ณ จุดสูงสุดของยอดเขาหลิงเหมย (凌梅峰) — “เหมยแห่งชั้นฟ้า”
ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งตระหง่านเหนือเมฆาทั้งเก้าชั้นฟ้า
ล้อมรอบด้วยหิมะนิรันดร์และกลีบเหมยสีชาดที่โปรยปรายไม่รู้จบ
สายลมเย็นเยียบพัดผ่านท้องนภา
ก่อเกิดเสียงกระบี่กังวานสะท้อนไปทั่วฟ้าดิน
ราวกับูเาทั้งลูกกำลังหายใจด้วยจิตกระบี่อันเก่าแก่
ดอกเหมยนับล้านผลิบานท่ามกลางเหมันต์
กลีบดอกสีแดงชาดตัดกับหิมะสีขาวบริสุทธิ์
งดงาม… ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงกดดันที่ทำให้ผู้คนแทบหยุดหายใจ
ที่นี่คือหัวใจของ
สำนักกระบี่เหมย์นิรันดร์
หนึ่งในเก้ามหาสำนักผู้ค้ำจุนจิ่วเทียนเซียนอวี้ — แดนเซียนเก้าชั้นฟ้า
ณ ลานกระบี่เหนือเมฆา
ชายผู้หนึ่งยืนเอามือไพล่หลังอย่างสงบนิ่ง
อาภรณ์สีขาวพลิ้วไหวท่ามกลางพายุหิมะ
เส้นผมสีดำขลับยาวสยายไปตามแรงลม
ดวงตาลึกล้ำราวกับสามารถมองทะลุ์ทั้งเก้าชั้น และทะลวงผ่านม่านหมอกแห่งมายาทั้งปวง
เื้ัของเขา
คือเงากระบี่าเก้าเล่มที่ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ
แม้มันจะไม่ปลดปล่อยแรงกดดัน
ใดออกมาแต่เพียงแค่การดำรงอยู่ของกระบี่ทั้งเก้า
ก็ทำให้มิติโดยรอบบิดเบี้ยวอย่างเงียบงัน
ทว่าบัดนี้
ชายวัยกลางคนผู้สง่างามกลับขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย
“ท่านประมุขเ้าคะ! ฮูหยินคลอดแล้วเ้าค่ะ!”
เสียงของหมอตำแยดังกังวานออกมาจากจวนเ้าสำนัก
ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางยอดเขาหลิงเหมย
ภายในจวน
หญิงสาวผู้หนึ่งกำลังนั่งพิงอยู่บนเตียงหยกขาว
ใบหน้างดงามของนางราวกับภาพลวงตาที่ไม่มีอยู่จริง
งดงามจนแม้ธิดาเทพแห่งเก้าชั้นฟ้ายังต้องหม่นแสง
สตรีงามแห่งใต้หล้าของต้าเซี่ยโบราณ
ล้วนมิอาจเทียบกับรัศมีเทวะที่แผ่ออกมาจากร่างของนางได้แม้แต่น้อย
ทว่าบัดนี้
ใบหน้าที่ปกติควรแดงระเรื่อกลับซีดขาวเล็กน้อย
ความเหนื่อยล้าปรากฏชัดอยู่ในดวงตาคู่งาม
เพราะเมื่อครู่ที่ผ่านมา
นางเพิ่งให้กำเนิดบุตรชายผู้หนึ่ง
ริมฝีปากบางสีชาดเผยอขึ้นช้า ๆ ก่อนเอ่ยเสียงแ่เบา
“ท่านพี่เ้าคะ… เข้ามาได้แล้วเ้าค่ะ ลูกชายของพวกเราได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว”
ทว่าหลังจากที่สุรเสียงอันงดงามนั้นดังขึ้นได้ไม่นาน
ท้องฟ้าทั่วทั้งจิ่วเทียนเซียนอวี้กลับสั่นะเือย่างรุนแรง!
ราวกับ “ูเาปู้โจวา” อันเป็กระดูกสันหลังของมหาเทพผานกู่ได้พังทลายลงมาอีกครั้ง
ในพริบตานั้นเอง
ปราณม่วงหงเิสายหนึ่งพลันพวยพุ่งขึ้นจากทิศตะวันออก
มันแผ่ขยายยาวไกลกว่าสามพันล้านลี้
ราวกับัม่วงโบราณกำลังทะยานผ่านสรวง์
ปราณหงเิดังกล่าวสอดประสานเข้ากับมหาเต๋าทั้งสามพันสาย
จนเกิดเสียงสะท้อนแห่งกฎฟ้าดินดังกังวานไปทั่วจักรวาล
ก่อนจะมุ่งตรงเข้าสู่ยอดเขาหลิงเหมยแห่งสำนักกระบี่เหมย์นิรันดร์!
ทันใดนั้นเอง
นิมิตมหาเทวะอันไม่เคยปรากฏมานับล้านปีก็ถือกำเนิดขึ้น!
บัวครามปฐมกาลผลิบานเหนือห้วงนภา
กลีบบัวแต่ละกลีบเปล่งประกายเซียนสะท้อนหมื่นดารา
เสียงระฆังเทพาดังกังวานะเืไปทั่วสามพันมหาโลก
ทุกครั้งที่เสียงระฆังดังขึ้น
มิติโดยรอบล้วนสั่นไหวราวกับกำลังคุกเข่าต่อการถือกำเนิดของตัวตนสูงสุดผู้หนึ่ง
เหนือท้องนภาอันไร้สิ้นสุด
เงาร่างของเหล่าเซียน เทพ และมหาเทวะนับไม่ถ้วนค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
พวกเขายืนเรียงรายเหนือหมู่เมฆ
ราวกับขุนนางแห่ง์ที่กำลังเฝ้ารอการมาถึงของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
เสียงสวดขับขานแห่งมหาเต๋าดังสะท้อนทั่วฟ้าดิน
บทเพลงโบราณที่ดูเหมือนถือกำเนิดมาั้แ่ยุคแรกเริ่มของจักรวาลได้ถูกบรรเลงขึ้นอีกครั้ง
ราวกับทั้ง์… กำลังเฉลิมฉลอง
การกำเนิดขึ้นของเด็กชายผู้หนึ่ง!
บัดนี้ เด็กชายผู้นั้นได้ลืมตาขึ้นช้า ๆ พร้อมกับความงุนงงในจิตใจ
“บัดซบ… นี่ข้า หวังเทียนหลิง ข้ามมิติมางั้นรึ? แล้วที่นี่มันที่ไหนกัน ทำไมข้าขยับตัวลำบากขนาดนี้?”
ทารกน้อยเอ่ยพึมพำอยู่ภายในใจ ก่อนจะเริ่มสำรวจร่างกายของตนเอง
“ห๊ะ!? ข้าทะลุมิติมาเป็ทารกงั้นรึ!? ให้ตายเถอะ ถ้าจะทะลุมิติมาทั้งที อย่างน้อยก็ให้ข้ามาแบบโตแล้วไม่ได้หรือไง!”
“แล้วแม่นางคนนี้คือใครกัน… ทำไมถึงได้งดงามขนาดนี้ ต่อให้เป็ดาราสาวอันดับต้น ๆ ของโลกก่อน ข้าก็ว่าพวกนางยังเทียบไม่ได้สักนิด”
ทารกน้อยขบคิดในใจ พลางกวาดตามองสิ่งรอบตัว
ทันใดนั้นเอง
เสียงจักรกลอิเล็กทรอนิกส์ไร้อารมณ์พลันดังก้องขึ้นภายในโสตประสาทของเขา
[ติ๊ง! ตรวจพบโฮสต์ผู้สอดคล้องกับคุณสมบัติแห่งสรรพสิ่ง…]
[กำลังทำการผูกมัดระบบ…]
[ติ๊ง! ยินดีต้อนรับสู่ “ระบบโชว์เทพจอมวายร้าย”]
“ห๊ะ!? นี่มันนิ้วทองคำสุดโกงของพวกผู้ทะลุมิตินี่!”
“แต่เดี๋ยวก่อน… ทำไมชื่อระบบมันฟังดูแปลก ๆ วะเนี่ย!?”
ทว่าก่อนที่เขาจะได้ขบคิดต่อ
เสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ผูกมัดกับระบบโชว์เทพจอมวายร้ายสำเร็จ]
[ขณะนี้โฮสต์ได้จุติสู่ “จิ่วเทียนเซียนอวี้” มหาจักรวาลระดับสูงสุดแห่งการบำเพ็ญเซียน]
[ที่นี่ ผู้แข็งแกร่งสามารถเคลื่อนย้ายูเาเทพ พลิกคว่ำมหาสมุทร เด็ดดวงดารา และคว้าจันทราได้ด้วยสองมือ]
[ระบบโชว์เทพจอมวายร้ายจะทำให้โฮสต์ยิ่งใหญ่เหนือผู้ใดในยุคสมัย ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต!]
“โอ้โห… โลกบำเพ็ญเซียนของจริงงั้นรึ!?”
“แล้วชื่อแดนเซียนนี่มันอะไรกัน ฟังดูอลังการชะมัด!”
“แต่ระบบนี่ก็โม้เก่งเหมือนกันนะ ขอให้มันเก่งจริงอย่างที่พูดเถอะ”
หวังเทียนหลิงบ่นพึมพำในใจ ก่อนจะลองถามขึ้นอย่างระแวดระวัง
“ว่าแต่ระบบ… เ้าทำงานยังไง?”
[ติ๊ง! เรียนโฮสต์ผู้ทรงเกียรติ กรุณาอย่าดูถูกระบบโชว์เทพจอมวายร้าย]
[ระบบจะมอบภารกิจให้โฮสต์ทำการ “โชว์เทพ” อย่างสง่างาม อลังการ และเหนือความคาดหมาย เพื่อสร้างความตกตะลึงแก่ผู้คนรอบข้าง]
[ยิ่งผู้คนตกตะลึง เลื่อมใส หวาดกลัว หรือสั่นะเืต่อการกระทำของโฮสต์มากเท่าใด โฮสต์จะยิ่งได้รับ “แต้มโชคชะตา” มากขึ้น]
[นอกจากนี้ ภารกิจจำนวนมากยังเกี่ยวข้องกับการ่ชิงโชคชะตาของ “บุตรแห่ง์” มาเป็ของตนเอง]
[แต้มโชคชะตาสามารถใช้ซื้อสมบัติ วิชา โอสถ หรือปลดล็อกฟังก์ชันใหม่ของระบบได้]
[ระบบขอการันตี… ว่าเจ๋งมาก!]
“เอ่อ… เดี๋ยวนะ”
“นี่มันจะให้ข้ากลายเป็พวกจอมวายร้ายงั้นเรอะ!?”
“ใครมันจะไปยอมกัน! ข้าทะลุมิติมาโลกเซียนทั้งที ก็ต้องเป็เซียนกระบี่ฝ่ายธรรมะผู้ผดุงความยุติธรรมสิวะ!”
ทันใดนั้น
เสียงของระบบพลันเย็นเยียบลงหลายส่วน
[ติ๊ง! ตรวจพบความคิดเป็ปรปักษ์ต่อระบบ]
[ระบบจะเริ่มกระบวนการทำลายตัวเอง พร้อมลากโฮสต์ดับสูญไปด้วยกัน]
[เริ่มนับถอยหลัง…]
[10…]
[9…]
[8…]
“เฮ้ย ๆ ๆ ๆ เดี๋ยวก่อน!!”
“ไอ้ระบบเฮงซวยนี่ หยุดก่อนโว้ย!”
“ข้ายอมแล้ว! เป็วายร้ายก็ได้!”
ทารกน้อยรีบะโอยู่ภายในใจ พลางกลอกตามองบนอย่างหมดคำจะพูด
[ติ๊ง! ยกเลิกกระบวนการทำลายตัวเอง]
“เฮ้อ…”
“ระบบบ้าอะไรโรคจิตชะมัด…”
ทว่าขณะนั้นเอง
เสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์ได้สร้างความตกตะลึงแก่สรรพชีวิตทั่วทั้งจักรวาล]
[สาเหตุ: การถือกำเนิดของ “กายาศักดิ์สิทธิ์โกลาหล”]
[กายาศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามที่ถือกำเนิดขึ้นก่อนหยินหยาง ก่อนมหาเต๋าสามพันสาย และก่อนการเปิดฟ้าดินของมหาเทพผานกู่]
[ติ๊ง! ได้รับแต้มโชคชะตา +100,000]
[โบนัสพิเศษสำหรับการโชว์เทพครั้งแรก]
“ให้มันได้แบบนี้สิ!”
หวังเทียนหลิงแทบอยากหัวเราะออกมาดัง ๆ
ขณะเดียวกันด้านนอกจวน
หวังเจี้ยนเซียวซึ่งกำลังมองนิมิตบนท้องฟ้าด้วยสายตาสั่นไหว พลันกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“น้องหญิง… เ้าเห็นหรือไม่?”
“นิมิตระดับนี้… แม้แต่ในยุคาก็แทบไม่เคยปรากฏ”
ภายในห้อง
จีซิงเยว่ก้มมองทารกน้อยในอ้อมแขนด้วยสายตาอ่อนโยน
ริมฝีปากงดงามเผยรอยยิ้มบางเบา ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“แน่นอนเ้าค่ะท่านพี่…”
“บุตรของพวกเรา… ย่อมไม่ธรรมดา”
หวังเจี้ยนเซียวมองบุตรชายของตน ก่อนที่ดวงตาอันลึกล้ำจะเผยประกายคมกล้าขึ้นมา
เพียงชั่วครู่
จิตกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่ออกมาจากร่างของเขาโดยไม่รู้ตัว
ทำเอามิติโดยรอบสั่นะเืเบา ๆ
“น้องหญิง ข้าจะตั้งชื่อให้เขา…”
“หวังเทียนหลิง”
“เทียน… หมายถึง์”
“หลิง… หมายถึงการเหยียบย่างเหนือทุกสิ่ง”
“ข้าปรารถนาให้บุตรชายของพวกเรา… ก้าวอยู่เหนือ์ทั้งเก้า!”
จีซิงเยว่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเบา ๆ
“ท่านพี่… พวกเราช่างใจตรงกันเสียจริง”
“ข้าก็คิดชื่อนี้เอาไว้เช่นกัน”
“หลังจากนี้… เขาจะมีนามว่า หวังเทียนหลิง”
ทารกน้อยในอ้อมแขนของมารดามองทั้งสองคนอย่างเงียบงัน
ความอบอุ่นที่ไม่เคยััในชีวิตก่อนหน้า
ค่อย ๆ เอ่อล้นขึ้นภายในหัวใจของเขา
ในชาติก่อน
เขาเป็เพียงเด็กกำพร้าคนหนึ่ง
ไม่มีครอบครัว
ไม่มีคนคอยห่วงใย
แต่ในชาตินี้…
เขากลับมีทั้งบิดาและมารดาที่รักเขาจากใจจริง
“ชีวิตแบบนี้… ก็ไม่เลวเหมือนกันแฮะ”
หวังเทียนหลิงพึมพำในใจ ก่อนจะหันไปมองหน้าต่างระบบอีกครั้ง
[ระบบโชว์เทพจอมวายร้าย]
[โฮสต์ : หวังเทียนหลิง]
[อายุ : 0 ปี (จิติญญาเดิมอายุ 30 ปี)]
[ระดับการบ่มเพาะ : มหายานขั้นสมบูรณ์]
[กายา : กายาศักดิ์สิทธิ์โกลาหล]
[พร์ : จิตกระบี่ไร้เทียมทาน / กระดูกเทวะสุญตา]
[สถานะ : บุตรชายของหวังเจี้ยนเซียว ประมุขสำนักกระบี่เหมย์นิรันดร์ และจีซิงเยว่ ธิดาเทพแห่งตระกูลจีา]
[แต้มโชคชะตา : 100,000]
เมื่อมองเห็นหน้าต่างสถานะ
แม้แต่หวังเทียนหลิงยังอดกลืนน้ำลายไม่ได้
“มหายานขั้นสมบูรณ์ั้แ่เกิด…”
“กายาศักดิ์สิทธิ์โกลาหล…”
“จิตกระบี่ไร้เทียมทาน…”
“กระดูกเทวะสุญตา…”
“ให้ตายเถอะ…”
“ชาตินี้ข้าจะไม่บินขึ้นฟ้าก็ไม่ได้แล้วมั้งเนี่ย!”