึงสถานการณ์ในครอบครัวของสวีเหวินเหวินจิตใจของเหวินเหวินไม่สู้ดีอยู่แล้วก่อนสอบที่บ้านก็เกิดเรื่องทะเลาะวิวาทเพราะเรื่องเงินแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อการสอบ แต่เพราะเหวินเหวินเห็นเพื่อนอย่างซูอินที่เกิดเรื่องขนาดนั้นแล้วก็ยังไม่ยอมแพ้แถมยังทำคะแนนได้สูงอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด

            “ใช่ ต่อจากนี้ขึ้นชั้นมัธยมปลาย พวกเราก็จะยังเป็นเพื่อนกัน”

            ทั้งคู่ไปยังห้องสำนักงานเป็นเพื่อนสวีเหวินเหวินเพื่อรับเอกสารในฐานะม้ามืดอีกคนหนึ่งที่ทำคะแนนได้ดีในการสอบครั้งนี้ หลินซิ่วจึงยิ่งเป็นห่วงเมื่อถามอย่างละเอียดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่หน้าประตูโรงเรียนก็ให้คำแนะนำอย่างใจเย็นภายใต้ความรู้สึกเศร้าใจ

            ระยะนี้เมื่อได้ไปอยู่ที่บ้านของคุณยายและเจอญาติพี่น้องทำให้ความรู้สึกของสวีเหวินเหวินสงบลงเยอะในวันนี้ได้รับความห่วงใยจากคุณครูและเพื่อนที่ใส่ใจเธออีกไม่นานเธอก็ก้าวออกมาจากม่านหมอกที่ปกคลุมได้ และเผยรอยยิ้มบนหน้าอีกครั้ง

            เดิมทีหลังจากรับเอกสารแล้วอวี๋ฉิงตั้งใจจะพาซูอินไปยังสำนักงานกองทุนเงินช่วยเหลือนักเรียนยากจนในตอนนี้เมื่อมีสวีเหวินเหวินเข้ามา จึงมีการเปลี่ยนแผนเล็กน้อยโดยสามสาวเปลี่ยนไปเดินช็อปปิ้งแทน

            เมื่อมาถึงหน้าประตูโรงเรียนก็พบว่าไม่เห็นเงาของแม่เฒ่าสวีแล้วถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็พบว่า หล่อนวิ่งหนีไปด้วยสีหน้าหวาดกลัวทำให้คุณหนูอวี๋ยืดอกด้วยความภูมิใจ

            “ฉันบอกแล้ว หากสู้กับคนแบบนี้ จะอ่อนข้อหรือพูดดีด้วยไม่ได้”

            คนขับรถของตระกูลอวี๋พาพวกเธอไปส่งที่ศูนย์การค้าในเมืองอวี๋ฉิงเลี้ยงข้าวที่ร้านอาหารระดับไฮเอนด์เพื่อฉลองผลการสอบที่ดีของทั้งสามคนเมื่อกินเสร็จจึงเริ่มต้นทริปช็อปปิ้งของวันนี้

            ซูอินมีข้าวของมากมายที่ต้องการซื้ออยู่แล้วอย่างไรวันนี้ก่อนออกจากบ้านก็ได้บอกสองสามีภรรยาตระกูลซูไว้แล้วว่าคงจะอยู่ในเมืองสองสามวันเธอจึงทิ้งเรื่องอื่นไว้ข้างหลัง และซื้อของตามที่ตั้งใจ

            เริ่มด้วยการซื้อกล้องโพลารอยด์และฟิล์มให้เพียงพอใส่เข้าไปหนึ่งม้วน พวกเธอสามคนที่แต่งตัวดีในวันนี้เดินช็อปปิ้งพลางถ่ายรูปไปด้วย

            แชะ แชะ รูปเด็กสาวที่ถ่ายภาพร่วมกันค่อยๆ ออกมาจากกล้องทีละใบยามนี้พวกเธออารมณ์ดีจนอยากจะโบยบิน

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668