“เหลือเวลาอีกประมาณครึ่งชั่วโมงก็จะถึงเวลาประชุมแล้วนะคะตอนนี้ดิฉันขอตัดสดไปที่ลานด้านหน้าอาคารแฝดซีคอร์ปฝั่ง A นะคะตอนนี้มีความคืบหน้าคึกคักมากค่ะ...พบกับคุณศักดิ์ชัยได้เลยค่ะ”
“สวัสดีครับคุณผู้ชมทุกท่านตอนนี้มีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญครับ คุณขจรเดินทางมาถึงก่อนหน้านี้ได้ประมาณ 1ชั่วโมงมาพร้อมกับกลุ่มผู้ถือหุ้นอิสระครบทุกท่านครับหลังจากนั้นไม่นานคุณชุติมาก็เดินทางมาถึง ไม่มีใครให้สัมภาษณ์ใดๆ ทั้งสิ้นทุกคนเดินตรงเข้าไปภายในอาคารทันที แต่มีรายงานข่าวแจ้งว่า คุณขจร,คุณชุติมาและกลุ่มผู้ถือหุ้นอิสระ ขอใช้ห้องรับรองที่อาคาร B ชั้น 2 ห้องเดียวกันรอเวลาประชุมครับ”
“ภาพที่ทุกคนเห็นตอนนี้เป็นช่วงที่คุณขจร, คุณชุติมาและกลุ่มผู้ถือหุ้นอิสระเดินทางมาถึงที่นี่ครับเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นอิสระเดิมที่เคยมีสายสัมพันธ์แนบแน่นในยุคสมัยคุณไพโรจน์ในอดีตตอนนี้ย้ายมาสลับสนุนคุณขจรครับ แหล่งข่าวระดับสูงแจ้งว่า คุณขจรรวบรวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่งหรือต้องได้รับเสียงโหวตตั้งแต่51% ขึ้นไป เพียงพอที่จะได้รับเลือกเป็นซีอีโอซีคอร์ปคนใหม่แหล่งข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่าคุณขจรได้เสียงเกิน 51% ไปเยอะด้วยครับ”
“ในขณะที่ฝ่ายคุณเจนจิราฝ่ายประชาสัมพันธ์แจ้งกำหนดการณ์ว่าจะเดินทางถึงที่นี่ประมาณ 13.20 น. หรือ 10นาทีก่อนประชุม ผมพยายามสอบถามข้อมูลจากแหล่งข่าว รวมถึงเช็คข้อมูลเพิ่มเติมเป็นที่น่าแปลกใจมากครับว่า ไม่มีความคืบหน้าใดๆ นับตั้งแต่มีการประกาศให้คุณเจนจิราลงชิงซีอีโออย่างเป็นทางการ...สำหรับความคืบหน้าที่อาคารแฝดซีคอร์ปมีเท่านี้ครับถ้าเริ่มการประชุมแล้วจะกลับมารายงานเพิ่มเติมครับคุณจูน”
“ขอบคุณค่ะคุณศักดิ์ชัยถ้าเป็นไปตามกำหนดการณ์ คุณเจนจิราน่าจะเดินทางมาถึงในอีกไม่เกิน 10 นาทีนี้ผู้สื่อข่าวที่มหาวิทยาลัยแจ้งว่า คุณเจนจิรากำลังเดินทางตรงมาที่อาคารแฝดค่ะที่น่าสนใจคือ มีรถอีก 2 คนขับตามกันไป ดิฉันไม่แน่ใจว่าเป็นใครนะคะแต่ขับอยู่ในขบวนเดียวกัน มีรถผู้สื่อข่าวหลายคนขับตามอยู่นะคะ...มีแจ้งข้อมูลอัพเดตในแชทของดิฉันว่าตอนนี้รถของคุณเจนจิรากำลังตรงไปที่ลานด้านหน้าของอาคารแฝดซีคอร์ปฝั่ง A แล้วค่ะ...เอ่อดิฉันขอตัดสดกลับไปที่ลานด้านหน้าอีกครั้งค่ะ”
“สวัสดีคุณผู้ชมอีกครั้งหนึ่งสดจากลานด้านหน้าอาคารแฝดฝั่ง A ครับตอนนี้รถของคุณเจนจิราแยกออกมาจากขบวนตรงเข้ามาลานด้านหน้าแล้วนะครับ ผมแอบสังเกตเห็นมีรถอีก2 คันไม่แน่ใจว่าเป็นรถของใครครับขับมาต่อท้ายรถของคุณเจนจิรา...ถึงแล้วครับ”
วินัยขับรถเข้ามายังพื้นที่บริเวณทางจอดรถด้านหน้าประตูกระจกทางเข้าตึกA โดยมีรถอีก 2 คันขับตามหลังมาจอดไล่หลังกันเขาเดินอ้อมมาด้านหลังเปิดประตูให้เจนจิราลงจากรถ ในขณะเดียวกันที่รถคันหลังลุงหมูเดินลงมาเปิดประตูให้ไพโรจน์ลงจากรถเช่นกันส่วนคันสุดท้ายเป็นรถของพลอยกับส้มเดินตามกันมา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าทุกคนเรียกเสียงฮือฮาและเซอร์ไพรส์ให้กับผู้สื่อข่าวและพนักงานในอาคารอย่างมากกับการปรากฎตัวของไพโรจน์ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะมางานในวันนี้ด้วยแสงแฟลชนับไม่ถ้วนรุมถ่ายรูปทั้งเจนจิราและไพโรจน์
“เฮ้ยๆๆๆ...คุณไพโรจน์มาๆๆคุณไพโรจน์มาด้วยๆๆ”
“คุณไพโรจน์นี่!!...คุณไพโรจน์ๆๆๆ”
“คุณไพโรจน์ๆๆๆๆ!!!!!!!!”
พนักงานซีคอร์ปรุ่นซีเนียร์(พนักงานรุ่นเก่า) หลายคนที่เคยทำงานมาตั้งแต่ยุคสมัยของคุณไพโรจน์ส่งเสียงเฮดังลั่นจ้องมองหน้าจอตาไม่กระพริบ หลายคนน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัวอารมณ์ของพนักงานแต่ละคนเกิดขึ้นหลายหลากฉับพลันทันที
“บอสๆๆๆบอสมาๆๆ บอสกลับมาแล้ว!!!”
“ชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นนายกลับมาที่นี่อีกครั้ง!!!”
“หนูขอโทษจริงๆค่ะ คุณไพโรจน์...ใครเหรอคะ? หนูเพิ่งมาทำงานที่นี่ไม่กี่ปี”
“ซีอีโอคนแรกของบริษัทครับ...”
“หนูคิดถึงบอสที่สุดหนูไม่เคยลืมบอสเลยค่ะ”
“คุณไพโรจน์ๆๆๆๆๆๆ”
“คุณผู้ชมครับมีเรื่องสุดเซอร์ไพรส์ครับ คุณไพโรจน์ 1 ใน 3 ผู้ก่อตั้งและเป็นอดีตซีอีโอคนแรกของบริษัทซีคอร์ปเดินทางมากับคุณเจนจิราด้วยครับเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมากครับนับตั้งแต่คุณไพโรจน์ประกาศวางมือเข้าสู่ยุคของคุณวรวิทย์ได้แจ้งไว้ในช่วงเวลานั้นว่าจะเดินทางไปใช้ชีวิตที่สหรัฐอเมริกาหลังจากนั้นไม่เคยมีข่าวในประเทศไทยอีกเลยกว่า 20 ปี”
“พี่ขจร...คุณไพโรจน์มาด้วย”ชุติมาเอ่ยปาก
“อืม...ไม่มีอะไรหรอกเขาไม่มีสิทธิ์โหวตนี่!!”
กลุ่มผู้ถือหุ้นอิสระต่างจ้องหน้าจอถ่ายทอดสดภายในห้องรับรองตาไม่กระพริบ
ไพโรจน์กับวินัยเดินมาประกบด้านหลังซ้าย-ขวาเจนจิราไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆเดินตรงเข้ามาภายในบริเวณอาคาร เสียงแฟลชยังคงดังต่อเนื่องพร้อมกับคำถามมากมายจากผู้สื่อข่าวทุกทิศทาง
“คุณผู้ชมครับผมทำข่าวภาคสนามมากว่า 30 ปี ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้เห็นภาพแบบนี้นะครับคุณไพโรจน์อดีตซีอีโอคนแรกของบริษัทกับคุณวินัยรองซีอีโอและรักษาการณ์ซีอีโอคนปัจจุบันเดินตามหลังคุณเจนจิราในชุดนักศึกษานะครับ...ทุกคนฟังไม่ผิดครับ เป็นภาพที่สุดยอดและทรงพลังมากอิมแพคสุดๆ ครับ”
“โห...คุณไพโรจน์คุณวินัยเดินตามหลัง...เดินตามหลังคุณเจนจิรา!!!!!”
“เฮ้ย!!!!!ๆๆๆๆๆ”
“โห...”
เสียงกรีดกับเสียงเฮดังลั่นมาจากทิศทางด้านบนของตึกจนสุดสายตาพนักงานซีคอร์ปออกมายืนมองบริเวณทางเดินของแต่ละชั้นเต็มไปหมดสายตาทุกคู่มองลงมาที่ลานด้านล่างในขณะที่พนักงานประชาสัมพันธ์โผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ
“บอสจำหนูได้ไหมคะ...หนูคิดถึงบอสที่สุด...”
ระหว่างทางเดินภายในตึกมีพนักงานจำนวนมากใช้มือถือถ่ายรูป ถ่ายคลิปลงบัญชีแอดมี ทั้ง 3คนเดินมาจนถึงทางขึ้นลิฟต์ของผู้บริหารระดับสูง เจนจิราหยุดชะงัก
“ตัวซ้ายมือสุดครับคุณเจนจิรา”วินัยพูดตอบทันที
ป้ามุกเป็นอีกคนหนึ่งที่ดูการถ่ายทอดสดครั้งนี้เช่นกันเธอหยิบรูปของวรวิทย์และวิไลพรวางที่ตักของตัวเอง หันรูปไปยังทิศทางจอถ่ายทอดสด “นายท่านนายหญิงคะ...ดูความสำเร็จของคุณหนูด้วยนะคะตอนนี้คุณหนูกำลังไปทำหน้าที่แทนนายท่านแล้วนะคะ”
การเผชิญหน้าแรกครั้งแรกระหว่างเจนจิรา,ขจร, ชุติมาและกลุ่มผู้ถือหุ้นอิสระเกิดขึ้นในห้องประชุมเจนจิรายกไหว้ด้วยความเคารพนอบน้อมต่อขจร, ชุติมาและกลุ่มผู้ถือหุ้นอิสระ ขจรกับชุติมาไม่รับไหว้กลับแสดงออกด้วยการเดินหนีไปนั่งเก้าอี้ส่วนกลุ่มผู้ถือหุ้นอิสระแต่ละคนแสดงออกแตกต่างกัน
“การประชุมนัดพิเศษในวันนี้เพื่อคัดเลือกโหวตซีอีโอคนใหม่ของบริษัทหลังจากที่เกิดเหตุไม่คาดฝันคุณวรวิทย์อดีตซีอีโอเสียชีวิตกะทันหัน อาศัยข้อบังคับฝ่ายบริหารข้อ 9 (1),(2) และ (3)ผู้ถือหุ้นบริษัทต้องจัดประชุมวิสามัญเพื่อคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ภายในระยะเวลา30 วัน โดยใช้วิธีโหวตคัดเลือกลับผู้ที่ได้รับเลือกต้องได้รับเสียงโหวตจากผู้ถือหุ้นเกินกว่ากึ่งหนึ่งหรือได้รับเสียงโหวตตั้งแต่51% ถือว่าได้รับคัดเลือกจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น บอร์ดบริหารลงมติคัดเลือกให้คุณโกวิธผู้บริหารระดับสูงที่มีอาวุโสสูงสุด ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมนัดพิเศษนี้”
“คุณเจนจิราในฐานะผู้ถือหุ้นอันดับ1 มีสิทธิ์โดยชอบธรรมเพียงคนเดียวจากคุณวรวิทย์ ถือหุ้นจำนวน 41.29%ใช้สิทธิ์เลือกพยานการประชุม 2 คนได้แก่ คุณวินัยและคุณไพโรจน์”
“คุณขจรในฐานะผู้ถือหุ้นอันดับ2 ถือหุ้นจำนวน 28.55% สละสิทธิ์การเลือกพยานการประชุมขอใช้พยานการประชุมจากบอร์ดบริหาร”
“คุณชุติมาในฐานะผู้ถือหุ้นอันดับ3 ถือหุ้นจำนวน 15.06% สละสิทธิ์การเลือกพยานการประชุมขอใช้พยานการประชุมจากบอร์ดบริหารเช่นกัน”
“กลุ่มผู้ถือหุ้นอิสระ14 ท่าน ถือหุ้นจำนวน 15.1% สละสิทธิ์การเลือกพยานการประชุมขอใช้พยานการประชุมจากบอร์ดบริหารเช่นกัน”
“พยานการประชุมในครั้งนี้ทางบริษัทได้คัดเลือกผู้บริหารระดับสูงจากภูมิภาคต่างๆ รวมทั้งสิ้น 10ท่านกับพยานของคุณเจนจิราอีก 2 ท่านรวมเป็น 12 ท่าน ทำหน้าที่เป็นสักขีพยาน”
“ผู้ถือหุ้นของบริษัททั้ง17 ท่านไม่มีใครถือหุ้นเกินกึ่งหนึ่งหรือ 50% จึงต้องใช้วิธีการโหวตลับคัดเลือกซีอีโอคนใหม่โดยใช้วิธีการกดปุ่มเลือกคนที่ท่านต้องการโหวตให้เป็นซีอีโอและท่านต้องยืนยันการเลือกโดยการกดตอบรับปุ่มสีเขียวให้ครบทั้ง 3 ปุ่มไม่ทราบว่ามีผู้ถือหุ้นใดต้องการสอบถามก่อนการโหวตหรือไม่ครับ”
“ไม่มีครับผมต้องการให้การโหวตครั้งนี้เกิดขึ้นโดยเร็ว!!!”ขจรพูดเสียงแข็งกร้าวออกมาทันที
“ถ้าไม่มีผู้ใดคัดค้านการประชุมผมขอให้ผู้ถือหุ้นทุกท่านกดเลือกชื่อคนที่ท่านต้องการโหวตให้เป็นซีอีโอคนใหม่มี 2ท่าน...ระหว่างคุณเจนจิรากับคุณขจร พร้อมกับยืนยันความต้องการด้วยการกดปุ่มสีเขียว3 ครั้ง หลังจากที่ทุกท่านโหวตเสร็จแล้ว ขอให้ยกมือแจ้งผมด้วยครับ”
ผู้ถือหุ้นบริษัททั้ง17 คนมีพื้นที่เลือกโหวตซีอีโอของตัวเองอย่างอิสระแต่ละคนใช้สิทธิ์โหวตตามขั้นตอนจนกระทั่งยกมือส่งสัญญาณการโหวตครบถ้วนทุกคน
“ขั้นตอนการโหวตเสร็จสิ้นและครบถ้วนสมบูรณ์ตามข้อบังคับของบริษัทแล้วครับขอให้พยานทุกท่านมองที่จอจะเห็นได้ว่า ขึ้นสีเขียวครบทั้ง 17 ท่านหมายความว่าผู้ถือหุ้นทุกคนใช้สิทธิ์โหวตคัดเลือกซีอีโอเสร็จสิ้นแล้วครับ”
“ผมในฐานะประธานในที่ประชุมนัดพิเศษครั้งนี้ขอใช้สิทธิ์ประธานการประชุมเปิดดูผลโหวต”
ที่จอด้านหน้าของประธานการประชุมมีแสงสีน้ำเงินส่องตรงออกมาบริเวณม่านตาพร้อมกับแสดงสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล“Access Authorization”
“ผลการประชุมออกมาแล้วครับผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นซีอีโอคนใหม่ของบริษัท ได้ผลโหวต 61.01%ได้แก่...”
ยังไม่ทันสิ้นเสียงคำพูดของประธานในที่ประชุมขจรตะโกนโวยวายดังลั่นห้องประชุมด้วยสีหน้าและอารมณ์เดือดดานถึงขีดสุดทันที “เป็นไปไม่ได้ข้อมูลผิดพลาด ผลโหวตอะไรตั้ง 61% เป็นไปไม่ได้!!!!ตัวเลขมั่วซั่ว...มีการโกงๆๆๆ นี่มันเป็นการโกงชัดๆ !!!!!!”
“คุณขจร!!!คุณเงียบก่อนสิครับ! ผมกำลังทำหน้าที่ของผมทุกอย่างมีหลักฐานตามขั้นตอน คุณเป็นผู้อาวุโสแล้ว คุณไม่ควรทำแบบนี้นะครับ”เสียงกำราบที่หนักแน่นของประธานทำให้สติของขจรเริ่มกลับคืนมา “คุณขจรขอเชิญนั่งประจำที่ด้วยครับ”
“ผลโหวต61.01% โหวตเลือก...คุณเจนจิราเป็นซีอีโอคนใหม่ถือว่าเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์โหวตเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัทฝ่ายบริหารข้อ 9 (1), (2) และ (3)”
“เป็นไปไม่ได้!ผมไม่เชื่อ!! การโหวตครั้งนี้มีการโกงเป็นไปไม่ได้!!!...ผมถือหุ้นเกิน 25% ขอใช้สิทธิ์ตรวจสอบการโหวตตามข้อบังคับ31 (1) โกงกันหน้าด้านๆ แบบนี้ ผมไม่ยอม!!!” ขจรควบคุมสติตัวเองไม่ได้ส่งเสียงโวยวายออกมาอีกครั้งหนึ่ง
ท่าทางการแสดงออกของขจรในที่ประชุมสร้างความไม่พอใจให้กับชุติมากับผู้ถือหุ้นอิสระบางคนเช่นกัน“พี่ขจร! พี่หยุดได้แล้ว!!พี่ไม่ต้องใช้สิทธิ์อะไรทั้งนั้น...หนูไม่ได้โหวตให้พี่!!!...ได้ยินไหมพี่!!!...หนูไม่ได้โหวตให้พี่!!!ไม่มีใครโกงทั้งนั้น!!!!!!”
“อะไรนะ!!!คุณกล้าหักหลังผมเหรอ!!! คุณทำแบบนี้ทำไม!!!...คุณชุติมาคุณทำแบบนี้ไปทำไม?!!!??”
“พี่หยุดได้แล้วนะพี่ขจร!!!...ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมฉันต้องมาโหวตให้ยัยเด็กเมื่อวานซืนฟันไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแบบนี้ด้วยฉัน...ฉัน...” ชุติมาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ฉันไม่รู้จักเด็กคนนี้ด้วยซ้ำ!!!พี่ขจรเข้าใจไหมว่า ฉันไม่รู้จักเด็กคนนี้ด้วยซ้ำ!”
ท่าทีแข็งกร้าวอย่างมากของชุติมาทำให้เจนจิรากับขจรไม่กล้าพูดอะไรออกมาเหมือนกัน“ฉันเบื่อความขัดแย้งบ้าๆ แบบนี้เต็มทีแล้ว!!!!!!”
“หนูขอขอบคุณคุณชุติมาเป็นอย่างสูงที่โหวตให้...โหวตให้หนูนะคะ”เจนจิรายกมือไหว้ด้วยความอ่อนน้อม
“เธอไม่ต้องมายกมือไหว้ขอบคุณฉันฉันไม่รู้จักเธอ ฉันไม่รับคำขอบคุณจากเธอ เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน!!!เธอไม่ต้องมาพูดอะไรกับฉันทั้งนั้น!!!!!”
“…”
“ที่ฉันทำแบบนี้...ฉันก็ไม่ได้เชื่อวรวิทย์ด้วย!!!”ชุติมาเว้นวรรคการพูดก่อนที่จะลุกขึ้นจากเก้าอี้หันหลังเดินออกจากห้องประชุม
“หมดหน้าที่ฉันแล้วใช่ไหม คุณโกวิธ?!!! ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่!!!”ชุติมาหยุดชะงักก่อนเปิดประตูห้องประชุม “ฉันแค่...ฉันแค่เพิ่งเข้าใจคำพูดของพ่อฉัน!!!...พ่อฉันก็เป็นคนสร้างบริษัทนี้เหมือนกัน!!!”
หลังจากชุติมาพูดจบก็เดินปาดน้ำตาออกจากห้องประชุมไปเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นมา ทำให้ขจรเกิดความรู้สึกช๊อกฉับพลันจนตั้งรับไม่ไหวสร้างความผิดหวังอย่างรุนแรงเป็นอย่างมากจนต้องทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อย่างหมดอาลัยตายอยาก ออกอาการตาเหลือก, เหงื่อไหลหายใจแรงด้วยความโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด
“ฉันลำบากตรากตรำมาหลาย10 ปี...ความพยายาม...พยา...พะ...พยายามของฉันหลาย 10ปี...10...ต้องมาพ่ายแพ้ให้กับไอ้เด็กเหลือขอ...แบบ...แบบนี้ได้ยังงัยกัน!!!!”ขจรกำหมัดเพ้อออกมาด้วยความคับแค้นใจ “เป็นไปไม่ได้!!!!!!”
“คุณผู้ชมครับรู้สึกว่าคุณชุติมาจะเดินออกมาจากที่ประชุมคนเดียวก่อนครับ เห็นเลขารีบเดินตาม แต่ตอนนี้ยังไม่มีประกาศสิ้นสุดการประชุมนะครับ...รู้สึกว่าดูเหมือนว่าคุณชุติมาจะร้องไห้หรือเปล่าครับ?ผมไม่แน่ใจครับ ถ้าผมเข้าใจผิดพลาดต้องกราบขออภัยคุณชุติมาด้วยครับคุณชุติมาเดินไปทางลานจอดรถด้านหลัง ผมไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องประชุมครับ”