ในตอนแรกที่ชายชราได้อ่านทักษะนี้ชายชรายังคิดว่าคนที่สร้างทักษะนี้ขึ้นมาจะต้องบ้าอย่างแน่นอนฝึกฝนจนถึงระดับจักรพรรดิแล้วพลังจะตกลงมาอยู่จุดเริ่มต้นใหม่และจิติญญาภาพ์นิรันดร์ยังบอกด้วยว่าฉางเฟิงต้องฝึกฝนให้หวนกลับครบ9 ครั้งเท่านั้น
“บ้าเอ้ยตกลงคนพวกนี้จะดูแลเด็กคนนี้หรือจะทรมานกันแน่ การฝึกฝนใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆเริ่มต้นที่ระดับ กายา ก่อเกิด หลอมรวม ปราณแท้ ิญญา ปฐี ราชัน และจักรพรรดิกว่าจะมาถึงจุดนี้ข้ายังใช้เวลามาครึ่งชีวิตแล้วเด็กคนนี้ต้องทำทั้งหมด 9รอบแล้วเขาจะใช้เวลาเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าต้องอาศัยอยู่บนเขาจนตายเลยงั้นเหรอเราเองก็จะไม่สามารถไปใหนได้อีก เฮ้อ” ชายชรารู้สึกสิ้นหวังแทนฉางเฟิง
“ก็ได้ข้าจะฝึก แล้วแม่นมของข้านางไปใหนทำไมข้าไม่เห็นแม่นมเลย่นี้” ฉางเฟิงกล่าว
“นางนั้นยุ่งมากและจะมาเยี่ยมเ้าเมื่อนางมีเวลาแล้วอีกอย่างฉางเฟิงถ้าเ้าอยากจะอแม่นมก็ต้องรีบฝึกฝนให้สำเร็จเมื่อนั้นเ้าอยากจะเจอนางเท่าไหร่ก็ได้”
ใบหน้าของฉางเฟิงตื่นเต้นเมื่อได้ยินคำกล่าวของชายชราฉางเฟิงนั้นไม่รู้จักพ่อแม่ของตนเองว่าเป็ใครและไม่รู้ว่าทั้งคู่อยู่ที่ใหนั้แ่เด็กก็ได้แม่นมคนนี้ที่อาจารย์เป็คนพามาเลี้ยงดูจนใหญ่ทำให้ฉางเฟิงรู้สึกผูกพันธ์กับนางมาก
“ท่านพูดแล้วนะท่านอาจารย์”ฉางเฟิงรับตำราบัญญัติโกลาหลมาและเริ่มนั่งศึกษา
ตัวของชายชรามีนามว่าซงเทียนเป็หนึ่งในจักรพรรดิที่แข็งแกร่งที่สุดแต่เมื่อหลายปีก่อนได้ตกหลุ่มพรางของจักรพรรดิคนอื่นๆทำให้ได้รับาเ็และซ่อนตัวอยู่ที่นี่อย่างเงียบๆ
และเวลาผ่านไป5 ปีไม่เพียงแต่าแถูกรักษาแล้วแถมยังแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วยจนซงเทียนอยากจะไปแก้แค้นแต่ว่าเมื่อฉางเฟิงยังไม่สามารถลงเขาได้ตัวของซงเทียนก็ไม่สามารถไปใหนได้เช่นกัน
และทักษะบัญญัติโกลาหลตัวของซงเทียนก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรฉางเฟิงได้มีเพียงจิติญญาภาพ์นิรันดร์เท่านั้นที่พอจะชี้แนะให้ได้
อย่างช้าๆทรัพยากรที่หนูสมบัติเตรียมเอาไว้ก็เริ่มถูกใช้ฉางเฟิงนั้นเริ่มฝึกฝนด้วยตัวเอง ตอนแรกซงเทียนก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลากี่ปีฉางเฟิงถึงจะไปถึงระดับจักรพรรดิแต่ในพริบตาที่ฉางเฟิงฝึกฝนซงเทียนก็ถึงกับอ้าปากค้าง ความเร็วในการเรียนรู้ของฉางเฟิงน่าตกตะลึงอย่างถึงขีดสุด
และไม่เพียงแค่นั้นแต่ฉางเฟิงยังบ่มเพาะพลังได้รวดเร็วเกินไประดับกายาสำหรับฉางเฟิงนั้นง่ายดายเหลือเกิน ฉางเฟิงใช้เวลา 1 เดือนก็ผ่านระดับกายาทั้ง9 ขั้นไปได้อย่างง่ายดายต่อจากนั้นก็ระดับก่อเกิด
ฉางเฟิงฝึกฝนอย่างมุ่งมุ่นและ้าจะออกไปดูโลกภายนอกจนไม่รู้เลยว่าตอนนี้ซงเทียนที่นั่งดูอยู่ได้มีใบหน้าเหม่อลอยไปแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นมันได้ทำลายสามัญสำนึกทั้งหมดของซงเทียนไปจนหมดสิ้น
เวลา1 ปี เพียงแค่ 1 ปี ฉางเฟิงทะลวงระดับจักรพรรดิได้แล้วและเริ่มต้นการหวนคืนครั้งแรกเมื่อการหวนคืนครั้งแรกที่หลังของฉางเฟิงก็ปรากฎดอกบัวสีเทาหนึ่งดอก นี่คือดอกบัวโกลาหลและมันจะปรากฏทุกครั้งที่ฉางเฟิงหวนคืน
“เฮ้อช้าอย่างยิ่ง ข้าต้องใช้เวลาเท่าไหร่กันถึงจะหวนคืนได้ครับ 9 ครั้งอีก 8ปีงั้นเหรอ” ฉางเฟิงนั่งบ่นและแสดงสีหน้าไม่พอใจเมื่อพลังทั้งหมดของตนหายไป
“บัดซบข้าอยากจะกระโดนลงเขาให้มันตายไปซะ คนบ้าอะไรฝึกฝน 1 ปีมาถึงระดับจักรพรรดิแถมมันยังบอกว่าช้าเกินไปงั้นเหรอ ถ้าเ้าเรียกว่าช้าตัวข้าไม่คลานเอาเลยงั้นเหรอบ้าเอ้ยน่าอิจฉาจริงๆ” ซงเทียนที่ได้ยินการบ่นของฉางเฟิงก็เริ่มบ่นในใจออกมา
แม้แต่กิ้งก่านักล่ายังตกตะลึงกับความเร็วในการฝึกฝนของฉางเฟิงเลยแล้วซงเทียนจะไม่ตกตะลึงได้อย่างไร เพียงแต่ปล่อยไว้แบบนี้ก็ไม่ดีเพราะฉางเฟิงเอาแต่บ่มเพาะเพียงอย่างเดียวจนไม่ทำอย่างอื่น
การฝึกฝนของจงโจวนั้นมีพื้นฐานที่ต้องฝึกคือการฝึกฝนกายา การบ่มเพาะพลัง การฝึกฝนิญญาหรือดวงจิต ซึ่งสามสิ่งนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุดและ1 คนจำเป็ต้องฝึกทักษะหลักเช่น ทักษะกายา ทักษะบ่มเพาะ ทักษะพลังจิต นี่คือทักษะหลักส่วนทักษะรองก็คือ ทักษะเคลื่อนใหว และทักษะโจมตี
อัจฉริยะในอาณาจักรส่วนใหญ่จะฝึกฝนทักษะหลักทั้ง3 ั้แ่เด็ก แน่นอนว่าคนที่ไร้พร์จะไม่สามารถฝึกฝนได้ครบเช่นบางคนฝึกฝนพลังจิตไม่ได้ บางคนฝึกฝนกายาไม่ได้ดังนั้นในอนาคตคนเหล่านี้จะอ่อนแอกว่าอัจฉริยะที่ฝึกฝนได้ทั้งสามชนิด
และตอนนี้ฉางเฟิงก็กำลังฝึกฝนทักษะบ่มเพาะเพียงอย่างเดียวแต่ทักษะบ่มเพาะนี้กลับทำให้พลังทั้งสามด้านของฉางเฟิงแข็งแกร่งขึ้นไปพร้อมๆกันและทุกครั้งที่ฉางเฟิงหวนคืนได้ 1 ครั้ง กายาและพลังจิตของฉางเฟิงก็จะพัฒนาขึ้นอย่างมาก
และนี่คือพลังของบัญญัติโกลาหลซงเทียนที่ได้ตรวจสอบด้วยตัวเองยังตกตะลึงกับการพัฒนาทั้งสามด้านของฉางเฟิงแต่ถึงอย่างไรในอนาคตฉางเฟิงก็ต้องฝึกฝนทักษะทั้งสามอยู่ดี
“ดูเหมือนข้าต้องเตรียมทักษะที่ดีที่สุดเอาไว้”ซงเทียนคิด
ตอนฉางเฟิงอายุได้7 ปี แม่นมของฉางเฟิงก็มาเยี่ยมแต่สภาพของนางไม่ค่อยดีนักและได้รับาเ็ฉางเฟิงโกรธมากและอยากจะให้ซงเทียนไปสั่งสอนคนที่ทำร้ายแม่นมแต่ซงเทียนไม่สามารถเคลื่อนใหวได้ไม่งั้นจะเกิดปัญหาใหญ่
“นายน้อยไม่ต้องกังวลข้าไม่เป็ไรและการที่ข้าได้เห็นนายน้อยฝึกฝนได้แบบนี้แม่นมคนนี้ก็พอใจแล้วว่าแต่นายน้อยตอนนี้พลังอยู่ระดับใหนแล้วทำไมแม่นมอย่างข้าถึงมองไม่ออกเลย”แม่นมคนนี้มีนามว่ามู่หลิน
“ข้าตอนนี้อยู่จุดสูงสุดของระดับราชันอีกนิดเดียวก็จะระดับจักรพรรดิแล้วแต่ว่าเมื่อถึงระดับจักรพรรดิพลังของข้าก็จะหายไปและเริ่มฝึกฝนใหม่อีกแล้ว”ฉางเฟิงแสดงสีหน้าไม่พอใจ
แต่ใบหน้าของมู่หลินตอนนี้แข็งค้างไปแล้วนางรีบหันหน้าไปทางซงเทียนก็เห็นซงเทียนแสดงสีหน้าขมขื่นออกมาและรับรู้ได้ว่ามันคือเื่จริง
“นายน้อยมันหมายความว่ายังไงที่พลังของท่านหายไปท่านซงเทียนท่านทำอะไรกับนายน้อยกันแน่” มู่หลินกล่าวด้วยความไม่พอใจเพราะคิดว่าซงเทียนกำลังกลั่นแกล้งฉางเฟิง
“นังหนูเ้าอย่าได้มองข้าแบบนั้นข้าไม่ได้ทำอะไรเด็กนี่เลยแต่มันเป็ทักษะของเขาต่างหาก เ้ารองดูที่หลังของเด็กนั่นสิ ตอนนี้มีดอกบัวปรากฏขึ้นมา2 ดอกแสดงว่าเด็กนั่นได้เคยมาถึงระดับจักรรพรดิแล้ว 2 ครั้ง” ซงเทียนกล่าว
“เป็ไปไม่ได้แต่นายน้อยฝึกฝนแค่ 2 ปีกว่าเองนะ” มู่หลินอ้าปากค้าง
นางไม่มีนางเข้าใจได้เลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉางเฟิงนั้นมันคืออะไรและนางไม่สามารถเชื่อได้ว่าฉางเฟิงเคยฝึกฝนมาถึงระดับจักรพรรดิแล้วถึงสองครั้งสำหรับนางมันเหลือเชื่อเกินไปเพราะนางยังฝึกฝนมาถถึงแค่ระดับปฐีเอง