รุ่งเช้าวันต่อมา ฟู่หยุนชิงรีบอาบน้ำแต่งตัว เธอทาครีมต่าง ๆ ที่อยู่ในความทรงจำของร่างเดิมเพื่อรักษาผิวให้ดี ไม่แห้งกร้านเหมือนตัวเธอเองในภพชาติก่อน
ฟู่หยุนชิงพยายามหาเสื้อผ้าที่มิดชิดที่สุดที่ร่างเดิมนำมา แต่เธอกลับพบว่าร่างเดิมนั้นมีแต่เสื้อผ้าเปิดหน้า เปิดหลังทั้งนั้น แถมรองเท้าส้นสูงที่เธอใส่เมื่อวานนี้ก็เดินยากลำบากเสียเหลือเกิน แต่ทำอย่างไรได้ในเมื่อเธอมีสิ่งของให้เลือกใช้เพียงเท่านี้ ฟู่หยุนชิงจึงได้แต่สุ่มเสื้อผ้ามาสักตัวแล้วใส่รองเท้าพร้อมถือบทเตรียมลงไปทานอาหารเช้าที่ล็อบบี้โรงแรม
วันนี้เธอไม่ได้แต่งหน้าหนาเตอะอย่างที่ร่างเดิมทำ เพราะฟู่หยุนชิงรู้สึกว่าการปล่อยให้หน้าเธอเป็ธรรมชาติสวยกว่าการแต่งหน้าเป็ไหน ๆ ฟู่หยุนชิงปิดล็อคประตูก่อนที่จะเดินไปขึ้นลิฟท์เหมือนกับเมื่อวานที่ทีมงานพาเธอมาส่ง เื่พวกนี้ร่างเดิมมีความทรงจำเก่าทำให้เธอไม่ลำบากในการใช้สิ่งของแปลก ๆ หลายอย่างในภพชาตินี้
เมื่อลงลิฟท์ไปถึงล็อบบี้แล้ว ฟู่หยุนชิงเห็นทีมงานไปตักอาหารมานั่งกินกันบ้างแล้ว นับว่าเธอไม่ได้ลงมาสายนัก ฟู่หยุนชิงคนเก่ามีนิสัยร่าเริง แต่เธอเป็คนเงียบ ๆ ฟู่หยุนชิงทักทายคนที่ร่างเดิมเคยคุยด้วยตามมารยาท แล้วจึงเดินไปตักอาหารมานั่งกินเงียบ ๆ คนเดียว เธอได้แต่ยิ้มน้อย ๆ ให้กับเหล่าทีมงานที่มองเธออย่างแปลก ๆ เล็กน้อย
ฟู่หยุนชิงได้แต่คิดในใจว่าเธอจะทำอย่างไรดีไม่ให้คนอื่นสงสัย ในเมื่อเธอกับร่างเดิมนิสัยต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ้าจะให้เธอทำตัวเหมือนร่างเดิมทั้งหมดมันคงจะเป็การฝืนใจเธอมากเกินไป ฟู่หยุนชิงจึงคิดที่จะค่อย ๆ เปลี่ยนไป ซึ่งจะทำให้คนอื่นไม่เพ่งเล็งมาที่เธออีก
ระหว่างทานอาหาร ฟู่หยุนชิงก็ท่องบทที่เธอนำมาด้วยไปพลาง ๆ เธอกินอาหารอย่างช้า ๆ ไม่เร่งรีบ เนื่องจากยังไม่ใกล้ถึงเวลาถ่ายทำ ฉากของเธอจะถ่ายทำหลังจากฉากแรกจบไปก่อนในวันนี้ ฟู่หยุนชิงยังมีเวลาอีกมากนักที่จะท่องจำบทอีกครั้ง ถึงแม้ว่าเมื่อคืนนี้เธอจะจำบททั้งหมดได้แล้วก็เถอะ แต่การเตรียมตัวไว้มากหน่อยก็ไม่เสียหลาย
บรรดาทีมงานที่มองฟู่หยุนชิงวันนี้ต่างซุบซิบกันใหญ่ พวกเขาคิดว่าฟู่หยุนชิงแตกต่างจากเมื่อวานเป็คนละคน หลายคนต่างคิดว่าอาจเพราะเธอจมน้ำไปเมื่อวานนี้ วันนี้เธอจึงดูแปลกไปก็เป็ได้ แต่อีกหลายคนกลับกล่าวว่าไม่น่าใช่ แถมวันนี้ฟู่หยุนชิงยังไม่มานั่งกับพวกเขาอีก ปกติทุกครั้งฟู่หยุนชิงจะมานั่งกินกับทีมงาน เมื่อก่อนก่อนที่ฟู่หยุนชิงจะเข้าวงการเธอก็เคยเป็ทีมงานมาก่อน ทำให้ฟู่หยุนชิงสนิทกับทีมงานเป็อย่างมาก แต่มาวันนี้เธอกลับทำตัวห่างเหินจากพวกเขา แล้วจะไม่ให้พวกเขาคิดว่าฟู่หยุนชิงเปลี่ยนไปได้อย่างไร
พวกเขาถกเถียงกันเสียงไม่เบานัก ฟู่หยุนชิงที่กินอาหารอยู่ไม่ไกลได้ยินที่พวกเขาพูดกัน แต่เธอไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไรดี หากเธอยิ่งทำตัวสนิทสนมกับพวกเขาเหมือนร่างเดิม เธอกลัวว่าพวกเขาจะจับได้ว่าเธอเป็คนอื่นไม่ใช่ร่างเดิมน่ะสิ ฟู่หยุนชิงได้แต่คิดแล้วก็หัวจะปวด ทำไมการเป็คนร่าเริงมันถึงได้ทำตัวยากนักนะ
เหล่าทีมงานหลังจากกินข้าวเช้าเสร็จแล้วก็พากันไปที่สถานที่ถ่ายทำในวันนี้ ซึ่งพวกเขาจะต้องไปจัดเตรียมฉากงานเลี้ยงในวังเอาไว้เสียก่อน อุปกรณ์ต่าง ๆ มีทีมงานบางส่วนขนไปไว้ั้แ่ฟ้ายังไม่สางแล้ว
ฟู่หยุนชิงเห็นว่าทุกคนไปแล้วก็ได้แต่ส่งยิ้มบาง ๆ ให้ เธอตอบคำถามทีมงานคนหนึ่งที่ถามเธอว่าจะไปพร้อมกันไหมพร้อมรอยยิ้ม ว่าเธอจะอยู่ท่องบทต่ออีกสักครู่แล้วจะรีบตามไป
ทีมงานคนนั้นได้ฟังคำตอบของฟู่หยุนชิงก็ยิ่งรู้สึกแปลก ๆ แต่เธอก็ได้แต่พยักหน้าให้กับฟู่หยุนชิงเพื่อขอตัวไปก่อน ทีมงานคนนี้รู้สึกถึงความเ็าในน้ำเสียงของฟู่หยุนชิงจนเธอไม่กล้าที่จะล้อเล่นอะไรกับฟู่หยุนชิงเหมือนปกติ
ฟู่หยุนชิงที่ไม่รู้ว่าน้ำเสียงของเธอช่างเ็านักเองก็ไม่รู้ตัวเช่นกัน เธอได้แต่มองทีมงานคนนั้นที่เทียวหันหลังมามองเธอบ่อย ๆ ก่อนจะจากไปอย่างกลุ้มใจ เธอจะทำอย่างไรดี ในเมื่อเธอไม่ใช่ร่างเดิม ตอนนี้หลายคนเริ่มที่จะสงสัยแล้วว่าทำไมบุคลิกเธอถึงได้เปลี่ยนไปมากเช่นนี้
ฟู่หยุนชิงกำลังหาทางแก้ตัวกับคนอื่น ๆ ได้แต่นั่งคิดสะระตะไปว่าตนเองต้องทำตัวเช่นไร ท้ายที่สุดแล้วในเมื่อคิดไม่ออก ฟู่หยุนชิงก็สะบัดความคิดต่าง ๆ ออกไป เธอมีหน้าที่ต้องแสดงให้สมบทบาทมากกว่าที่จะมาคิดถึงเื่คนอื่นตอนนี้
เธอไม่สามารถทำให้ทุกคนเชื่อได้ก็จริงว่าเธอคือฟู่หยุนชิง แต่การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้ก็ไม่น่าจะทำให้เกิดปัญหาในการทำงานของเธอแต่อย่างใด
กว่าที่ฟู่หยุนชิงจะกินอาหารเสร็จก็เป็เวลากว่าครึ่งชั่วโมง นี่เป็เพราะเธอกินอย่างช้า ๆ เหมือนดั่งที่เคยประพฤติตนในวังหลวงตามที่เธอเคยชินนั่นเอง นี่ก็เป็อีกสิ่งหนึ่งที่เธอแตกต่างจากร่างเดิม ปกติร่างเดิมเป็คนคิดมากและมักจะตื่นสายเสมอ อีกทั้งมารยาทการกิน การเดินต่าง ๆ ของร่างเดิมก็ตรงข้ามกับเธอโดยสิ้นเชิงอีกด้วย
ฟู่หยุนชิงคนใหม่คนนี้มักจะเดินอย่างช้า ๆ เหมือนกับกำลังลอยอยู่ ด้วยความที่เธอถูกฝึกมาั้แ่อายุห้าขวบ การกระทำต่าง ๆ ของเธอไม่ต่างจากคุณหนูในเรือนแม้แต่น้อยและอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำไป ด้วยเธอต้องรักษามารยาทในวังหลวงตลอดเวลา ทำให้เื่เหล่านี้ซึมเข้าไปในกระดูกของเธอเสียแล้ว การที่จะให้เธอเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็ดั่งร่างเดิม ฟู่หยุนชิงรู้สึกว่าเื่นี้ช่างยากเย็นนัก เธอจึงตัดสินใจที่จะคงความเป็ตัวเธอเอาไว้ดีกว่าที่จะเริ่มต้นหัดใหม่เหมือนการฝึกวรยุทธของเธอ
เมื่อคืนนี้เธอทะลวงจุดไปได้แปดจุดแล้ว ต่อไปเธอก็แค่สะสมพลังปราณในเวลาว่างเท่านั้น นี่จะทำให้เธอกลับมามีวรยุทธอีกครั้ง ส่วนเื่การต่อสู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวเธอ เธอไม่กังวลเลยสักนิด เธอคิดว่าหากมีใคร้าเล่นงานเธอจริง ๆ เธอก็สามารถต่อสู้กลับได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ใครใช้ให้เธอเป็ถึงแม่ทัพหญิงผู้เก่งกาจกันเล่า แต่กว่าที่พลังปราณของเธอจะกลับมาเท่าเดิม ฟู่หยุนชิงคิดว่าคงต้องใช้เวลานานหลายปีทีเดียว เนื่องจากที่นี่นั้นมีพลังปราณตามธรรมชาติไม่มากนัก ฟู่หยุนชิงได้แต่คิดว่า ขนาดสถานที่ถ่ายทำนอกเมืองเช่นนี้พลังปราณยังมีน้อยนิด แล้วถ้าเธอกลับเข้าไปในเมืองเล่า การสะสมพลังปราณของเธอจะเป็เช่นไรกันหนอ ฟู่หยุนชิงได้แต่คิดแล้วก็กังวลจนกระทั่งทานอาหารเสร็จ
เธอนำจานไปวางไว้เหมือนคนอื่น ๆ จากนั้นจึงเดินช้า ๆ ไปยังสถานที่ถ่ายทำที่วันนี้เธอจะต้องแสดงบทบาทให้ดี